Daihatsu เปิดตัว Kei Car คู่หู ‘Hijet Cargo’ และ ‘Atrai’ ในญี่ปุ่นราคา 236,000 – 461,000 บาท

Daihatsu เปิดตัว Kei Car คู่หู ‘Hijet Cargo’ และ ‘Atrai’ ในญี่ปุ่นราคา 236,000 – 461,000 บาท
Spread the love
Advertisement Advertisement

Daihatsu อัปเกรดโมเดลใหม่ 2026! ปรับโฉมรถตู้ Kei Car คู่หู ‘Hijet Cargo’ และ ‘Atrai’ ยกระดับความปลอดภัยในราคาเริ่มต้นคุ้มค่า

Daihatsu (ไดฮัทสุ) ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่ขวัญใจคนรักรถเล็กในญี่ปุ่น ประกาศเปิดตัวโมเดลปรับปรุงย่อย (Minor Upgrade) ประจำปี 2026 ให้กับสองรถตู้ Kei Van ยอดนิยมอย่าง Daihatsu Hijet Cargo และ Daihatsu Atrai หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้ชิมลางอัปเกรดเวอร์ชันรถกระบะอย่าง Hijet Truck ไปล่วงหน้าแล้ว

การปรับโฉมครั้งนี้แม้จะดูเรียบง่ายภายนอก แต่ไส้ในกลับมีการยกระดับระบบความปลอดภัยอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อให้สอดรับกับข้อบังคับและกฎระเบียบด้านการจราจรที่เข้มงวดขึ้นของประเทศญี่ปุ่น และที่สำคัญคือการเสริมอาวุธหนักเพื่อลงสนามแข่งกับคู่ปรับตลอดกาลอย่าง Suzuki Every และ Every Wagon ที่เพิ่งปรับโฉมไปไม่นานนี้

ราคาจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่น (คิดเป็นเงินบาทไทย)

การเปิดตัวครั้งนี้ Daihatsu ยังคงทำราคาได้น่าดึงดูดใจ โดยมีช่วงราคาที่ครอบคลุมตั้งแต่รุ่นเริ่มต้นสำหรับเชิงพาณิชย์ ไปจนถึงรุ่นขับเคลื่อนไฟฟ้า 100% (คำนวณด้วยอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบันที่ 1 JPY = 0.2046 THB)

  • รุ่นเริ่มต้น Hijet Cargo Special (ขับหลัง เกียร์ธรรมดา): ราคา 1,155,000 เยน (คิดเป็นเงินไทยประมาณ 236,313 บาท) ซึ่งแพงกว่ารุ่นกระบะท้ายอย่าง Hijet Truck เพียงเล็กน้อย โดยรุ่นกระบะเริ่มต้นที่ 1,094,500 เยน (ประมาณ 223,934 บาท)
  • รุ่นท็อปสายลุย Atrai RS (เครื่องเทอร์โบ ขับเคลื่อน 4 ล้อ): ราคา 2,013,000 เยน (คิดเป็นเงินไทยประมาณ 411,859 บาท)
  • รุ่น Atrai Deck Van (ท้ายกระบะอเนกประสงค์): ราคา 2,255,000 เยน (คิดเป็นเงินไทยประมาณ 461,373 บาท)
  • รุ่นพลังงานไฟฟ้า 100% (e-Hijet Cargo และ e-Atrai): สำหรับผู้ที่ต้องการความประหยัดยุคใหม่และรักษ์โลก ราคาเริ่มต้นจะขยับขึ้นไปอยู่ที่ 3,146,000 เยน (คิดเป็นเงินไทยประมาณ 643,671 บาท)

ไฮไลต์เด็ดปี 2026 ระบบความปลอดภัย Smart Assist ที่ฉลาดกว่าเดิม

หัวใจสำคัญของการอัปเกรดในปี 2026 คือการพัฒนาเทคโนโลยีความปลอดภัยเชิงรุก Daihatsu Smart Assist ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น โดยเฉพาะการขับขี่ในสภาพการจราจรหนาแน่นของเขตเมือง

ด้วยการประสานงานที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นระหว่างระบบเรดาร์และกล้องหน้ารถ ทำให้ตัวรถสามารถ:

  • ตรวจจับรถจักรยานที่กำลังปั่นข้ามถนนได้อย่างแม่นยำ
  • ระบบเฝ้าระวังและตรวจจับยานพาหนะที่สวนทางมาในเลนตรงข้าม ขณะที่กำลังเลี้ยวขวาบริเวณทางแยก
  • สามารถตรวจจับคนเดินถนนที่กำลังข้ามถนนจากทิศทางตรงกันข้ามในระหว่างที่รถกำลังเลี้ยวซ้ายหรือเลี้ยวขวา

ขนาดตัวถังภายนอก (Exterior Dimensions)

เนื่องจากรถทั้งสองรุ่นใช้แพลตฟอร์มโครงสร้าง DNGA (Daihatsu New Global Architecture) สำหรับรถพาณิชย์ร่วมกัน ทำให้มิติตัวถังภายนอกมีความใกล้เคียงกันเป็นอย่างมาก เพื่อควบคุมขนาดให้เป็นไปตามมาตรฐานรถยนต์ขนาดเล็ก

  • ความยาวตัวถังภายนอก: 3,395 มิลลิเมตร
  • ความกว้างตัวถังภายนอก: 1,475 มิลลิเมตร
  • ความสูงตัวถังภายนอก: 1,890 มิลลิเมตร
  • ระยะฐานล้อ (Wheelbase): 2,450 มิลลิเมตร
  • ระยะต่ำสุดจากพื้น (Ground Clearance): 160 มิลลิเมตร

ดีไซน์และฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์

ในส่วนของห้องโดยสารและการจัดวางเลย์เอาต์ Daihatsu ยังคงรักษาจุดเด่นเรื่องความอเนกประสงค์ไว้เช่นเดิม โดยมีให้เลือกทั้งแบบตู้ทึบ/ตู้โดยสารขนาด 2 ที่นั่ง และ 4 ที่นั่ง นอกจากนี้ยังมีรุ่น Sloper ที่ออกแบบมาพร้อมทางลาดสำหรับรองรับผู้ใช้รถเข็นวีลแชร์ และรุ่น Deck Van ที่ตัดท้ายรถให้กลายเป็นกระบะขนาดเล็กสำหรับบรรจุสัมภาระภายนอก (ส่วนใครที่อยากได้รถกระบะขนของเต็มรูปแบบ ก็ยังมีรุ่น Hijet Truck ทั้งแบบแค็บมาตรฐานและรุ่นแค็บกว้าง Jumbo ให้เลือก)

ภายในห้องโดยสารของรุ่น Hijet Cargo จะยังคงใช้มาตรวัดความเร็วแบบอนาล็อกดั้งเดิมที่เน้นความทนทานและใช้งานง่าย ส่วนรุ่นระดับท็อปอย่าง Atrai จะได้รับหน้าจอมาตรวัดดิจิทัลใหม่ในชื่อ “Active Multi Information Meter” ทั้งนี้ตัวรถจะไม่ได้ติดตั้งหน้าจอกลางมาให้เป็นมาตรฐาน แต่ลูกค้าสามารถเลือกออปชันเสริมเป็นหน้าจอระบบความบันเทิงขนาด 6.8 นิ้ว หรือ 9 นิ้วได้ตามความต้องการ

หนึ่งในออปชันเสริมที่น่าสนใจที่สุด: สำหรับสายแคมป์ปิ้งหรือส่งของ คือชุดแต่งเปลี่ยนเบาะหลังให้กลายเป็นเตียงนอนราบ (Rear Bed Option) ซึ่งสามารถเปลี่ยนห้องโดยสารด้านหลังให้กลายเป็นห้องนอนเคลื่อนที่ได้อย่างง่ายดาย

Advertisement Advertisement

สเปกและสมรรถนะ ขุมพลังแต่ละรุ่นย่อยของ Daihatsu Hijet / Atrai (โมเดล 2026)

การเลือกซื้อรถตู้ Kei Car ของ Daihatsu ในปี 2026 นี้ ทางค่ายได้แบ่งขุมพลังและสมรรถนะออกเป็น 3 รูปแบบหลัก เพื่อให้ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานเชิงพาณิชย์เน้นบรรทุกหนัก ไปจนถึงการขับขี่ท่องเที่ยวส่วนบุคคล ดังนี้ครับ

รุ่นเครื่องยนต์เบนซิน 660cc เทอร์โบ (Turbocharged)

[ติดตั้งในรุ่น: Atrai ทุกรุ่นย่อย อาทิ Atrai RS, Atrai Deck Van และ Hijet Cargo รุ่นท็อป]

สำหรับผู้ที่ต้องการกำลังเครื่องยนต์ที่จัดจ้าน รองรับการเร่งแซงในเมืองและการเดินทางไกลได้อย่างมั่นใจ โดยเฉพาะเมื่อต้องบรรทุกสัมภาระเต็มคันรถ

  • รหัสเครื่องยนต์: เครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ ขนาด 660 ซีซี พ่วงระบบอัดอากาศเทอร์โบชาร์จ
  • พละกำลังสูงสุด: 63 แรงม้า (PS) หรือประมาณ 47 กิโลวัตต์ / 64 แรงม้า (hp) ซึ่งเป็นเพดานแรงม้าสูงสุดตามกฎหมายรถ Kei Car ของญี่ปุ่น
  • ระบบส่งกำลัง: จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ CVT เท่านั้น (ไม่มีเกียร์ธรรมดาในรุ่นเทอร์โบ) เพื่อการถ่ายทอดกำลังที่ต่อเนื่อง นุ่มนวล และประหยัดน้ำมัน
  • ระบบขับเคลื่อน: มีให้เลือกทั้งขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ (4WD) แบบควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งช่วยกระจายแรงบิดไปยังล้อคู่หน้า-หลังได้อย่างเหมาะสมตามสภาพพื้นผิวถนน

รุ่นเครื่องยนต์เบนซิน 660cc ไม่มีเทอร์โบ (Naturally Aspirated – N/A)

[ติดตั้งในรุ่น: Hijet Cargo ทุกรุ่นย่อย เช่น Special, Cruise และ Hijet Truck]

เน้นความทนทานเป็นหลัก ค่าบำรุงรักษาต่ำ และมีความประหยัดน้ำมันสูงสุด เหมาะสำหรับการใช้งานเชิงพาณิชย์ วิ่งส่งของในตรอกซอกซอย หรือการใช้งานในอู่ซ่อมบำรุง

  • รหัสเครื่องยนต์: เครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ ขนาด 660 ซีซี พ่นเชื้อเพลิงแบบธรรมชาติ
  • พละกำลังสูงสุด: 46 แรงม้า (PS) หรือประมาณ 34 กิโลวัตต์ / 46 แรงม้า (hp)
  • ระบบส่งกำลัง: มีทางเลือกให้สายลุยงานหนัก 2 รูปแบบ
    • เกียร์ธรรมดา 5 สปีด (5MT): อัตราทดชิด ให้แรงบิดดีในรอบต่ำ เหมาะสำหรับงานบรรทุกและขึ้นทางลาดชัน
    • เกียร์อัตโนมัติ CVT: ปรับแต่งมาเพื่อความประหยัดน้ำมันและลดความเมื่อยล้าในการขับขี่เขตเมือง
  • ระบบขับเคลื่อน: เลือกได้ทั้งขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) และขับเคลื่อน 4 ล้อ (4WD)

รุ่นพลังงานไฟฟ้า 100% (e-Kei Van)

[ติดตั้งในรุ่น: e-Hijet Cargo และ e-Atrai]

ขับเคลื่อนด้วยพลังงานสะอาด 100% ตอบโจทย์ธุรกิจยุคใหม่ที่เน้นความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และต้องการลดค่าใช้จ่ายด้านน้ำมันเชื้อเพลิงในระยะยาว

  • ระบบขับเคลื่อน: มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว (Electric Motor) ขับเคลื่อนล้อหลัง
  • จุดเด่นด้านสมรรถนะ: แม้จะไม่มีการระบุตัวเลขแรงม้าอย่างเป็นทางการในเอกสารสรุปเบื้องต้น แต่ธรรมชาติของรถไฟฟ้า (EV) จะให้แรงบิดสูงสุดแบบทันทีทันใด (Instant Torque) ทำให้การออกตัวในขณะบรรทุกหนักทำได้อย่างทรงพลังและเงียบสงบกว่ารุ่นเครื่องยนต์สันดาปอย่างชัดเจน
  • การบำรุงรักษา: มีชิ้นส่วนเคลื่อนไหวน้อยกว่ารถยนต์น้ำมัน ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเข้าเช็กระยะลงไปได้มาก

ถือเป็นการปรับทัพครั้งสำคัญของ Daihatsu ที่ช่วยเพิ่มความสดใหม่และความปลอดภัยให้กับรถยนต์เชิงพาณิชย์ขนาดเล็ก ทำให้คู่หู Hijet Cargo และ Atrai ยังคงเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ ในใจของทั้งผู้ประกอบการรายย่อย และกลุ่มผู้ใช้รถสาย Lifestyle ในญี่ปุ่นต่อไปอย่างเหนียวแน่น

Advertisement Advertisement

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้ได้