คาดราคา 1.28 ล้านบาทในสหรัฐฯ NISSAN Xterra รถลุยในตำนาน พร้อมเปิดตัวปี 2027 ดีไซน์เหลี่ยม บึกบึน ดิบเท่

คาดราคา 1.28 ล้านบาทในสหรัฐฯ NISSAN Xterra รถลุยในตำนาน พร้อมเปิดตัวปี 2027 ดีไซน์เหลี่ยม บึกบึน ดิบเท่
Spread the love
Advertisement Advertisement

 “NISSAN Xterra” Returns การกลับมาของ SUV สายลุยพันธุ์แท้

นิสสันเพิ่งยืนยันการกลับมาของXterra ที่หลายคนรอคอย โดยได้เผยโฉมรถ SUV สุดแกร่งรุ่นนี้ผ่านวิดีโอ ทีเซอร์สั้นๆเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แม้ว่ายังมีคำถามมากมายเกี่ยวกับรุ่นใหม่นี้ แต่นิสสันได้เปิดเผยว่าราคาจะเข้าถึงได้ง่ายอย่างน่าประหลาดใจ ทำให้ Xterra สามารถเป็นคู่แข่งที่น่าจับตามองของ Ford Bronco และ Jeep Wrangler ได้อย่างแท้จริง

หลังจากที่นิสสันประกาศว่าจะนำรถยนต์รุ่น Xterra กลับมาผลิตอีกครั้ง คริสเตียน เมอนิเยร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของนิสสัน อเมริกา ได้เปิดเผยกับนักข่าวว่า ราคาเริ่มต้นจะต่ำกว่า 40,000 ดอลลาร์สหรัฐ โดยเมอนิเยร์กล่าวว่า “ขณะนี้ราคาซื้อขายเฉลี่ยในสหรัฐอเมริกาอยู่ที่ 48,000 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นราคาที่ไม่ยั่งยืน… [นิสสัน] จะนำ Xterra มาจำหน่ายในราคาต่ำกว่า 40,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 1.28 ล้านบาท

ในการให้สัมภาษณ์กับCarBuzzเมอนิเยร์ยอมรับว่านิสสันได้หลงทางไปบ้างในช่วงไม่กี่ปีมานี้ โดยกล่าวว่า Xterra รุ่นใหม่จะนำเสนอทุกสิ่งที่ผู้ซื้อต้องการและจะไม่เพิ่มเทคโนโลยีที่ไม่จำเป็น

“เราหลงทางไปบ้างแล้ว” เมอนิเยร์กล่าว “เราใส่เทคโนโลยีมากมายโดยไม่จำเป็น เพิ่มฟีเจอร์และต้นทุนให้กับรถยนต์ของเรามากเกินไป เราจะหยุดทำแบบนั้น และผมคิดว่า Xterra จะเป็นสัญลักษณ์ของเรื่องนี้… [นิสสัน] จะนำเสนอ Xterra ที่มีทุกสิ่งที่คุณต้องการ ไม่มีสิ่งที่คุณไม่ต้องการ ซึ่งเป็นสโลแกนที่ใช้ในปี 2002 และเราเชื่อว่าเหมาะสมกับแบรนด์”


Nissan Motor ประกาศวิสัยทัศน์ระยะยาวฉบับใหม่ในชื่อ “Mobility Intelligence for Everyday Life” ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญหลังจากผ่านพ้นช่วงแผนฟื้นฟู Re:Nissan โดยมุ่งเน้นการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AIDV (AI-Defined Vehicles) และการนำเสนอทางเลือกขุมพลังไฟฟ้าที่หลากหลายเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าทั่วโลกอย่างแม่นยำ

Nissan ได้ยืนยันอย่างเป็นทางการถึงการนำรถยนต์อเนกประสงค์ (SUV) ตระกูล Xterra กลับมาสู่สายการผลิตอีกครั้ง โดยวางกำหนดการเปิดตัวและการทำตลาดในช่วงปลายปี 2028 การกลับมาครั้งนี้ถือเป็นความเคลื่อนไหวเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญของ Nissan ในการทวงคืนส่วนแบ่งการตลาดในกลุ่มรถยนต์อเนกประสงค์สมรรถนะสูง (Rugged SUV) ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความต้องการเฉพาะเจาะจงในด้านความแข็งแกร่งและการใช้งานหนัก

หลังจากห่างหายไปนาน Nissan ยืนยันอย่างเป็นทางการแล้วว่า Xterra จะกลับมาสู่ไลน์อัปผลิตภัณฑ์อีกครั้งในช่วงปลายปี 2028 โดยเน้นภาพลักษณ์ความแข็งแกร่ง (Rugged) และความสามารถในการลุยที่เป็นจุดเด่นดั้งเดิม

Advertisement Advertisement

Body-on-frame Platform

จุดเด่นสำคัญของ Xterra เจเนอเรชันใหม่ คือการเลือกใช้แพลตฟอร์มแบบแชสซีขั้นบันได (Body-on-frame) ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นใหม่เพื่อใช้งานร่วมกับรถยนต์ในตระกูลกระบะและ SUV ขนาดใหญ่ของทั้งแบรนด์ Nissan และ INFINITI การเลือกใช้โครงสร้างลักษณะนี้สะท้อนให้เห็นถึงจุดยืนในการพัฒนาที่เน้นความทนทานต่อการบิดตัว รองรับการรับน้ำหนักบรรทุก การลากจูง (Towing) และการขับขี่ในสภาพภูมิประเทศทุรกันดาร ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบทางวิศวกรรมที่เหนือกว่ารถยนต์ SUV แบบ Unibody ทั่วไป

ขุมพลัง V6 Hybrid

ในด้านระบบขับเคลื่อน Xterra ใหม่ได้รับการประเมินว่าจะมาพร้อมกับตัวเลือกเครื่องยนต์ V6 และขุมพลัง V6 ไฮบริด การเลือกใช้เครื่องยนต์ขนาดใหญ่ท่ามกลางกระแสการลดขนาดเครื่องยนต์ (Downsizing) ของอุตสาหกรรมยานยนต์ เป็นการตอบสนองความต้องการด้านแรงบิดที่ต่อเนื่องสำหรับการใช้งานหนัก โดยเฉพาะระบบไฮบริดที่จะเข้ามาช่วยเสริมกำลังในรอบเครื่องยนต์ต่ำ พร้อมทั้งช่วยบริหารจัดการอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงและข้อกำหนดด้านการปล่อยมลพิษ

Made in USA

Nissan กำหนดให้สหรัฐอเมริกาเป็นฐานการผลิตหลักสำหรับรถรุ่นนี้ เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดอเมริกาเหนือซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลัก สำหรับทิศทางการออกแบบ ตัวรถจะถูกถ่ายทอดเอกลักษณ์ความบึกบึนผ่านเส้นสายตัวถังที่ชัดเจน ฝากระโปรงหน้าที่ยกสูง และการประทับตัวอักษร NISSAN บนกระจังหน้า โดยคาดว่าจะมีการผสมผสานองค์ประกอบการออกแบบดั้งเดิมที่เป็นเอกลักษณ์ เช่น แนวหลังคาด้านหลังแบบยกสูง เข้ากับเทคโนโลยีการออกแบบสมัยใหม่

ตำแหน่งทางการตลาดและการแข่งขัน

ภายใต้กลยุทธ์การจัดพอร์ตโฟลิโอแบบ “Heartbeat” ที่เน้นรถยนต์สมรรถนะสูง Nissan วางตำแหน่งของ Xterra ใหม่ให้เป็นผู้ท้าชิงโดยตรงในเซกเมนต์ Mid-size Body-on-frame SUV โดยมีเป้าหมายเพื่อแข่งขันกับคู่แข่งหลักในตลาด เช่น Toyota 4Runner, Ford Bronco และ Jeep Wrangler

วิสัยทัศน์ “Mobility Intelligence for Everyday Life”

การเปิดตัวรถรุ่นใหม่เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของวิสัยทัศน์ระยะยาวของ Nissan ที่ต้องการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคใหม่ด้วยกลยุทธ์หลัก 3 ประการ:

  • AI-Defined Vehicles: การใช้ปัญญาประดิษฐ์มาเป็นตัวกำหนดฟังก์ชันและประสบการณ์ภายในรถยนต์
  • Choice-driven Electrification: การนำเสนอทางเลือกของระบบไฟฟ้าที่หลากหลาย ทั้ง e-POWER, PHEV และ BEV เพื่อให้เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้าในแต่ละภูมิภาค
  • Global Portfolio Strategy: การจัดการรุ่นรถยนต์ทั่วโลกให้มีความทันสมัยและตอบโจทย์การใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน

Carscoop

Nissan ขยับตัวครั้งใหญ่! เผยโฉม Rogue 2027 ขุมพลัง e-POWER และยืนยันการกลับมาของ “Xterra” สายลุยในตำนาน พร้อม JUKE EV

Advertisement Advertisement

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้ได้