เปิดตัว BYD Song Ultra EV ในจีน พร้อม แบตเตอรี่ Blade Battery เจนที่ 2 ราคา 712,000 – 850,000 บาท ชาร์จไว 30-80% 9 นาที



เปิดสเปก BYD Song Ultra EV: รถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมที่จัดเต็มทุกเทคโนโลยี ในประเทศจีน
ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในปัจจุบันแข่งขันกันอย่างดุเดือด แต่ละค่ายต่างงัดไม้เด็ดออกมาประชันกันอย่างไม่มีใครยอมใคร และล่าสุดแบรนด์ยักษ์ใหญ่อย่าง BYD ก็ได้สร้างความฮือฮาอีกครั้งด้วยการมาของ BYD Song Ultra EV รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% สไตล์ SUV ที่ตั้งใจเกิดมาเพื่อยกระดับความพรีเมียมให้เหนือกว่ามาตรฐานเดิมๆ ในตลาด
รถรุ่นนี้ไม่ได้มีดีแค่ขนาดตัวถังที่กว้างขวางตอบโจทย์ครอบครัว แต่ยังอัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีระดับเรือธง ไม่ว่าจะเป็นระยะทางขับขี่ที่วิ่งได้ไกลทะลุ 710 กิโลเมตรต่อชาร์จ, ระบบช่วงล่างอัจฉริยะ DiSus-C ที่ขึ้นชื่อเรื่องความนุ่มนวลหนึบ ไปจนถึงห้องโดยสารระดับเฟิร์สคลาสที่ใส่ฟังก์ชันเหนือความคาดหมายอย่าง “ตู้เย็นอัจฉริยะบิลต์อิน” และ “เบาะนวดไฟฟ้า”
ราคา BYD Song Ultra EV (เปิดตัวที่ประเทศจีน)
*หมายเหตุ: ราคาแปลงเป็นเงินบาท (THB) เป็นการประมาณการเบื้องต้น (อ้างอิงอัตราแลกเปลี่ยน 1 CNY ≈ 4.60 THB) ยังไม่รวมภาษีและค่าธรรมเนียมนำเข้าของประเทศไทย
| รุ่นย่อย (Trim) | ราคาจีน (CNY) | ราคาไทยโดยประมาณ (THB) |
|---|---|---|
| 605KM (Leading) | ¥155,000 | 712,225 บาท |
| 605KM (Transcendent) | ¥165,000 | 758,175 บาท |
| 710KM(Transcendent) | ¥175,000 | 804,125 บาท |
| 710KM(Excellence) | ¥185,000 | 850,075 บาท |
มิติตัวถังและพื้นที่ใช้สอย
ตัวรถถูกออกแบบมาให้มีความกว้างขวาง ตอบโจทย์การใช้งานแบบครอบครัว โดยมีขนาดมิติตัวถังเท่ากันในทุกรุ่นย่อย ดังนี้:
- กว้าง x ยาว x สูง: 4,850 × 1,910 × 1,670 มม.
- ระยะฐานล้อ (Wheelbase): 2,840 มม.
- รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด: 5.5 เมตร
- พื้นที่เก็บสัมภาระด้านหน้า (Frunk): 150 ลิตร
- พื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้าย (Trunk): 730 ลิตร (ขยายได้สูงสุด 1,659 ลิตร เมื่อพับเบาะ)
- ขนาดล้อ: ล้ออัลลอย 19 นิ้ว (ยาง 235/50 R19)
สมรรถนะขุมพลัง และ แบตเตอรี่
BYD Song Ultra EV ขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) ด้วยมอเตอร์ซิงโครนัสชนิดแม่เหล็กถาวร ประสิทธิภาพสูง มาพร้อมเทคโนโลยีชิป Silicon Carbide (SiC) แบ่งออกเป็น 2 สเปกแบตเตอรี่:
| ข้อมูลจำเพาะ | รุ่น 605KM | รุ่น 710KM |
|---|---|---|
| พละกำลังสูงสุด | 240 kW (321 แรงม้า) | 270 kW (362 แรงม้า) |
| แรงบิดสูงสุด | 305 N·m | 305 N·m |
| ความจุแบตเตอรี่ | 69.07 kWh | 82.7 kWh |
| ระยะทาง (CLTC) | 605 กม. | 710 กม. |
เทคโนโลยีแบตเตอรี่ ใช้แบตเตอรี่ Blade Battery รุ่นที่ 2 ของ BYD พร้อมเทคโนโลยีชาร์จเร็ว
ชาร์จเร็วตัวเลขนี้ต้องใช้ ตู้ชาร์จ Ultra Fast ของ BYD โดยเฉพาะ ซึ่งจีนกำลังเริ่มติดตั้ง
- ชาร์จ 5 นาที วิ่งได้ประมาณ 60 กิโลเมตร พร้อมใช้งานทันที
- ชาร์จจาก 30% ถึง 80% ใช้เวลาประมาณ 9 นาที
- ในอุณหภูมิ –30°C ใช้เวลาเพิ่มเพียงประมาณ 3 นาที
โครงสร้างรถและระบบช่วงล่างสุดล้ำ
ไฮไลต์สำคัญของรุ่นนี้คือโครงสร้างตัวถังแบบ CTB (Cell-to-Body) ที่รวมแบตเตอรี่เข้ากับโครงสร้างรถ เพิ่มความแข็งแรงและกว้างขวาง นอกจากนี้ยังมาพร้อมเทคโนโลยี:
- ระบบควบคุมโช้คอัพอัจฉริยะ DiSus-C ปรับความหนืดอัตโนมัติเพื่อความนุ่มนวล
- ระบบกันสะเทือนหน้าอิสระแม็คเฟอร์สันสตรัท / หลังอิสระแบบไฟว์ลิงก์ (Five-link)
- ระบบปั๊มความร้อน (Heat Pump) เจนเนอเรชั่นใหม่ ทำงานร่วมกับระบบอุ่นแบตเตอรี่แบบพัลส์
- ระบบช่วยรักษาเสถียรภาพเมื่อยางระเบิดขณะความเร็วสูง (TBC)

การออกแบบภายนอก (Exterior Design) หรูหรา ลู่ลม และตอบโจทย์การใช้งาน
นอกเหนือจากมิติตัวถังที่ใหญ่โตระดับ D-SUV ด้วยความยาวถึง 4,850 มม. และความกว้าง 1,910 มม. แล้ว ดีไซน์ภายนอกของ BYD Song Ultra EV ยังถูกออกแบบมาโดยคำนึงถึงทั้งความสวยงามพรีเมียมและหลักอากาศพลศาสตร์ (Aerodynamics) เพื่อรีดระยะทางขับขี่ให้ได้ไกลที่สุด โดยมีไฮไลต์อุปกรณ์ภายนอกที่น่าสนใจดังนี้:
- ล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว (19-inch Alloy Wheels): มีให้เลือก 2 ลวดลายตามรุ่นย่อย ได้แก่ ล้ออัลลอยทูโทนสไตล์สปอร์ต และ ล้ออัลลอยแบบลดแรงต้านทานอากาศ (Low aerodynamic drag) ที่ช่วยยืดระยะทางวิ่งให้ไกลขึ้น (รัดด้วยยางขนาด 235/50 R19)
- หลังคากระจก Panoramic (Panoramic Canopy): หลังคากระจกบานใหญ่ที่ช่วยเพิ่มความโปร่งโล่งในห้องโดยสาร มาพร้อม “ม่านบังแดดเปิด-ปิดด้วยไฟฟ้า” ซึ่งตอบโจทย์สภาพอากาศเมืองไทยมากๆ
- กระจกกันเสียงและกันความร้อนระดับ VIP:
- บานหน้าและประตูคู่หน้า: ใช้กระจกกันเสียงแบบสองชั้น (Double-layer acoustic glass) ช่วยตัดเสียงลมและเสียงรบกวนจากภายนอกให้ห้องโดยสารเงียบกริบ
- บานหลังและประตูคู่หลัง: ใช้กระจกกรองแสงสีเข้ม (Black privacy thermal insulation glass) ช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวและลดความร้อนจากแสงแดด
- ระบบประตูท้ายและช่องเก็บของอัจฉริยะ:
- ฝากระโปรงหน้า (Frunk): ความจุ 150 ลิตร มาพร้อมระบบปลดล็อกไฟฟ้าที่ล้ำสมัยด้วยฟังก์ชัน “เคาะเพื่อปลดล็อก (Knock-to-unlock)” เพิ่มความสะดวกเวลาถือของเต็มสองมือ
- ประตูท้ายรถ (Tailgate): เป็นระบบเปิด-ปิดด้วยไฟฟ้าอัจฉริยะ ใช้งานสะดวกสบาย
*การออกแบบภายนอกของรุ่นนี้ไม่เพียงแต่เน้นความสวยงาม แต่ยังใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างเรื่องความเงียบ (NVH) และความสะดวกสบายในการเข้าถึงพื้นที่เก็บสัมภาระอย่างแท้จริง

การออกแบบภายในห้องโดยสาร (Interior & Smart Cockpit): พรีเมียม ล้ำสมัย ดุจที่นั่งเฟิร์สคลาส
ก้าวเข้าสู่ห้องโดยสารของ BYD Song Ultra EV คุณจะสัมผัสได้ถึงการยกระดับความหรูหราที่เหนือกว่ารถยนต์ไฟฟ้าในระดับเดียวกัน การออกแบบภายในผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ากับวัสดุพรีเมียม เพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางที่ดีที่สุดให้กับทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร โดยมีรายละเอียดแบบ Full Spec ดังนี้:
ระบบหน้าจอและห้องโดยสารอัจฉริยะ (DiLink Smart Cockpit)
ศูนย์กลางการควบคุมของรถคันนี้ขับเคลื่อนด้วยระบบปฏิบัติการ DiLink 100 และ DiLink 150 (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย) พร้อมรองรับการเชื่อมต่อเครือข่าย 5G ความเร็วสูง:
- หน้าจอกลางแบบสัมผัสขนาด 15.6 นิ้ว: คมชัดและตอบสนองไว สามารถหมุนได้ตามเอกลักษณ์ของ BYD
- หน้าจอเรือนไมล์ผู้ขับขี่ขนาด 10.25 นิ้ว: แสดงข้อมูลการขับขี่ครบถ้วนแบบ Full LCD
- หน้าจอแสดงผลบนกระจกหน้า (W-HUD) ขนาดใหญ่ 26 นิ้ว: ไม่ต้องละสายตาจากถนน ข้อมูลการนำทางและความเร็วจะแสดงขึ้นบนกระจกหน้าอย่างชัดเจน
- ระบบสั่งการด้วยเสียง AI อัจฉริยะ 4 โซน: รองรับการสนทนาต่อเนื่อง และมีฟังก์ชัน “เห็นอะไรสั่งได้เลย (Visible and Speakable)” แยกการสั่งงานอิสระทั้ง 4 ที่นั่ง
- ระบบจดจำบุคคล (Face ID & One ID): กล้องสแกนใบหน้าผู้ขับขี่ เพื่อปรับตำแหน่งเบาะนั่ง แอร์ และหน้าจอ ตามโปรไฟล์ของผู้ใช้งานแต่ละคนโดยอัตโนมัติ
เบาะนั่งและความสะดวกสบายระดับ VIP
เบาะนั่งทั้งหมดหุ้มด้วย หนังเกรดพรีเมียม พร้อมบุฟองน้ำแบบนุ่มพิเศษ (Comfortable Sponge) ที่ช่วยลดความเมื่อยล้าเมื่อเดินทางไกล:
- เบาะนั่งคู่หน้าจัดเต็ม: มาพร้อมระบบระบายอากาศ (Ventilation), ระบบทำความร้อน (Heater) และ ระบบนวดไฟฟ้า (Massage) รวมถึงระบบจดจำตำแหน่ง (Memory Seat) และที่ดันหลังปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง
- ผู้ขับขี่: ปรับเบาะไฟฟ้าได้สูงสุด 8 ทิศทาง (รุ่นท็อป) หรือ 6 ทิศทาง (รุ่นเริ่มต้น)
- ผู้โดยสารตอนหน้า: ปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง พร้อมไฮไลต์อย่าง ที่รองน่องปรับไฟฟ้า (Power Leg Rest) ให้เหยียดขาสบายราวกับนั่งเครื่องบินเฟิร์สคลาส
- คันเกียร์ดีไซน์หรูหราแบบ คอลัมน์ชิฟเตอร์ (Electronic Column Shifter) ย้ายไปอยู่หลังพวงมาลัย ทำให้คอนโซลกลางโล่งและใช้งานพื้นที่ได้คุ้มค่าขึ้น
ออปชันพิเศษและสิ่งอำนวยความสะดวกสุดล้ำ
BYD ใส่ใจรายละเอียดการใช้ชีวิตในรถ (In-car Life) ด้วยการติดตั้งฟีเจอร์ที่หาได้ยากในรถระดับเดียวกัน:
- ตู้เย็นอัจฉริยะแบบบิลต์อิน: สามารถตั้งค่าได้ทั้ง ทำความเย็น (สำหรับเครื่องดื่ม) และ ทำความร้อน (สำหรับอุ่นอาหาร)
- แท่นชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย 50W: ชาร์จไวทันใจ พร้อมพัดลมระบายความร้อนในตัว ช่วยยืดอายุแบตเตอรี่มือถือ
- ระบบน้ำหอมปรับอากาศอัจฉริยะ (Smart Fragrance): สร้างบรรยากาศผ่อนคลายภายในห้องโดยสาร
- ระบบป้องกันอาการเมารถอัจฉริยะ (Anti-motionsickness): ซอฟต์แวร์ช่วยปรับอัตราเร่งและการเบรกให้นุ่มนวล ลดอาการวิงเวียนของผู้โดยสาร
- ช่องต่อขยายอุปกรณ์แบบเกลียว (Ecological expansion interface): จุดยึดพิเศษบริเวณคอนโซลสำหรับติดกล้อง GoPro, ขาตั้งมือถือ หรืออุปกรณ์เสริมอื่นๆ ได้อย่างแน่นหนา
- ระบบเสียงทรงพลัง:
- รุ่น 605KM: ลำโพง 8 ตำแหน่ง (High-Fidelity)
- รุ่น 710KM: จัดเต็มด้วย ลำโพง 16 ตำแหน่ง แบรนด์ DiSound พร้อมระบบเสียงปรับแต่งระดับ Hi-Fi
*นอกจากนี้ยังมีโหมดอเนกประสงค์ (Multi-scene modes) เช่น โหมดแคมป์ปิ้ง, โหมดพักผ่อน (Nap mode) และระบบรักษาความปลอดภัย Sentry Mode ที่ทำงานร่วมกับกล้องรอบคันและบันทึกภาพหน้ารถ (Dashcam) ได้อีกด้วย
ระบบช่วยเหลือการขับขี่ DiPilot (ADAS)
ปลอดภัยทุกการเดินทางด้วยระบบประมวลผล “Eye of the Gods” (DiPilot 100 และ DiPilot 300) ที่ครอบคลุมฟังก์ชันการขับขี่อัตโนมัติแบบจัดเต็ม:
- ขับขี่อัตโนมัติ: ระบบนำทางบนทางด่วน (HNOA) และในเมือง (CNOA), ระบบเปลี่ยนเลนอัตโนมัติ (ILCA)
- ระบบช่วยจอดล้ำสมัย: ให้รถไปหาที่จอดเอง (AVP), จอดผ่านรีโมท (RPA), กล้องรอบคัน 360 องศา (AVM)
- ความปลอดภัยเชิงรุก: เบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB), ตรวจจับจุดอับสายตา (BSD), เตือนและเบรกเมื่อมีรถตัดหน้า-หลัง (FCTA/RCTA)
ระบบความปลอดภัยและเทคโนโลยีการขับขี่อัจฉริยะ (DiPilot ADAS & Safety)
ความปลอดภัยคือหัวใจสำคัญของ BYD Song Ultra EV รถรุ่นนี้มาพร้อมกับสถาปัตยกรรมการประมวลผลการขับขี่อัจฉริยะ “Eye of the Gods” (天神之眼) ที่ทำงานร่วมกับเซนเซอร์รอบคัน โดยแบ่งระดับของระบบช่วยเหลือการขับขี่ออกเป็น DiPilot 100 (ระดับ C) และขั้นสุดอย่าง DiPilot 300 (ระดับ B ที่มาพร้อมเซนเซอร์ LiDAR) ซึ่งครอบคลุมการใช้งานถึง 4 หมวดหมู่หลัก ดังนี้
ระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะ (Driving Assist)
ยกระดับการเดินทางให้สบายและปลอดภัยยิ่งขึ้น ด้วยระบบควบคุมรถกึ่งอัตโนมัติที่ครอบคลุมทั้งในเมืองและทางหลวง:
- CNOA (City Navigation on Autopilot): ระบบช่วยนำทางและขับขี่อัตโนมัติในเขตเมือง
- HNOA (Highway Navigation on Autopilot): ระบบช่วยนำทางและขับขี่อัตโนมัติบนทางด่วน
- ILCA (Indicator-actuated Lane Change Assist): ระบบเปลี่ยนเลนอัตโนมัติ เพียงแค่ผู้ขับขี่เปิดไฟเลี้ยว
- ACC & ICC: ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน และระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน ทำงานผสานกันเพื่อลดความเหนื่อยล้าเมื่อรถติด
- ระบบตรวจจับป้ายและจำกัดความเร็ว: ประกอบด้วย ISLC (ควบคุมขีดจำกัดความเร็ว), ISLW (เตือนเมื่อความเร็วเกิน), SLIF (จดจำป้ายจราจร) และ TLA (เตือนสัญญาณไฟจราจร)
- AFL & SR: ไฟหน้าปรับระดับและทิศทางอัตโนมัติ พร้อมระบบ SR (Simulated Reality) ที่จำลองสภาพแวดล้อมรอบคันแบบ 3 มิติ ขึ้นบนหน้าจอแบบเรียลไทม์
ระบบช่วยเหลือการจอดรถสุดล้ำ (Parking Assist)
บอกลาความกังวลเรื่องการจอดรถในที่แคบ ด้วยชุดระบบช่วยจอดที่ให้มาแบบครบจบ:
- AVP (Automated Valet Parking): ระบบจอดรถอัตโนมัติขั้นสุด ให้คุณลงจากรถแล้วปล่อยให้รถขับไปหาที่จอดเองได้
- RPA (Remote Parking Assist): ระบบช่วยจอดผ่านรีโมท (ควบคุมรถเดินหน้า-ถอยหลังเข้าซองจากภายนอกรถ)
- APA (Automated Parking Assist): ระบบช่วยจอดอัตโนมัติอัจฉริยะ
- AVM & PDC: กล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา ทำงานร่วมกับเซนเซอร์กะระยะถอยหลัง และ SDW (ระบบเตือนระยะห่างด้านข้าง) ป้องกันการขูดขีด
ระบบความปลอดภัยเชิงรุก (Active Safety Assist)
ระบบแจ้งเตือนและหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุรอบคันแบบ 360 องศา:
- AEB (Autonomous Emergency Braking): ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ
- FCW / RCW: ระบบเตือนการชนด้านหน้า และ ด้านหลัง
- FCTA / FCTB: ระบบเตือนและเบรกอัตโนมัติ เมื่อมีรถตัดผ่านด้านหน้า
- RCTA / RCTB: ระบบเตือนและเบรกอัตโนมัติ เมื่อมีรถตัดผ่านขณะถอยหลัง
- BSD & DOW: ระบบตรวจสอบจุดอับสายตา และ ระบบเตือนเมื่อเปิดประตูรถ (ป้องกันการเปิดประตูชนรถหรือมอเตอร์ไซค์ที่มาจากด้านหลัง)
- ELKA & LDA: ระบบช่วยหักหลบรถคันข้างๆ อัตโนมัติเมื่อเสี่ยงชน และระบบเตือนเมื่อรถออกนอกเลน
- CSW (Curve Speed Warning): ระบบแจ้งเตือนให้ลดความเร็วเมื่อเข้าโค้ง
เทคโนโลยีโครงสร้างและช่วงล่างเพื่อความปลอดภัย (Chassis Safety)
นอกจากระบบอิเล็กทรอนิกส์แล้ว BYD ยังเสริมความมั่นใจในระดับฮาร์ดแวร์ด้วย:
- ระบบช่วงล่าง DiSus-C: ระบบควบคุมการหน่วงของโช้คอัพด้วยไฟฟ้า ปรับความหนืดอัตโนมัติ ช่วยลดอาการโคลงตัวและเพิ่มการยึดเกาะถนน
- ระบบ TBC (Tire Blowout Control): ระบบรักษาเสถียรภาพตัวรถเมื่อเกิดเหตุยางระเบิดขณะใช้ความเร็วสูง ช่วยให้ผู้ขับขี่ยังสามารถควบคุมพวงมาลัยและนำรถเข้าจอดได้อย่างปลอดภัย
*หมายเหตุ: ฟังก์ชันขับขี่อัตโนมัติขั้นสูงบางรายการ (เช่น ฟังก์ชันที่ต้องใช้ LiDAR) อาจมีเฉพาะในรุ่นย่อยสูงสุด 710KM 卓越型 (Excellence) เท่านั้น
บทสรุป
BYD Song Ultra EV ถือเป็นรถยนต์ไฟฟ้า SUV ที่ให้สเปกมาอย่าง “ล้นหลาม” ไม่ว่าจะเป็นระบบช่วงล่าง DiSus-C ที่ให้ความนุ่มนวล, ระยะทางขับขี่ที่ไกลถึง 710 กม., รวมถึงออปชันความสะดวกสบายอย่างตู้เย็นและเบาะนวด หากมีการนำเข้ามาทำตลาดในไทยอย่างเป็นทางการ คาดว่าจะเป็นอีกหนึ่งรุ่นที่สร้างความฮือฮาได้อย่างแน่นอน!
เพื่อนๆ คิดเห็นอย่างไรกับสเปกของ BYD Song Ultra EV คันนี้? คิดว่าราคาเข้าไทยจะอยู่ที่เท่าไหร่? คอมเมนต์พูดคุยกันได้เลยครับ!




