Toyota Hilux BEV กระบะไฟฟ้าล้วน เจเนอเรชันที่ 9 เน้นฟลีต-เหมือง ก่อนลูกค้าทั่วไป
เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา Toyota ได้เปิดผ้าคลุม Hilux BEV หรือ Hilux ขุมพลังไฟฟ้าล้วนอย่างเป็นทางการ ซึ่งถูกพัฒนาบนแพลตฟอร์ม Hilux เจเนอเรชันที่ 9 ที่มีการปรับโครงสร้างใหญ่ทั้งระบบ แม้ข้อมูลด้านขุมพลังและแบตเตอรี่จะถูกเผยแพร่ออกมาแล้ว แต่ ราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการยังไม่ประกาศ
โดย Toyota ระบุเพียงว่า จะเป็นรถที่ “มีราคาจับต้องได้” สำหรับกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการใช้งานจริง
แม้รายชื่อประเทศที่จะนำ Hilux BEV ไปทำตลาดทั่วโลกยังไม่ชัดเจนครบถ้วน แต่หนึ่งในตลาดสำคัญที่ได้รับการยืนยันแล้ว คือ ออสเตรเลีย โดย Toyota Australia ระบุว่า Hilux BEV จะเริ่มจำหน่ายในช่วง ครึ่งแรกของปี 2026 และจะเริ่มเจาะตลาดผ่าน ลูกค้าฟลีต และผู้ประกอบการเหมืองขนาดใหญ่ ก่อนกลุ่มลูกค้ารายย่อยทั่วไป สำหรับประเทศไทยเปิดราคาจำหน่าย 1.49 ล้านบาท
ภาพรวม Toyota Hilux BEV รุ่นใหม่
จุดเด่นของ Hilux BEV ไม่ได้อยู่ที่การเป็น “กระบะไฟฟ้า 100%” เพียงอย่างเดียว แต่ยังอยู่ที่การออกแบบให้เหมาะกับงานเฉพาะทาง โดยเฉพาะงานใน เหมืองใต้ดิน และงานฟลีตที่มีรูปแบบการวิ่งซ้ำๆ ตามรอบ สามารถควบคุมต้นทุนพลังงานและการชาร์จได้ง่าย
- พัฒนาบนแพลตฟอร์ม Hilux เจเนอเรชันที่ 9 ที่ปรับโครงสร้างใหม่ทั้งคัน
- ขุมพลังไฟฟ้าล้วน (Battery Electric Vehicle – BEV)
- เน้นลูกค้าฟลีตมากกว่าตลาดลูกค้าปลีกในระยะเริ่มต้น
- ตลาดแรกๆ ที่ยืนยันแล้ว คือ ออสเตรเลีย เริ่มขายครึ่งแรกปี 2026
- กลุ่มเป้าหมายหลัก: ธุรกิจเหมืองขนาดใหญ่ และองค์กรที่มีการใช้รถในพื้นที่เฉพาะ

ทำไม Toyota เลือก Hilux BEV เจาะตลาดเหมืองและฟลีตก่อน?
Toyota มองว่า Hilux BEV ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อแย่งยอดขายตลาดกระบะหลักแบบ Hilux ดีเซลทั่วไป แต่ถูกออกแบบให้ตอบโจทย์งานเฉพาะทางเป็นหลัก โดยเฉพาะงานในเหมืองที่มีข้อจำกัดด้านมลพิษและคุณภาพอากาศใต้ดิน
ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้ามีข้อได้เปรียบชัดเจนในงานลักษณะนี้ เช่น
- ไม่มีไอเสียจากเครื่องยนต์สันดาป ลดปัญหามลพิษในอุโมงค์และพื้นที่ปิด
- เสียงเงียบ ลดมลพิษทางเสียงในพื้นที่ทำงาน
- รูปแบบการวิ่งซ้ำๆ (Route คงที่) ทำให้วางแผนจุดชาร์จได้ง่าย
- ค่าเชื้อเพลิงต่อกิโลเมตรมีโอกาสถูกลงเมื่อเทียบกับดีเซล หากโครงสร้างค่าพลังงานเหมาะสม
ผู้บริหาร Toyota Australia ยังยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า Hilux BEV ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อ “ขายถล่มตลาด” แต่เป็น รถเฉพาะกลุ่ม (Niche Product) ที่สร้างมาเพื่อทำหน้าที่บางอย่างให้ตอบโจทย์ที่สุด มากกว่าการไล่เก็บยอดขายจำนวนมหาศาล
คาดการณ์ราคา Hilux BEV ในออสเตรเลีย
Sean Hanley รองประธานฝ่ายขายและการตลาดของ Toyota Australia ยืนยันว่า Hilux BEV มีราคาแพงกว่า Hilux ดีเซล ที่ใช้ระบบ Mild-Hybrid ในตลาดออสเตรเลียอย่างแน่นอน
โดยในปัจจุบัน ราคาเริ่มต้นของ Hilux ดีเซล Mild-Hybrid อยู่ที่ประมาณ 65,990 ดอลลาร์ออสเตรเลีย และมีการประเมินกันว่า Hilux BEV อาจมีราคาสูงกว่าราว 15,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย ซึ่งอาจดันให้ราคารวมของ Hilux BEV ขยับไปอยู่ใกล้โซน 80,000 ดอลลาร์ออสเตรเลียขึ้นไป วางตำแหน่งไว้บริเวณ “หัวแถว” ของไลน์อัป Hilux
อย่างไรก็ตาม ผู้บริหาร Toyota เน้นย้ำว่า ถึงแม้จะมีราคาสูงกว่าดีเซล แต่ก็ต้องยังอยู่ในระดับที่ “แข่งขันได้” และ “เอื้อมถึงได้” สำหรับกลุ่มลูกค้าฟลีตและเหมือง พร้อมยกตัวอย่างว่า หากราคาทะลุไปถึงระดับราว 100,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือ 2.09 ล้านบาท ก็จะกลายเป็นรถที่ “ไม่สมเหตุสมผลและเข้าถึงยาก” สำหรับกลุ่มเป้าหมายหลัก
สรุปภาพรวมด้านราคา (คาดการณ์)
| รุ่น | ชนิดขุมพลัง | ราคาเริ่มต้น (โดยประมาณ) | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|
| Hilux Mild-Hybrid Diesel | ดีเซล + Mild-Hybrid | AU$65,990 หรือ 1.37 ล้านบาท | ฐานเทียบราคาปัจจุบันในออสเตรเลีย |
| Hilux BEV (คาดการณ์) | ไฟฟ้าล้วน (BEV) | ประมาณ AU$80,000+ หรือ 1.67 ล้านบาท | คาดแพงกว่าราว AU$15,000 จากรุ่นดีเซล |
สเปกขุมพลังไฟฟ้าและแบตเตอรี่ของ Hilux BEV
ด้านเทคนิค Hilux BEV อาจไม่ได้มาแบบตัวเลขสุดโหด แต่ถูกจูนมาให้เหมาะกับการใช้งานจริงในโลกฟลีตและเหมืองมากกว่า โดยเน้นสมดุลระหว่างพละกำลัง น้ำหนักบรรทุก และต้นทุนแบตเตอรี่
- ชนิดขุมพลัง: มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ (Dual Motor)
- กำลังสูงสุดรวม: ประมาณ 193 แรงม้า (hp)
- ความจุแบตเตอรี่: 59.2 kWh
- ระยะทางวิ่งต่อการชาร์จ: ราว 149 ไมล์ หรือประมาณ 240 กิโลเมตร
ระยะทางวิ่ง 240 กม. ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง อาจไม่ได้ดูโดดเด่นเมื่อเทียบกับรถเก๋งไฟฟ้าหรือ SUV ไฟฟ้าในเมือง แต่สำหรับฟลีตที่วิ่งในรัศมีจำกัด เช่น ภายใน เหมือง พื้นที่ก่อสร้างขนาดใหญ่ หรือไซต์งานปิด ระยะทางดังกล่าวถือว่าเพียงพอ หากมีการวางแผนจุดชาร์จที่เหมาะสม เช่น ชาร์จที่ฐานปฏิบัติการหรือศูนย์ซ่อมบำรุงในพื้นที่
Hilux BEV กับภาพลักษณ์ “รถเฉพาะกลุ่ม (Niche)”
Sean Hanley กล่าวชัดเจนว่า Toyota ไม่ได้คาดหวังให้ Hilux BEV กลายเป็นรถยอดขายมหาศาล หรือ “รถที่จะเปลี่ยนเกมทั้งตลาด” แต่เป็นรถที่ถูกสร้างขึ้นด้วย เป้าหมายเฉพาะ คือ รองรับงานที่ต้องการคุณสมบัติของระบบไฟฟ้าอย่างแท้จริง
กลุ่มลูกค้าที่ Toyota มองเห็นชัดเจนที่สุดในตอนนี้ คือ บริษัทเหมืองรายใหญ่ ที่ต้องการลดมลพิษ ลดเสียงรบกวน และปรับตัวตามมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้นเรื่อยๆ ทั่วโลก
อย่างไรก็ตาม Toyota ก็ไม่ปิดโอกาสให้กับกลุ่มลูกค้ารายย่อย เช่น ช่างฝีมือ ผู้รับเหมา หรือเจ้าของกิจการรายเล็ก (tradies) ที่ต้องการกระบะไฟฟ้าเพื่อใช้งานในเมืองหรือระยะทางไม่ไกลมาก แต่ผู้บริหารก็ยอมรับว่า กลุ่มนี้จะเป็นเพียง “สัดส่วนเล็กๆ” เท่านั้น ไม่ใช่ฐานลูกค้าหลัก
มุมมองต่ออนาคต Hilux BEV กับทิศทางกระบะไฟฟ้าในตลาดโลก
Hilux BEV สะท้อนให้เห็นแนวทางของ Toyota ที่เลือกเดินเกมอย่างระมัดระวังในตลาดกระบะไฟฟ้า แทนที่จะกระโดดเข้าสู่สงครามระยะทางวิ่งและตัวเลขแรงม้าแบบสุดโต่ง Toyota เลือกโฟกัสไปที่ ความเหมาะสมต่อการใช้งานจริงของลูกค้าองค์กร ก่อน
หาก Hilux BEV ประสบความสำเร็จในตลาดฟลีตและเหมือง โดยเฉพาะในประเทศที่มีอุตสาหกรรมเหมืองขนาดใหญ่ เช่น ออสเตรเลีย ก็มีโอกาสที่ Toyota จะ ขยายแนวคิดต่อยอดไปยังตลาดอื่น ทั้งในรูปแบบ รุ่นย่อยเฉพาะทาง หรือการนำเทคโนโลยีจาก Hilux BEV ไปต่อยอดสู่รถกระบะและรถเชิงพาณิชย์รุ่นอื่นในอนาคต
สำหรับแฟน Hilux ทั่วโลก รวมถึงในภูมิภาคอาเซียน การมาถึงของ Hilux BEV แม้จะเริ่มต้นในฐานะ “รถเฉพาะกลุ่ม” แต่ก็ถือเป็น สัญญาณสำคัญ ว่า
ยุคของกระบะไฟฟ้าจากค่ายใหญ่กำลังเดินหน้าอย่างจริงจัง และอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนผ่านจากดีเซลไปสู่ไฟฟ้าในเซ็กเมนต์กระบะในระยะยาว
สรุป Hilux BEV ไม่ได้เกิดมาเพื่อขายเยอะ แต่เกิดมาเพื่อ “ทำภารกิจเฉพาะ” ให้ดีที่สุด
หากมองในมุมการตลาด Hilux BEV คือ กระบะไฟฟ้าล้วนที่ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อครองยอดขายอันดับหนึ่ง แต่ถูกสร้างมาเพื่อทำหน้าที่ที่กระบะดีเซลทำได้ไม่ดีพอ ในบางสถานการณ์ เช่น งานเหมืองใต้ดิน งานฟลีตในพื้นที่ปิด และองค์กรที่ต้องการลดไอเสียและเสียงรบกวนจากเครื่องยนต์สันดาป
การที่ Toyota กล้าลงสนามด้วยผลิตภัณฑ์ลักษณะนี้ แสดงให้เห็นทิศทางที่ชัดเจนว่า แบรนด์กำลังวางฐานเทคโนโลยีไฟฟ้าสำหรับ รถใช้งานจริง มากกว่าการทำรถโชว์ตัวเลขสเปก และแม้ยอดขายอาจไม่ถล่มทลาย แต่ Hilux BEV ก็อาจกลายเป็นหนึ่งใน “หมากสำคัญ” บนกระดานเกมกระบะไฟฟ้าในอนาคต

วิ่งได้ 315 กม./ชาร์จ NEDC TOYOTA Hilux TRAVO-e เปิดราคาอย่างเป็นทางการในไทย ราคา 1,491,000 บาท

