เปิดขายจีน 1.74 – 1.92 ล้านบาท GWM WEY V9X SUV PHEV ใหม่ วิ่งไฟฟ้า 310 – 470 กม. ในจีน




เจาะลึกสเปก WEY V9X (2026) SUV หรู 6 ที่นั่ง เทคโนโลยี 800V และเลี้ยวล้อหลัง
ราคาจำหน่าย (Pre-sale)
- 🏙️ รุ่น Luxury Extended : 371,800 หยวน (ประมาณ 1,741,883 บาท)
- 👨👩👧👦 รุ่น Luxury Family : 381,800 หยวน (ประมาณ 1,788,733 บาท)
- 🎩 รุ่น Executive Extended 411,800 หยวน (ประมาณ 1,929,283 บาท)
สรุปจุดเด่นของ WEY V9X (2026)
- ระยะทางวิ่งรวม 1,700 กม.: ด้วยระบบ PHEV รุ่นใหม่ล่าสุด ทำให้เดินทางไกลข้ามจังหวัดได้โดยไม่ต้องแวะเติมน้ำมันบ่อยครั้ง
- วิ่งไฟฟ้าล้วน 470 กม. (CLTC): ระยะทางวิ่งไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวสูงเกือบเท่ารถ EV ทำให้การใช้งานในเมืองแทบไม่ต้องใช้น้ำมันเลย
- เทคโนโลยี 800V + ชาร์จไว 6C: ชาร์จไฟจาก 30% ถึง 80% ได้ภายในเวลาเพียง 9 นาที ซึ่งถือเป็นสถิติใหม่ของรถในกลุ่มปลั๊กอินไฮบริด
- ระบบเลี้ยวล้อหลัง ±10 องศา: แม้รถจะมีความยาวเกือบ 5.3 เมตร แต่ระบบนี้ช่วยให้วงเลี้ยวแคบลงมาก ทำให้การกลับรถหรือถอยจอดในห้างทำได้คล่องตัวเหมือนรถเก๋งคันเล็ก
- ถุงลมแบบปิดสองห้อง (Dual-chamber Air Suspension): ทำงานร่วมกับโช้คอัพไฟฟ้า EDC ปรับความนุ่มนวลได้ละเอียดตามสภาพถนน มอบความรู้สึก “ลอยอยู่บนปุยเมฆ” แต่ยังคงการยึดเกาะถนนที่ดีเยี่ยม
- เบาะ Zero Gravity พร้อมระบบนวด 22 จุด: เบาะแถวสองฝั่งขวาออกแบบมาให้นั่งสบายที่สุด ลดแรงกดทับของร่างกาย พร้อมระบบอุ่นเบาะและระบายอากาศทุกที่นั่ง
- ตู้เย็นอัจฉริยะ 7 ลิตร: ทำอุณหภูมิได้กว้างตั้งแต่ -6°C (แช่แข็ง) ถึง 50°C (อุ่นร้อน) สามารถแช่ไอศกรีมหรืออุ่นกาแฟพร้อมกันได้ตลอดการเดินทาง
- พลังเสียง 3,080 วัตต์: ลำโพง 31 ตำแหน่งรอบคัน มอบประสบการณ์เสียงแบบ 8.1.4.8 ที่โอบล้อมทุกตำแหน่งที่นั่ง
- ชิป NVIDIA Thor-U (700 TOPS): มีพลังประมวลผลสูงมาก รองรับการขับขี่อัตโนมัติ NOA ทั้งในเมืองและทางหลวงแบบ “ประตูสู่ประตู” (Door-to-Door) โดยไม่ต้องใช้แผนที่ความละเอียดสูง
- เซนเซอร์รอบคัน 27 จุด: รวมถึง LiDAR บนหลังคา ช่วยให้รถมองเห็นและหลบหลีกอุปสรรคได้อย่างแม่นยำแม้ในสภาวะทัศนวิสัยแย่
- ถุงลมนิรภัย 10 ตำแหน่ง: รวมถึง Far-side Airbag คั่นกลางระหว่างคนขับและผู้โดยสารตอนหน้า ป้องกันแรงกระแทกจากด้านข้างอย่างทั่วถึง
- โครงสร้างเหล็กกล้าแข็งแกร่งสูง: ออกแบบมาเพื่อปกป้องแบตเตอรี่และห้องโดยสารจากการชนทุกทิศทาง พร้อมระบบช่วยเหลือฉุกเฉินอัตโนมัติหลังเกิดอุบัติเหตุ
มิติตัวถัง WEY V9X (2026)
WEY V9X ออกแบบมาให้มีความโอ่โถงระดับลักชูรี โดยมีความยาวตัวถังให้เลือก 2 รูปแบบ ดังนี้
-
- รุ่น Luxury Family :
- ยาว x กว้าง x สูง: 5,205 x 2,025 x 1,825 มม.
- ระยะฐานล้อ: 3,050 มม.
- รุ่น Luxury Family :
- รุ่น Extended (รุ่น Luxury / Executive):
- ยาว x กว้าง x สูง: 5,299 x 2,025 x 1,825 มม.
- ระยะฐานล้อ: 3,150 มม.
จุดเด่นเพิ่มเติมด้านตัวถัง
- ที่นั่ง: แบบ 6 ที่นั่ง (2+2+2)
- ล้อและยาง: ล้ออัลลอยขนาด 21 นิ้ว พร้อมยางเก็บเสียง 255/50 R21 (มาตรฐานทุกรุ่น)
- ระบบช่วยเลี้ยว: ติดตั้งระบบเลี้ยวล้อหลัง (Rear Wheel Steering) ปรับองศาได้ ±10 องศา ช่วยให้รถที่มีขนาดเกือบ 5.3 เมตร เลี้ยววงแคบได้คล่องตัว
- บันไดข้าง: ระบบไฟฟ้า (Electric Side Step) รองรับน้ำหนัก 175 กก. เป็นมาตรฐานทุกรุ่น
ขุมพลัง สมรรถนะ และระบบชาร์จ
WEY V9X ใช้ระบบปลั๊กอินไฮบริดรุ่นใหม่ล่าสุด เครื่องยนต์เบนซิน 2.0T (175 kW / 236 PS) แรงบิด 385 Nm ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ขับเคลื่อน 4 ล้อ (4WD) และเกียร์ 4-speed DHT
รุ่น Luxury Extended
ราคาประมาณการ: 1,741,883 บาท (371,800 หยวน)
- มอเตอร์ไฟฟ้า: หน้า 100 kW / หลัง 240 kW
- กำลังรวมทั้งระบบ: 510 kW (ประมาณ 688.5 แรงม้า PS)
- แรงบิดรวมสูงสุด: 862 นิวตันเมตร
- แบตเตอรี่: 55.4 kWh (แรงดันไฟฟ้า 400V)
- ระยะทางวิ่งไฟฟ้าล้วน (CLTC): 310 กิโลเมตร
- ระยะทางวิ่งครอบคลุมสูงสุด (CLTC): 1,656 กิโลเมตร
- ความจุถังน้ำมัน: 65 ลิตร
- ระบบชาร์จ:
- ชาร์จเร็ว DC (30-80%): 15 นาที
- ชาร์จปกติ AC (6.6 kW): 8.2 ชั่วโมง
รุ่น Luxury Family
ราคาประมาณการ: 1,788,733 บาท (381,800 หยวน)
- มอเตอร์ไฟฟ้า: หน้า 110 kW / หลัง 220 kW
- กำลังรวมทั้งระบบ: 500 kW (ประมาณ 675 แรงม้า PS)
- แรงบิดรวมสูงสุด: 930 นิวตันเมตร
- แบตเตอรี่: 66.6 kWh (แรงดันไฟฟ้า 800V)
- ระยะทางวิ่งไฟฟ้าล้วน (CLTC): 402 กิโลเมตร
- ระยะทางวิ่งครอบคลุมสูงสุด (CLTC): 1,632 กิโลเมตร
- ความจุถังน้ำมัน: 70 ลิตร
- ระบบชาร์จ:
- ชาร์จเร็ว DC (30-80%): 9 นาที (เทคโนโลยี 6C)
- ชาร์จปกติ AC (6.6 kW): 10.4 ชั่วโมง
รุ่น Executive Extended
ราคาประมาณการ: 1,929,283 บาท (411,800 หยวน)
- มอเตอร์ไฟฟ้า: หน้า 110 kW / หลัง 270 kW
- กำลังรวมทั้งระบบ: 550 kW (ประมาณ 742.5 แรงม้า PS)
- แรงบิดรวมสูงสุด: 930 นิวตันเมตร
- แบตเตอรี่: 80 kWh (แรงดันไฟฟ้า 800V)
- ระยะทางวิ่งไฟฟ้าล้วน (CLTC): 470 กิโลเมตร
- ระยะทางวิ่งครอบคลุมสูงสุด (CLTC): 1,700 กิโลเมตร
- ความจุถังน้ำมัน: 65 ลิตร
- ระบบชาร์จ:
- ชาร์จเร็ว DC (30-80%): 9 นาที (เทคโนโลยี 6C)
- ชาร์จปกติ AC (6.6 kW): 11.1 ชั่วโมง
ระบบช่วงล่างและแชสซีอัจฉริยะ
WEY V9X ติดตั้งเทคโนโลยีช่วงล่างที่ล้ำสมัยที่สุดของ GWM เพื่อรองรับทั้งการขับขี่ในเมืองที่คล่องตัว และการเดินทางไกลที่เน้นความนุ่มสบายเป็นพิเศษ
-
- โครงสร้างพื้นฐาน (Suspension Architecture):
- ด้านหน้า: อิสระปีกนกคู่ (Double Wishbone) ช่วยให้การยึดเกาะถนนและการเข้าโค้งแม่นยำ
- ด้านหลัง: อิสระมัลติลิงก์ 5 จุด (Five-link) ออกแบบมาเพื่อซับแรงกระแทกและรักษาเสถียรภาพสูงสุด
- โครงสร้างพื้นฐาน (Suspension Architecture):
-
- ระบบถุงลมปิดแบบสองห้อง (Closed Dual-chamber Air Suspension): เป็นระบบมาตรฐานในทุกรุ่นย่อย สามารถปรับความสูง-ต่ำของรถได้อัตโนมัติ และแยกการทำงานของห้องลมเป็นสองระดับ เพื่อความนุ่มนวลที่ละเอียดกว่าถุงลมทั่วไป
-
- ระบบโช้คอัพไฟฟ้า EDC (Continuous Damping Control): โช้คอัพที่ปรับความหนืดแปรผันได้ต่อเนื่องแบบเรียลไทม์ โดยระบบจะอ่านสภาพถนนและปรับการตอบสนองให้เหมาะสมภายในเสี้ยววินาที มีให้เลือก 3 โหมด: Comfort, Standard และ Sport
-
- ระบบเลี้ยวล้อหลัง (Rear Wheel Steering): ไฮไลท์เด็ดคือล้อหลังสามารถปรับองศาการเลี้ยวได้สูงสุด ±10 องศา ช่วยให้ SUV ที่มีความยาวเกือบ 5.3 เมตร มีรัศมีวงเลี้ยวที่แคบลงอย่างมาก เทียบเท่ากับรถเก๋งขนาดเล็ก เพิ่มความคล่องตัวเวลาถอยจอดหรือกลับรถ
- ระบบเบรกนุ่มนวล CST (Comfort Stop): เทคโนโลยีอัจฉริยะที่ช่วยควบคุมแรงเบรกในช่วงวินาทีสุดท้ายก่อนรถหยุดสนิท เพื่อลดอาการ “หน้าทิ่ม” ทำให้ผู้โดยสารไม่รู้สึกเวียนหัว
การออกแบบภายนอก
WEY V9X (2026) ได้รับการออกแบบภายใต้แรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมคลาสสิกของตะวันออก ผสมผสานความหรูหราแบบร่วมสมัยเข้ากับเส้นสายที่ภูมิฐานและมั่นคง
ดีไซน์ด้านหน้า (Front Design)
- แนวคิด “Double Eave”: กระจังหน้าได้รับแรงบันดาลใจจากชั้นหลังคาของวัดหรือพระราชวังโบราณ (重檐庑殿顶) วางเลย์เอาต์แบบสมมาตร (Symmetry) ให้ความรู้สึกที่ยิ่งใหญ่และน่าเกรงขาม
- ชุดไฟหน้า Hi Light อัจฉริยะ:ติดตั้งระบบไฟส่องสว่างอัจฉริยะที่ไม่ได้มีไว้แค่ส่องทาง แต่ยังรองรับ การฉายภาพกราฟิก (Projector) ลงบนพื้นถนนได้ถึง 6 รูปแบบ เพื่อช่วยในการขับขี่พร้อมระบบไฟต้อนรับ (Welcome Scenes) เช่น ลายทางช้างเผือก, คำว่า LOVE หรือ Happy Birthday และแอนิเมชันธีมเทศกาลอีกกว่า 11 รูปแบบ
- สัญลักษณ์เรืองแสง: โลโก้ WEY ตรงกลางเป็นแบบเรืองแสง (Illuminated Logo) เชื่อมต่อกับแถบไฟ LED แนวนอนที่เรียวยาวทั้งสองข้าง
เส้นสายด้านข้าง (Side Profile)
- โครงสร้าง “Flyover Eaves”: เส้นหลังคาและเส้นข้างตัวรถออกแบบตามโครงสร้างชายคาที่ทอดตัวยาว (飞檐悬挑结构) ทำให้รถดูมีรูปลักษณ์ที่ปราดเปรียวแต่ยังคงความมั่นคง
- มือจับประตูและบันไดข้าง: มือจับประตูเป็นแบบทูโทน (Dual-color) พร้อมบันไดข้างระบบไฟฟ้า (Electric Side Step) ที่รองรับน้ำหนักได้สูงสุด 175 กก. เป็นมาตรฐานทุกรุ่น
- ล้ออัลลอย “Star Light”: ขนาด 21 นิ้ว ดีไซน์หรูหราแบบ Starry凝辉 รัดด้วยยางเก็บเสียงระดับพรีเมียมขนาด 255/50 R21
ดีไซน์ด้านหลัง (Rear Design)
- ไฟท้าย 3D Overlapping Shadow: ไฟท้าย LED ดีไซน์สามมิติที่มีการวางชั้นของแผ่นแสง (Light Curtain) นับร้อยชิ้นเรียงต่อกัน เลียนแบบลักษณะของป้อมปราการหรือแนวกำแพงเมืองโบราณ ให้มิติแสงที่ลึกและสวยงามในยามค่ำคืน
- สปอยเลอร์หลัง: ติดตั้งไฟเบรกดวงที่สามแบบ LED ทรงยาว เสริมลุคสปอร์ตและช่วยเรื่องอากาศพลศาสตร์
ตัวเลือกสีตัวถัง (Exterior Colors)
WEY V9X มาพร้อมกับโทนสีที่สะท้อนความหรูหราและมีความหมายลึกซึ้ง:
- สีมาตรฐาน: เงิน (Moon Silver), ดำ (Wenyuan Black), ม่วง (Danchen Purple), เทา (Rouju Gray), เขียว (Shenting Green)
- สีพิเศษ (เฉพาะรุ่น Extended): ทองม่วง (Zique Liujin), ทองดำ (Moxuan Yaojin), เขียวฟ้า (Tianhua Green), เทาผนังหิน (Yingbi Gray)
“ด้วยความยาวตัวถังสูงสุดถึง 5,299 มม. และการใช้สถาปัตยกรรมไฟฟ้า 800V ร่วมกับไฟหน้าอัจฉริยะ ทำให้ WEY V9X ไม่ได้เป็นเพียงรถ SUV แต่เป็นผลงานศิลปะเคลื่อนที่ที่สะท้อนภาพลักษณ์ผู้นำยุคใหม่”
ดีไซน์ภายในและความสะดวกสบายระดับ First Class
ภายในห้องโดยสารของ WEY V9X ถูกนิยามว่าเป็น “ห้องรับแขกอัจฉริยะ” ที่ผสมผสานงานฝีมือประณีตเข้ากับเทคโนโลยี AI แห่งอนาคต เพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางที่เหนือระดับสำหรับทุกคนในครอบครัว
ห้องโดยสารและการตกแต่ง (Aesthetics & Materials)
- วัสดุพรีเมียม: หุ้มด้วยหนัง Nappa แท้ ทั่วทั้งคัน พร้อมงานปักลายถึง 12 จุด และเทคนิคการเย็บแบบ 3D สลับซับซ้อนที่สะท้อนถึงความใส่ใจในรายละเอียด
- โทนสีภายใน: มีให้เลือก 4 สีตามไลฟ์สไตล์ ได้แก่ เทา-น้ำตาล (Gray-Brown), ขาว-เบจ (Rice White), เทาล้วน (Gray) และ เทา-เบจ (Gray-Rice)
- ความประณีต: แผงหน้าปัดและแผงประตูหุ้มด้วยวัสดุผิวสัมผัสนุ่ม (Soft-touch) และบุเพดานด้วยวัสดุคล้ายหนังกลับ (Suede) เพิ่มความหรูหราและช่วยดูดซับเสียง
เบาะนั่งอัจฉริยะ (Intelligent Seating)
WEY V9X มาในรูปแบบ 6 ที่นั่ง (2+2+2) ที่จัดเต็มฟังก์ชันสุขภาพและความสบาย:
- เบาะคนขับปรับความนุ่มได้: ติดตั้งถุงลมภายในเบาะที่สามารถปรับความนุ่ม-แข็งได้ตามโหมดการขับขี่ (Sport, Comfort, Standard, Auto) เพื่อลดความเมื่อยล้า
- เบาะแถวสอง “Heavenly King Chair”: เบาะฝั่งขวาเป็นแบบ Zero Gravity ปรับเอนนอนได้เต็มรูปแบบ พร้อมระบบนวดไฟฟ้า 22 จุด (รวมพนักพิงและที่รองขา) ส่วนเบาะฝั่งซ้ายมาพร้อมระบบนวด 10 จุด
- ฟังก์ชันมาตรฐาน: เบาะคู่หน้าและแถวสองติดตั้งระบบ อุ่นเบาะ, ระบายอากาศ (Ventilation) และระบบนวด 10 จุด เป็นมาตรฐาน
- ความสบายแถวสาม: เบาะแถวสามสามารถปรับเอนด้วยระบบไฟฟ้า และมีระบบอุ่นเบาะมาให้ พร้อมฟังก์ชันพับเรียบแบบ One-touch เพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระ
ระบบความบันเทิงและ AI (Entertainment & AI Tech)
- หน้าจอพาโนรามา: ด้านหน้าติดตั้งจอเรือนไมล์ 12.3 นิ้ว เชื่อมต่อกับ จอคู่กลาง-ผู้โดยสารขนาด 17.3 นิ้ว และมีหน้าจอความบันเทิงสำหรับผู้โดยสารตอนหลังขนาดสูงสุด 21.4 นิ้ว
- ชิปประมวลผล 8295P: ขับเคลื่อนด้วยชิปตัวท็อปจาก Qualcomm ทำให้ทุกหน้าจอลื่นไหล และรองรับระบบตอบโต้อัจฉริยะ “Xiao Wei” (Coffee GPT) ที่สั่งงานด้วยเสียงได้จากทุกที่นั่ง
- ระบบเสียง Coffee AI Sound: ลำโพงระดับ Hi-End รวม 31 ตำแหน่ง (รวมลำโพงในพนักพิงศีรษะ) กำลังขับมหาศาล 3,080 วัตต์ พร้อมระบบจำลองเสียง 8.1.4.8 และระบบตัดเสียงรบกวน (ANC/RNC)
- การเชื่อมต่อ: รองรับ Apple CarPlay, Huawei HiCar, และระบบเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนแบรนด์ชั้นนำครบครัน
สิ่งอำนวยความสะดวกสุดล้ำ (Smart Comfort Features)
- ตู้เย็นอัจฉริยะ: ความจุ 7 ลิตร ปรับได้ทั้งร้อนและเย็น (-6°C ถึง 50°C) สามารถทำความเย็นจากอุณหภูมิห้องถึง 0°C ได้ภายใน 20 นาที และเก็บความร้อนได้นาน 24 ชั่วโมง
- การชาร์จไร้สาย: ติดตั้งแท่นชาร์จไร้สายความเร็วสูง 50W ถึง 4 ตำแหน่ง (คู่หน้าและคู่หลัง) พร้อมช่อง USB Type-C ครบทุกแถว
- บรรยากาศในรถ: ระบบไฟ Ambient Light ปรับสีตามจังหวะเพลง, ระบบน้ำหอมอัจฉริยะ และระบบปรับอากาศแยก 3 โซนพร้อมฟิลเตอร์ N95 และเครื่องฟอกอากาศประจุลบ
- ความเงียบขั้นสุด: กระจกกันเสียงรอบคันพร้อมม่านบังแดดในแถวที่ 1, 2 และ 3 (รุ่น Extended) มอบความเป็นส่วนตัวและความสงบระดับโรงแรม 5 ดาว
“WEY V9X ไม่ได้เป็นเพียงรถ SUV แต่คือพื้นที่ส่วนตัวที่ยกระดับความสะดวกสบายของทุกคนในครอบครัว ด้วยการนำเทคโนโลยี AI มาดูแลตั้งแต่ความนุ่มของเบาะไปจนถึงอุณหภูมิของเครื่องดื่ม”
ระบบความปลอดภัยและเทคโนโลยีการขับขี่อัจฉริยะ
WEY V9X ถูกสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม Guiyuan S ซึ่งเน้นการปกป้องผู้โดยสารด้วยโครงสร้างอัจฉริยะและระบบประมวลผล AI ที่ฉลาดที่สุดในปัจจุบัน เพื่อมอบความมั่นใจในทุกเส้นทาง
โครงสร้างตัวถังและระบบป้องกันการชน (Body Structure)
- โครงสร้างกรงนิรภัยแข็งแกร่งสูง: ตัวถังถูกออกแบบให้ทนทานต่อแรงบิดและการกระแทกสูง พร้อมระบบจัดการแรงปะทะที่ช่วยลดความเสียหายต่อห้องโดยสาร
- ระบบจัดการหลังการชนอัตโนมัติ:– COLLISION MANAGEMENT: เมื่อเกิดการชน รถจะสั่งปลดล็อกประตูอัตโนมัติ, ตัดระบบน้ำมัน (Collision Fuel Cut) และเปิดไฟฉุกเฉิน- WINDOW CONTROL: ลดกระจกคู่หน้าลงเพื่อระบายอากาศ และปิดกระจกคู่หลังเพื่อป้องกันเศษวัสดุจากภายนอก
- Secondary Collision Mitigation: ระบบช่วยเบรกเพื่อลดแรงกระแทกซ้ำสองหลังจากเกิดการปะทะครั้งแรก
ระบบถุงลมนิรภัย 10 ตำแหน่ง (Advanced Airbags)
WEY V9X ติดตั้งถุงลมนิรภัยมาให้แบบจัดเต็มเพื่อปกป้องผู้โดยสารทั้ง 3 แถว:
- 10 ตำแหน่งรอบคัน: ประกอบด้วยถุงลมคู่หน้า, ถุงลมด้านข้างแถวที่ 1 และ 2, ม่านถุงลมนิรภัยด้านข้าง และที่สำคัญคือ ถุงลมนิรภัยคั่นกลาง (Far-side Airbag) ระหว่างคนขับและผู้โดยสารตอนหน้า เพื่อป้องกันศีรษะกระแทกกัน
- ระบบเซนเซอร์ตรวจจับการพลิกคว่ำ: สั่งการให้ม่านถุงลมทำงานทันทีเมื่อรถเสียการทรงตัวในลักษณะเสี่ยงต่อการพลิกคว่ำ
เซนเซอร์และฮาร์ดแวร์ประมวลผล (High-Performance Sensors)
ด้วยชุดเซนเซอร์รอบคันถึง 27 จุด ทำให้รถมีการรับรู้สภาพแวดล้อมที่แม่นยำ:
- ชิปประมวลผล NVIDIA Thor-U: พลังประมวลผลมหาศาลถึง 700 TOPS ทำงานร่วมกับโมเดล AI ขนาดใหญ่ (VLA)
- LiDAR ความละเอียดสูง: ติดตั้งบนหลังคา 1 ตำแหน่ง เพื่อตรวจจับวัตถุในระยะไกลและสภาวะแสงน้อย
- กล้องอัจฉริยะ 11 ตัว: ให้ภาพความละเอียดสูงรอบคัน พร้อมระบบมองทะลุใต้ท้องรถ (Transparent Chassis) และกล้องมองหลังแบบสตรีมมิ่งผ่านกระจกมองในรถ
- เรดาร์รอบทิศทาง: ประกอบด้วยเรดาร์แบบมิลลิเมตร 3 ตัว (รวม 4D Millimeter-wave Radar) และเรดาร์อัลตราโซนิก 12 ตัว
เทคโนโลยีช่วยขับขี่ Coffee Pilot 4 (ADAS)
ระบบขับขี่อัตโนมัติระดับสูงที่รองรับการใช้งานทั้งในเมืองและทางไกล:
- NOA (Navigate on Autopilot): รองรับการนำทางอัตโนมัติตั้งแต่ “ที่จอดรถถึงที่จอดรถ” ทั้งในเขตเมืองและทางหลวง โดยไม่ต้องพึ่งพาแผนที่ความละเอียดสูง (Map-free)
- ระบบช่วยจอดอัจฉริยะ: ครอบคลุมทั้งระบบจอดอัตโนมัติ (APA), การจอดด้วยรีโมท (RPA), การจำจุดจอด (Memory Parking) และระบบถอยหลังตามเส้นทางเดิม (Backtrack)
- ความปลอดภัยเชิงรุก (Active Safety):– AEB & MEB: เบรกฉุกเฉินอัตโนมัติทั้งในย่านความเร็วสูงและตอนถอยจอดที่ความเร็วต่ำ- AES & ESS: ระบบช่วยหักหลบฉุกเฉินอัตโนมัติเมื่อตรวจพบความเสี่ยงที่จะเกิดการชน- BSD/LCA/DOW: แจ้งเตือนจุดอับสายตา, ช่วยเปลี่ยนเลน และเตือนเมื่อเปิดประตูรถ
เทคโนโลยีความปลอดภัยอื่นๆ (Additional Safety)
- ระบบติดตามความพร้อมของผู้ขับขี่: กล้องภายในรถจะคอยตรวจจับอาการเหนื่อยล้าหรือการเสียสมาธิของคนขับ
- Sentinel Mode (โหมดเฝ้าระวัง): คอยบันทึกภาพและแจ้งเตือนเมื่อตรวจพบสิ่งผิดปกติรอบตัวรถในขณะจอด
- TPMS: ระบบตรวจสอบแรงดันลมยางแบบเรียลไทม์แสดงผลรายล้อ
“ความปลอดภัยของ WEY V9X ไม่ได้มีเพียงแค่โครงสร้างเหล็กที่แข็งแรง แต่คือการมี AI ที่คอยคิดและวางแผนล่วงหน้าเพื่อปกป้องคุณและคนในครอบครัวก่อนที่อุบัติเหตุจะเกิดขึ้น”

“แพลตฟอร์มรถไฟฟ้าล้วนคือเรื่องลวงโลก!” ประธาน GWM เขย่าวงการ พร้อมเปิดตัว “Guiyuan S” แพลตฟอร์มครอบจักรวาล
ในขณะที่ค่ายรถยนต์ทั่วโลกพยายามแย่งชิงความเป็นเจ้าแห่ง “Exclusive EV Platform” หรือแพลตฟอร์มที่สร้างมาเพื่อรถไฟฟ้า 100% เท่านั้น แต่ เว่ย เจี้ยนจุน (Wei Jianjun) แม่ทัพใหญ่ของ Great Wall Motor (GWM) กลับออกมาสาดน้ำเย็นใส่เทรนด์นี้อย่างแรงกลางงานเปิดตัวเทคโนโลยีใหม่ โดยระบุว่ามันเป็นเพียง “นิยายหลอกเด็ก” (Pseudo-proposition) และยังท้าทายว่าคู่แข่งเตรียมจะเข้ามาลอกการบ้านเทคโนโลยีใหม่ของเขาอย่างแน่นอน
ทำไมถึงบอกว่า “Exclusive EV Platform” คือเรื่องลวง?
ประธานเว่ยได้ให้เหตุผลที่น่าสนใจและดุเดือดไว้ดังนี้:
-
ต้นทุนสูงและเสี่ยงเกินไป: การทุ่มเงินมหาศาลเพื่อสร้างแพลตฟอร์มที่รองรับแค่ไฟฟ้าล้วน (BEV) คือการเอาไข่ไปใส่ในตะกร้าใบเดียว ในสภาวะที่โครงสร้างพื้นฐานทั่วโลกยังแตกต่างกันมาก
-
ความปลอดภัยที่ไม่สมบูรณ์: เขาชี้ว่าแพลตฟอร์มไฟฟ้าล้วนส่วนใหญ่มักมีปัญหาเรื่อง “Safety Redundancy” หรือระบบความปลอดภัยสำรองที่ไม่เพียงพอ และบางครั้งก็เป็นการเอาโครงสร้างเดิมมาดัดแปลง (Oil-to-Electric) แบบเนียนๆ ซึ่งทำให้เสียพื้นที่โดยเปล่าประโยชน์
-
มูลค่าขายต่อต่ำ: รถที่ยึดติดกับเทคโนโลยีทางเดียวมักได้รับผลกระทบเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนผ่าน ทำให้ราคาขายต่อตกฮวบ
รู้จัก “Guiyuan S” แพลตฟอร์มที่ฆ่าไม่ตาย
หัวใจสำคัญของงานนี้คือการเปิดตัว Guiyuan S (归元S) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ GWM เรียกว่า “Full Power Platform” โดยมีแนวคิดสำคัญ 3 ประการคือ:
“Hardware Detachable, Software Configurable, AI Native”
ความเทพของแพลตฟอร์มนี้คือการ “ตัวเดียวจบ ครบทุกขุมพลัง” รองรับ 5 ระบบขับเคลื่อนในโครงสร้างเดียว:
-
ICE: เครื่องยนต์สันดาปภายใน (น้ำมัน)
-
PHEV: ปลั๊กอินไฮบริด
-
HEV: ไฮบริด
-
BEV: ไฟฟ้า 100%
-
Hydrogen: พลังงานไฮโดรเจน
การทำแบบนี้ช่วยให้ GWM สามารถปรับเปลี่ยนสายการผลิตได้ทันทีตามความต้องการของตลาดโลกที่ผันผวน โดยไม่ต้องสร้างโรงงานใหม่หรือพัฒนาแพลตฟอร์มใหม่ทุกครั้งที่เทคโนโลยีเปลี่ยน
กล้าสวนกระแส: สับแหลก “เทคโนโลยีขยะ” ที่ค่ายอื่นชอบทำ
นอกจากเรื่องแพลตฟอร์มแล้ว ประธานเว่ยยังใช้โอกาสนี้ “เปิดศึก” กับเทรนด์เทคโนโลยีที่รถรุ่นใหม่ๆ นิยมใช้ แต่เขาคิดว่ามันไม่เวิร์กในชีวิตจริง:
-
Integrated High-Pressure Die-Casting (การหล่อโครงสร้างชิ้นเดียว): เทคโนโลยีที่ Tesla และหลายค่ายนิยมใช้เพื่อลดต้นทุนการผลิต แต่ประธานเว่ยตั้งคำถามเรื่อง “ความยากในการซ่อม” และความคุ้มค่าในระยะยาว
-
Hidden Door Handles (มือจับประตูซ่อน): เขาเบื่อระบบนี้ที่เปิดยากในที่หนาวจัดหรือตอนฉุกเฉิน โดยมองว่ามันเป็นแค่ของโชว์ที่ลดความสะดวกสะบาย
-
Touch-sensitive Buttons & Yoke Steering (ปุ่มสัมผัสบนพวงมาลัยและพวงมาลัยทรงประหลาด): เขาตั้งคำถามถึงความปลอดภัยและการใช้งานที่ผิดสรีระของมนุษย์
สรุป “Guiyuan” คือการกลับสู่สามัญ
คำว่า “Guiyuan” (归元) ในภาษาจีนหมายถึงการ “กลับคืนสู่รากเหง้า” หรือการกลับสู่จุดเริ่มต้น
ปรัชญาของ GWM ในปี 2026 นี้คือการหยุดวิ่งตาม “ศัพท์การตลาด” (Marketing Buzzwords) แล้วกลับมาทำรถที่ “เน้นความต้องการของผู้ใช้งานจริง” (User-centric) โดยเน้นไปที่ประสิทธิภาพของต้นทุน ความปลอดภัย และความหลากหลายของพลังงาน
การออกมาฟาด “Exclusive EV Platform” ครั้งนี้ถือเป็นก้าวที่กล้าหาญมากครับ เพราะในขณะที่โลกกำลังพยายามบีบให้ทุกคนไป EV แต่ GWM กลับเลือกที่จะทำ “เป็ด” ที่เก่งทุกอย่าง (Generalist) เพื่อลดความเสี่ยงทางธุรกิจ นี่อาจจะเป็นกลยุทธ์ที่ทำให้ GWM อยู่รอดได้ดีที่สุดในตลาดโลกที่ความนิยมไฟฟ้าเริ่มชะลอตัวลงครับ






