Lexus NX ใหม่ เปิดตัว World Premiere! ไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ PHEV วิ่งไฟฟ้ากว่า 140 กม. พร้อมชาร์จ DC
Advertisement
Advertisement

Lexus NX ใหม่ เปิดตัว World Premiere! ไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ PHEV วิ่งไฟฟ้ากว่า 140 กม. พร้อมชาร์จ DC
Lexus เปิดตัว Lexus NX ใหม่ อย่างเป็นทางการ วันที่ 1 กันยายน 2026 ภายใต้แนวคิด “DISCOVER YOUR EDGE” ยกระดับ SUV รุ่นสำคัญของแบรนด์เข้าสู่ยุค Electrified มากขึ้น พร้อมเตรียมทยอยเปิดตัวในตลาดทั่วโลกตั้งแต่ช่วง ปลายปี 2026 เป็นต้นไป
ไฮไลต์ Lexus NX ใหม่
- พัฒนาระบบ Hybrid เจเนอเรชันใหม่
- เพิ่มระบบ e-Axle รวม Transaxle, มอเตอร์ และ PCU เข้าไว้ด้วยกัน
- ใช้สารกึ่งตัวนำกำลัง SiC – Silicon Carbide ใน Inverter
- NX 450h+ PHEV ใช้แบตเตอรี่ Lithium-ion ชุดใหม่
- NX 450h+ รองรับ DC Fast Charging
- ระยะทาง EV สูงสุดมากกว่า 140 กม. WLTC
- เพิ่มความแข็งแรงของโครงสร้างตัวถัง
- ปรับช่วงล่าง พวงมาลัย และระบบ E-Four AWD ใหม่
- ดีไซน์ภายนอกใหม่ พร้อมไฟท้าย Double L Signature
- ห้องโดยสารใหม่ จอ 12.3 + 14 นิ้ว
- เพิ่มระบบ Sensory Concierge
- เพิ่มระบบสร้างกลิ่นภายในห้องโดยสาร
- อัปเกรด Lexus Safety System+ รุ่นล่าสุด
ขนาดตัวถัง
- ความยาว 4,690 มม.
- ยาวขึ้นจากเดิม 30 มม.
- ความกว้าง 1,865 มม.
- ความสูง 1,660 มม.
- ระยะฐานล้อ 2,690 มม.
- ยางขนาด 235/60 R18
- ยางขนาด 235/50 R20
Lexus NX 450h+ PHEV
- เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 2.5 ลิตร
- ระบบขับเคลื่อน AWD
- กำลังรวมระบบประมาณ 215–240 kW
- หรือประมาณ 292–326 แรงม้า
- อัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. ประมาณ 6.0 วินาที
- ระบบส่งกำลัง e-CVT
- ใช้แบตเตอรี่ Lithium-ion ชุดใหม่
ระยะทางขับไฟฟ้า NX 450h+
- มากกว่า 40 ไมล์ EPA ในอเมริกาเหนือ
- มากกว่า 100 กม. WLTP ในยุโรป
- มากกว่า 140 กม. WLTC ในญี่ปุ่น
ตัวเลขทั้งหมดเป็นค่าประมาณของรถ Prototype ที่ยังอยู่ระหว่างการพัฒนา
แบตเตอรี่ PHEV ใหม่
- กำลังของแบตเตอรี่เพิ่มขึ้นประมาณ 8%
- ความจุเพิ่มขึ้นประมาณ 30% ตามเงื่อนไขที่ Lexus ระบุ
- รองรับ DC Fast Charging
- มีฝาปิดช่องชาร์จเปิด-ปิดด้วยไฟฟ้า
- เปลี่ยนรูปแบบการจัดวางเซลล์แบตเตอรี่จากแนวยาวเป็นแนวขวาง
- ช่วยเพิ่มความแข็งแรงด้านข้างของตัวถัง
- ติดตั้งแบตเตอรี่ต่ำลง
- ช่วยลดจุดศูนย์ถ่วง
- เพิ่มเสถียรภาพและการควบคุมรถ
Lexus NX 350h
- เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 2.5 ลิตร
- มีทั้ง AWD และ FWD
- กำลังรวมระบบประมาณ 140–180 kW ประมาณ 190–245 แรงม้า
- อัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. ประมาณ 7.1–7.8 วินาที
- ระบบส่งกำลัง e-CVT
Lexus NX 300h
- เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 2.0 ลิตร
- ระบบขับเคลื่อน FWD
- กำลังรวมระบบ 145 kW ประมาณ 197 แรงม้า
- อัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. ประมาณ 9.2 วินาที
- ระบบส่งกำลัง e-CVT
ระบบ Hybrid เจเนอเรชันใหม่
- ใช้ระบบ e-Axle
- รวม Transaxle, มอเตอร์ไฟฟ้า และ PCU เข้าด้วยกัน
- ชุดขับเคลื่อนมีขนาดกะทัดรัดขึ้น
- ลดน้ำหนัก
- ช่วยลดจุดศูนย์ถ่วง
- Inverter ใช้ SiC – Silicon Carbide
- ลดการสูญเสียพลังงานไฟฟ้า
- เพิ่มประสิทธิภาพของระบบขับเคลื่อน
- ช่วยเพิ่มความประหยัดเชื้อเพลิง
- เพิ่มกำลังของแบตเตอรี่เพื่อช่วยด้านสมรรถนะ
โครงสร้างตัวถังแข็งแรงขึ้น
- เพิ่ม Floor Cross Member ใหม่
- เพิ่มโครงสร้างเสริมบริเวณ Tunnel Ridge
- ความแข็งแรงของพื้นตัวถังเพิ่มขึ้นประมาณ 25%
- Suspension Tower ออกแบบโครงสร้างใหม่
- ความแข็งแรงของ Suspension Tower เพิ่มขึ้นประมาณ 30%
- ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการควบคุม
- เพิ่มความสบายในการขับขี่
- ลดเสียงรบกวนจากพื้นถนน
ทดสอบ Nürburgring
- พัฒนารถที่ Toyota Technical Center Shimoyama หรือ TTC-S
- ทดสอบเพิ่มเติมที่สนาม Nürburgring ประเทศเยอรมนี
- ทดสอบทั้งถนนในเมืองและถนน Autobahn
- ทดสอบช่วงล่างที่ความเร็วมากกว่า 200 กม./ชม.
พวงมาลัยและช่วงล่างใหม่
- ใช้โช้คอัพแบบใหม่
- เพิ่มการตอบสนองต่อการเคลื่อนไหวเล็ก ๆ ของช่วงล่าง
- ช่วยลดการโยนตัว
- พวงมาลัยลดขนาดลง 10 มม.
- เส้นผ่านศูนย์กลางเหลือ 360 มม.
- ใช้ Variable Rack Gear
- ปรับ Electric Power Steering ใหม่
- ปรับคันเร่งให้ตอบสนองเป็นเส้นตรงมากขึ้น
- เพิ่มการใช้กำลังแบตเตอรี่ขณะเร่ง
- ลดอาการรอบเครื่องยนต์พุ่งสูงเกินความจำเป็น
E-Four AWD ใหม่
- ปรับการควบคุมมอเตอร์ด้านหลังใหม่
- ส่งกำลังไปล้อหลังระหว่างออกตัว
- ทำงานเมื่อล้อเกิดการลื่นไถล
- ทำงานขณะเข้าโค้ง
- สามารถส่งกำลังไปล้อหลังต่อเนื่องขณะวิ่งทางตรง
- เพิ่มเสถียรภาพ
- เพิ่มความรู้สึกเกาะถนน
- ช่วยการขับขี่บนพื้นผิวลื่น เช่น ถนนหิมะ
- เพิ่มระบบควบคุมเบรกเพื่อช่วยควบคุม Yaw และ Roll
ดีไซน์ภายนอก
- พัฒนาต่อจากแนวคิด VITAL TECH
- รูปลักษณ์เน้นความกว้างและเตี้ย
- ปรับกระจังหน้าใหม่
- กระจังหน้า Mesh ช่วยทั้ง Aerodynamic และการระบายความร้อน
- ลดการใช้ชิ้นส่วนโครเมียม
- เพิ่มชิ้นส่วนตกแต่งสีดำ
- ไฟหน้าใหม่
- ไฟ DRL แบบ Dual-Line Lighting Signature
- รวมไฟเลี้ยวเข้ากับชุดไฟหน้า
ไฟท้าย Double L Signature
- Lexus ใช้ Double L Signature เป็นครั้งแรก
- ไฟรูปตัว L ซ้อนกัน 2 ชั้น
- เพิ่มโลโก้ LEXUS แบบเรืองแสง
- เน้นสัดส่วนด้านท้ายให้ดูกว้างและเตี้ยขึ้น
สีตัวถัง
- มีสีตัวถังรวม 9 สี
- เพิ่มสีใหม่ SONIC TELLUS
- เพิ่มสี TITANIUM CARBIDE GRAY
- TITANIUM CARBIDE GRAY สงวนสำหรับรุ่น F SPORT
ห้องโดยสารใหม่
- หน้าจอมาตรวัดดิจิทัล 12.3 นิ้ว
- หน้าจอ Navigation / Multimedia 14 นิ้ว
- จัดจอสองชุดในแนวเดียวกัน
- ลดการเคลื่อนไหวของสายตาขณะขับรถ
- พวงมาลัยออกแบบใหม่
- ใช้ Responsive Hidden Switches
- เพิ่มไฟ Ambient Light แนวยาว
- ไฟพาดจากแผงหน้าปัดไปจนถึงแผงประตู
- รุ่นที่ติดตั้ง Mark Levinson มีฝาครอบลำโพงโลหะแบบเจาะรู
- เพิ่มวงแหวนไฟรอบลำโพงประตู
Lexus NX F SPORT
- Front Under Spoiler เฉพาะรุ่น
- Side Pontoons
- Rear Corner Devices
- ราวหลังคาสี Piano Black
- Roof Spoiler สี Piano Black
- Rocker Panel สี Piano Black
- ล้ออัลลอยน้ำหนักเบาขนาด 20 นิ้ว
- คาลิเปอร์เบรกสีแดง
- แผงหน้าปัดภายในสีดำ
- เพิ่มตะเข็บสีตัดกัน
Sensory Concierge
ระบบใหม่ที่สามารถปรับบรรยากาศในห้องโดยสารร่วมกันหลายส่วน ได้แก่
- ไฟ Ambient Light
- เพลง
- เครื่องปรับอากาศ
- อุณหภูมิเบาะ
- กลิ่นภายในรถ
แบ่งออกเป็น 3 โหมด
- INSPIRE เน้นความตื่นเต้นและกระตุ้นอารมณ์
- RADIANCE เน้นสร้างสมาธิ
- REVITALIZE เน้นความผ่อนคลายจากบรรยากาศที่ได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ
ระบบสร้างกลิ่นภายในรถ
มีให้เลือกทั้งหมด 5 กลิ่น
- TENKO – Woody Aromatic
- KEIFU – Smoky Green
- SEIYO – White Floral
- HANYA – Musk
- SHINMEI – Citrus
- ติดตั้งเครื่องสร้างกลิ่นบริเวณช่องเก็บของด้านหน้า
- รองรับ Cartridge สูงสุด 3 กลิ่นพร้อมกัน
- สามารถเลือกกลิ่นผ่านหน้าจอ
- กลิ่นกระจายออกมาบริเวณด้านหลังแผงหน้าปัด
Lexus Safety System+ รุ่นล่าสุด
- เพิ่มมุมการตรวจจับวัตถุ
- เพิ่มระยะตรวจจับ
- ปรับ Radar Cruise Control ใหม่
- ชะลอรถเร็วขึ้นเมื่อรถคันหน้าลดความเร็ว
- ตอบสนองเมื่อมีรถตัดเข้ามา
- เพิ่ม Eco Drive Mode
- เชื่อมโยงข้อมูลแผนที่
- ช่วยชะลอรถก่อนป้ายหยุด
- ช่วยชะลอรถก่อนทางแยกรูปตัว T
- ช่วยชะลอก่อนวงเวียน
- ช่วยชะลอก่อนด่านเก็บค่าผ่านทาง
- ปรับความเร็วตามลักษณะทางโค้ง
ระบบความปลอดภัยเพิ่มเติม
- Lane Change Assist ปรับการเปลี่ยนเลนให้ลื่นไหลขึ้น
- Pre-Collision System ขยายช่วงความเร็วของการเตือนและเบรกอัตโนมัติ
- Driver Monitor ตรวจจับอาการง่วงนอน
- Driver Emergency Response System สามารถช่วยนำรถไปหยุดบริเวณไหล่ทาง
- Adaptive High-beam System ควบคุมไฟสูงละเอียดขึ้น
- Blind Spot Monitor ตรวจจับจักรยานและรถจักรยานยนต์ด้านข้างได้
- Panoramic View Monitor เพิ่มมุมมองแบบ 3D
- สามารถ Swipe เพื่อเปลี่ยนมุมมองรอบรถ
- มีมุมมองตัวรถแบบโปร่งใสเพื่อช่วยตรวจจุดอับ
รองรับการลาก Trailer
- Lane Tracing Assist สามารถทำงานขณะลาก Trailer
- Driver Emergency Response System สามารถทำงานขณะลาก Trailer
- Blind Spot Monitor ขยายพื้นที่ตรวจจับไปยังบริเวณรอบ Trailer
กำหนดเปิดตัว
- World Premiere วันที่ 1 กันยายน 2026
- เริ่มทยอยเปิดตัวในตลาดทั่วโลกตั้งแต่ ปลายปี 2026
- ราคา รุ่นย่อย และรายละเอียดอุปกรณ์ของแต่ละประเทศจะประกาศเพิ่มเติมภายหลัง
หมายเหตุ: ข้อมูลดังกล่าวเป็นสเปกของรถ Prototype หลายรายการยังเป็นตัวเลขชั่วคราวของรถที่อยู่ระหว่างการพัฒนา และอาจแตกต่างกันตามประเทศหรือรุ่นที่จำหน่ายจริง

All-New Lexus NXe-Axlee-CVTE-FOUR AWDElectrified SUVHybrid SUVInverter SiCLexus ADASLexus AWDLexus Driving SignatureLexus e-AxleLexus E-FourLexus ElectrifiedLexus F SPORTLexus HybridLexus Lane Change AssistLexus NX 2026Lexus NX 2027Lexus NX 300hLexus NX 350hLexus NX 450h PlusLexus NX 450h+Lexus NX F SPORTLexus NX HybridLexus NX PHEVLexus NX Plug-in HybridLexus NX ThailandLexus NX World PremiereLexus NX ราคาLexus NX สเปกLexus NX เปิดตัวLexus NX ใหม่Lexus NX ไทยLexus PHEVLexus Radar Cruise ControlLexus Safety System PlusLexus Safety System+Lexus SUVLexus SUV 2026Luxury SUVNew Lexus NXNX 300hNX 350hNX 450h+PHEV SUVPremium SUVSiCSilicon CarbideSUV หรูรถปลั๊กอินไฮบริดรถพลังงานไฟฟ้ารถยนต์ไฟฟ้ารถใหม่ 2026รถใหม่ Lexusรถใหม่ปลายปี 2026รถไฮบริดเครื่องยนต์ 2.0 Hybridเครื่องยนต์ 2.5 Hybrid

