เปิดราคา 851,000 บาทในอินเดีย Mahindra BE6 Formula E Edition EV 500 กม./ชาร์จ

เปิดราคา 851,000 บาทในอินเดีย Mahindra BE6 Formula E Edition EV 500 กม./ชาร์จ
Spread the love
Advertisement Advertisement

Mahindra BE6 Formula E Edition รุ่นพิเศษ SUV ไฟฟ้า ฉลองสายแข่ง Formula E

Mahindra เปิดตัวเวอร์ชันใหม่ของ BE6 Electric SUV ภายในหนึ่งปีหลังจากรุ่นมาตรฐานออกสู่ตลาดอินเดีย โดยใช้ชื่ออย่างเป็นทางการว่า BE6 Formula E Edition เพื่อเฉลิมฉลองการที่แบรนด์เข้าร่วมการแข่งขัน FIA Formula E Championship อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2014 จนถึงปัจจุบัน

ในขณะที่รุ่นพิเศษของผู้ผลิตรายอื่นมักจำกัดการเปลี่ยนแปลงไว้เพียงโทนสี ล้อ หรือชุดสติ๊กเกอร์ Mahindra เลือกเดินเกมต่างออกไป ด้วยการปรับชิ้นส่วนตัวถังจริงหลายจุด ทำให้ BE6 Formula E Edition โดดเด่นกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด ไม่ใช่เพียงแค่การเปลี่ยนลายกราฟิกเท่านั้น


ภาพรวม Mahindra BE6 Formula E Edition

  • พื้นฐานมาจาก Mahindra BE6 SUV ไฟฟ้ารุ่นสูงสุด
  • รุ่นพิเศษเฉลิมฉลองการเข้าร่วมแข่ง FIA Formula E
  • เน้นการปรับดีไซน์ภายนอกและภายใน ให้ฟีลมอเตอร์สปอร์ตมากขึ้น
  • สมรรถนะยังคงใช้ชุดขับเคลื่อนเดียวกับรุ่นท็อป BE6
  • ทำตลาดเฉพาะประเทศอินเดีย เปิดจองมกราคม 2026 เริ่มส่งมอบกุมภาพันธ์ 2026

ดีไซน์ภายนอก  สปอร์ต ดุดัน สายแรลลี่มากกว่าสายสูตร 1

จุดเด่นสำคัญของ BE6 Formula E Edition คือการปรับโฉมภายนอกให้แตกต่างจากรุ่นมาตรฐานอย่างชัดเจน ทำให้ตัวรถดูใกล้เคียงรถแข่งแรลลี่ลุยทะเลทราย มากกว่าจะเป็นแค่รถที่ติดโลโก้ Formula E

กันชนหน้าใหม่ + ไฟหน้า LED ทรงกลม

  • กันชนหน้าดีไซน์เฉพาะรุ่น เน้นเส้นสายคมชัด เพิ่มบุคลิกดุดัน
  • ติดตั้งไฟหน้า LED ทรงกลม ทำให้หน้าตาดูมีเอกลักษณ์ แตกต่างจาก BE6 รุ่นมาตรฐาน
  • เส้นสายบนกันชนหน้าและรายละเอียดรอบช่องดักลมถูกออกแบบให้เด่นชัดขึ้น สื่อถึงความสปอร์ตและกลิ่นอายมอเตอร์สปอร์ต

Skid Plate & Dark Liquid Metal Cladding รอบคัน

  • กันชนหน้าเสริมแผ่นกันกระแทก (Skid Plate) แบบใหม่ เพิ่มภาพลักษณ์พร้อมลุย
  • ใช้ชุดตกแต่งคลุมตัวถังด้านล่างแบบ Dark Liquid Metal Cladding ให้โทนสีเข้มรอบคัน
  • เมื่อมองภาพรวม รถจะดูใกล้เคียงรถแข่งแรลลี่ลุยทะเลทราย มากกว่ารถไฟฟ้าทั่วไป

กันชนท้ายใหม่ + สปอยเลอร์คู่ Double Spoiler

  • กันชนท้ายได้รับการออกแบบใหม่ให้รับกับเส้นสายด้านหน้า
  • ติดตั้งสปอยเลอร์คู่ (Double Spoiler) บริเวณด้านหลัง เสริมอารมณ์สปอร์ตและช่วยจัดการทิศทางลม
  • ไฟท้ายแนวตั้งแบบ LED เดิมถูกปิดทึบ/บล็อก ทำให้ท้ายรถดู “คลีน” และทันสมัยมากขึ้น

ล้ออัลลอย 20 นิ้ว + ตัวเลือก 19 นิ้ว

  • ติดตั้งล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้วดีไซน์ใหม่ เป็นอุปกรณ์สำคัญที่ขับรูปลักษณ์ให้ดูเต็มซุ้มล้อ
  • สำหรับลูกค้าที่เน้นความนุ่มนวลหรือคุ้นเคยกับรุ่นเดิม ยังสามารถเลือกใช้ล้อ 19 นิ้วแบบเดียวกับ BE6 มาตรฐานได้

สีตัวถังและกราฟิกสไตล์แข่ง

มองจากด้านข้างจะเห็นหลังคากระจกและเสาตัวรถที่ถูกตกแต่งด้วยกราฟิกแรงบันดาลใจจากสนามแข่ง ตัดกับสีตัวถัง 4 สี ดังนี้

  • Everest White – ขาวคมตัดกับกราฟิกสีเข้ม
  • Firestorm Orange – ส้มสดสไตล์สปอร์ต ดุดันสะดุดตา
  • Tango Red – แดงจัดจ้านในสไตล์รถแข่ง
  • Stealth Black – ดำด้าน/ดำเข้มให้ลุคดุดันแบบสปอร์ตลัดเลือน

 

Advertisement Advertisement

ดีไซน์ภายใน โทนดำตัดส้ม พร้อมลายเซ็น Formula E

ภายในห้องโดยสารของ BE6 Formula E Edition ถูกออกแบบให้สะท้อนบรรยากาศสนามแข่ง พร้อมลูกเล่นเฉพาะรุ่นที่เพิ่มความพรีเมียมและความพิเศษ

  • ใช้โทนสีหลักเป็นดำ ตัดด้วยแถบตกแต่งสีFirestorm Orange ตามแผงประตู คอนโซล และเบาะนั่ง
  • ติดตั้งเข็มขัดนิรภัยแบรนด์ FIA เสริมภาพลักษณ์ความจริงจังด้านมอเตอร์สปอร์ต
  • มีแผ่นเพลท (Plaque) เฉพาะรุ่น ระบุความเป็น BE6 Formula E Edition
  • บนแผงแดชบอร์ดฝั่งผู้โดยสารมีโลโก้ Formula E แสดงตัวตนรุ่นพิเศษอย่างชัดเจน
  • เมื่อติดเครื่อง จะมีกราฟิกแอนิเมชันเปิดระบบ (Startup Animation) แบบเฉพาะรุ่น เพื่อเพิ่มความรู้สึกพิเศษทุกครั้งที่เริ่มขับ

อุปกรณ์อำนวยความสะดวกและความบันเทิง

  • Digital Cockpit – ชุดหน้าจอดิจิทัลเต็มระบบสำหรับแสดงข้อมูลการขับขี่และระบบต่าง ๆ
  • แท่นชาร์จไร้สายคู่ (Dual Wireless Charging) – รองรับสมาร์ตโฟน 2 เครื่องพร้อมกัน
  • ชุดเครื่องเสียง Harman Kardon – เพิ่มคุณภาพเสียงให้สมระดับรถรุ่นพิเศษ
  • ADAS Suite – ระบบช่วยขับขี่และความปลอดภัยเชิงป้องกัน เช่น ช่วยเบรกฉุกเฉิน ระบบช่วยรักษาช่องทาง ระบบเตือนมุมอับสายตา (รายละเอียดขึ้นกับสเปกตลาด)

สมรรถนะและระยะทางวิ่ง Mahindra BE6 Formula E Edition

แม้จะเป็นรุ่นพิเศษ แต่ BE6 Formula E Edition ไม่มีการเพิ่มแรงม้าหรือเปลี่ยนมอเตอร์จาก BE6 รุ่นสูงสุดเดิม อย่างไรก็ตาม ตัวเลขสมรรถนะถือว่าน่าประทับใจสำหรับ SUV ไฟฟ้าขับล้อหลัง

หัวข้อ รายละเอียด
ระบบขับเคลื่อน มอเตอร์ไฟฟ้าติดตั้งด้านหลัง ขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD)
กำลังสูงสุด 282 แรงม้า (210 kW / 286 PS)
แรงบิดสูงสุด 380 นิวตันเมตร (280.3 lb-ft)
อัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. ประมาณ 6.7 วินาที
ความเร็วสูงสุด 202 กม./ชม. (126 mph)
ความจุแบตเตอรี่ 79 kWh
ระยะทางวิ่งโดยประมาณ ราว 500 กม. (311 ไมล์) ในการใช้งานจริง

สำหรับรุ่นย่อยท็อปสุด BE6 Formula E Edition FE3 จะมาพร้อมช่วงล่างแบบ Adaptive Suspension เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ช่วยปรับความหนึบ นุ่ม หรือเฟิร์มให้เหมาะกับสภาพถนนและสไตล์การขับขี่ ทำให้รุ่นนี้เป็นเวอร์ชันที่ “ล้ำ” ที่สุดของตระกูล BE6 ปัจจุบัน

ราคา Mahindra BE6 Formula E Edition ในอินเดีย

Mahindra วางตำแหน่ง BE6 Formula E Edition ไว้เป็นรุ่นพิเศษที่จำหน่ายวงกว้าง (ไม่ใช่จำนวนจำกัด) แต่ยังคงทำตลาดเฉพาะในประเทศอินเดีย

รุ่นย่อย ราคา (INR) ราคาโดยประมาณ บาท
BE6 Formula E Edition FE2 ₹23.69 แสน ประมาณ 851,000.-
BE6 Formula E Edition FE3 ₹24.49 แสน ประมาณ 880,000.-

แตกต่างจากรุ่น Batman Edition ก่อนหน้านี้ที่เป็นลิมิเต็ดรุ่น Formula E Edition จะมีให้ลูกค้าจับจองได้มากกว่า แต่ยังคงเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะตลาดอินเดียเช่นเดิม

  • เปิดจอง : 14 มกราคม 2026
  • เริ่มส่งมอบ : ภายใน 14 กุมภาพันธ์ 2026

รุ่น Ride-On สำหรับเด็ก BE6 Formula E Ride-On

เพื่อเอาใจแฟนรุ่นเล็ก Mahindra ยังเตรียมเปิดตัว BE6 Formula E Ride-On รถแบตเตอรี่ให้เด็กนั่งขี่ ดีไซน์อ้างอิงจาก BE6 รุ่นจริง

  • เปิดตัวในเดือนเมษายน 2026
  • ราคาประมาณ ₹18,000 หรือ 6,468 บาท
  • เจาะกลุ่มครอบครัวที่ชื่นชอบแบรนด์ Mahindra และมอเตอร์สปอร์ตสายไฟฟ้า

เส้นทาง Mahindra บนเวที Formula E

Mahindra ถือเป็นหนึ่งในทีมแข่งที่อยู่กับรายการ Formula E มาตั้งแต่ยุคเริ่มต้นในปี 2014 โดยตลอดระยะเวลาการแข่งขันจนถึงปัจจุบัน ทีมสามารถเก็บผลงานได้ดังนี้

  • คว้าชัยชนะ (Race Win) ทั้งหมด 5 ครั้ง
  • ขึ้นโพเดียมรวมทั้งสิ้น 29 ครั้ง

แม้ยังไม่สามารถคว้าแชมป์ประเภททีม หรือประเภทนักขับประจำฤดูกาลได้ แต่ความสม่ำเสมอในการแข่งขัน ทำให้ Mahindra ได้รับการยืนยันให้เข้าร่วมต่อในยุคใหม่ของ Formula E กับเจเนอเรชันรถแข่ง GEN4 สำหรับฤดูกาล 2026–2027

การเปิดตัว BE6 Formula E Edition จึงไม่ใช่เพียงแค่ “รุ่นตกแต่งพิเศษ” แต่เป็นการสร้างสะพานเชื่อมระหว่างเทคโนโลยีจากสนามแข่ง เข้าสู่รถใช้งานจริงบนถนน สะท้อนภาพลักษณ์ Mahindra ในฐานะแบรนด์ที่จริงจังทั้งด้านมอเตอร์สปอร์ตและยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ไปพร้อมกัน

Advertisement Advertisement

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้ได้