บริษัทแม่มาเอง! Geely Holding Group ในประเทศไทย มีแผนสร้างโรงงาน
ก้าวใหม่ One Geely! ปรับทัพใหญ่ในไทย เปลี่ยน Zeekr เป็น Geely Auto Thailand รุกตลาดรถยนต์ทุกเซกเมนต์
วงการยานยนต์ไทยต้องจับตามองอีกครั้ง เมื่อยักษ์ใหญ่สัญชาติจีนอย่าง Geely Holding Group (จีลี่ โฮลดิ้ง กรุ๊ป) ประกาศเดินหน้าโครงสร้างองค์กรใหม่ภายใต้นโยบาย “One Geely” เพื่อสร้างเอกภาพและเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในระดับโลก หลังจากเริ่มดำเนินการในหลายประเทศเมื่อกลางปี 2568 ที่ผ่านมา ล่าสุดประเทศไทยพร้อมดีเดย์ปรับโครงสร้างเต็มตัวในปี 2569 นี้ครับ
ไทม์ไลน์การเปลี่ยนแปลง: จาก Zeekr สู่ Geely Auto Thailand
นับตั้งแต่ต้นปี 2569 Geely ได้เริ่มวางรากฐานการบริหารงานใหม่โดยบริษัทแม่จากประเทศจีนโดยตรง ซึ่งมีลำดับขั้นตอนดังนี้:
- 1 มกราคม 2569: เริ่มเซตอัพทีมงานบริหารงานโดยบริษัทแม่ (Geely China) อย่างเป็นทางการ
- ครึ่งปีหลังของปี 2569: จะมีการเปลี่ยนชื่อบริษัทจากเดิม บริษัท ซีเคอาร์ อินเทลลิเจนท์ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด (ZEEKR Thailand) เป็น บริษัท จีลี่ ออโต้ ประเทศไทย (Geely Auto Thailand)
โครงสร้างผู้บริหารใหม่ (New Leadership Team)
เพื่อให้การบริหารงานทั้งแบรนด์แมสและแบรนด์พรีเมียมมีความชัดเจน Geely ได้แต่งตั้งทีมผู้บริหารระดับสูงเข้ามาดูแลในแต่ละส่วน ดังนี้:
| รายชื่อผู้บริหาร | ตำแหน่ง | ขอบเขตการดูแล |
|---|---|---|
| นาย อเล็กซ์ เป่า | Managing Director & General Manager | ดูแลภาพรวมแบรนด์ Geely และ Zeekr ในประเทศไทย |
| นาย วิชัย บุณยมานนท์ | Country Manager, GEELY Thailand | ดูแลแบรนด์ Geely (กลุ่มรถยนต์ทั่วไป) |
| นาย กฤตเมธ วิทยารักษ์สรรค์ | Country Manager, ZEEKR Thailand | ดูแลแบรนด์ Zeekr (กลุ่มรถยนต์พรีเมียม) |
กลยุทธ์การแบ่งตำแหน่งผลิตภัณฑ์ (Market Positioning)
หนึ่งในวัตถุประสงค์หลักของนโยบาย One Geely คือการลดความซ้ำซ้อนของการตลาด โดย Geely Auto Thailand ได้แบ่งเซกเมนต์ราคาไว้อย่างชัดเจนเพื่อเข้าถึงลูกค้าทุกกลุ่ม:
- แบรนด์ GEELY: วางตำแหน่งเป็นแบรนด์สำหรับตลาดมวลชน (Mass Market) โดยเน้นจำหน่ายรถยนต์ใน ราคาต่ำกว่า 1,000,000 บาท
- แบรนด์ ZEEKR: วางตำแหน่งเป็นแบรนด์พรีเมียมระดับไฮเอนด์ (Luxury EV) โดยเน้นจำหน่ายรถยนต์ใน ราคาสูงกว่า 1,000,000 บาท
*หมายเหตุ: สำหรับการจำหน่าย Geely ปัจจุบันยังดำเนินงานโดย “ธนบุรีนอยสเติน” ในฐานะผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการ
ทิศทางของแบรนด์อื่นๆ ในเครือ (Lynk & Co และ Riddara)
มีความชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับแบรนด์อื่นๆ ในเครือ Geely ที่แฟนๆ ชาวไทยเฝ้ารอ:
- Lynk & Co: ยืนยันแล้วว่า “จะไม่เข้ามาทำตลาดในไทย” เนื่องจากตำแหน่งผลิตภัณฑ์มีความทับซ้อนกับ Zeekr ที่ทำตลาดอยู่แล้ว
- Riddara: แบรนด์กระบะไฟฟ้าไฟแรง ยังไม่มีการยืนยันข้อมูลในครั้งนี้ (ต้องรอติดตามในอนาคต)
แผนการตั้งโรงงานประกอบในประเทศไทย
การเข้ามาของบริษัทแม่ภายใต้ชื่อ Geely Auto Thailand จะส่งผลดีต่อความเชื่อมั่นด้านบริการหลังการขายและการจัดการภาพลักษณ์แบรนด์ รวมถึงความชัดเจนเรื่อง โรงงานประกอบรถยนต์ในประเทศ (Local Assembly):
“การตัดสินใจลงทุนโรงงานในไทยมีหลายรูปแบบ ทั้งการลงทุนเองทั้งหมดหรือการจ้างประกอบ (OEM) ซึ่งปัจจัยหลักขึ้นอยู่กับนโยบายสนับสนุนการลงทุนจากรัฐบาลไทยเป็นสำคัญ” – อเล็กซ์ เป่า
การปรับโครงสร้างเป็น Geely Auto Thailand ครั้งนี้ คือสัญญาณบวกสำหรับผู้บริโภคชาวไทยครับ เพราะจะทำให้การบริหารจัดการอะไหล่ บริการหลังการขาย และการวางแผนเปิดตัวรถรุ่นใหม่ๆ มีเอกภาพมากขึ้น การแยกกลุ่มราคาชัดเจนระหว่าง Geely และ Zeekr จะช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจได้ง่ายขึ้น และที่สำคัญคือเราอาจจะได้เห็นรถยนต์ Geely ราคาต่ำล้านในสเปกที่คุ้มค่าออกมาถล่มตลาดเร็วๆ นี้ครับ!
ปัจจุบัน Geely มีโรงงานที่ไหนบ้างในอาเซียน
มาเลเซีย (ฐานผลิตหลักพวงมาลัยขวา)
-
โรงงาน Tanjung Malim (Proton City): เป็นฐานการผลิตที่ใหญ่ที่สุดของ Geely ในอาเซียนผ่านการถือหุ้นใน Proton
-
สถานะปัจจุบัน: นอกจากผลิตรถ Proton รุ่นต่างๆ (เช่น X50, X70, X90) ล่าสุดเมื่อเดือนกันยายน 2025 ได้เปิดตัว โรงงานประกอบรถยนต์ไฟฟ้า (EV) แห่งแรกของมาเลเซีย ในพื้นที่นี้ด้วย เพื่อรองรับการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ Zeekr และแบรนด์รถไฟฟ้าของ Proton เอง
Advertisement Advertisement
อินโดนีเซีย (ฐานผลิตรถ NEV แห่งใหม่)
-
โรงงาน Handal Indonesia Motor: Geely ได้จับมือกับพันธมิตรท้องถิ่นเพื่อประกอบรถยนต์แบบ CKD (Completely Knocked Down)
-
สถานะปัจจุบัน: เริ่มเดินสายพานการผลิตเต็มตัวเมื่อต้นปี 2026 โดยผลิตรถยนต์ไฟฟ้าและไฮบริดรุ่นสำคัญ เช่น Geely EX5, Geely Starray EM-i และล่าสุดคือรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก Geely EX2 เพื่อป้อนตลาดอินโดนีเซียและภูมิภาค
เวียดนาม (กำลังก่อสร้าง)
-
โรงงานในจังหวัด Thai Binh: เป็นโครงการร่วมทุน (Joint Venture) กับ Tasco Group มูลค่าการลงทุนกว่า 168 ล้านเหรียญสหรัฐ
-
สถานะปัจจุบัน: เริ่มก่อสร้างในปี 2025 และมีกำหนดการเดินสายพานการผลิตในช่วง ปลายปี 2026 โดยจะเน้นผลิตแบรนด์ Geely และ Lynk & Co เป็นหลัก
ประเทศไทย (แผนงานชัดเจน)
-
สถานะปัจจุบัน: แม้จะยังไม่มีโรงงานประกอบของตัวเองที่เดินเครื่องเต็มตัวในตอนนี้ แต่หลังจากตั้งบริษัท Geely Auto Thailand เมื่อต้นปี 2026 บริษัทแม่ได้ประกาศชัดเจนว่า “กำลังพิจารณาและเจรจาเรื่องการตั้งโรงงานประกอบ (CKD)” ในไทยอย่างจริงจัง
-
โดยเฉพาะแบรนด์ Riddara (กระบะไฟฟ้า) ที่มียอดขายดีในไทย ก็มีแผนศึกษาการตั้งโรงงานเพื่อใช้ไทยเป็นฮับส่งออกในภูมิภาคด้วยครับ
GEELY Holging Group คืออะไร ?
Geely Holding Group (Zhejiang Geely Holding Group) คือ กลุ่มบริษัทข้ามชาติด้านเทคโนโลยีและยานยนต์ยักษ์ใหญ่จากประเทศจีนที่มีสำนักงานใหญ่ในเมืองหางโจว มณฑลเจ้อเจียง ก่อตั้งโดย Li Shufu (หลี่ ชูฟู่) ในปี 1986 (พ.ศ. 2529)
ปัจจุบัน Geely ไม่ได้เป็นเพียงแค่ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติจีนธรรมดา แต่ได้ก้าวขึ้นเป็น “อาณาจักรยานยนต์ระดับโลก” ที่ติดอันดับ Fortune Global 500 และเป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในแบรนด์รถยนต์ชื่อดังมากมายครับ
แบรนด์ในเครือ Geely (The Empire of Mobility)
Geely มีกลยุทธ์ที่โดดเด่นคือการกว้านซื้อกิจการและร่วมทุนกับแบรนด์ระดับโลก เพื่อแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีและขยายตลาด ซึ่งแบรนด์ที่เรารู้จักกันดี ได้แก่:
| กลุ่มผลิตภัณฑ์ | แบรนด์ในเครือ / หุ้นส่วน |
| แบรนด์หลัก (Core) | Geely Auto, Galaxy, Geometry |
| แบรนด์พรีเมียม / หรู | Volvo Cars (ถือหุ้นใหญ่), Polestar, Zeekr |
| แบรนด์สปอร์ต / ไฮเอนด์ | Lotus (ถือหุ้นใหญ่), Aston Martin (ถือหุ้นรายใหญ่) |
| แบรนด์ร่วมทุน / อื่นๆ | smart (ร่วมทุนกับ Mercedes-Benz), Lynk & Co, Proton (มาเลเซีย) |
| รถเพื่อการพาณิชย์ | Farizon Auto, Riddara (กระบะไฟฟ้า) |
ทำไม Geely ถึงได้รับการยอมรับทั่วโลก?
-
การเข้าซื้อ Volvo (2010): เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ทั่วโลกหันมามอง Geely เพราะพวกเขาสามารถชุบชีวิต Volvo ให้กลับมาทำกำไรและเติบโตอย่างก้าวกระโดด พร้อมกับนำเทคโนโลยีความปลอดภัยและแพลตฟอร์มของ Volvo มาพัฒนาต่อยอดในรถ Geely
-
เทคโนโลยีแพลตฟอร์ม SEA: Geely พัฒนาแพลตฟอร์ม Sustainable Experience Architecture (SEA) ซึ่งเป็นโครงสร้างรถไฟฟ้าอัจฉริยะที่ยืดหยุ่นมาก ใช้ได้ตั้งแต่รถเล็กไปจนถึงรถลักชูรี และแบ่งปันให้หลายแบรนด์ในเครือใช้ร่วมกัน
-
ไม่ได้ทำแค่รถยนต์: Geely ลงทุนในเทคโนโลยีอวกาศ (ส่งดาวเทียมของตัวเองเพื่อระบบนำทางรถยนต์), รถยนต์บินได้ (Terrafugia), และพลังงานทางเลือกอย่างเชื้อเพลิงเมทานอล
🇹🇭 Geely ในประเทศไทย (สถานะปัจจุบัน)
ตามที่คุณเพิ่งเห็นข่าวการปรับโครงสร้าง “One Geely” ในไทย Geely กำลังรวมศูนย์การบริหารงานเพื่อความชัดเจน:
-
Geely Auto Thailand: ดูแลแบรนด์ Geely (เน้นรถแมส ราคาต่ำล้าน) และ Zeekr (เน้นพรีเมียม ราคาล้านขึ้นไป)
-
Riddara: รุกตลาดกระบะไฟฟ้า 100% เป็นรายแรกๆ ในไทย
-
เป้าหมาย: มุ่งเน้นการสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ที่แข็งแรง และมีแผนที่จะตั้งโรงงานประกอบในไทยในอนาคต
