ประหยัด 30 กม./ลิตร WLTP : GEELY และ Renault เปิดตัวเครื่องยนต์ใหม่ Horse Powertrain

<!doctype html>
Hybrid ยุคใหม่! Horse Powertrain เปิดตัว H12 Concept ใช้น้ำมันหมุนเวียน 100% ประหยัดต่ำกว่า 30 กม./ลิตร WLTP
สรุป: Horse Powertrain เปิดตัวแนวคิดระบบขับเคลื่อนไฮบริด H12 Concept ที่ออกแบบมาให้ทำงานกับน้ำมันเบนซินหมุนเวียน 100% โดยรายงานอัตราสิ้นเปลืองต่ำกว่า 3.3 ลิตร/100 กม. (WLTP) และประสิทธิภาพเชิงความร้อนสูงสุด 44.2% พร้อมเตรียมเผยโฉมรถสาธิตต้นปี 2026
Horse Powertrain คือใคร?
Horse Powertrain คือบริษัทร่วมทุนด้านระบบส่งกำลังระดับโลกที่ก่อตั้งในปี 2024 ในฐานะซัพพลายเออร์อิสระ โดยรวมงานด้านเครื่องยนต์สันดาป (ICE) และไฮบริดของเครือ Geely และ Renault เข้าด้วยกัน พร้อมมี Aramco เข้าร่วมเป็นผู้ถือหุ้น
- Geely ถือหุ้น 45%
- Renault Group ถือหุ้น 45%
- Aramco ถือหุ้น 10%
บริษัทระบุว่ามีโรงงานผลิต 17 แห่ง และศูนย์วิจัยพัฒนา (R&D) 5 แห่งทั่วโลก พร้อมจัดส่งเครื่องยนต์และระบบไฮบริดให้หลายแบรนด์ เช่น Renault, Geely Auto, Volvo Cars, Nissan, Mitsubishi Motors และ Proton

H12 Hybrid Concept ไฮบริดที่เกิดมาเพื่อ “เชื้อเพลิงหมุนเวียน”
ระบบที่ประกาศล่าสุดพัฒนาบนพื้นฐานของ Horse H12 Hybrid Engine Concept โดยร่วมพัฒนากับบริษัทพลังงานจากสเปน Repsol จุดยืนของโครงการคือการเพิ่มประสิทธิภาพไฮบริดในโลกจริงควบคู่กับการลดคาร์บอนผ่านเชื้อเพลิงหมุนเวียน
ตัวเลขเด่นที่ประกาศ
- ประสิทธิภาพเชิงความร้อนสูงสุด (Peak Brake Thermal Efficiency): 44.2%
- อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง (WLTP): < 3.3 ลิตร/100 กม. หรือ 30 กม./ลิตร WLTP หากแปลงเป็น NEDC อาจถึง 35-36 กม.
- ประหยัดกว่าค่าเฉลี่ยรถใหม่ยุโรปปี 2023 ราว 40% (ตามที่บริษัทอ้างอิง)
เจาะเทคโนโลยี ทำไม H12 ถึงประหยัดขึ้น?
Horse ระบุว่า H12 ใช้การปรับปรุงเชิงวิศวกรรมหลายด้านเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้และการกู้คืนพลังงานในชุดขับเคลื่อนไฮบริด
- อัตราส่วนกำลังอัดสูง 17:1 เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการเผาไหม้
- ระบบ EGR (Exhaust Gas Recirculation) ออกแบบใหม่ ช่วยควบคุมอุณหภูมิและลดการสูญเสียพลังงาน
- เทอร์โบชาร์จปรับจูน (Optimised Turbocharging) เพื่อสมดุลแรงบิดและความประหยัดในรอบใช้งานจริง
- คาลิเบรตเกียร์เฉพาะสำหรับไฮบริด เพื่อให้การทำงานร่วมกับมอเตอร์/แบตเตอรี่มีประสิทธิภาพขึ้น
เป้าหมายคือเพิ่ม “ประสิทธิภาพการเผาไหม้” และ “การกู้คืนพลังงาน” ภายใต้คอนฟิกไฮบริด ซึ่งเป็นจุดแข็งที่รถเบนซินล้วนทำได้ยาก
ใช้น้ำมันหมุนเวียน 100% ลด CO₂ ได้แค่ไหน?
ระบบส่งกำลังนี้ออกแบบให้รองรับน้ำมันเบนซินหมุนเวียนเต็มรูปแบบของ Repsol ซึ่งผลิตจากวัตถุดิบพลังงานหมุนเวียน (renewable feedstocks)
ตามข้อมูลที่บริษัทระบุ หากนำไปติดตั้งในรถขนาดกลาง และวิ่งปีละ 12,500 กม. จะสามารถลดการปล่อย CO₂ ได้ราว 1.77 ตัน/ปี เมื่อเทียบกับรถเบนซินทั่วไป
หมายเหตุ: ตัวเลขการลด CO₂ ขึ้นกับรูปแบบการใช้งานจริง แหล่งที่มาของพลังงาน/เชื้อเพลิง และวิธีคำนวณเชิงวัฏจักรชีวิต (Life Cycle) ของเชื้อเพลิงหมุนเวียน
ความคืบหน้า: มีต้นแบบแล้ว และเตรียมโชว์รถสาธิตต้นปี 2026
- สร้างและทดสอบเครื่องยนต์ต้นแบบแล้ว 2 เครื่อง
- เตรียมเปิดตัว รถสาธิต (Demonstrator Vehicle) ที่รวมระบบไฮบริดใหม่นี้ในช่วง ต้นปี 2026
การมีรถสาธิตถือเป็น “ก้าวที่สำคัญ” เพราะจะทำให้เห็นผลลัพธ์จริงทั้งด้านความประหยัด การตอบสนอง และการทำงานร่วมกับระบบไฮบริด/เกียร์ในสภาพแวดล้อมใช้งานจริง
มุมมองอุตสาหกรรม Hybrid ยังเดินหน้าคู่กับ BEV
แม้รถไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) จะเติบโตต่อเนื่อง แต่การพัฒนาไฮบริดยังมีพื้นที่ชัดเจน โดยเฉพาะในภูมิภาคที่โครงสร้างพื้นฐานชาร์จยังไม่ครอบคลุม หรือเงื่อนไขกฎระเบียบแตกต่างกัน
แนวคิด “เดินหลายทางพร้อมกัน” (multi-propulsion approach) จึงกลับมาเป็นประเด็นสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น BEV, HEV, ระบบขยายระยะทาง (range extender) และเชื้อเพลิงคาร์บอนต่ำ/หมุนเวียน เพื่อให้การลดคาร์บอนเกิดได้เร็วที่สุดในโลกความจริง
สรุป
H12 Hybrid Concept ของ Horse Powertrain เป็นอีกตัวอย่างของการยกระดับไฮบริดให้ “ประหยัดขึ้น” และ “คาร์บอนต่ำลง” ด้วยการออกแบบเครื่องยนต์ใหม่ + การคาลิเบรตระบบไฮบริด + การใช้น้ำมันหมุนเวียน 100%
หากรถสาธิตที่เตรียมเปิดตัวในช่วงต้นปี 2026 ทำตัวเลขได้ใกล้เคียงที่ประกาศ นี่อาจกลายเป็นทางเลือกสำคัญสำหรับตลาดที่ต้องการลด CO₂ อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องรอให้ BEV และโครงสร้างพื้นฐานชาร์จพร้อมสมบูรณ์ในทุกภูมิภาค

