10 สมาคมยานยนต์ เสนอข้อเสนอฉุกเฉินสกัด EV จีน ขึ้นภาษีนำเข้า 32% Local Content 80%

10 สมาคมยานยนต์ เสนอข้อเสนอฉุกเฉินสกัด EV จีน ขึ้นภาษีนำเข้า 32%  Local Content 80%
Spread the love
Advertisement Advertisement

วิกฤตยานยนต์ไทย! 10 สมาคมฯ ผนึกกำลังยื่นข้อเสนอฉุกเฉินสกัด EV จีน ทวงคืนเสถียรภาพอุตสาหกรรมชิ้นส่วน

อุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ไทย ซึ่งถือเป็น “กระดูกสันหลัง” ของเศรษฐกิจในภาคการผลิต กำลังเผชิญกับจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่อาจนำไปสู่ภาวะล่มสลาย หากไม่มีการปรับปรุงโครงสร้างนโยบายเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้า (EV) อย่างเหมาะสม

ล่าสุด สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) ร่วมกับ สมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย (TAPMA) และพันธมิตรรวม 10 สมาคม ซึ่งเป็นตัวแทนผู้ประกอบการกว่า 1,500 ราย เตรียมยื่นข้อเสนอฉุกเฉินต่อภาครัฐในวันที่ 14 พฤษภาคมนี้ เพื่อเรียกร้องมาตรการรักษาเสถียรภาพอุตสาหกรรม โดยพุ่งเป้าไปที่การควบคุมและสร้างความเป็นธรรมในการแข่งขันกับค่ายรถยนต์จากจีน


เจาะลึก 3 ข้อเสนอฉุกเฉิน ทางรอดของห่วงโซ่อุปทานไทย

ปฏิรูปภาษีสรรพสามิต EV นำเข้าเป็น 32%

ประเด็นที่ร้อนแรงที่สุดคือการเสนอให้ปรับเพิ่มอัตราภาษีสรรพสามิตสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าที่นำเข้าแบบสำเร็จรูป (CBU) โดยเฉพาะจากประเทศที่มีความได้เปรียบด้านต้นทุนสูงอย่างจีน

  • ข้อเสนอ: ปรับเพิ่มภาษีสรรพสามิตรถ EV นำเข้าขึ้นเป็นอย่างน้อย 32%
  • วัตถุประสงค์: เพื่อให้เกิดส่วนต่าง 30% เมื่อเทียบกับรถที่ผลิตในประเทศ (ซึ่งเสียภาษีเพียง 2%)
  • เหตุผลทางเศรษฐกิจ: ปัจจุบันต้นทุนการผลิตรถยนต์ในประเทศไทยสูงกว่าการนำเข้าจากจีนประมาณ 30-40% มาตรการนี้จึงเป็นการสร้าง “สนามแข่งขันที่เท่าเทียม” (Level Playing Field) เพื่อจูงใจให้เกิดการผลิตจริงในประเทศ

ระบบโควตานำเข้าพ่วงเงื่อนไขการลงทุน

เพื่อป้องกันไม่ให้ประเทศไทยกลายเป็นเพียง “โชว์รูมขายรถ” กลุ่มภาคีเสนอให้ใช้ระบบโควตาที่เข้มงวดเพื่อผูกพันการผลิตในประเทศ

Advertisement Advertisement
  • สิทธินำเข้า: ให้สิทธินำเข้ารถ CBU ในอัตราภาษีต่ำ (10%) เฉพาะบริษัทที่มีการลงทุนและสายการผลิตจริงในไทยเท่านั้น
  • จำกัดจำนวน: โควตานำเข้าต้องไม่เกิน 10% ของยอดการผลิตจริงในประเทศ
  • ความเสี่ยงหากไร้มาตรการ: หากมาตรการ EV 3.5 สิ้นสุดลงโดยไม่มีเงื่อนไขที่รัดกุม ค่ายรถยนต์จีนมีแนวโน้มจะยกเลิกแผนการผลิตในไทยและกลับไปนำเข้า 100% ซึ่งจะทำให้ฐานการผลิตของไทยสูญสลายไปทันที

บังคับใช้ Local Content 80% และปิดช่องโหว่ทางบัญชี

เพื่อให้เม็ดเงินหมุนเวียนถึงผู้ผลิตชิ้นส่วนไทย กลุ่มสมาคมได้เสนอเกณฑ์การใช้ชิ้นส่วนในประเทศที่เข้มข้นขึ้น

  • สัดส่วน Local Content: ต้องมีมูลค่าชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศไทยไม่ต่ำกว่า 80% ของมูลค่ารถยนต์
  • อุดช่องโหว่การคำนวณ: เรียกร้องให้ปรับปรุงวิธีคำนวณ Local Content โดยไม่ให้นำค่าแรง กำไร หรือค่าบริหารจัดการมารวมคำนวณ เพื่อป้องกันการเลี่ยงบาลีที่ทำให้ยอดการใช้ชิ้นส่วนไทยดูสูงเกินความเป็นจริง

ทำไมอุตสาหกรรมไทยถึงต้องเคลื่อนไหวในครั้งนี้?

กลุ่มภาคีระบุชัดเจนว่าขณะนี้อุตสาหกรรมกำลังเผชิญกับ “ภาวะวิกฤตสูงสุด” เนื่องจากการหลั่งไหลเข้ามาของรถยนต์ EV ราคาถูกจากจีนที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลจีนเอง ประกอบกับมาตรการสนับสนุนของไทยในปัจจุบันยังเปิดช่องว่างให้การนำเข้ามีความคุ้มค่ามากกว่าการตั้งโรงงานผลิตและจัดซื้อชิ้นส่วนในไทย

หากรัฐบาลไม่ขยับตัวตามข้อเสนอนี้ ห่วงโซ่อุปทานที่สั่งสมมานานหลายทศวรรษ รวมถึงแรงงานฝีมือในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ไทยกว่าแสนราย อาจต้องเผชิญกับภาวะเลิกจ้างและปิดตัวลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

กำหนดการสำคัญ: วันที่ 14 พฤษภาคมนี้ 10 สมาคมพันธมิตรจะมีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการและยื่นเอกสารข้อเสนอฉุกเฉินต่อหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นที่จับตามองว่ารัฐบาลจะมีปฏิกิริยาอย่างไรต่อข้อเสนอที่ “หักดิบ” เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาติในครั้งนี้

thansettakij

Advertisement Advertisement

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้ได้