เปิดราคา 1.22 – 1.28 ล้านบาทในออสเตรเลีย Mazda CX-6e 2026 วิ่งได้ 484 กม./ชาร์จ WLTP

เปิดราคา 1.22 – 1.28 ล้านบาทในออสเตรเลีย Mazda CX-6e 2026 วิ่งได้ 484 กม./ชาร์จ WLTP
Spread the love
Advertisement Advertisement

เปิดสเปกและราคา Mazda CX-6e 2026 เอสยูวีไฟฟ้า 100% รุ่นใหม่ในออสเตรเลีย เคาะราคาเริ่มเพียง 1.22 ล้านบาท!

Mazda ออสเตรเลีย ได้สร้างความฮือฮาให้กับตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) ด้วยการเผยโฉมพร้อมประกาศราคาและสเปกอย่างเป็นทางการของ Mazda CX-6e รถยนต์เอสยูวีไฟฟ้าขนาดกลาง (Medium SUV) รุ่นใหม่ล่าสุด โดยมีกำหนดเริ่มส่งมอบรถยนต์ล็อตแรกในเดือนกันยายน 2026 นี้

การมาของ CX-6e ถือเป็นการเดินหมากครั้งสำคัญของ Mazda เพราะนอกจากจะเข้ามาเสริมทัพร่วมกับโชว์รูมร่วมกับ CX-5 โฉมใหม่ (ที่เตรียมเปิดตัวในเดือนกรกฎาคม) และ CX-60 ที่วางจำหน่ายอยู่แล้ว CX-6e ยังเปิดราคามาได้ดุดันและถูกกว่าคู่แข่งตัวฉกาจในตลาด อย่าง Tesla Model Y, BYD Sealion 7 และ Zeekr 7X อีกด้วย

ราคาจำหน่าย (Pricing)

Mazda CX-6e ในตลาดออสเตรเลียจะถูกแบ่งออกเป็น 2 รุ่นย่อย ซึ่งเป็นรูปแบบการทำตลาดที่ล้อไปกับรถซีดานไฟฟ้าร่วมแพลตฟอร์มอย่าง Mazda 6e โดยมีราคาจำหน่าย (ไม่รวมค่าใช้จ่ายบนท้องถนนของออสเตรเลีย) ดังนี้:

  • รุ่น GT (รุ่นเริ่มต้น): 53,990 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ประมาณ 1,220,000 บาท)
  • รุ่น Azami (รุ่นท็อป): 56,990 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ประมาณ 1,288,000 บาท)

*หมายเหตุ: คำนวณจากอัตราแลกเปลี่ยน 1 AUD = 22.61 THB

โปรโมชันพิเศษและออปชันเสริม

Mazda ยังมีทางเลือกให้ลูกค้าสามารถอัปเกรดสีภายในห้องโดยสารเป็นสีเบจโทนอบอุ่น (Warm Beige) ได้ในราคา 1,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ประมาณ 22,610 บาท)

และที่พิเศษสุดๆ คือ ลูกค้า 1,000 คนแรกที่ทำการพรีออเดอร์ Mazda CX-6e จะได้รับการอัปเกรดรุ่นย่อยจาก GT ไปเป็นรุ่นท็อป Azami ฟรี! ทันที

ขุมพลัง แบตเตอรี่ และระยะทางวิ่ง (Powertrain & Range)

ในสเต็ปแรกของการเปิดตัว Mazda CX-6e จะมาพร้อมกับระบบขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) มอเตอร์เดี่ยว โดยยังไม่มีตัวเลือกมอเตอร์คู่ขับเคลื่อน 4 ล้อ หรือแบตเตอรี่ความจุอื่นให้เลือกในขณะนี้

  • มอเตอร์ไฟฟ้า: ติดตั้งที่เพลาหลัง ให้พละกำลังสูงสุด 190 kW (ประมาณ 254 แรงม้า) แรงบิดสูงสุด 290 นิวตันเมตร
  • แบตเตอรี่: ใช้แบตเตอรี่แบบ LFP (Lithium Iron Phosphate) ความจุ 78 kWh
  • ระยะทางวิ่ง: สามารถทำระยะทางสูงสุด 484 กิโลเมตร ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง (ตามมาตรฐาน WLTP) ซึ่งโดดเด่นกว่าคู่แข่งในรุ่นเริ่มต้น ไม่ว่าจะเป็น Tesla Model Y (466 กม.), Zeekr 7X (480 กม.) และ BYD Sealion 7 (482 กม.)
  • การชาร์จ: รองรับการชาร์จเร็วด้วยกระแสตรง (DC Fast Charging) สูงสุด 195 kW ทำให้สามารถชาร์จจาก 30% – 80% ได้ในเวลาเพียง 15 นาทีเท่านั้น

อุปกรณ์มาตรฐานและรุ่นย่อย (Grades & Specifications)

รุ่น GT (จัดเต็มตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น)

แม้จะเป็นรุ่นเริ่มต้น แต่ Mazda ก็ใส่ออปชันมาให้อย่างล้นหลามเกินหน้าเกินตาคู่แข่ง โดยจุดเด่นอยู่ที่การ “ยกเลิกหน้าจอเรือนไมล์แบบดั้งเดิม” และทดแทนด้วยระบบแสดงข้อมูลการขับขี่บนกระจกหน้า (Head-up Display) รวมถึงหน้าจออินโฟเทนเมนต์ขนาดยักษ์ อุปกรณ์มาตรฐานเด่นๆ ได้แก่:

  • ล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว
  • ระบบไฟส่องสว่างภายนอกแบบ LED ทำงานอัตโนมัติ พร้อมไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสาร
  • ระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ (Rain-sensing wipers)
  • ระบบกุญแจอัจฉริยะแบบ Keyless Entry พร้อมฟังก์ชันกุญแจบลูทูธ (Bluetooth Key) ผ่านสมาร์ทโฟน
  • หลังคากระจก Panoramic Glass Roof พร้อมม่านบังแดด
  • ฝาท้ายเปิด-ปิดด้วยไฟฟ้าแบบ Hands-free
  • เบาะนั่งหุ้มด้วยหนังสังเคราะห์ ‘Maztex’
  • เบาะคู่หน้ามาพร้อมระบบอุ่นร้อน (Heated) และระบายอากาศ (Ventilated)
  • พวงมาลัยพร้อมระบบอุ่นร้อน (Heated steering wheel)
  • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ 3 โซน พร้อมแผ่นกรองอากาศ PM2.5
  • หน้าจอกลางระบบสัมผัสแนวยาวขนาดมหึมา 26.45 นิ้ว
  • รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย พร้อมระบบนำทางผ่านดาวเทียม
  • เครื่องเสียงระดับพรีเมียม กำลังขับ 1,280W พร้อมลำโพง 23 ตำแหน่ง
  • แท่นชาร์จสมาร์ทโฟนแบบไร้สาย (Wireless charger)
  • กล้องมองภาพรอบทิศทาง 360 องศา พร้อมฟังก์ชัน ‘See-through’ มุมมองทะลุตัวรถ
  • เซนเซอร์กะระยะช่วยจอด ด้านหน้าและด้านหลัง

ระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ (ADAS): มาพร้อมระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (Adaptive Cruise Control), ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB) รองรับการเลี้ยวตัดหน้า และตรวจจับคนเดินถนน/จักรยาน, ระบบเตือนมุมอับสายตา (BSM), ระบบเตือนรถตัดหน้าขณะถอยหลัง (RCTA) และระบบช่วยคุมรถให้อยู่ในเลน (Lane Keeping Assistance)

รุ่น Azami (รุ่นท็อปสุด)

สำหรับผู้ที่อัปเกรดมาเป็นรุ่น Azami จะได้รับการปรับปรุงภาพลักษณ์และเทคโนโลยีให้ดูล้ำอนาคตมากยิ่งขึ้น สิ่งที่เพิ่มเข้ามา ได้แก่:

  • อัปเกรดล้ออัลลอยเป็นขนาด 21 นิ้ว
  • กระจกมองข้างแบบดิจิทัล (Digital exterior mirrors): ใช้กล้องจับภาพแทนกระจกเงา
  • กระจกมองหลังภายในรถแบบดิจิทัล (Digital interior mirror)

FULL SPEC

แหล่งข้อมูล: ข่าวประชาสัมพันธ์ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด (23 มีนาคม 2569)

ข้อมูลทางเทคนิค ALL-NEW MAZDA CX-6e

  • มิติตัวถัง (ยาว x กว้าง x สูง): 4,850 x 1,935 x 1,620 มิลลิเมตร
  • ระยะฐานล้อ: 2,902 มิลลิเมตร
  • ประเภทแบตเตอรี่: LFP ความจุ 77.9 kWh
  • กำลังสูงสุด RWD 258 แรงม้า (PS) / แรงบิด 290 นิวตันเมตร
  • ระบบขับเคลื่อน: ขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD)
  • ระยะทางการวิ่งสูงสุด: 524 กิโลเมตร (NEDC) หรือ 484 กม./ชาร์จ WLTP
  • ชาร์จ 195kW DC 30-80% ภายใน 15 นาที

ดีไซน์และภายนอก

  • ยังคง ภาษาการออกแบบ KODO – Soul of Motion ของ Mazda แต่ปรับโฉมให้ทันสมัยขึ้นสำหรับรถไฟฟ้า
  • ด้านหน้ามี กระจังหน้าแบบปิด (Closed Grille) ดูล้ำสมัย สอดคล้องกับรถ EV
  • ไฟ DRL แบบเส้นโค้งล้อมโลโก้ ให้ความรู้สึก futuristic และโลโก้ Mazda เรืองแสงได้
  • ใช้ ไฟหน้าแบบแยกชิ้น (Split Headlight Design) โดยไฟหลักอยู่ตำแหน่งช่องดักลมด้านข้าง
  • เส้นตัวถังเน้น ความโฉบเฉี่ยวและลู่ลม สไตล์สปอร์ต
  • มือจับประตูแบบซ่อน (Pop-out Handle) ช่วยลดแรงเสียดทานลม
  • กระจกมองข้างแบบกล้องดิจิทัล (บางรุ่น) เพิ่มความล้ำ
  • ซุ้มล้อและชายล่างประตูใช้วัสดุ สีดำเงา เพิ่มความแข็งแรงและสปอร์ต
  • ขนาดล้อให้เลือก 19 นิ้ว และ 21 นิ้ว ตามรุ่นย่อย
  • ดีไซน์เรียบหรู แต่เน้น ไฟท้าย LED แบบเส้นยาว ให้ความรู้สึกกว้าง
  • ฝากระโปรงท้ายติดตั้ง สปอยเลอร์หลังคา + ไฟเบรก LED
  • กันชนล่างตกแต่งด้วยวัสดุสีดำ เพิ่มความดุดัน
  • มี พาโนรามิกซันรูฟ (เฉพาะรุ่นสูง) เพิ่มความโปร่งสบายภายใน
  • มาพร้อม ราวหลังคา รองรับการใช้งานจริง เช่น ติดตั้งกล่องสัมภาระหรือจักรยาน
  • มีให้เลือก 7 สีหลัก (ตามข้อมูลการเปิดตัว)
  • รวม 2 สีพิเศษเฉพาะรุ่น เพื่อความแตกต่าง

การออกแบบภายในห้องโดยสาร

  • เน้น ความมินิมอล + ไฮเทค ตามสไตล์รถไฟฟ้า
  • ใช้เส้นสายเรียบง่าย วัสดุหรูผสมผสานความสปอร์ต
  • โทนสีภายใน มีทั้งแบบดำเข้ม และแบบทูโทน (แล้วแต่รุ่นย่อย)
  • หน้าจอเรือนไมล์ดิจิทัล Full LCD ขนาด 12.3 นิ้ว แสดงข้อมูลครบ เช่น ความเร็ว พลังงาน การทำงานของมอเตอร์–เครื่องยนต์
  • จอกลางมัลติมีเดียขนาด 14.6 นิ้ว แบบลอย (Floating Screen) ควบคุมระบบความบันเทิง, การนำทาง, และฟังก์ชัน EV
  • รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto
  • มี ระบบสั่งงานด้วยเสียง AI
  • เบาะหุ้ม หนังสังเคราะห์คุณภาพสูง
  • เบาะคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง
  • เบาะผู้โดยสารหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง
  • เบาะหลังพับได้แบบ 4/6 เพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระ
  • งานเย็บตะเข็บเน้นความพรีเมียม
  • พวงมาลัย มัลติฟังก์ชันหุ้มหนัง
  • ปุ่มควบคุมระบบเสียง, จอ และระบบช่วยขับครบในพวงมาลัย
  • ดีไซน์ทรงสปอร์ตแบบ 3 ก้าน
  • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ แยกซ้าย–ขวา (Dual Zone)
  • ช่องแอร์ผู้โดยสารด้านหลัง
  • ระบบ กรองอากาศ PM2.5
  • ระบบ ฟอกอากาศ + ฆ่าเชื้อ UV
  • หลังคา พาโนรามิกซันรูฟ (รุ่นสูง) ช่วยเพิ่มความโปร่งโล่ง
  • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ แยกซ้าย–ขวา (Dual Zone)
  • ช่องแอร์ผู้โดยสารด้านหลัง
  • ระบบ กรองอากาศ PM2.5
  • ระบบ ฟอกอากาศ + ฆ่าเชื้อ UV
  • หลังคา พาโนรามิกซันรูฟ (รุ่นสูง) ช่วยเพิ่มความโปร่งโล่ง

ระบบความปลอดภัย

  • ถุงลมนิรภัยคู่หน้า (Front Airbags)
  • ถุงลมนิรภัยด้านข้างสำหรับผู้โดยสารตอนหน้า (Side Airbags)
  • ม่านถุงลมด้านข้าง (Side Curtain Airbags) ครอบคลุมทั้งแถวหน้า–หลัง
  • ESC (Electronic Stability Control) – ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว
  • TCS (Traction Control System) – ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี
  • ABS + EBD + BA – ระบบเบรก ABS, กระจายแรงเบรก, เสริมแรงเบรก
  • HSA (Hill Start Assist) – ช่วยออกตัวบนทางชัน
  • HDC (Hill Descent Control) – ช่วยควบคุมความเร็วลงทางลาดชัน
  • TPMS (Tire Pressure Monitoring System) – ระบบแจ้งเตือนแรงดันลมยาง
  • ระบบเตือนการชนด้านหน้า (FCW)
  • ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB)
  • ระบบเตือนออกนอกเลน (LDW)
  • ระบบช่วยควบคุมให้อยู่ในเลน (LKA)
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC)
  • ระบบตรวจจับคนเดินถนน และจักรยาน/มอเตอร์ไซค์
  • ระบบช่วยขับในสภาพการจราจรติดขัด (TJA – Traffic Jam Assist)
  • ระบบตรวจสอบจุดบอด (BSD – Blind Spot Detection)
  • ระบบเตือนการจราจรด้านหลัง (RCTA – Rear Cross Traffic Alert)
  • กล้องรอบคัน 360° + เซนเซอร์รอบคัน
  • ระบบช่วยจอดอัตโนมัติ
  • ระบบกุญแจอัจฉริยะ (Smart Key)
  • ระบบกันขโมย + Immobilizer
  • ระบบโทรฉุกเฉิน e-Call

ระบบช่วยขับขี่ (บางรายการขึ้นกับรุ่นย่อย)

  • ระบบเตือนการชนด้านหน้า (FCW)
  • ระบบเบรกอัตโนมัติ (AEB)
  • ระบบเตือนออกนอกเลน (LDW)
  • ระบบช่วยควบคุมให้อยู่ในเลน (LKA)
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแปรผัน (ACC)
  • ระบบตรวจจับคนเดินถนน + จักรยาน
  • ระบบช่วยขับในสภาพการจราจรติดขัด (TJA)
  • กล้องรอบคัน 360°
  • เซนเซอร์หน้า–หลัง
  • ระบบช่วยจอดอัตโนมัติ
  • ระบบตรวจสอบจุดบอด (BSD)
  • ระบบเตือนรถตัดผ่านด้านหลัง (RCTA)

Advertisement Advertisement

 

 

autoexpress

whichcar

MAZDA

Advertisement Advertisement

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้ได้