เปิดตัว Ford Ranger ใหม่ MY2026.5 ในออสเตรเลีย มีแค่ดีเซล 2.0 / 3.0 V6 และ เบนซิน 3.0 V6

Ford Ranger 2026 (MY26.5) ราคาและสเปกในออสเตรเลีย อัปเดตรุ่น MY26.5
อ้างอิงข้อมูลจาก CarExpert Australia – Ford Ranger รุ่นปี 2026 MY26.5 พร้อมสเปกและราคาอย่างเป็นทางการในตลาดออสเตรเลีย
Ford Ranger 2026 รุ่นปรับใหญ่ MY26.5 เปิดตัวอย่างเป็นทางการในออสเตรเลีย ปรับไลน์อัปใหม่ เพิ่มรุ่นย่อย ปรับดีไซน์ภายนอก เพิ่มสีตัวถังใหม่ และอัปเดตราคาให้แข่งขันได้มากขึ้นในตลาดกระบะที่ดุเดือดที่สุดแห่งหนึ่งของโลกอย่างออสเตรเลีย โดยยังคงมีตัวเลือกเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตรเทอร์โบ, ดีเซล V6 3.0 ลิตร และรุ่นสมรรถนะสูงอย่าง Ranger Raptor
ไฮไลต์ใหม่ของ Ford Ranger 2026 (MY26.5)
1. ออปชันใหม่และการปรับราคาอุปกรณ์
หนึ่งในจุดเด่นของ MY26.5 คือการปรับราคาและออปชันให้คุ้มค่ามากขึ้นสำหรับผู้ใช้งานจริง Ford ลดราคาชุด Flexible Rack System จากเดิมประมาณ 2,800 ดอลลาร์ออสเตรเลีย เหลือเพียง 1,900 ดอลลาร์ออสเตรเลีย ช่วยให้ผู้ที่ต้องขนสัมภาระ บรรทุกบันได แผ่นไม้ หรืออุปกรณ์ทำงานต่างๆ ได้สะดวกและประหยัดต้นทุนมากขึ้น
นอกจากนี้ยังเพิ่มออปชัน Auxiliary Switch Bank หรือชุดสวิตช์ควบคุมอุปกรณ์เสริมไฟฟ้า (เช่น ไฟเสริม วินช์ หรืออุปกรณ์ออฟโรด) ให้กับรุ่น XLT V6 และ Wildtrak V6 ที่เดิมทีจะพบในรุ่นสายลุยหรือรุ่นแต่งหนักเท่านั้น ช่วยให้รถพร้อมต่อยอดสำหรับสายแต่งและสายออฟโรดมากขึ้น
2. ดีไซน์ Dark Theme และล้อดีไซน์ใหม่
MY26.5 ยังมาพร้อมการตกแต่งโทนดำ (blackened trim) รอบคันในรุ่น XLT, Wildtrak และ Platinum ทั้งกรอบกระจังหน้า กรอบกระจก โลโก้ และชิ้นส่วนตกแต่งอื่น ๆ ทำให้ภาพรวมรถดูลุย สปอร์ต และพรีเมียมขึ้น พร้อมกับล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ที่ช่วยให้ตัวรถดูทันสมัยและแตกต่างจากรุ่นก่อนหน้าอย่างชัดเจน
3. สีตัวถังใหม่เฉพาะรุ่น
Ford เพิ่มสีพิเศษใหม่หลายเฉด ให้แต่ละรุ่นมีเอกลักษณ์ชัดเจนขึ้น ได้แก่:
- Traction Green – สีเขียวเฉพาะรุ่น Wolftrak
- Acacia Green – สีเขียวเฉพาะรุ่น Platinum
- Ignite Orange – สีส้มเฉพาะรุ่น Wildtrak
ขณะเดียวกันได้ถอดสีเดิมบางสี เช่น Luxe Yellow และ Equinox Bronze ออกจากพาเลตสี เพื่อให้ไลน์สีของ Ranger ดูกระชับและสื่อภาพลักษณ์รุ่นย่อยต่าง ๆ ได้ชัดขึ้น
4. ปรับไลน์รุ่นย่อยใหม่ ตัดรุ่น Sport ออก
ในด้านโครงสร้างไลน์รุ่น Ford ปรับกลยุทธ์ให้ชัดเจนขึ้น โดย:
- ตัดรุ่น Sport ออกจากไลน์อัป
- รุ่น XLS เหลือเฉพาะตัวถัง Double-Cab Chassis ที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล V6
- เพิ่มรุ่นแต่งพิเศษ เช่น Black Edition, Wolftrak, Tremor, Platinum เพื่อเจาะกลุ่มไลฟ์สไตล์และกลุ่มลูกค้าระดับพรีเมียม
ราคา Ford Ranger 2026 ในออสเตรเลีย (เทียบราคาเป็นบาท)
ในส่วนนี้เป็นราคาอย่างเป็นทางการในออสเตรเลียแบบ ก่อนรวมค่าใช้จ่ายอื่น (Before on-road costs) และมีการแปลงราคาเป็นเงินบาทโดยใช้อัตราแลกเปลี่ยน 1 AUD = 20.91 บาท (ตัวเลขเงินบาทเป็นการคำนวณคร่าว ๆ เพื่อใช้เปรียบเทียบเท่านั้น ยังไม่รวมภาษีนำเข้า ภาษีสรรพสามิต ภาษีมูลค่าเพิ่ม และค่าขนส่งหากจะนำเข้ามาขายในไทย)
ราคา Ford Ranger 2026 รุ่นขับสอง (4×2)
| รุ่น | ราคา (AUD) | ราคาโดยประมาณ (บาท) |
|---|---|---|
| XL Single Cab Chassis 2.0L 4×2 | 37,130 | ประมาณ 776,000 บาท |
| XL Super Cab Chassis 2.0L 4×2 | 39,630 | ประมาณ 829,000 บาท |
| XL Double-Cab Pickup 2.0L 4×2 | 43,530 | ประมาณ 910,000 บาท |
| XLT Double-Cab Pickup 2.0L 4×2 (NEW) | 52,990 | ประมาณ 1,108,000 บาท |
ราคา Ford Ranger 2026 รุ่นขับสี่ (4×4)
| รุ่น | ราคา (AUD) | ราคาโดยประมาณ (บาท) |
|---|---|---|
| XL Single Cab Chassis 2.0L 4×4 (NEW) | 45,600 | ประมาณ 953,000 บาท |
| XL Super Cab Chassis 2.0L 4×4 (NEW) | 48,100 | ประมาณ 1,006,000 บาท |
| XL Double-Cab Chassis 2.0L 4×4 | 50,000 | ประมาณ 1,046,000 บาท |
| XL Double-Cab Pickup 2.0L 4×4 | 51,400 | ประมาณ 1,075,000 บาท |
| XL Single Cab Chassis V6 4×4 (NEW) | 52,100 | ประมาณ 1,089,000 บาท |
| Black Edition Double-Cab Pickup 2.0L 4×4 (NEW) | 53,490 | ประมาณ 1,118,000 บาท |
| XL Super Cab Chassis V6 4×4 (NEW) | 54,500 | ประมาณ 1,140,000 บาท |
| XL Double-Cab Chassis V6 4×4 (NEW) | 56,500 | ประมาณ 1,181,000 บาท |
| XL Double-Cab Pickup V6 4×4 (NEW) | 57,900 | ประมาณ 1,211,000 บาท |
| XLS Double-Cab Chassis V6 4×4 (NEW) | 58,450 | ประมาณ 1,222,000 บาท |
| Black Edition Double-Cab Pickup V6 4×4 (NEW) | 59,990 | ประมาณ 1,254,000 บาท |
| XLT Super-Cab Pickup V6 4×4 (NEW) | 63,790 | ประมาณ 1,334,000 บาท |
| XLT Double-Cab Chassis V6 4×4 (-600) | 66,590 | ประมาณ 1,392,000 บาท |
| XLT Double-Cab Pickup V6 4×4 (-1,100) | 67,990 | ประมาณ 1,424,000 บาท |
| Wolftrak Double-Cab Pickup V6 4×4 (NEW) | 70,990 | ประมาณ 1,484,000 บาท |
| Tremor Double-Cab Pickup V6 4×4 | 75,090 | ประมาณ 1,571,000 บาท |
| Wildtrak Double-Cab Pickup V6 4×4 | 75,090 | ประมาณ 1,571,000 บาท |
| Platinum Double-Cab Pickup V6 4×4 (-800) | 80,090 | ประมาณ 1,675,000 บาท |
| Ranger Raptor | 90,690 | ประมาณ 1,896,000 บาท |
*ตัวเลขเงินบาทปัดเป็นหลักพันเพื่อให้อ่านง่าย และใช้เพื่อการเปรียบเทียบเบื้องต้นเท่านั้น
สเปกเครื่องยนต์และระบบขับเคลื่อนของ Ford Ranger 2026
Ranger 2026 MY26.5 ยังใช้โครงสร้างเครื่องยนต์ใกล้เคียงรุ่นก่อนหน้า แต่ปรับให้ไลน์อัปชัดเจนขึ้น แบ่งเป็นกลุ่มหลักๆ ดังนี้:
| รุ่น | เครื่องยนต์ | กำลังสูงสุด | แรงบิดสูงสุด | เกียร์ | ระบบขับเคลื่อน |
|---|---|---|---|---|---|
| Ranger 2.0L | 2.0 ลิตร เทอร์โบดีเซล 4 สูบ | 169 PS | 405 Nm | อัตโนมัติ 10 จังหวะ | ขับหลัง หรือ 4×4 Part-time |
| Ranger 3.0L V6 | 3.0 ลิตร เทอร์โบดีเซล V6 | 250 PS | 600 Nm | อัตโนมัติ 10 จังหวะ | 4×4 Full-time |
| Ranger Raptor | 3.0 ลิตร Twin-Turbo เบนซิน V6 | 397 PS | 583 Nm | อัตโนมัติ 10 จังหวะ | 4×4 Full-time |
เครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ลิตร V6 ยังคงเป็นขุมพลังเอกลักษณ์ของ Ranger ด้วยแรงบิด 600 นิวตันเมตร เหมาะกับงานลากจูงหนักสูงสุด 3,500 กิโลกรัม ส่วนรุ่น Raptor เน้นสมรรถนะขับขี่ทางฝุ่นความเร็วสูงในสไตล์ Baja
มิติตัวถังและความอเนกประสงค์
มิติโดยรวมของ Ford Ranger 2026 MY26.5 มีความใกล้เคียงกับรุ่นก่อนหน้า โดยสรุปได้ดังนี้:
- ความยาว: ประมาณ 5,370–5,525 มม. (Raptor ประมาณ 5,380 มม.)
- ความกว้าง: 1,918 มม. (Raptor ประมาณ 2,028 มม.)
- ความสูง: ราว 1,866–1,886 มม. (Raptor สูงราว 1,926 มม.)
- ความยาวฐานล้อ: 3,270 มม. ทุกตัวถัง
Raptor จะมีความกว้างและความสูงมากกว่ารุ่นปกติเล็กน้อยจากช่วงล้อและยางที่ใหญ่ขึ้น ช่วยเพิ่มความมั่นคงขณะขับขี่ออฟโรดความเร็วสูง
การรับประกันและการบำรุงรักษา
Ford Ranger 2026 MY26.5 ในออสเตรเลีย มาพร้อมการรับประกันตัวรถ 5 ปี ระยะทางไม่จำกัด ให้ความอุ่นใจสำหรับผู้ใช้ในระยะยาว ส่วนค่าใช้จ่ายการบำรุงรักษารายระยะ (Service Pricing) ของรุ่น MY26.5 ทาง Ford Australia ยังไม่ได้ประกาศอย่างเป็นทางการในช่วงเปิดตัว
วิเคราะห์เชิงตลาด Ford Ranger MY26.5 ส่งสัญญาณอะไรสู่ตลาดกระบะ?
1. ขยับเกมสู้ตลาดกระบะที่แข่งขันหนัก
การปรับไลน์อัป เพิ่มรุ่น V6 และรุ่นแต่งพิเศษหลายระดับ บวกกับการลดราคาบางรุ่น สะท้อนชัดเจนว่า Ford ต้องการรักษาความแข็งแกร่งในตลาดออสเตรเลีย ที่มียอดขายกระบะสูงมาก และมีคู่แข่งสำคัญอย่าง Toyota HiLux, Mitsubishi Triton, Isuzu D-Max และ Nissan Navara
2. เน้นกลุ่ม V6 และไลฟ์สไตล์เป็นพิเศษ
การเพิ่มจำนวนรุ่นดีเซล V6 และรุ่นที่ตกแต่งแนวไลฟ์สไตล์ (Wolftrak, Tremor, Wildtrak, Platinum) บ่งบอกว่า Ford มองเห็นโอกาสในกลุ่มลูกค้าที่ต้องการทั้งสมรรถนะการลากจูง ความแรง และภาพลักษณ์รถพรีเมียม ไม่ใช่แค่รถใช้งานทั่วไปเท่านั้น
3. มุมมองจากฝั่งผู้ใช้ไทย
แม้รุ่น MY26.5 จะทำตลาดที่ออสเตรเลีย แต่ก็สามารถใช้เป็น “ตัวอย่างทิศทาง” ของ Ranger ทั่วโลก หากอนาคต Ford ประเทศไทยเลือกนำบางออปชัน สีใหม่ หรือแนวทางการตกแต่งมาใช้กับรุ่นประกอบในไทย ก็อาจเห็น Ranger เวอร์ชันที่มีบุคลิกใกล้เคียงกับ MY26.5 มากขึ้น ทั้งรุ่นสายลุยและรุ่นพรีเมียม
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Ford Ranger 2026 MY26.5
Ford Ranger 2026 MY26.5 ต่างจากรุ่นเดิมอย่างไร?
จุดต่างสำคัญคือการปรับไลน์รุ่น เพิ่มสีใหม่ เพิ่มออปชันในกลุ่ม XLT, Wildtrak และ Platinum รวมถึงลดราคาบางอุปกรณ์ เช่น Flexible Rack System และปรับราคา/รุ่นย่อยให้ตอบโจทย์ทั้งกลุ่มใช้งานและกลุ่มไลฟ์สไตล์มากขึ้น
ราคา Ford Ranger 2026 ถ้าเทียบเป็นเงินบาทอยู่ที่เท่าไร?
เมื่อใช้อัตราแลกเปลี่ยน 1 AUD = 20.91 บาท รุ่นเริ่มต้น XL Single Cab 4×2 ราคาอยู่ราว ประมาณ 7.7 แสนบาท ขณะที่รุ่นท็อปอย่าง Ranger Raptor อยู่ที่ราว 1.9 ล้านบาท (ยังไม่รวมภาษีและต้นทุนอื่นหากนำเข้ามาขายในไทย)
Ranger MY26.5 มีเครื่องยนต์อะไรให้เลือกบ้าง?
มีเครื่องยนต์หลัก 3 แบบ คือ
- ดีเซล 2.0 ลิตรเทอร์โบ
- ดีเซล 3.0 ลิตร V6 เทอร์โบ
- เบนซิน 3.0 ลิตร V6 Twin-Turbo สำหรับรุ่น Raptor
ทุกแบบจับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 10 จังหวะ และระบบขับเคลื่อนที่มีทั้งขับหลัง, 4×4 Part-time และ 4×4 Full-time ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย
ถ้า Ford นำแนวทาง MY26.5 มาใช้ในไทย จะน่าสนใจแค่ไหน?
หากมีการนำสีใหม่ ออปชันใหม่ และแนวทางตกแต่งแบบ Dark Theme มาใช้กับ Ranger เวอร์ชันไทย จะช่วยให้รถมีภาพลักษณ์ทันสมัยและแตกต่างจากคู่แข่งอย่าง HiLux, Triton และ D-Max ได้มากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าที่มองหากระบะพรีเมียมหรือรถคันเดียวจบทั้งใช้งานและท่องเที่ยว
FORD EVEREST MY2026.5

Ford Everest MY26.5 เปิดตัวเครื่องยนต์ใหม่ ปรับรุ่นย่อย พร้อมราคาใหม่ในออสเตรเลีย
Ford Everest เตรียมอัปเดตรุ่นปีใหม่ในออสเตรเลีย กับโค้ดปีรุ่น MY26.5 มาพร้อมการเปลี่ยนเครื่องยนต์พื้นฐานจาก Bi-Turbo เป็น 2.0 ลิตร เทอร์โบเดี่ยว (Single-Turbo)
รวมถึงการปรับไลน์อัปรุ่นย่อย เลย์เอาต์อุปกรณ์ และดีไซน์ภายนอกที่เน้นโทนดำทันสมัยมากขึ้น
ไฮไลต์สำคัญ Ford Everest MY26.5
- เปลี่ยนเครื่องยนต์พื้นฐานจาก 2.0 Bi-Turbo ดีเซล เป็น 2.0 Single-Turbo ดีเซล 4 สูบ
- ยังคงมีเครื่องยนต์ ดีเซล V6 ขนาด 3.0 ลิตร เทอร์โบ ให้เลือกในทุกรุ่นย่อย รวมถึงรุ่นใหม่อย่าง Active
- ตัดรุ่น Ambiente และ Trend ออก แล้วแทนที่ด้วยรุ่นใหม่ชื่อ Everest Active
- ทุกรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ (4WD) หลังจากยกเลิกรุ่นขับเคลื่อนล้อหลังไปก่อนหน้านี้
- ยังคงความสามารถในการลากจูงสูงสุด 3,500 กิโลกรัม ทุกรุ่นเครื่องยนต์
- ภายนอกปรับรายละเอียดเล็กน้อย เปลี่ยนจากการใช้โครเมียม/เทา ตัดกับตัวรถ มาเน้น ชิ้นส่วนสีดำ ให้ลุคดุดันขึ้น
- เพิ่มสีตัวถังใหม่อย่าง Alabaster White และ Acacia Green (สีหลังเฉพาะบางรุ่น)
- ยกเลิกสี Equinox Bronze
ราคา Ford Everest MY26.5 ในออสเตรเลีย (พร้อมคำนวณเป็นเงินบาท)
ด้านล่างเป็นราคาก่อนออนโรดคอสต์ในออสเตรเลีย พร้อมคำนวณเป็นเงินบาทคร่าว ๆ โดยใช้อัตราแลกเปลี่ยน 1 AUD ≈ 20.87 บาท:
| รุ่น | ราคา (AUD) | ราคาโดยประมาณ (บาท) | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|
| 2026 Ford Everest Active (2.0) | $58,990 | ประมาณ 1,231,121 บาท | รุ่นใหม่ แทน Ambiente / Trend เดิม |
| 2026 Ford Everest Active V6 | $66,990 | ประมาณ 1,398,081 บาท | รุ่นเริ่มต้นที่ให้เครื่อง V6 |
| 2026 Ford Everest Sport (2.0) | $68,990 | ประมาณ 1,439,821 บาท | Sport เครื่อง 2.0 Single-Turbo |
| 2026 Ford Everest Sport V6 | $76,990 | ประมาณ 1,606,781 บาท | ราคาปรับขึ้นราว $1,000 จากเดิม |
| 2026 Ford Everest Tremor V6 | $79,990 | ประมาณ 1,669,391 บาท | ราคาขยับขึ้นราว $1,550 |
| 2026 Ford Everest Platinum V6 | $83,490 | ประมาณ 1,742,436 บาท | ตัวท็อปสุดของไลน์ |
*ราคาบาทเป็นการประมาณ เพื่อภาพรวมเท่านั้น ยังไม่รวมภาษีและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ หากมีการนำเข้าไทยจริง
เครื่องยนต์และระบบขับเคลื่อน
เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร Single-Turbo ดีเซล (พื้นฐานใหม่)
- แบบ: ดีเซล 4 สูบ เทอร์โบเดี่ยว
- กำลังสูงสุด: 125 kW
- แรงบิดสูงสุด: 405 Nm
- เกียร์อัตโนมัติ: 10 จังหวะ เช่นเดียวกับรุ่น Bi-Turbo เดิม
- ระบบขับเคลื่อน: ขับเคลื่อนสี่ล้อ (4WD)
จุดที่หลายคนจับตามอง คือเครื่องยนต์ใหม่นี้มีตัวเลขกำลังและแรงบิดน้อยลงจากเครื่อง 2.0 Bi-Turbo เดิม ประมาณ 29 kW และ 95 Nm ทำให้คาแร็กเตอร์น่าจะมาในแนวเน้นความทนทานและความง่ายต่อการบำรุงรักษามากกว่า “แรงจัด” แบบเดิม
ขณะนี้ Ford ยังไม่เปิดเผยอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงของเครื่องใหม่ ส่วนเครื่อง Bi-Turbo เดิมเคลมไว้ราว 7.1–7.2 ลิตร/100 กม. แล้วแต่รุ่นย่อย ดังนั้นจึงต้องรอดูว่า Single-Turbo จะเซ็ตมาเน้นประหยัดกว่าเดิมมากน้อยแค่ไหน
เครื่องยนต์ดีเซล V6 ขนาด 3.0 ลิตร เทอร์โบ
- แบบ: ดีเซล V6 เทอร์โบ
- กำลังสูงสุด: 250 PS
- แรงบิดสูงสุด: 600 Nm
- เกียร์อัตโนมัติ: 10 จังหวะ
- ขับเคลื่อนสี่ล้อ (4WD)
- อัตราสิ้นเปลือง (เคลม): 8.5 ลิตร/100 กม.
- การปล่อย CO2: ประมาณ 224–250 กรัม/กม.
- ความจุถังน้ำมัน: 80 ลิตร
เครื่องยนต์ V6 ยังคงเป็นตัวเลือกสำหรับคนที่ต้องการสมรรถนะสูงสุด การลากจูงหนัก ๆ หรือการใช้งานทัวร์ริ่งทางไกล แม้ตัวเลขความประหยัดจะไม่ได้ต่ำสุด แต่ตอบโจทย์ด้านแรงบิดและกำลังในสไตล์รถออฟโรดขนาดใหญ่
มิติตัวถังและพื้นที่ใช้สอย
แม้ Ford ยังไม่ประกาศมิติของรุ่น MY26.5 อย่างเป็นทางการ แต่คาดว่าไม่ต่างจากโฉมก่อนหน้า ได้แก่:
- ความยาวตัวรถ: 4,914 มม.
- ความกว้าง: 1,923–1,954 มม. (ไม่รวมกระจกมองข้าง)
- ความกว้างรวมกระจกพับ: 2,015 มม.
- ความกว้างรวมกระจกกาง: 2,207 มม.
- ความสูง: 1,876 มม. (ทุกรุ่น) / 1,904 มม. (รุ่น Tremor)
- ระยะฐานล้อ: 2,900 มม.
ความจุห้องเก็บสัมภาระ (โดยประมาณโฉมก่อนหน้า)
- ด้านหลังแถวที่ 3: 259 ลิตร (วัดถึงหลังคา)
- พับเบาะแถว 3: 898 ลิตร (วัดถึงหลังคา)
- พับเบาะแถว 2 และ 3: ประมาณ 1,818–1,823 ลิตร (วัดถึงหลังคา)
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า Everest ยังเป็นหนึ่งใน SUV ตัวถังบนเฟรมที่ให้พื้นที่บรรทุกสัมภาระและความเอนกประสงค์สูงมาก เหมาะกับทั้งการเดินทางแบบครอบครัวและการใช้งานสมบุกสมบัน
ความปลอดภัยและฟีเจอร์ช่วยขับ
Ford Everest รุ่นนี้ยังคงได้คะแนนความปลอดภัย ระดับ 5 ดาวจาก ANCAP (ทดสอบปี 2022) โดยมีรายละเอียดคะแนนดังนี้
- การปกป้องผู้โดยสารผู้ใหญ่: 86%
- การปกป้องผู้โดยสารเด็ก: 93%
- การปกป้องผู้ใช้ถนนกลุ่มเสี่ยง (คนเดินเท้า ฯลฯ): 74%
- ระบบช่วยเหลือด้านความปลอดภัย: 86%
สิ่งที่เพิ่มใน MY26.5
- ระบบตรวจวัดแรงดันลมยาง (TPMS) เป็นอุปกรณ์มาตรฐานทุกรุ่นย่อย
- ตั้งแต่รุ่น Sport ขึ้นไป ติดตั้ง กล้องมองภาพรอบคัน (360 องศา) เป็นมาตรฐาน
ส่วนรายละเอียดออปชันระบบความปลอดภัยอื่น ๆ ยังไม่ได้เปิดเผยทั้งหมด แต่จากโฉมก่อนหน้าเราคาดว่าจะยังคงมี ชุดระบบช่วยเหลือการขับขี่แบบจัดเต็ม เช่น ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ ระบบช่วยประคองรถในเลน และควบคุมความเร็วแบบแปรผัน เป็นต้น
อุปกรณ์มาตรฐาน Ford Everest Active (รุ่นใหม่)
รุ่น Everest Active จะมาแทนที่รุ่น Ambiente และ Trend เดิม แต่ให้สเปกที่ดูคุ้มค่ายิ่งขึ้น โดยมีอุปกรณ์หลัก ๆ ดังนี้:
- เบาะนั่งแบบ 5 ที่นั่ง (7 ที่นั่งเป็นออปชัน)
- ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว
- ไฟหน้า LED
- กระจกมองข้างและกระจกหลังแบบ Privacy Glass
- จออินโฟเทนเมนต์กลางขนาด 12 นิ้ว
- เบาะนั่งแบบ หนังสังเคราะห์ (Leather-Accented) ยกเว้นเบาะแถว 3 และเบาะกลางแถว 2
กล่าวง่าย ๆ คือ สิ่งที่เคยต้อง “ขยับขึ้นไปรุ่น Trend” ถึงจะได้ เช่น จอ 12 นิ้ว และเบาะหนัง ตอนนี้กลายเป็นของติดรถตั้งแต่รุ่นเริ่มต้นอย่าง Active แล้ว ทำให้ภาพรวมดูคุ้มค่าสำหรับลูกค้าที่ต้องการฟีเจอร์ครบ ๆ แต่ไม่จำเป็นต้องไปถึงรุ่นท็อป
รุ่น Tremor
สำหรับรุ่น Tremor ซึ่งเน้นลุยและออฟโรดมากขึ้น Ford ยืนยันว่าใน MY26.5 จะเพิ่มอุปกรณ์ที่เคยเป็นออปชัน ให้เป็นมาตรฐาน ได้แก่
- เบาะคนขับปรับไฟฟ้า 10 ทิศทาง
- เบาะผู้โดยสารหน้าปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง
- เบาะคู่หน้าพร้อมระบบอุ่นและระบายอากาศ
แพ็กเกจออปชันและการจัดที่นั่ง
- Everest Active: สามารถเพิ่มเบาะแถวที่ 3 (7 ที่นั่ง) ได้ในราคา $1,350
- Tremor: สามารถเลือก “ถอดเบาะแถว 3 ออก” ได้แบบไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่ม เหมาะสำหรับคนที่เน้นบรรทุกสัมภาระหรือของเล่นออฟโรด
แพ็กเกจเสริมอื่น ๆ
- Rough Terrain Pack (Tremor) – ราคา $3,550 เน้นอุปกรณ์เพิ่มศักยภาพการลุย เช่น ชุดล้อ/ยางและอุปกรณ์ใต้ท้องรถ
- Towing Pack (Active) – ราคา $2,000 มาพร้อม Integrated Trailer Brake Controller สำหรับการลากจูงอย่างจริงจัง
- Premium Towing Pack (Sport, Tremor, Platinum) – ราคา $2,500 เพิ่มฟังก์ชัน Pro Trailer Backup Assist ช่วยควบคุมทิศทางขณะถอยลากพ่วง
พร้อมเบรกคอนโทรลเลอร์ในตัว
นอกจากนี้ยังมีตัวเลือกแบบ “ไม่คิดเงินเพิ่ม” เช่น ล้อ 18 นิ้วพร้อมยางออลเทอร์เรนในบางรุ่น และตัวเลือกหลังคาสีเดียวกับตัวรถสำหรับรุ่น Platinum
สีตัวถัง Ford Everest MY26.5
สีมาตรฐาน
- Arctic White – สีพื้นฐาน ไม่ต้องเพิ่มเงิน
สีพิเศษ (เพิ่มเงินราว $750)
- Acacia Green – ให้เฉพาะรุ่น Platinum
- Blue Lightning – ให้เฉพาะรุ่น Sport
- Command Grey – ให้ในรุ่น Sport และ Tremor
- Alabaster White Pearlescent – สำหรับ Sport และ Platinum
- Meteor Grey
- Aluminium
- Absolute Black
โดยรวมแล้ว Everest MY26.5 ถือเป็นการ “รีเฟรช” ที่เน้นปรับสมดุลระหว่างราคา อุปกรณ์ และภาพลักษณ์ ปรับเครื่องพื้นฐานให้เรียบง่ายขึ้นแต่ยังคงตัวเลือก V6 ไว้สำหรับคนที่ต้องการสมรรถนะเต็มที่ พร้อมปรับรุ่น Active ให้กลายเป็น “จุดเริ่มต้นใหม่” ที่คุ้มค่าและออปชันแน่นกว่าเดิม
สรุปภาพรวม Everest MY26.5 เหมาะกับใคร?
- สายคุ้มค่า: รุ่น Active ตอบโจทย์คนที่ต้องการ SUV ตัวถังบนเฟรม
ขับสี่ แรงพอใช้งานจริง ได้จอ 12 นิ้ว และเบาะหนังตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น - สายสมรรถนะ/ลากหนัก: เครื่อง V6 3.0 ดีเซล ยังเป็นตัวเลือกหลัก
สำหรับคนที่เน้นแรงบิด ใช้ลากเรือ คาราวาน หรือเดินทางไกล - สายลุยออฟโรด: รุ่น Tremor พร้อมแพ็ก Rough Terrain และ Premium Towing
ให้แพ็กเกจครบสำหรับการลุยจริงจัง - สายหรูหรา: รุ่น Platinum V6 ยังทำหน้าที่ตัวท็อป รวมออปชันหรูและเทคโนโลยีช่วยขับไว้ครบ
แม้ Ford Everest MY26.5 เวอร์ชันออสเตรเลียจะยังเป็นเพียงข้อมูลต่างประเทศ แต่ก็ช่วยให้เห็นทิศทางพัฒนาผลิตภัณฑ์ของ Ford ทั้งด้านเครื่องยนต์ ระบบขับเคลื่อน ฟีเจอร์ความปลอดภัย และการจัดไลน์รุ่นย่อย ซึ่งอาจส่งสัญญาณถึงสิ่งที่เราอาจได้เห็นในตลาดไทยในอนาคตเช่นกัน
