อังกฤษเล็งดึง Chery ผลิตรถในโรงงาน Jaguar Land Rover ดีลปลุกกำลังการผลิต “โรงงานเก่า” และเกมใหญ่ของอุตสาหกรรมรถยุโรป

อังกฤษเล็งดึง Chery ผลิตรถในโรงงาน Jaguar Land Rover ดีลปลุกกำลังการผลิต “โรงงานเก่า” และเกมใหญ่ของอุตสาหกรรมรถยุโรป
Spread the love
Advertisement Advertisement

อังกฤษเล็งดึง Chery ผลิตรถในโรงงาน Jaguar Land Rover ดีลปลุกกำลังการผลิต “โรงงานเก่า” และเกมใหญ่ของอุตสาหกรรมรถยุโรป

สรุปประเด็น: รายงานจากสื่ออังกฤษระบุว่า รัฐบาลสหราชอาณาจักรกำลังผลักดันให้ Chery พิจารณาผลิตรถในประเทศ โดยมี “โรงงานเดิมของ Jaguar Land Rover (JLR)” เป็นหนึ่งในตัวเลือก เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตรวมของประเทศให้เข้าใกล้เป้าหมายระยะยาว ขณะเดียวกันจีนก็เร่งหาฐานการผลิตในยุโรป/ใกล้ยุโรปจากแรงกดดันด้านภาษีและการแข่งขัน EV

ข่าวนี้เกิดอะไรขึ้น: Chery อาจใช้โรงงาน JLR ในอังกฤษผลิตรถ

รายงานระบุว่า Chery มีโอกาสใช้โรงงานที่ Jaguar Land Rover มีอยู่ในสหราชอาณาจักรเพื่อผลิตรถยนต์ โดยการเจรจายังอยู่ในระยะเริ่มต้นและยังไม่สรุปเงื่อนไขชัดเจน อย่างไรก็ตาม “ท่าทีภาครัฐ” ถือว่าชัดมาก—อังกฤษต้องการให้ผู้ผลิตรายใหญ่จากจีนเข้ามาทำการผลิตจริงในประเทศ เพื่อกระตุ้นอุตสาหกรรมและกำลังการผลิตที่ชะลอลงในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

รัฐมนตรีธุรกิจของอังกฤษยืนยันว่า หากโรงงานใดมีการใช้กำลังการผลิตไม่เต็ม การร่วมมือเพื่อปลุกศักยภาพโรงงานกลับมาทำงานได้คุ้มค่า “เป็นแนวทางที่สมเหตุสมผล” ซึ่งทำให้ชื่อของโรงงาน JLR ถูกพูดถึงในฐานะทางเลือกที่เป็นไปได้

ทำไมอังกฤษถึงจริงจัง: เป้าหมาย 1.3 ล้านคัน/ปี ภายใน 2035

แรงจูงใจหลักของรัฐบาลอังกฤษคือ “ตัวเลขการผลิต” ประเทศตั้งเป้าหมายการผลิตรถยนต์แตะ 1.3 ล้านคันต่อปีภายในปี 2035 แต่คาดการณ์การผลิตในปี 2025 อยู่เพียงราว 738,000 คัน เท่านั้น ช่องว่างดังกล่าวทำให้รัฐบาลต้องมองหาวิธีเร่งเติมกำลังการผลิต ทั้งจากการลงทุนใหม่และการใช้ประโยชน์จากโรงงานเดิมให้มากขึ้น

ในมุมเศรษฐศาสตร์อุตสาหกรรม การดึง OEM รายใหญ่เข้ามาใช้กำลังการผลิตที่มีอยู่ ช่วยได้ทั้งด้านการจ้างงาน ซัพพลายเชน และความต่อเนื่องของอุตสาหกรรมชิ้นส่วน โดยเฉพาะช่วงที่ยุโรปกำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุครถไฟฟ้า

อีกด้านของเกม: ภาษี EV และแรงผลักให้จีนมองหาฐานผลิตในยุโรป

ภาพใหญ่ของอุตสาหกรรมคือ “กำแพงภาษี” โดยเฉพาะกรณีสหภาพยุโรป (EU) ที่เพิ่มแรงกดดันต่อรถยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตจากจีน ทำให้ผู้ผลิตจีนเริ่มเร่งแผน “กระจายฐานการผลิต” มากขึ้น

สหราชอาณาจักรแม้ไม่ใช่ EU แต่เป็นตลาดสำคัญ และมีระบบอุตสาหกรรมเดิมรองรับ การผลิตในประเทศช่วยลดแรงเสียดทานทางการค้าในอนาคต เพิ่มความมั่นใจผู้บริโภค และทำให้การทำราคาแข่งขันได้มากขึ้นเมื่อเทียบกับการนำเข้าอย่างเดียว

Omoda และ Jaecoo โตเร็วในอังกฤษ: สัญญาณว่า Chery “มาเอาจริง”

ภายใต้เครือ Chery แบรนด์ Omoda และ Jaecoo ถูกระบุว่าเป็นหนึ่งในแบรนด์จีนที่เติบโตเร็วในตลาดอังกฤษ นี่เป็นสัญญาณสำคัญ เพราะเมื่อแบรนด์เริ่มมีวอลุ่มและเครือข่ายจำหน่ายชัดเจน ขั้นต่อไปที่มักเกิดขึ้นคือการมองหา “ฐานประกอบ/ผลิต” เพื่อรองรับต้นทุน โลจิสติกส์ และความต่อเนื่องของซัพพลาย

ในเชิงกลยุทธ์ หาก Chery ขยับไปสู่การผลิตในท้องถิ่นได้จริง จะทำให้การแข่งขันในตลาดรถอังกฤษรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มรถที่เล่นเกม “คุ้มราคา-ฟีเจอร์แน่น” ซึ่งเป็นจุดแข็งของผู้ผลิตจีน

อุปสรรคที่ Chery ต้องคิดหนัก: ค่าไฟและค่าแรงในอังกฤษ

แม้แนวคิดการผลิตในอังกฤษจะดูสวย แต่รายงานก็ชี้ว่า “ต้นทุนพลังงานและแรงงาน” ของอังกฤษยังสูง ซึ่งเป็นตัวแปรใหญ่ต่อการตัดสินใจตั้งโรงงานหรือขยายกำลังการผลิต การผลิตรถหนึ่งคันไม่ใช่แค่ค่าแรงประกอบ แต่รวมถึงพลังงานในกระบวนการผลิต โลจิสติกส์ ชิ้นส่วน และต้นทุนการปฏิบัติตามกฎระเบียบท้องถิ่น

Advertisement Advertisement

ดังนั้น รูปแบบที่มีความเป็นไปได้ในระยะแรก จึงมักเป็นการใช้กำลังการผลิตในโรงงานเดิมผ่านความร่วมมือ มากกว่าการลงทุนสร้างโรงงานใหม่แบบเต็มรูปแบบทันที

บริบทที่ทำให้ “โรงงานเดิม” มีค่า: ยุโรปกำลังการผลิตไม่เต็ม + ต้องการรุ่นใหม่

นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยเบอร์มิงแฮมให้ความเห็นว่า ในจังหวะที่ JLR กำลังจะมีรถไฟฟ้ารุ่นใหม่ออกสู่ตลาด โรงงานยังอาจมีพื้นที่รองรับรถใหม่เพิ่มได้อีก 1–2 รุ่น หากจัดพอร์ตการผลิตลงตัว

ประเด็นนี้สะท้อนความจริงของอุตสาหกรรมยุโรปยุคเปลี่ยนผ่าน: หลายโรงงาน “ยังไม่เต็มกำลัง” จากการปรับสายการผลิต การชะลอตัวของบางโมเดล และความผันผวนของดีมานด์ การดึงแบรนด์จีนเข้ามาผลิตจึงอาจช่วยเติมช่องว่าง และสร้างความคุ้มค่าของสินทรัพย์โรงงานที่มีอยู่แล้ว

ไม่ใช่ Chery เจ้าเดียว: จีนกำลัง “ย้ายฐาน” แบบเป็นระบบ

รายงานยังเชื่อมโยงกับความเคลื่อนไหวอื่น ๆ เช่น Chery มีโรงงานในบาร์เซโลนา (สเปน) จากการซื้อกิจการต่อ และมีดีลเกี่ยวกับโรงงานในแอฟริกาใต้ ขณะเดียวกันผู้เล่นจีนรายอื่นก็เดินเกมร่วมทุน/ใช้โรงงานของพันธมิตรยุโรปเพื่อเริ่มผลิตในภูมิภาค

ภาพรวมคือจีนไม่ได้แค่ “ส่งออกรถ” แต่เริ่ม “ส่งออกระบบการผลิต” ผ่านการร่วมมือกับผู้ถือครองโรงงานเดิมในยุโรป เพื่อให้เข้าถึงตลาดได้ง่ายขึ้นและลดความเสี่ยงด้านนโยบายการค้า

JLR กับ Chery มีความสัมพันธ์เดิมอยู่แล้ว: ร่วมทุน + ลิขสิทธิ์แบรนด์

Jaguar Land Rover อยู่ภายใต้ Tata Motors และมีการตั้งบริษัทร่วมทุนกับ Chery มาก่อน อีกทั้งมีการให้สิทธิ์ใช้แบรนด์ Freelander (Land Rover 神行者) กับ Chery เพื่อพัฒนารถบนแพลตฟอร์มของ Chery โดยมุ่งไปทางรถไฟฟ้า

ความสัมพันธ์เชิงโครงสร้างที่มีอยู่เดิมนี้ ทำให้ “ความร่วมมือเชิงการผลิต” ในอังกฤษดูมีตรรกะรองรับมากขึ้น เพราะทั้งสองฝ่ายคุ้นชินกันในระดับธุรกิจและการพัฒนาโปรดักต์อยู่แล้ว

อีกปัจจัยที่กระทบ JLR: เหตุโจมตีไซเบอร์และต้นทุนความเสียหาย

รายงานย้ำว่า JLR เคยประสบเหตุโจมตีทางไซเบอร์อย่างรุนแรงในช่วงฤดูร้อนปีที่แล้ว ส่งผลให้เกิดความเสียหายมูลค่าสูง (ตัวเลขความเสียหายอย่างน้อยระดับหลายร้อยล้านปอนด์ตามที่ถูกระบุในข่าวต้นทาง) ซึ่งยิ่งทำให้การบริหารความเสี่ยงและการเพิ่มประสิทธิภาพของธุรกิจ (รวมถึงการใช้สินทรัพย์โรงงานให้คุ้ม) กลายเป็นเรื่องสำคัญ

วิเคราะห์ผลกระทบ: ถ้า Chery ผลิตในอังกฤษจริง จะเกิดอะไรขึ้น?

1) ตลาดอังกฤษอาจได้รถจีนราคาจับต้องง่ายขึ้น หากผลิตในประเทศได้ ต้นทุนบางส่วนและความเสี่ยงด้านภาษี/โลจิสติกส์อาจลดลง ช่วยให้ทำราคาแข่งขันได้ดีขึ้น

2) โรงงานเดิมมีโอกาสกลับมาใช้เต็มกำลัง สำหรับฝั่งอังกฤษ การใช้กำลังการผลิตที่มีอยู่ช่วยรักษาการจ้างงานและซัพพลายเชน

3) ยุโรปเข้าสู่ยุค “ข้ามค่าย-ข้ามชาติ” มากขึ้น การร่วมผลิตระหว่างแบรนด์ยุโรป/อินเดีย-จีน จะกลายเป็นภาพปกติของอุตสาหกรรมในยุค EV

4) ความท้าทายยังอยู่ที่ต้นทุนพลังงาน ต่อให้มีโรงงานและแรงสนับสนุนทางการเมือง แต่ถ้าค่าไฟ-ค่าแรงสูงเกินไป ดีลอาจเดินช้าหรือไปในรูปแบบประกอบบางส่วนแทน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Chery จะผลิตรถในอังกฤษแน่นอนแล้วหรือยัง?

ยังไม่แน่นอน ขณะนี้ยังเป็นเพียงรายงานว่าการเจรจาอยู่ในระยะเริ่มต้น และเงื่อนไขยังไม่สรุป

ทำไมต้องเป็นโรงงาน Jaguar Land Rover?

เพราะเป็น “สินทรัพย์โรงงานที่มีอยู่แล้ว” และถูกมองว่าอาจมีการใช้กำลังการผลิตไม่เต็ม การร่วมมือจึงอาจช่วยปลุกกำลังการผลิตให้กลับมาคุ้มค่า

Omoda กับ Jaecoo เกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้?

ทั้งสองเป็นแบรนด์ในเครือ Chery และถูกระบุว่ากำลังเติบโตเร็วในตลาดอังกฤษ หากยอดขายและเครือข่ายแข็งแรงขึ้น การมองหาฐานผลิตในประเทศเป็น “ขั้นต่อไป” ที่เป็นไปได้

อุปสรรคใหญ่สุดของการผลิตในอังกฤษคืออะไร?

รายงานชี้ไปที่ “ต้นทุนพลังงานและค่าแรง” ที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งกระทบต้นทุนต่อคันและความคุ้มค่าการลงทุน

บทสรุป: ดีลนี้อาจเป็น “วิน-วิน” แต่ยังต้องรอปัจจัยชี้ขาด

หาก Chery ได้ใช้โรงงาน JLR ในอังกฤษจริง จะเป็นตัวอย่างสำคัญของยุคที่ผู้ผลิตจีนเริ่มฝังตัวในยุโรปผ่านการร่วมมือกับผู้ถือครองโรงงานเดิม ขณะเดียวกันอังกฤษก็ได้แรงหนุนต่อเป้าหมายการผลิตรถระยะยาว อย่างไรก็ตาม ต้นทุนพลังงาน-แรงงาน และโครงสร้างดีลที่ลงตัว จะเป็นตัวแปรชี้ขาดว่าข่าวนี้จะไปได้ไกลแค่ไหน

ติดตามต่อ: เมื่อรายละเอียดการเจรจาชัดขึ้น เราจะอัปเดตว่ารุ่นใด/แบรนด์ใดของ Chery มีโอกาสขึ้นไลน์ผลิตในอังกฤษ และจะส่งผลต่อราคาตลาดรถในยุโรปอย่างไร

 

 

JLR & Chery ยืนยัน “Freelander” แบรนด์ใหม่ เปิดตัวต้นปี 2026 ในจีน DNA Land Rover แท้

autoexpress

Advertisement Advertisement

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้ได้