The new Mercedes-Benz GLS 2026 ยกระดับความหรูหราสู่ “S-Class of SUVs” อย่างสมบูรณ์แบบ

The new Mercedes-Benz GLS 2026 ยกระดับความหรูหราสู่ “S-Class of SUVs” อย่างสมบูรณ์แบบ
Spread the love
Advertisement Advertisement

The new Mercedes-Benz GLS 2026: ยกระดับความหรูหราสู่ “S-Class of SUVs” อย่างสมบูรณ์แบบ

เมอร์เซเดส-เบนซ์ เปิดตัว The new GLS รุ่นปรับโฉมใหม่ประจำปี 2026 อย่างเป็นทางการ โดยยังคงรักษาตำแหน่งรถ SUV ที่หรูหราและใหญ่ที่สุดของแบรนด์ พร้อมการอัปเกรดเทคโนโลยีอัจฉริยะและระบบขับเคลื่อนให้ทรงพลังและนุ่มนวลยิ่งขึ้น ภายใต้แนวคิดการสร้างพื้นที่แห่งความปลอดภัยและความผ่อนคลายที่เรียกว่า “Welcome home”

ดีไซน์ภายนอก: สง่างามและทรงพลังในทุกรายละเอียด

การปรับโฉมครั้งนี้เน้นการตอกย้ำภาพลักษณ์ความพรีเมียมให้ชัดเจนยิ่งขึ้น:

  • ดาวสามแฉกแบบตั้งบนฝากระโปรง: สัญลักษณ์อันทรงคุณค่าจากตระกูล S-Class ถูกนำมาติดตั้งบน GLS ใหม่ เพื่อสื่อถึงความภูมิฐาน โดยในบางตลาด (เช่น สหรัฐฯ และจีน) จะมาพร้อมระบบไฟเรืองแสงที่ตัวดาวด้วย
  • กระจังหน้าขนาดใหญ่: ดีไซน์ใหม่พร้อมกรอบโครเมียมและไฟส่องสว่างรอบคอนทัวร์ (Contour Lighting) เสริมด้วยลวดลาย Mercedes-Benz pattern ที่ประณีต
  • ระบบไฟ DIGITAL LIGHT: ติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ให้ลำแสงที่มีความละเอียดสูงและครอบคลุมพื้นที่กว้างขึ้น 40% แต่ประหยัดพลังงานลงครึ่งหนึ่ง
  • ล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่: มีให้เลือกตั้งแต่ขนาด 21 นิ้ว ไปจนถึง 22 นิ้วจาก AMG และยังมีสีตัวถังพิเศษอย่าง Dark Petrol และ MANUFAKTUR patagonia red metallic

ภายในห้องโดยสาร: ห้องรับรองระดับ First-Class 7 ที่นั่ง

GLS ใหม่ มอบความสะดวกสบายที่เหนือชั้นด้วยพื้นที่ใช้สอยที่กว้างขวางและการตกแต่งระดับพรีเมียม:

  • MBUX Superscreen: หน้าจอความละเอียดสูง 3 จอ ขนาด 12.3 นิ้ว รวมอยู่ภายใต้แผ่นกระจกผืนเดียวที่ทอดยาวตลอดแดชบอร์ด มอบความล้ำสมัยและใช้งานง่าย
  • 7 ที่นั่งปรับไฟฟ้าทุกตำแหน่ง: เบาะนั่งทั้ง 3 แถวควบคุมด้วยระบบไฟฟ้า โดยแถวที่ 3 ออกแบบมาให้นั่งได้จริงสำหรับผู้ใหญ่ที่มีความสูงถึง 1.94 เมตร
  • Rear Comfort Package Plus: แพ็กเกจเสริมที่เปลี่ยนเบาะหลังให้เป็นห้องทำงานหรือที่พักผ่อนส่วนตัว พร้อมระบบนวดแบบ Pro massage และรีโมทคอนโทรล MBUX แบบถอดได้
  • ระบบฟอกอากาศอัจฉริยะ: ENERGIZING AIR CONTROL พร้อมฟิลเตอร์ไฟฟ้าที่ช่วยฟอกอากาศภายในรถใหม่ทุกๆ 90 วินาที และตรวจจับฝุ่น PM2.5 ได้อย่างแม่นยำ

ขุมพลังเครื่องยนต์และสมรรถนะ (สเปกยุโรป)

ทุกรุ่นย่อยมาพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ 4MATIC และระบบ Mild-hybrid 48V พร้อม ISG เจนเนอเรชันล่าสุดที่ช่วยเพิ่มพละกำลังอีก 17 kW และแรงบิด 205 Nm ในช่วงออกตัว

  • GLS 580 4MATIC (V8): พละกำลัง 395 kW (537 แรงม้า) แรงบิด 750 Nm อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 4.7 วินาที
  • GLS 450 4MATIC (6 สูบเบนซิน): พละกำลัง 280 kW (381 แรงม้า) แรงบิด 560 Nm อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 5.7 วินาที
  • รุ่นดีเซล (350d / 450d): ให้แรงบิดมหาศาลตั้งแต่รอบต่ำ และประหยัดน้ำมันด้วยเทคโนโลยีตัวเร่งปฏิกิริยาไอเสียแบบทำความร้อนด้วยไฟฟ้า

ะบบช่วงล่างและการขับขี่อัจฉริยะ

หัวใจสำคัญของความนุ่มนวลใน GLS 2026 คือการใช้ข้อมูลจากระบบคลาวด์มาควบคุมช่วงล่าง:

  • Cloud-based AIRMATIC: ระบบจะรับข้อมูลสภาพถนนจากรถคันอื่นๆ (Car-to-X) และปรับความหนืดของโช้คอัพล่วงหน้าก่อนที่รถจะถึงเนินหรือลูกระนาด เพื่อให้รถผ่านไปได้อย่างนุ่มนวลที่สุด
  • E-ACTIVE BODY CONTROL: ระบบช่วงล่างอัจฉริยะที่วิเคราะห์การขับขี่ 1,000 ครั้งต่อวินาที สามารถควบคุมแรงสปริงและโช้คอัพแยกอิสระในแต่ละล้อ ช่วยลดการโคลงและอาการหน้าเชิดท้ายยุบได้อย่างสมบูรณ์แบบ
  • Off-Road Mode: มาพร้อมระบบ “Free-wheel mode” ที่ช่วยให้รถขยับตัวขึ้นลงเพื่อช่วยให้ตัวรถหลุดจากพื้นทรายหรือทางโคลนได้ง่ายขึ้น

สรุปความเปลี่ยนแปลง: The new Mercedes-Benz GLS 2026 รุ่นปรับโฉมใหม่ที่อัจฉริยะที่สุด

เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประกาศเปิดตัว The new GLS รุ่นปรับโฉมปี 2026 อย่างเป็นทางการ ตอกย้ำความเป็น “S-Class of SUVs” ด้วยการผสมผสานความหรูหราแบบดั้งเดิมเข้ากับเทคโนโลยีล้ำสมัย ต่อไปนี้คือสรุปการเปลี่ยนแปลงและอัปเกรดที่สำคัญในรุ่นล่าสุดนี้

Advertisement Advertisement
  • สัญลักษณ์ดาวสามแฉกแบบตั้ง: เปลี่ยนมาใช้ดาว Mercedes-Benz แบบตั้งเด่นบนฝากระโปรงเป็นครั้งแรกสำหรับรุ่นมาตรฐาน เพื่อให้ลุคที่ดูสง่างามและเป็นทางการยิ่งขึ้น
  • ดาวเรืองแสง (Illuminated Star): ในบางตลาด เช่น จีนและสหรัฐอเมริกา ตัวดาวบนฝากระโปรงจะสามารถเรืองแสงได้เพื่อเพิ่มความเอ็กซ์คลูซีฟ
  • กระจังหน้าดีไซน์ใหม่: ปรับขนาดให้ใหญ่ขึ้น พร้อมกรอบโครเมียมที่โดดเด่นและระบบไฟส่องสว่างรอบคอนทัวร์ (Contour Lighting) เสริมด้วยลวดลายดาวขนาดเล็กในกระจัง
  • ไฟหน้า DIGITAL LIGHT เจนใหม่: ติดตั้งเป็นมาตรฐาน ให้ลำแสงที่มีความละเอียดสูงและครอบคลุมพื้นที่มากกว่าเดิม 40% แต่ประหยัดพลังงานลงถึง 50%
  • ดีไซน์ไฟท้ายรูปดาว: ชุดไฟท้ายได้รับการออกแบบไส้ในใหม่เป็นรูปทรงดาว (Star design) ทำให้จดจำได้ทันทีว่าเป็นรถจาก Mercedes-Benz
  • เฉดสีและล้อใหม่: เพิ่มสีตัวถัง Dark Petrol flat และ MANUFAKTUR patagonia red metallic พร้อมตัวเลือกล้ออัลลอยขนาด 21-22 นิ้วดีไซน์ใหม่
  • MBUX Superscreen: ติดตั้งเป็นมาตรฐาน โดยรวมหน้าจอขนาด 12.3 นิ้ว จำนวน 3 จอ (รวมหน้าจอฝั่งผู้โดยสาร) ไว้ภายใต้พื้นผิวกระจกผืนเดียวที่ทอดยาวตลอดแดชบอร์ด
  • พวงมาลัยรุ่นล่าสุด: เปลี่ยนมาใช้ระบบควบคุมแบบ “rocker-and-roller” (ปุ่มกดและลูกกลิ้ง) ที่ให้สัมผัสพรีเมียมและใช้งานง่ายขึ้น
  • MB.OS (Mercedes-Benz Operating System): ระบบปฏิบัติการใหม่ล่าสุดที่ใช้ AI เรียนรู้พฤติกรรมผู้ขับขี่ และรองรับการอัปเดตแบบ Over-the-air (OTA) ตลอดอายุการใช้งาน
  • Virtual Assistant อัจฉริยะ: ระบบสั่งงานด้วยเสียงที่ฉลาดขึ้น สามารถสนทนาโต้ตอบต่อเนื่องหลายหัวข้อ และแสดงผลผ่านอวตารที่มีอารมณ์ความรู้สึก
  • ระบบฟอกอากาศ ENERGIZING AIR CONTROL: มาพร้อมฟิลเตอร์ไฟฟ้าที่ฟอกอากาศใหม่ทุกๆ 90 วินาที และตรวจจับฝุ่นละเอียด PM2.5 ได้อย่างแม่นยำ
  • ความสบายในเบาะหลัง: แพ็กเกจ Rear Comfort Package Plus เพิ่มเบาะนวด Multi-contour, ระบบอุ่นเบาะถึงแถวที่ 3 และรีโมทควบคุม MBUX แบบถอดได้รุ่นใหม่
  • GLS 580 4MATIC (V8): ปรับจูนใหม่ให้พละกำลังพุ่งขึ้นเป็น 395 kW (537 แรงม้า) และแรงบิด 750 Nm พร้อมเปลี่ยนไปใช้เพลาข้อเหวี่ยงแบบ Flat-plane เพื่อความคล่องตัวและรองรับมาตรฐานไอเสียในอนาคต
  • GLS 450 4MATIC (6 สูบ): แรงบิดเพิ่มขึ้นเป็น 560 Nm (เพิ่มขึ้น 12%) พร้อมการตอบสนองที่ฉับไวขึ้นจากคอมเพรสเซอร์ไฟฟ้าเสริม
  • เทคโนโลยีดีเซลใหม่: รุ่น 350d และ 450d ติดตั้งตัวเร่งปฏิกิริยาไอเสียแบบทำความร้อนด้วยไฟฟ้า (Electrically heated catalyst) ช่วยลดมลพิษได้เร็วขึ้นตั้งแต่ออกตัว
  • การเก็บเสียง (NVH): เพิ่มวัสดุฉนวนคุณภาพสูงบริเวณอุโมงค์เกียร์และผนังห้องเครื่อง พร้อมโฟมซับเสียงตามโพรงตัวถัง เพื่อความเงียบสงบในห้องโดยสาร
  • ระบบช่วงล่างคลาวด์: ระบบจะรับข้อมูลจากรถ Mercedes-Benz คันอื่นๆ ที่ขับผ่านไปก่อนหน้าผ่านระบบคลาวด์ (Car-to-X) และปรับความหนืดของโช้คอัพล่วงหน้าก่อนที่รถจะถึงลูกระนาดหรือเนิน เพื่อให้รถแล่นผ่านไปได้อย่างราบเรียบที่สุด
  • E-ACTIVE BODY CONTROL: ระบบช่วงล่างไฮโดรนิวแมติกที่วิเคราะห์การขับขี่ 1,000 ครั้งต่อวินาที สามารถยกหรือลดความสูงแต่ละล้อแยกจากกันได้อย่างอิสระ
  • Parking Assist: ระบบช่วยจอดอัตโนมัติทำงานเร็วขึ้น 60% และสามารถจดจำพื้นที่จอดรถที่ไม่มีเส้นแบ่งได้ชัดเจนขึ้น

ตารางเปรียบเทียบสมรรถนะแต่ละรุ่นย่อย (สเปกยุโรป)

รุ่น (Model) พละกำลัง (kW/hp) แรงบิด (Nm) 0-100 กม./ชม.
GLS 350d 4MATIC 230 / 313 650 6.3 วินาที
GLS 450d 4MATIC 270 / 367 750 5.9 วินาที
GLS 450 4MATIC 280 / 381 560 5.7 วินาที
GLS 580 4MATIC 395 / 537 750 4.7 วินาที

สรุป: Mercedes-Benz GLS 2026 รุ่นปรับโฉมใหม่นี้ ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย แต่เป็นการยกเครื่องด้านซอฟต์แวร์อัจฉริยะ (MB.OS) และระบบช่วงล่างที่ก้าวไปอีกขั้น เพื่อรักษาสถานะความเป็นที่สุดของ SUV 7 ที่นั่งระดับหรูของโลกครับ

Advertisement Advertisement

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้ได้