มีอะไรดี ? BYD : Blade Battery เจน 2 : วิ่งได้ 1,000 กม./ชาร์จ ชาร์จ 10-97% 9 นาที เบลด แบตเตอรี่ โฉมใหม่

รายงาน 8 มีนาคม ระบุว่า เมื่อวันที่ 5 มีนาคมที่ผ่านมา BYD ได้เปิดตัว “แบตเตอรี่ Blade รุ่นที่ 2” พร้อมแท่นชาร์จเร็วกำลังสูงสุดในโลกสำหรับการผลิตจริง ซึ่งก็คือ BYD Flash Charging Station ที่ให้กำลังชาร์จต่อหัวจ่ายสูงสุดถึง 1,500 kW
BYD ยืนยัน “ชาร์จแฟลช” ไม่กระทบอายุแบตเตอรี่
BYD ออกมาพูดถึงประเด็นที่หลายคนสงสัยอีกครั้งว่า การชาร์จแบบ Flash Charging จะทำให้อายุแบตเตอรี่สั้นลงหรือไม่
ทางบริษัทระบุว่า
-
เทคโนโลยีชาร์จแฟลชของแบตเตอรี่ Blade รุ่นที่ 2 ไม่ส่งผลเสียต่ออายุการใช้งานแบตเตอรี่
-
สามารถ ชาร์จได้รวดเร็วมาก พร้อมความทนทานสูง
-
อีกทั้ง อัตราการคงความจุของแบตเตอรี่ตามเงื่อนไขรับประกัน ยังเพิ่มขึ้นโดยรวมประมาณ 2.5%
ความเร็วชาร์จระดับใหม่ของ EV
BYD ระบุว่าแบตเตอรี่ Blade Battery รุ่นที่ 2
-
ชาร์จจาก 10% → 70% ใช้เวลาเพียง 5 นาที
-
ชาร์จจาก 10% → 97% ใช้เวลาเพียง 9 นาที
ซึ่งถือเป็น สถิติความเร็วการชาร์จระดับใหม่ของรถไฟฟ้า

ทำไมชาร์จถึงแค่ 97%
หวัง ฉวนฝู (Wang Chuanfu) ประธานและ CEO ของ BYD อธิบายว่า เหตุผลที่ชาร์จสูงสุด 97% ไม่ใช่ 100% เพราะบริษัท สำรองพลังงาน 3% ไว้สำหรับระบบชาร์จพลังงานจากการเบรก (Regenerative Braking)
การออกแบบแบบนี้จะช่วย
- เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานของรถ
- ลดการสูญเสียพลังงาน
- ทำให้ระบบจัดการพลังงานทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ไฮไลต์ของแบตเตอรี่ Blade Battery รุ่นที่ 2 และเทคโนโลยี Flash Charging
- รองรับการชาร์จเร็วกำลังสูงพิเศษ
- ใช้สถานีชาร์จ BYD Flash Charging กำลังสูงสุด 1,500 kW ต่อหัวจ่าย
- ความเร็วชาร์จระดับ 5 นาที ได้พลังงานมากกว่า 60%
- อายุการใช้งานแบตเตอรี่ไม่ลดลงจากการชาร์จเร็ว
- ความสามารถในการรักษาความจุแบตเตอรี่ดีขึ้น 2.5%
BYD มอง “สลับแบตเตอรี่ vs ชาร์จเร็ว” ไม่ใช่การแข่งขัน
ในประเด็นที่สื่อถามเกี่ยวกับ การสลับแบตเตอรี่ (Battery Swap) กับการชาร์จเร็ว (Flash Charging)
หลี่ หยุนเฟย (Li Yunfei) ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายแบรนด์และประชาสัมพันธ์ของ BYD กล่าวว่า
“แม้การสลับแบตเตอรี่และการชาร์จแฟลชจะเป็นคนละแนวทาง
แต่ทั้งสองอย่างต่างก็เป็นทางเลือกที่ดี
เป็นการพัฒนาแบบหลากหลาย และสุดท้ายก็มีเป้าหมายเดียวกัน”
BYD เปิดตัว Blade Battery เจน 2 : วิ่งได้ 1,000 กม./ชาร์จ ชาร์จ 10-97% 9 นาที



BYD ปฏิวัติวงการ EV เปิดตัว Blade Battery รุ่นที่ 2 และระบบ Flash Charge 1,500 kW
BYD ได้เผยโฉม แบตเตอรี่ Blade เจนเนอเรชันที่ 2 ที่ทำงานร่วมกับเครื่องชาร์จความเร็วสูงพิเศษ (Ultra-fast Flash Chargers) เพื่อมอบประสิทธิภาพที่รวดเร็วอย่างเหนือชั้น โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อลบจุดด้อยของรถยนต์ไฟฟ้าในเรื่องระยะเวลาการรอชาร์จ ให้ประสบการณ์รวดเร็วเหมือนการเติมน้ำมัน
ไฮไลต์ด้านความเร็วในการชาร์จ
- 10% ถึง 97%: ใช้เวลาเพียง 9 นาที
- 10% ถึง 70%: ใช้เวลาเพียง 5 นาที
- BYD ระบุว่านี่คือการสร้าง “สถิติโลกใหม่สำหรับความเร็วในการชาร์จที่เร็วที่สุดในรถยนต์รุ่นที่ผลิตจำนวนมาก (Mass-produced)”
- ประสิทธิภาพในที่หนาวจัด: แม้ในอุณหภูมิติดลบถึง -30°C ก็ยังสามารถชาร์จจาก 20% ถึง 97% ได้ภายในเวลาเพียง 12 นาที
สเปกและโครงสร้างพื้นฐาน
- ระยะทางวิ่ง: แบตเตอรี่รุ่นนี้อาจส่งผลให้รถวิ่งได้ไกลสูงสุดถึง 1,036 กิโลเมตร (644 ไมล์)
- เครื่องชาร์จ Flash Charger: มีกำลังไฟสูงถึง 1,500 kW ซึ่งแรงกว่าเครื่องชาร์จทั่วไปในปัจจุบันมากกว่า 1,000 kW
- การขยายเครือข่าย: BYD วางแผนจะติดตั้งเครื่องชาร์จ Flash Charger จำนวน 20,000 แห่งทั่วประเทศจีน ภายในสิ้นปีนี้ (ปัจจุบันติดตั้งไปแล้ว 4,239 แห่ง)
ความทนทานและการรับประกัน (Capacity Retention)
แบตเตอรี่รุ่นที่ 2 นี้เก็บประจุได้ดีกว่ารุ่นแรก โดยมีอัตราการคงสภาพแบตเตอรี่ที่เพิ่มขึ้น 2.5% ในทุกช่วงอายุการใช้งาน:
- 2 ปี หรือ 50,000 กม.: แบตเตอรี่จะยังคงมีความจุไม่ต่ำกว่า 87.5%
- 6 ปี หรือ 150,000 กม.: แบตเตอรี่จะยังคงมีความจุไม่ต่ำกว่า 77.5%
- 8 ปี: แบตเตอรี่จะยังคงมีความจุไม่ต่ำกว่า 72.5%
บริบทการแข่งขัน ก้าวสู่ “รอบน็อกเอาต์” ของตลาด EV
เปรียบเทียบตลาดรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) เหมือนการแข่งขันฟุตบอลโลก ช่วงปีก่อนหน้านี้ (จนถึงปี 2025) เป็นเพียง “รอบคัดเลือก” ที่แบรนด์ต่างๆ เข้ามาช่วงชิงพื้นที่และแข่งขันด้วยราคา แต่ตั้งแต่ปี 2026 เป็นต้นไป ตลาดได้เข้าสู่ “รอบน็อกเอาต์” (淘汰赛) อย่างแท้จริง ผู้บริโภคไม่ได้มองหาแค่รถที่ราคาถูก แต่ต้องการเทคโนโลยีที่แก้ปัญหา Pain Point ได้จริง (เช่น ชาร์จช้า, แบตเตอรี่เสื่อม, ขับหน้าหนาวไม่ได้) การที่ BYD ชิงเปิดตัวเทคโนโลยีชุดใหญ่ในวันที่ 5 มีนาคม จึงเป็นการ “เปิดแผล” คู่แข่ง และตอกย้ำความเป็นผู้นำเบอร์หนึ่งของวงการ
เจาะลึกนวัตกรรม: แบตเตอรี่เบลดเจเนอเรชันที่ 2 (Second-generation Blade Battery)
นี่ไม่ใช่แค่การอัปเกรดเล็กๆ แต่เป็นการรื้อโครงสร้างใหม่หมดใน 4 ระดับ (วัสดุ, ขั้วไฟฟ้า, เซลล์, และระบบแพ็ก) เพื่อรีดศักยภาพสูงสุดของแบตเตอรี่เหลว (Liquid Battery) ออกมา
เทคโนโลยีล้ำสมัยที่ซ่อนอยู่ภายใน:
-
ช่องทางอพยพความเร็วสูงของลิเธียมไอออน: ออกแบบโครงสร้างภายในใหม่ให้ลิเธียมไอออนเคลื่อนที่ได้เร็วขึ้น ส่งผลให้ “ความต้านทานภายใน” ต่ำลงอย่างมาก ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้รับกระแสไฟมหาศาลได้โดยไม่ร้อนจัด
-
การระบายความร้อนแบบขนาน (Parallel Heat Conduction): ใช้ฟอยล์ทองแดงและฟอยล์อลูมิเนียมทำงานร่วมกันเพื่อดึงความร้อนออกจากเซลล์แบตเตอรี่ให้เร็วที่สุด
Advertisement Advertisement -
ระบบจัดการความร้อนระดับมิลลิวินาที: เซนเซอร์และระบบ AI ที่ควบคุมอุณหภูมิแบตเตอรี่ได้แบบเรียลไทม์ในทุกสภาพอากาศ
สถิติการชาร์จที่เปลี่ยนพฤติกรรมผู้ใช้:
-
อุณหภูมิปกติ: ชาร์จ 10% – 70% ใช้เวลาเพียง 5 นาที / ชาร์จ 10% – 97% ใช้เวลาเพียง 9 นาที (แวะเข้าห้องน้ำกลับมา แบตเตอรี่ก็เต็มแล้ว)
-
สภาพอากาศหนาวจัด (ติดลบ): ชาร์จ 20% – 97% ได้ใน 12 นาที (แก้ปัญหาแบตเตอรี่ชาร์จไม่เข้าในฤดูหนาว ซึ่งเป็นจุดตายของ EV ในอดีต)
มาตรฐานความปลอดภัย (ทรหดกว่าเดิม):
-
เจาะทะลุขณะชาร์จ: ทดลองชาร์จเร็วแบบ Flash Charge ครบ 500 รอบ แล้วนำแบตเตอรี่มาแทงด้วยเข็มขณะกำลังชาร์จ ทิ้งไว้ 2 ชั่วโมง พบว่า “ไม่มีควัน ไม่ไฟไหม้ ไม่ระเบิด”
-
ทนทานต่อการลามไฟ: บังคับให้เซลล์แบตเตอรี่ 4 ก้อนเกิดการลัดวงจรและร้อนจัด (Thermal Runaway) ทิ้งไว้ 24 ชั่วโมง ไฟก็ไม่ลามไปก้อนอื่น และแพ็กแบตเตอรี่ไม่ระเบิด
-
ทนแรงกระแทก: จำลองการกระแทกใต้ท้องรถด้วยพลังงาน 1,500 จูล แบตเตอรี่ก็ยังคงปลอดภัย
นโยบายรับประกันที่ดุดัน: เปลี่ยนแบตเตอรี่ฟรี หากความจุลดลงต่ำกว่า 77.5% ภายใน 6 ปี หรือ 150,000 กม. (โดยรวมแล้วรักษาความจุได้ดีขึ้น 2.5%) และยังคงรับประกันเซลล์แบตเตอรี่ตลอดอายุการใช้งาน
(หมายเหตุ: มีข่าวลือในวงการว่าแบตเตอรี่รุ่นนี้อาจใช้วัสดุ LMFP ผสมซิลิคอนคาร์บอน ทำให้ได้ความหนาแน่นพลังงานถึง 200Wh/kg และใช้พื้นที่แพ็กได้ถึง 76% แม้ BYD จะยังไม่ยืนยันตัวเลขนี้ แต่ก็เป็นทิศทางที่น่าสนใจมาก)
ปฏิวัติโครงสร้างพื้นฐาน: สถานีชาร์จแฟลชระดับเมกะวัตต์ (Megawatt Flash Charging Station)
เทคโนโลยีแบตเตอรี่จะไร้ความหมายหากไม่มีตู้ชาร์จที่รองรับ BYD จึงสร้าง Ecosystem ของตัวเองขึ้นมาใหม่ทั้งหมด
สเปกตู้ชาร์จระดับ “สัตว์ประหลาด”:
-
กำลังไฟมหาศาล: หัวชาร์จเดี่ยวจ่ายไฟสูงสุด 1,500kW (ตู้เมน 1 ตู้จ่ายไฟรวมได้ 2,100kW) รองรับสถาปัตยกรรมแรงดันไฟฟ้าตั้งแต่ 400V ถึง 1,000V สามารถชาร์จรถได้ทุกแบรนด์ในตลาด
-
แก้ปัญหาสายชาร์จหนัก: ใช้ระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวเต็มรูปแบบ (Full Liquid Cooling) ทำให้สายชาร์จมีน้ำหนักเพียง 2 กิโลกรัม
-
ดีไซน์ตู้แบบรางแขวน (T-type): เลิกใช้ตู้ชาร์จแบบเดิมที่สายกองกับพื้น เปลี่ยนเป็นระบบรางเลื่อนแขวนด้านบน ดึงลงมาเสียบง่าย ไม่เลอะเทอะ ไม่แข็งตัวในหน้าหนาว และมีแอปพลิเคชันที่เสียบปุ๊บชาร์จปั๊บ ตัดเงินอัตโนมัติ
ไฮไลต์สำคัญ: สยบปัญหาไฟตกด้วย “แบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน” ประเทศจีนมีกำลังผลิตไฟฟ้าทั้งหมด 3,800GW แต่ถ้าเปลี่ยนจุดชาร์จ 4.8 ล้านแห่งเป็นตู้ระดับ 1MW จะต้องใช้ไฟถึง 4,800GW (ไฟดับทั้งประเทศแน่นอน) BYD แก้ปัญหานี้ด้วยการ “ใส่แบตเตอรี่สำรองขนาดใหญ่เข้าไปในตู้ชาร์จทุกตู้” ตู้ชาร์จจะค่อยๆ ดึงไฟบ้านปกติ (100kW) มาเก็บไว้ และเมื่อรถมาเสียบชาร์จ มันจะคายประจุแบบซูเปอร์ชาร์จ (1,000kW+) เข้าสู่รถโดยตรง ทำให้ตู้ชาร์จ 1 ตู้รองรับรถได้ถึง 50 คันต่อวัน (ประสิทธิภาพเทียบเท่าเด็กปั๊มเติมน้ำมัน)
แผนปูพรม “Flash Charge China”
- ตั้งเป้าสร้าง 20,000 สถานี ภายในสิ้นปี 2026 (เป็นสถานีร่วม 18,000 แห่ง และสถานีริมทางหลวง 2,000 แห่ง)
- แคมเปญ Round Dream Station: หากรวมตัวเจ้าของรถได้ 4 คน และพื้นที่มีความพร้อม BYD จะไปสร้างสถานีชาร์จให้เสร็จภายใน 1 สัปดาห์
- พิเศษสุด: ลูกค้ารถยนต์ที่ใช้แบตเตอรี่เบลดยุคที่ 2 ได้รับสิทธิ์ ชาร์จ Flash ฟรี 1 ปี
เทคโนโลยี PHEV ที่ลบเส้นแบ่งระหว่าง EV และไฮบริด
แม้ในงานจะไม่เน้นพูดถึงเครื่องยนต์ PHEV แต่ตัวเลขของ Denza Z9GT รุ่น Flash Charge กลับส่งเสียงดังมาก:
-
อัปเกรดความจุแบตเตอรี่จาก 38.5kWh เป็น 63.8kWh (ความจุเท่ารถ EV ล้วนขนาดกลาง)
-
ระยะทางวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วน (EV Range) กระโดดจาก 201 กม. เป็น 401 กม. สิ่งนี้ชี้ให้เห็นว่า รถ PHEV เจเนอเรชันต่อไปของ BYD จะสามารถใช้งานแบบไม่ต้องเติมน้ำมันได้เลยในการขับขี่ทั่วไปตลอดสัปดาห์ น้ำมันจะถูกเก็บไว้ใช้เฉพาะการเดินทางไกลข้ามเมืองเท่านั้น
กองทัพรถใหม่ 11 รุ่น นำโดย “BYD Da Tang” (大唐)
BYD ขนทัพรถใหม่ที่รองรับการชาร์จแฟลชและแบตเตอรี่ยุคที่ 2 มาถึง 11 รุ่น ตั้งแต่รุ่นจับต้องได้อย่าง Song Ultra EV (ราคาคาดการณ์ 1.55 แสนหยวน หรือราว 7.1 แสนบาท) ไปจนถึงรุ่นหรูอย่าง Yangwang U7 (วิ่งไกล 1,006 กม.) และ U8
รายชื่อทั้ง 11 รุ่น พร้อมระยะทางขับขี่ด้วยไฟฟ้าล้วน (EV Range) มีดังนี้ครับ:
กลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าล้วน (BEV) วิ่งได้ระยะทางไกลพิเศษ
- BYD Da Tang (大唐): ระยะทาง 950 กม. (SUV ขนาดใหญ่ระดับเรือธงรุ่นใหม่ล่าสุด)
- New Denza Z9GT: ระยะทาง 1,036 กม.
- Song Ultra EV: ระยะทาง 710 กม. (เป็นรุ่นที่ราคาเข้าถึงง่ายที่สุดในกลุ่มนี้ เปิดพรีเซลล์ที่ประมาณ 1.55 แสนหยวน หรือราวๆ 7.7 แสนบาท)
- Sea Lion 06 EV: ระยะทาง 710 กม.
- Seal 07 EV: ระยะทาง 705 กม.
- Seal 08: (ยังไม่ประกาศตัวเลขอย่างเป็นทางการ)
- Ti 3 Flash Charge (钛3): ระยะทาง 620 กม.
- Ti 7 EV Flash Charge (钛7): ระยะทาง 755 กม.
- New Yangwang U7: ระยะทาง 1,006 กม. (ซีดานระดับซูเปอร์ลักชัวรี)
กลุ่มรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV)
- 10. New Yangwang U8: ระยะทางขับขี่ด้วยไฟฟ้าล้วน 230 กม.
- 11. New Yangwang U8L: ระยะทางขับขี่ด้วยไฟฟ้าล้วน 230 กม.
หมายเหตุ: ผู้ที่ซื้อรถยนต์ทั้ง 11 รุ่นนี้ในจีน จะได้รับสิทธิพิเศษ “ชาร์จแฟลชฟรี 1 ปี” ตามแคมเปญของ BYD ด้วยครับ
ไฮไลต์สำคัญ: การเปิดตัว “BYD Da Tang” (大唐) นี่คือรถ SUV ขนาด Full-Size รุ่นเรือธงของซีรีส์ Dynasty ที่สร้างมาเพื่อเจาะตลาดรถหรูระดับราคา 400,000 หยวนขึ้นไป (ประมาณ 2 ล้านบาทขึ้นไป)
- มิติตัวถังใหญ่มหึมา: ยาว 5,263 มม. กว้าง 1,999 มม. สูง 1,790 มม. ฐานล้อกว้างขวางถึง 3,130 มม.
- ความหรูหราภายใน: จัดวางเบาะ 7 ที่นั่ง (2+2+3) แถวหน้ามีจอ 3 จอพร้อม HUD แถวสองเป็นเบาะ Zero Gravity พร้อมโต๊ะพับ ตู้เย็น และจอเอนเตอร์เทนเมนต์ส่วนตัว
-
สมรรถนะระดับซูเปอร์คาร์ (ในร่าง SUV):
- รุ่น EV วิ่งได้ไกลสุด 950 กม. อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 3.9 วินาที
- รุ่น DM-i (PHEV) ใช้มอเตอร์ทรงพลัง 300 kW
-
ช่วงล่างอัจฉริยะ: ติดตั้งระบบ DiSus-A (云辇-A) แบบถุงลมคู่ (Dual-chamber air suspension) ทำงานร่วมกับกล้องสแกนพื้นถนนล่วงหน้า เพื่อปรับความนุ่มนวลให้เข้ากับสภาพถนนแบบเรียลไทม์
| หัวข้อเปรียบเทียบ | Blade Battery Gen 1 (2020) | Blade Battery Gen 2 (2026) |
|---|---|---|
| ความหนาแน่นของพลังงาน | 140 – 150 Wh/kg | สูงขึ้น (คาดการณ์ 180-190+ Wh/kg) |
| การชาร์จ (10% – 70%) | 30 – 40 นาที | 5 นาที (Flash Charge) |
| การชาร์จ (10% – 97%) | 60+ นาที | 9 นาที |
| ประสิทธิภาพในที่เย็น (-30°C) | ชาร์จช้าลงมาก/ความจุลดลง | 20% – 97% ใน 12 นาที |
| แรงดันไฟฟ้าสูงสุด | 400V – 800V | 1,000V (High Voltage System) |
| ระยะทางวิ่งสูงสุด (CLTC) | 500 – 700 กม. | 1,000+ กม. (เช่น Denza Z9GT) |
| เทคโนโลยีตู้ชาร์จที่รองรับ | Supercharger ทั่วไป | BYD Flash Charge 1,500kW |
| อายุการใช้งานและระบบความปลอดภัย | มาตรฐานสูง (Nail Test) | ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น |

โชว์รูมแตกในจีน หลังจาก BYD เปิดตัว Blade Battery เจน 2 ชาร์จไว ผู้คนสนใจมาก
เรียบเรียงข้อมูลอ้างอิงจาก: CarNewsChina (March 2026 Analysis)
https://www.car250.com/denza-z9gt-china.html
