CHERY ประเทศไทย ยืนยันเปิดตัว Chery QQ3 EV เร็วๆนี้ ระยะวิ่ง 310 – 420 กม./ชาร์จ CLTC ลุ้นราคาไม่เกิน 6 แสนบาท

CHERY ประเทศไทย ยืนยันเปิดตัว Chery QQ3 EV เร็วๆนี้ ระยะวิ่ง 310 – 420 กม./ชาร์จ CLTC ลุ้นราคาไม่เกิน 6 แสนบาท
Spread the love
Advertisement Advertisement
ภายในเวลาเพียงสองชั่วโมงหลังจากการเปิดให้สั่งซื้อล่วงหน้า รถยนต์รุ่นใหม่นี้ได้รับยอดสั่งซื้อถึง 21,957 คันทำให้กลายเป็นรถยนต์รุ่นใหม่ที่มาแรงอย่างไม่คาดคิดในตลาดรถ SUV ไฟฟ้าขนาดเล็กในประเทศ

CHERY ยืนยัน! เตรียมเปิดตัว Chery QQ3 EV ในไทย ปี 2569 ลุ้นราคาไม่เกิน 6 แสน

CHERY ประเทศไทย เดินหน้ารุกตลาดรถยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด ยืนยันแผนนำ Chery QQ3 EV เข้าทำตลาดในประเทศไทยภายในปี 2569 (2026) โดยคาดว่าจะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงครึ่งปีแรก หรืออาจโชว์ตัวครั้งแรกในงาน Motor Show 2026

การมาของ QQ3 EV ถือเป็นการเติมช่องว่างสำคัญในตลาด “รถไฟฟ้าราคาจับต้องได้” ซึ่งกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในไทย

สเปค Chery QQ3 EV (อ้างอิงเวอร์ชันจีน)

Chery QQ3 EV ถูกพัฒนาใหม่ทั้งหมด ต่างจาก QQ รุ่นเดิมอย่างสิ้นเชิง โดยขยับขึ้นมาเป็นรถไฟฟ้าขนาด B-Segment ที่ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน

รายละเอียดเบื้องต้นมีดังนี้:

  • รูปแบบตัวถัง Hatchback 5 ประตู
  • ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD)
  • กำลังสูงสุดประมาณ 78 – 121 แรงม้า
  • แบตเตอรี่ LFP (Lithium Iron Phosphate) ความจุ 29.48 kWh (วิ่งได้ 310 กม.) และ 41.28 kWh (วิ่งได้ 420 กม.) ตามมาตรฐาน CLTC
  • รองรับระบบช่วยขับขี่ ADAS
  • หน้าจอกลางขนาด 15.6 นิ้ว

จุดที่น่าสนใจคือ QQ3 EV ไม่ได้มาในรูปแบบ “รถจิ๋วราคาประหยัด” แบบในอดีตอีกต่อไป แต่ยกระดับเป็นรถไฟฟ้าที่มีเทคโนโลยีและฟีเจอร์ใกล้เคียงรถระดับสูงกว่า

Chery QQ3 EV เปิดตัวพรีเซลล์อย่างเป็นทางการ ในประเทศจีน

เมื่อวันที่ 10 มีนาคม Chery ได้ประกาศราคาพรีเซลล์สำหรับ QQ3 EV รถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก (Small EV) โดยมีให้เลือกทั้งหมด 4 รุ่นย่อย ในราคาตั้งแต่ 68,920 – 89,985 หยวน หรือประมาณ 316,687 – 413,481 บาท

ตารางราคาพรีเซลล์

รุ่นย่อย ราคา (หยวน) ราคา (บาท)
310km รุ่น Love  68,920 316,687
310km รุ่น Share  78,920 362,637
420km รุ่น Love  78,985 362,936
420km รุ่น Share  89,985 413,481

มอเตอร์ไฟฟ้าและพละกำลัง (Motor & Power)

ระบบขับเคลื่อน: มอเตอร์วางหลัง ขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) พร้อมช่วงล่างหลังแบบมัลติลิงก์ (Multi-link)

  • รุ่น Standard: กำลังสูงสุด 58 kW (78 hp) / แรงบิดสูงสุด 90 นิวตันเมตร
  • รุ่น High-Power: กำลังสูงสุด 90 kW (121 hp) / แรงบิดสูงสุด 115 นิวตันเมตร
  • ความจุแบตเตอรี่: มี 2 ขนาดคือ

  • 29.48 kWh

    • รุ่นแบตเตอรี่เล็ก: วิ่งได้สูงสุด 310 กม. ต่อการชาร์จ CLTC
    • DC 62kWh ชาร์จ 30-80% 15 นาที (ความเร็วชาร์จ 2.1C)
  • 41.28 kWh

    • รุ่นแบตเตอรี่ใหญ่: วิ่งได้สูงสุด 420 กม. ต่อการชาร์จ CLTC
    • DC 87kWh ชาร์จ 30-80% 14 นาที (ความเร็วชาร์จ 2.1C)

การชาร์จ (Charging AC/DC)

  • ชาร์จเร็ว (DC Fast Charge): 100kW รองรับการชาร์จจาก 30% ถึง 80% ภายในเวลาเพียง 16.5 นาที (ถือว่าเร็วมากสำหรับรถระดับนี้)
    • ใช้สถาปัตยกรรมแรงดันสูง 800V High-Voltage Platform (ซึ่งเป็นรุ่นแรกในระดับราคาต่ำกว่า 70,000 หยวนที่นำเทคโนโลยีนี้มาใช้)
  • ชาร์จปกติ (AC Charge): 7KW รองรับการชาร์จผ่าน Wallbox (ระยะเวลาชาร์จเต็มประมาณ 5-7 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับขนาดแบตเตอรี่)
  • ฟังก์ชันพิเศษ: รองรับระบบจ่ายไฟให้อุปกรณ์ภายนอก V2L (Vehicle-to-Load) สูงสุดที่ 6.6 kW

 ความเร็วและอัตราเร่ง (Speed & Acceleration)

  • อัตราเร่ง 0–50 กม./ชม.: ทำได้ใน 3.8 วินาที (ในรุ่นมอเตอร์ 90 kW)
  • ความเร็วสูงสุด (Top Speed): 125 – 135 กม./ชม. (ถูกจำกัดไว้เพื่อความปลอดภัยและการประหยัดพลังงาน)

ข้อมูลมิติตัวถัง

  • ความยาว: 4,195 มิลลิเมตร
  • ความกว้าง: 1,811 มิลลิเมตร
  • ความสูง: 1,569 มิลลิเมตร
  • ระยะฐานล้อ: 2,700 มิลลิเมตร

ข้อมูลเพิ่มเติมด้านพื้นที่และการบรรทุก

  • พื้นที่เก็บสัมภาระด้านหน้า (Frunk): มีความจุ 70 ลิตร ซึ่งถือว่าใหญ่มากสำหรับรถระดับนี้ และสามารถเปิดได้ถึง 8 รูปแบบ
  • พื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้าย: 375 ลิตร และเมื่อพับเบาะหลังจะขยายได้สูงสุดถึง 1,450 ลิตร
  • การจัดการพื้นที่: แม้ตัวรถจะยาวเพียง 4.2 เมตร แต่ด้วยฐานล้อที่ยาวถึง 2.7 เมตร (เท่ากับรถ Sedan ขนาดกลางหลายรุ่น) ทำให้มีอัตราการใช้พื้นที่ (Space Utilization) สูงถึง 85% ช่วยให้ภายในห้องโดยสารกว้างขวางเกินตัวครับ

ช่วงล่าง

  • ช่วงล่างด้านหน้า: ใช้แบบอิสระ แม็คเฟอร์สันสตรัท (MacPherson Strut) ซึ่งเป็นมาตรฐานที่เน้นความนุ่มนวลและการประหยัดพื้นที่
  • ช่วงล่างด้านหลัง: เป็นแบบอิสระ มัลติลิงก์ (Multi-link Independent Suspension) ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ “ว้าว” มากสำหรับรถระดับราคานี้ เพราะโดยปกติรถขนาดเล็กมักจะใช้ช่วงล่างหลังแบบคานบิด (Torsion Beam) เพื่อลดต้นทุน แต่การใช้มัลติลิงก์จะช่วยให้การซับแรงกระแทกทำได้ละเอียดกว่า และเพิ่มการยึดเกาะถนนได้ดีขึ้น
  • ระบบขับเคลื่อน: การที่ QQ3 EV ใช้ระบบ ขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) ร่วมกับช่วงล่างหลังแบบอิสระ ช่วยให้รถมีสมดุลที่ดีขึ้น มีรัศมีวงเลี้ยวที่แคบเพียง 5.2 เมตร ทำให้ขับขี่ในเมืองได้อย่างคล่องตัวและมีความเสถียรในช่วงความเร็วสูงมากกว่าคู่แข่งหลายรุ่น
  • โครงสร้างตัวถัง: ตัวรถสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม T12 ใหม่ล่าสุดของ Chery ที่เน้นความแข็งแกร่งและการจัดการพื้นที่ (Space Utilization) ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

การออกแบบภายนอก

  • แนวคิดการออกแบบ: ใช้ดีไซน์ทรงกลมมน (Rounded Design) ตลอดทั้งคัน เพื่อให้ดูเป็นมิตรและล้ำสมัยในสไตล์ Minimalist ที่เข้ากับคนรุ่นใหม่
  • ด้านหน้า: กระจังหน้าเป็นแบบปิดทึบตามสไตล์รถยนต์ไฟฟ้า โดเด่นด้วยไฟหน้า LED ทรงกลมขนาดใหญ่ ภายในโคมมีไฟ DRL (Daytime Running Light) เป็นเส้นแนวนอน 2 เส้นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
  • ด้านข้าง: เส้นสายตัวถังเน้นความเรียบง่ายแต่ดูมีมิติ มีการใช้มือจับประตูแบบกึ่งซ่อน (Semi-hidden Door Handles) เพื่อช่วยลดแรงต้านอากาศ (Aerodynamics) และทำให้ตัวรถดูคลีนมากขึ้น
  • เอกลักษณ์เฉพาะรุ่น: บริเวณเสา C จะมีการประดับโลโก้ตัวอักษร “Q” และที่ส่วนล่างของบานประตูจะติดโลโก้ “CHERY” เพื่อย้ำเตือนถึงตำนานของรุ่นนี้
  • ล้อและยาง: มาพร้อมล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว ดีไซน์ลายเครื่องหมายบวก (+) ที่เน้นผลทางอากาศพลศาสตร์ (Aerodynamic Wheels) ตัดกับซุ้มล้อสีดำที่ให้ความรู้สึกสปอร์ตเล็กน้อย
  • ด้านท้าย: ไฟท้ายออกแบบให้มีทรงกลมมนล้อไปกับไฟหน้า สร้างความสมดุลในการออกแบบหน้า-หลังได้อย่างลงตัว
  • สีตัวถัง: มีให้เลือกถึง 6 เฉดสี โดยเน้นโทนสีพาสเทลที่ดูนุ่มนวล เช่น สีชมพูเบจ (Pink-beige) และสีขาว (Feather White) รวมถึงมีออปชันหลังคาสีตัดกัน (Two-tone) และกระจกมองข้างแบบทูโทนให้เลือกด้วย

การออกแบบภายในห้องโดยสาร

  • หน้าจอกลางยักษ์: โดดเด่นด้วยหน้าจอสัมผัสแบบลอยตัวขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด 2.5K ซึ่งถือว่าใหญ่มากสำหรับรถระดับนี้
  • ชิปประมวลผล: ใช้ชิป Qualcomm Snapdragon 8155 ทำให้การใช้งานหน้าจอไหลลื่น รองรับการสั่งงานด้วยเสียงผ่านระบบ Carmind AI ที่โต้ตอบได้เป็นธรรมชาติ
  • ชุดมาตรวัด: หน้าจอแสดงผลผู้ขับขี่เป็นแบบดิจิทัลทรงสี่เหลี่ยม วางตัวอยู่หลังพวงมาลัยทูโทนทรง Flat-bottom
  • พื้นที่กว้างเกินตัว: ด้วยระยะฐานล้อที่ยาวถึง 2,700 มม. ทำให้มีพื้นที่วางขา (Legroom) ด้านหลังกว้างขวางเทียบเท่ารถ Sedan ขนาดกลาง โดยมีอัตราการใช้พื้นที่ภายในสูงถึง 85%
  • ช่องเก็บของอัจฉริยะ: ภายในห้องโดยสารมีจุดเก็บของกระจายอยู่มากถึง 38 จุด รอบคัน
  • เกียร์อยู่ที่คอพวงมาลัย: การย้ายคันเกียร์ไปไว้ที่คอพวงมาลัย (Column Shifter) ช่วยให้คอนโซลกลางโล่งขึ้น เพิ่มพื้นที่วางของและที่วางแก้วได้มากขึ้น
  • เบาะนั่ง: เบาะคู่หน้ามาพร้อมระบบ ระบายอากาศ (Ventilated) และ ระบบอุ่นเบาะ (Heated) ซึ่งมักพบในรถระดับพรีเมียม
  • บรรยากาศในรถ: ติดตั้งไฟ Ambient Light ปรับได้ถึง 256 สี ที่สามารถเปลี่ยนสีตามจังหวะเพลงได้
  • กระจกแต่งหน้าอัจฉริยะ: มีกระจกแต่งหน้าพร้อมไฟส่องสว่างที่ปรับอุณหภูมิสี (Color Temperature) ได้ตามต้องการ
  • ชาร์จไร้สาย: มีแท่นชาร์จสมาร์ทโฟนแบบไร้สายความเร็วสูง 50W พร้อมช่องเป่าลมเย็นเพื่อลดความร้อนขณะชาร์จ
  • ธีมการออกแบบ: เน้นความเรียบง่ายแต่สดใส มีการนำเส้นสายทรงกลมและทรงรีมาใช้ เช่น ช่องแอร์ทรงรี เพื่อให้สอดคล้องกับดีไซน์ภายนอก
  • โทนสี: มีสีภายในให้เลือก 2 โทนสีหลัก โดยเน้นสีที่ดูสว่างและสะอาดตา ช่วยให้ห้องโดยสารดูโปร่งโล่ง

ระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ Falcon 500

นี่คือหัวใจสำคัญของเทคโนโลยีการขับขี่ในรุ่นนี้ ซึ่งทำงานร่วมกับชิป Qualcomm Snapdragon 8155 (พลังประมวลผลสูงถึง 128 TOPS):

  • Urban & Highway NOA (Navigate on Autopilot): เป็นรถในกลุ่มราคา 7 หมื่นหยวนรุ่นแรกที่รองรับระบบนำทางกึ่งอัตโนมัติ ทั้งบนทางหลวง (เปลี่ยนเลน เข้า-ออกทางแยกอัตโนมัติ) และในเขตเมือง
  • City Memory Navigation: ระบบสามารถจดจำเส้นทางที่ใช้บ่อยได้สูงสุด 20 เส้นทาง เพื่อช่วยขับขี่กึ่งอัตโนมัติในเส้นทางเดิมที่คุ้นเคย
  • เซนเซอร์รอบคัน: ติดตั้งเรดาร์อัลตราโซนิก 12 จุด และกล้องรอบคัน 4 ตัว ซึ่งช่วยในการตรวจจับวัตถุได้อย่างแม่นยำแม้ไม่มี Lidar

ระบบจอดรถอัตโนมัติ (Full-Scene Automatic Parking)

  • รองรับการจอดรถอัตโนมัติมากกว่า 100 รูปแบบ (บางข้อมูลระบุว่าครอบคลุมถึง 300 ประเภท) ไม่ว่าจะเป็นการจอดขนาน เข้าซอง แนวเฉียง หรือแม้แต่ในพื้นที่แคบมาก ๆ
  • มาพร้อมระบบ One-click Parking ที่สั่งการได้ง่ายเพียงปุ่มเดียว

ระบบภาพและวิสัยทัศน์

  • กล้อง 540 องศา: ให้ภาพพาโนรามาหน้า-หลัง-ซ้าย-ขวา 360 องศา และเพิ่มมุมมอง “ใต้ท้องรถแบบโปร่งใส” (Transparent Chassis) อีก 180 องศา ช่วยให้ขับผ่านทางแคบหรืออุปสรรคได้ง่ายขึ้น

 ความปลอดภัยเชิงโครงสร้างและอุปกรณ์ (Passive Safety)

  • โครงสร้างตัวถัง Rock-solid: ใช้เหล็กกล้าความแข็งแรงสูง (High-strength steel) ถึง 72% และเหล็กขึ้นรูปร้อน (Hot-formed steel) 19% เพื่อเสริมความแกร่งของห้องโดยสาร
  • ถุงลมนิรภัย: ติดตั้งมาให้สูงสุดถึง 6 ตำแหน่ง รอบคัน
  • Sentry Mode: ระบบเฝ้าระวังขณะจอดรถ (โหมดโจรเรียกพี่) ที่จะบันทึกภาพและแจ้งเตือนเมื่อมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นรอบตัวรถ

ฟีเจอร์ล้ำสมัยอื่น ๆ

  • External Speaker: สามารถส่งเสียงพูดออกไปนอกรถเพื่อสื่อสารกับคนเดินถนนหรือเตือนรถคันอื่นได้
  • AI Lingxi & Voiceprint: ระบบจำเสียงเจ้าของรถ (Voiceprint replication) เพื่อยืนยันตัวตนและปรับตั้งค่าส่วนตัวโดยอัตโนมัติ

 

Advertisement Advertisement

 

dongchedi

Advertisement Advertisement

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้ได้