GAC Group เปิดตัวขุมพลัง Super HYBRID ประหยัดสูงสุด 50 กม./ลิตร ในประเทศจีน

GAC Group เปิดตัวขุมพลัง Super HYBRID ประหยัดสูงสุด 50 กม./ลิตร ในประเทศจีน
Spread the love
Advertisement Advertisement

เจาะลึก GAC Tech Day 2026 ปฏิวัติอุตสาหกรรมยานยนต์ด้วยขุมพลังไฮบริดเจนใหม่ และชิปอัจฉริยะฝีมือจีน 100%

ในงาน 2026 GAC Tech Day ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 12 เมษายนที่ผ่านมา GAC Group (Guangzhou Automobile Group) ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนให้วงการยานยนต์อีกครั้งด้วยการเปิดตัวชุดเทคโนโลยีระดับเรือธงภายใต้ตระกูล “Star” ซึ่งครอบคลุมทั้งระบบขับเคลื่อน โครงสร้างตัวถัง ซอฟต์แวร์อัจฉริยะ และระบบนิเวศชิปประมวลผลที่ออกแบบและผลิตในจีน 100%

ระบบขับเคลื่อน “Star Power”นิยามใหม่ของความแรงและประหยัด

GAC เปิดตัวแบรนด์เทคโนโลยีขุมพลังใหม่ในชื่อ Star Power (星源动力) แบ่งออกเป็นสองระบบหลักที่ตอบโจทย์ผู้ใช้ต่างสไตล์:

Star Power Plug-in Hybrid (PHEV)

  • เครื่องยนต์: 1.5T Hybrid ให้พละกำลังสูงสุด 125kW และแรงบิด 245N·m
  • ระบบส่งกำลัง GMC 3.0: มีให้เลือก 2 รูปแบบคือ:
    • รุ่น Thunder (雷霆版): เน้นสมรรถนะสูง ช่วยให้ SUV ขนาดกลาง-ใหญ่ ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ในระดับ 4 วินาที และมีแรงบิดที่ล้อรวมถึง 10,000N·m สามารถไต่ทางชันได้ถึง 70%
    • รุ่น Gale (疾风版): เน้นประสิทธิภาพสูงสุด ด้วยน้ำหนักเกียร์เพียง 98.5 กก. (เบาที่สุดในจีนสำหรับเกียร์มอเตอร์คู่) ให้ประสิทธิภาพการส่งกำลังสูงถึง 98.65% ช่วยให้รถหนัก 2 ตัน มีอัตราบริโภคน้ำมันเพียง 3 ลิตรเศษต่อ 100 กม.

Star Power Super Hybrid (HEV+)

  • แบตเตอรี่ไฮบริด 5.4kWh: เป็นแบตเตอรี่ความจุสูงที่จ่ายไฟได้แรงกว่าเดิม 87.5% ช่วยให้ขับขี่โหมดไฟฟ้าล้วนได้ไกลกว่า 17 กม. ในช่วงความเร็วต่ำ
  • ฟีเจอร์เด่น: รองรับการปล่อยไฟภายนอก 2.2kW, โหมดเฝ้าระวัง (Sentinel Mode) นาน 12 ชั่วโมง และอัปเกรด OTA ได้ทั้งคันโดยไม่เปลืองน้ำมัน
  • อัตราสิ้นเปลือง: รถเก๋ง Segment A กินน้ำมันเพียง 2 ลิตร/100 กม. หรือ 50 กม./ลิตร และรถ MPV ขนาดใหญ่หนัก 2.1 ตัน กินน้ำมันเพียง 3 ลิตร/100 กม. 33 กม./ลิตร (มาตรฐาน CLTC)

โครงสร้างตัวถัง “Starship Body”  แข็งแกร่งกว่ารถออฟโรดทั่วไป 4 เท่า

GAC พัฒนาโครงสร้างตัวถังใหม่ที่ผสมผสานความปลอดภัยระดับสูงสุดเข้ากับเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง

Advertisement Advertisement
  • โครงสร้างแบบ Hybrid: ใช้การผสาน “Embedded Beam + Multi-Ring Cage” พร้อมคานนิรภัยรอบคันและเหล็กกล้าทนแรงดึงสูง
  • ความแข็งแกร่งระดับเทพ: มีค่าความแข็งแรงต่อการบิดตัว (Torsional Rigidity) สูงถึง 38,000Nm/° ซึ่งมากกว่ารถออฟโรดระดับตำนานถึง 4 เท่า
  • วัสดุเกาะป้องกัน: ใช้เหล็กขึ้นรูปร้อนความแข็งแรง 2,000MPa และเสา A ที่ทนแรงกดได้ถึง 12.2 ตัน (สูงกว่ามาตรฐานกติกาถึง 2.7 เท่า)

ห้องโดยสารอัจฉริยะ “Galaxy Cabin” และสถาปัตยกรรมไฟฟ้า 4.0

ยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้ด้วยระบบ AI และการประมวลผลที่รวดเร็วระดับมิลลิวินาที:

  • ADiGO Intelligence: ระบบห้องโดยสารที่ประมวลผลผ่านโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large Model) มีความหน่วงต่ำกว่า 1.6 วินาที และจดจำเป้าหมายในรถได้แม่นยำกว่า 95%
  • AI Companion: ระบบสามารถรับรู้อารมณ์ของผู้โดยสารและปรับแสง สี เสียง รวมถึงแสดงผล AI Mascot เพื่อโต้ตอบได้อย่างเป็นธรรมชาติ
  • Star Spirit Architecture 4.0: สถาปัตยกรรมไฟฟ้าใหม่ที่ใช้ชิป 3nm รุ่นเรือธง รวม 6 โดเมนหลัก (การขับขี่, ห้องโดยสาร, พลังงาน, แชสซี, ตัวถัง, การเชื่อมต่อ) เข้าด้วยกันเป็นหนึ่งเดียว ช่วยให้การตอบสนองข้ามระบบเร็วขึ้นเหลือเพียง 2ms และลดเวลาอัปเกรด OTA จาก 30 นาทีเหลือเพียง 8 นาที

ชิปประมวลผลจีน 100% และการเปิดตัว Hyper GT Climbing Edition

ความสำเร็จสูงสุดของ GAC ในปีนี้คือการพึ่งพาตัวเองด้านเทคโนโลยีชิปประมวลผล:

  • Hyper GT Climbing Edition: เตรียมวางจำหน่ายในเดือนพฤษภาคม 2026 โดยเป็นรถรุ่นแรกที่ใช้ชิปภายในรถทั้ง 1,004 ตัวเป็น “ชิปที่ออกแบบในจีน 100%”
  • ชิป “Hanyu” (撼域) M1: ชิปประมวลผลกลางที่พัฒนาร่วมกับ ZTE Microelectronics ให้พลังการคำนวณสูงและการรับส่งข้อมูลที่รวดเร็วและปลอดภัยระดับสูง
  • เครือข่ายพันธมิตร: GAC ได้ร่วมมือกับพันธมิตรกว่า 105 ราย เพื่อร่วมกันพัฒนาและทดสอบชิปกว่า 400 รุ่นเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมยานยนต์

สรุป: งาน GAC Tech Day 2026 แสดงให้เห็นว่า GAC ไม่ได้มองเพียงแค่การผลิตรถยนต์ไฟฟ้า แต่กำลังสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับ “สมอง” และ “หัวใจ” ของรถยนต์ที่พึ่งพาเทคโนโลยีในประเทศจีนเป็นหลัก ซึ่งจะช่วยลดการนำเข้าและสร้างความได้เปรียบด้านต้นทุนและนวัตกรรมในระยะยาว

Advertisement Advertisement

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้ได้