โปรโมชั่น

ทำไมรถ Hybrid ไม่ต้องเสียบปลั๊ก? แล้วแบตเตอรี่เอาไฟมาจากไหน

ทำไมรถ Hybrid ไม่ต้องเสียบปลั๊ก? แล้วแบตเตอรี่เอาไฟมาจากไหน
Spread the love

ทำไมรถ Hybrid ไม่ต้องเสียบปลั๊ก? แล้วแบตเตอรี่เอาไฟมาจากไหน

รถยนต์ Hybrid หรือ HEV (Hybrid Electric Vehicle) มีทั้งเครื่องยนต์สันดาป มอเตอร์ไฟฟ้า และแบตเตอรี่แรงดันสูง จึงเป็นเรื่องปกติที่หลายคนจะสงสัยว่า เมื่อมีแบตเตอรี่เหมือนรถยนต์ไฟฟ้า แล้วทำไมรถ Hybrid ถึงไม่ต้องเสียบปลั๊กเพื่อชาร์จไฟเหมือน EV?

คำตอบคือ รถ Hybrid สามารถจัดการพลังงานและชาร์จแบตเตอรี่ของตัวเองระหว่างการขับขี่ได้ โดยอาศัยทั้งพลังงานจากเครื่องยนต์และการนำพลังงานที่ปกติสูญเสียไปตอนชะลอหรือเบรกกลับมาใช้ใหม่

Motor1 อธิบายว่า นี่คือหลักการสำคัญที่ทำให้รถ Hybrid สามารถใช้ระบบไฟฟ้าเพื่อช่วยลดการใช้น้ำมัน โดยเจ้าของรถไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนพฤติกรรมไปเสียบชาร์จเหมือนรถ EV หรือ Plug-in Hybrid

รถ Hybrid ชาร์จแบตเตอรี่เองได้อย่างไร?

หลักๆ แล้ว รถ Hybrid แบบ HEV มีแหล่งพลังงานสำหรับเติมไฟกลับเข้าสู่แบตเตอรี่อยู่ 2 ทาง

1. ชาร์จจากการชะลอและการเบรก

ระบบนี้เรียกว่า Regenerative Braking หรือระบบเบรกสร้างพลังงานกลับ ในรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปทั่วไป เมื่อรถกำลังเคลื่อนที่แล้วผู้ขับถอนคันเร่งหรือเหยียบเบรก พลังงานจลน์ของรถส่วนหนึ่งจะถูกเปลี่ยนเป็นความร้อนบริเวณระบบเบรกและสูญเสียออกไป

แต่ในรถ Hybrid มอเตอร์ไฟฟ้าสามารถเปลี่ยนหน้าที่ชั่วคราวจากมอเตอร์ขับเคลื่อนมาเป็น Generator หรือเครื่องกำเนิดไฟฟ้า เมื่อรถชะลอความเร็ว ล้อจะหมุนมอเตอร์กลับ ทำให้เกิดกระแสไฟฟ้า ก่อนส่งพลังงานกลับเข้าไปเก็บในแบตเตอรี่ Hybrid

จึงเป็นการนำพลังงานที่ปกติจะสูญเสียทิ้งไปกลับมาใช้ประโยชน์อีกครั้ง

2. เครื่องยนต์สามารถช่วยสร้างไฟได้

ไฟในแบตเตอรี่ Hybrid ไม่ได้มาจาก Regenerative Braking เพียงอย่างเดียว เครื่องยนต์สันดาปยังเป็นแหล่งพลังงานสำคัญของระบบ และใน Hybrid บางรูปแบบ เครื่องยนต์สามารถขับ Generator เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า หรือระบบสามารถแบ่งพลังงานบางส่วนจากเครื่องยนต์เข้าสู่ระบบไฟฟ้าเพื่อรักษาระดับประจุของแบตเตอรี่

ทุกอย่างถูกจัดการโดยระบบควบคุมของรถโดยอัตโนมัติ ผู้ขับไม่จำเป็นต้องคอยสั่งว่าเมื่อไรควรชาร์จ หรือเมื่อไรควรใช้ไฟฟ้า

แบตเตอรี่ Hybrid ไม่ได้ออกแบบมาให้เต็ม 100% ตลอดเวลา

อีกจุดหนึ่งที่แตกต่างจากความเข้าใจเกี่ยวกับแบตเตอรี่ทั่วไปคือ แบตเตอรี่ของรถ HEV ไม่จำเป็นต้องถูกชาร์จให้เต็ม 100% แล้วใช้จนเกือบหมดเหมือนโทรศัพท์มือถือ

ระบบจะพยายามรักษาระดับประจุเอาไว้ในช่วงที่เหมาะสม เพื่อให้สามารถ

  • รับพลังงานกลับจากการเบรก
  • จ่ายไฟให้มอเตอร์ช่วยเครื่องยนต์
  • ใช้มอเตอร์ขับเคลื่อนรถในบางสถานการณ์
  • ลดภาระของเครื่องยนต์
  • รักษาความพร้อมของระบบ Hybrid

ดังนั้นแบตเตอรี่ใน HEV จึงเปรียบเสมือน “ถังพักพลังงาน” หรือ Energy Buffer มากกว่าแบตเตอรี่หลักสำหรับเก็บพลังงานจำนวนมากเพื่อเดินทางไกลแบบรถ EV

เวลาเราขับรถ Hybrid ระบบทำงานอย่างไร?

รูปแบบการทำงานจะแตกต่างกันไปตามการออกแบบ Hybrid ของแต่ละผู้ผลิต แต่โดยหลักการแล้ว ระบบควบคุมจะตัดสินใจตลอดเวลาว่าควรใช้เครื่องยนต์ มอเตอร์ไฟฟ้า หรือใช้ทั้งสองระบบพร้อมกัน

เช่น ช่วงออกตัวหรือใช้ความเร็วต่ำ รถ Full Hybrid บางรุ่นสามารถใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนได้ในช่วงสั้นๆ เมื่อเร่งความเร็วหรือต้องการกำลังมากขึ้น เครื่องยนต์สามารถเริ่มทำงาน และอาจใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเข้ามาช่วยเสริมกำลัง เมื่อถอนคันเร่งหรือเบรก มอเตอร์สามารถเปลี่ยนมาเป็น Generator เพื่อผลิตไฟฟ้ากลับเข้าแบตเตอรี่ ดังนั้นวงจรของ Hybrid คือการ เก็บพลังงาน → นำพลังงานมาใช้ → เก็บพลังงานกลับ สลับกันตลอดการเดินทาง

“Self-Charging Hybrid” ไม่ได้หมายถึงสร้างพลังงานฟรี

คำว่า Self-Charging Hybrid อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่ารถสามารถสร้างไฟฟ้าขึ้นมาเองได้โดยไม่ต้องใช้พลังงานจากแหล่งอื่น ในความเป็นจริงแล้ว รถไม่ได้สร้างพลังงานขึ้นมาจากความว่างเปล่า

พลังงานสุดท้ายยังมาจากเชื้อเพลิงที่เติมเข้าสู่เครื่องยนต์ รวมถึงการนำพลังงานจลน์ของรถที่ปกติจะสูญเสียระหว่างการชะลอความเร็วกลับมาใช้ใหม่ และทุกกระบวนการยังมีการสูญเสียพลังงานระหว่างการแปลงพลังงานอยู่เสมอ

ข้อดีของ Hybrid จึงไม่ใช่การสร้าง “พลังงานฟรี” แต่เป็น การจัดการพลังงานที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

แล้วทำไม Hybrid ไม่ใส่แบตเตอรี่ใหญ่เหมือน EV ไปเลย?

ถ้าแบตเตอรี่ใหญ่ขึ้นจะสามารถวิ่งด้วยไฟฟ้าได้นานขึ้น ทำไมรถ Hybrid ทุกคันถึงไม่ใส่แบตเตอรี่ขนาดใหญ่? เหตุผลคือแบตเตอรี่ที่ใหญ่ขึ้นมาพร้อมกับสิ่งที่เพิ่มขึ้นหลายอย่าง ทั้ง

  • น้ำหนัก
  • ต้นทุน
  • พื้นที่ติดตั้ง
  • ความซับซ้อน
  • ราคาของตัวรถ

รถ HEV ถูกออกแบบมาให้ใช้แบตเตอรี่ขนาดค่อนข้างเล็กเพื่อเก็บพลังงานจากการเบรกและช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น หากต้องการแบตเตอรี่ใหญ่ขึ้นและต้องการเดินทางด้วยไฟฟ้าล้วนเป็นระยะทางมากขึ้น ก็จะเข้าสู่แนวคิดของ PHEV หรือ Plug-in Hybrid แทน

HEV, PHEV และ EV ต่างกันอย่างไร?

HEV – Hybrid Electric Vehicle

  • ใช้เครื่องยนต์ร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า มีแบตเตอรี่ Hybrid ขนาดไม่ใหญ่มาก และไม่ต้องเสียบปลั๊กชาร์จ รถจะบริหารการชาร์จและการใช้พลังงานเองระหว่างการขับขี่

PHEV – Plug-in Hybrid Electric Vehicle

  • มีเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าเหมือนกัน แต่ใช้แบตเตอรี่ขนาดใหญ่กว่า สามารถเสียบปลั๊กเพื่อรับพลังงานจากภายนอก และสามารถวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้ไกลกว่า HEV

BEV – Battery Electric Vehicle

  • ไม่มีเครื่องยนต์สันดาป ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเป็นระบบขับเคลื่อนหลัก และต้องรับพลังงานจากภายนอกผ่านการชาร์จแบตเตอรี่เป็นหลัก

แล้วรถ Hybrid เหมาะกับใคร?

จุดเด่นของ HEV คือความสะดวกในการใช้งาน ผู้ขับสามารถเติมน้ำมันและใช้รถในรูปแบบใกล้เคียงรถเครื่องยนต์สันดาปทั่วไป โดยไม่จำเป็นต้องติดตั้ง Wallbox ที่บ้านหรือค้นหาสถานีชาร์จระหว่างเดินทาง

ขณะเดียวกันก็ได้รับประโยชน์จากมอเตอร์ไฟฟ้าและระบบ Regenerative Braking เพื่อช่วยลดการสิ้นเปลืองพลังงาน

โดยเฉพาะการใช้งานในเมืองที่มีการออกตัว ชะลอ และเบรกบ่อย ระบบ Hybrid มีโอกาสนำพลังงานกลับมาใช้ใหม่ได้บ่อยกว่าการขับทางไกลด้วยความเร็วคงที่

สรุป ทำไม Hybrid ถึงไม่ต้องเสียบปลั๊ก?

เหตุผลที่ HEV ไม่ต้องเสียบปลั๊ก เพราะแบตเตอรี่ไม่ได้มีหน้าที่เก็บพลังงานจำนวนมากเพื่อขับรถด้วยไฟฟ้าเป็นระยะทางไกลเหมือนรถ EV

รถจะชาร์จและรักษาระดับพลังงานของแบตเตอรี่ผ่าน Regenerative Braking รวมถึงพลังงานจากเครื่องยนต์ ก่อนนำไฟที่เก็บไว้กลับมาใช้กับมอเตอร์ในช่วงที่เหมาะสม

จุดสำคัญคือ Hybrid ไม่ได้สร้างพลังงานขึ้นมาเอง แต่พยายาม “ใช้พลังงานเดิมให้คุ้มค่าที่สุด” ลดพลังงานที่ต้องสูญเสียทิ้งไป และช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมรถ Hybrid จึงสามารถมีทั้งแบตเตอรี่และมอเตอร์ไฟฟ้า แต่เจ้าของรถยังสามารถ เติมน้ำมันแล้วขับได้ตามปกติ โดยไม่ต้องเสียบปลั๊กชาร์จ

ที่มา : Motor1 – How Do Hybrid Cars Recharge Without Being Plugged In?

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้ได้