60 อันดับบริษัทรถยนต์มูลค่าสูงสุดในโลก ปี 2026 Tesla ยังนำห่าง Toyota และ BYD


60 อันดับบริษัทรถยนต์มูลค่าสูงสุดในโลก ปี 2026 Tesla ยังนำห่าง Toyota และ BYD
ตลาดรถยนต์โลกในปี 2026 ไม่ได้แข่งขันกันแค่ยอดขาย จำนวนโรงงาน หรือจำนวนรุ่นรถที่เปิดตัวเท่านั้น แต่ “มูลค่าบริษัทในตลาดหุ้น” หรือ Market Cap กลายเป็นอีกหนึ่งตัวชี้วัดสำคัญที่สะท้อนมุมมองของนักลงทุนต่ออนาคตของแต่ละแบรนด์
โดยเฉพาะในยุคที่อุตสาหกรรมรถยนต์กำลังเปลี่ยนผ่านจากเครื่องยนต์สันดาป ไปสู่รถยนต์ไฟฟ้า ซอฟต์แวร์ แบตเตอรี่ ระบบช่วยขับขี่ และแพลตฟอร์มเทคโนโลยี ทำให้บางบริษัทที่ขายรถน้อยกว่า กลับมีมูลค่าตลาดสูงกว่าค่ายรถดั้งเดิมหลายราย
ข้อมูลชุดนี้เป็นการจัดอันดับบริษัทรถยนต์มูลค่าสูงสุดในโลก ปี 2026 ตามมูลค่า Market Cap พร้อมแปลงเป็นเงินบาท โดยใช้อัตราแลกเปลี่ยน
1 ดอลลาร์สหรัฐ = 33.37 บาท
20 อันดับแรก บริษัทรถยนต์มูลค่าสูงสุดในโลก ปี 2026
อันดับ 1 ยังคงเป็น Tesla ด้วยมูลค่าบริษัทประมาณ 50.49 ล้านล้านบาท ทิ้งห่าง Toyota, BYD และค่ายรถดั้งเดิมรายอื่นอย่างชัดเจน
แม้ Tesla จะไม่ได้ขายรถมากที่สุดในโลก แต่ตลาดทุนยังให้มูลค่าบริษัทในฐานะผู้เล่นด้าน EV, ซอฟต์แวร์, AI, ระบบขับขี่อัตโนมัติ และแพลตฟอร์มพลังงาน มากกว่าจะมองเป็นแค่ผู้ผลิตรถยนต์ทั่วไป
อันดับ 2 คือ Toyota มูลค่าประมาณ 7.09 ล้านล้านบาท ยังคงเป็นค่ายรถดั้งเดิมที่มีมูลค่าสูงสุดในโลก ขณะที่อันดับ 3 คือ BYD มูลค่าประมาณ 3.87 ล้านล้านบาท สะท้อนพลังของอุตสาหกรรมรถยนต์จีนที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วทั้งในประเทศและต่างประเทศ
อันดับ 1-20
1. Tesla
มูลค่าบริษัทประมาณ 50.49 ล้านล้านบาท
2. Toyota
มูลค่าบริษัทประมาณ 7.09 ล้านล้านบาท
3. BYD
มูลค่าบริษัทประมาณ 3.87 ล้านล้านบาท
4. Hyundai
มูลค่าบริษัทประมาณ 2.76 ล้านล้านบาท
5. Xiaomi
มูลค่าบริษัทประมาณ 2.53 ล้านล้านบาท
6. General Motors
มูลค่าบริษัทประมาณ 2.29 ล้านล้านบาท
7. Ferrari
มูลค่าบริษัทประมาณ 2.27 ล้านล้านบาท
8. Ford
มูลค่าบริษัทประมาณ 1.80 ล้านล้านบาท
9. Mercedes-Benz
มูลค่าบริษัทประมาณ 1.68 ล้านล้านบาท
10. Porsche
มูลค่าบริษัทประมาณ 1.64 ล้านล้านบาท
11. Maruti Suzuki India
มูลค่าบริษัทประมาณ 1.61 ล้านล้านบาท
12. Volkswagen
มูลค่าบริษัทประมาณ 1.45 ล้านล้านบาท
13. BMW
มูลค่าบริษัทประมาณ 1.40 ล้านล้านบาท
14. Kia
มูลค่าบริษัทประมาณ 1.37 ล้านล้านบาท
15. Mahindra & Mahindra
มูลค่าบริษัทประมาณ 1.35 ล้านล้านบาท
16. Honda
มูลค่าบริษัทประมาณ 1.23 ล้านล้านบาท
17. Geely
มูลค่าบริษัทประมาณ 881,939 ล้านบาท
18. Suzuki Motor
มูลค่าบริษัทประมาณ 822,237 ล้านบาท
19. Rivian
มูลค่าบริษัทประมาณ 748,823 ล้านบาท
20. Great Wall Motors
มูลค่าบริษัทประมาณ 652,384 ล้านบาท
อันดับ 21-30 ค่ายจีนและอินเดียเริ่มมีบทบาทชัดเจน
หลังจาก 20 อันดับแรก กลุ่มอันดับ 21-30 เป็นช่วงที่เริ่มเห็นภาพการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมรถยนต์โลกชัดขึ้น โดยมีทั้งค่ายจีน อินเดีย ยุโรป และสตาร์ทอัพ EV เข้ามาปะปนกัน
Chery Automobile ขึ้นมาอยู่ในอันดับ 21 ด้วยมูลค่าประมาณ 615,343 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนการเติบโตของกลุ่มแบรนด์จีนที่ขยายตลาดต่างประเทศอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะ OMODA และ JAECOO
ขณะที่ SAIC Motor เจ้าของเครือข่ายใหญ่ในจีนและเกี่ยวข้องกับแบรนด์ MG ในหลายตลาด อยู่ในอันดับ 22 ส่วนอินเดียมีทั้ง Hyundai Motor India และ Tata Motors อยู่ในกลุ่มบนของช่วงนี้
อันดับ 21-30
21. Chery Automobile
มูลค่าบริษัทประมาณ 615,343 ล้านบาท
22. SAIC Motor
มูลค่าบริษัทประมาณ 572,296 ล้านบาท
23. Hyundai Motor India
มูลค่าบริษัทประมาณ 565,288 ล้านบาท
24. Tata Motors
มูลค่าบริษัทประมาณ 554,943 ล้านบาท
25. Stellantis
มูลค่าบริษัทประมาณ 546,267 ล้านบาท
26. Seres Group
มูลค่าบริษัทประมาณ 505,556 ล้านบาท
27. XPeng
มูลค่าบริษัทประมาณ 420,128 ล้านบาท
28. NIO
มูลค่าบริษัทประมาณ 407,781 ล้านบาท
29. Li Auto
มูลค่าบริษัทประมาณ 398,438 ล้านบาท
30. Subaru
มูลค่าบริษัทประมาณ 367,737 ล้านบาท
อันดับ 31-40 ค่ายญี่ปุ่น ยุโรป และจีนยังแข่งขันเข้มข้น
ในกลุ่มอันดับ 31-40 มีหลายชื่อที่คนไทยคุ้นเคย เช่น Isuzu, Renault, Nissan, Volvo Car รวมถึงค่ายจีนอย่าง Changan, Dongfeng, GAC และ JAC
สิ่งที่น่าสนใจคือ Isuzu อยู่ในอันดับ 33 ด้วยมูลค่าประมาณ 332,031 ล้านบาท แม้จะไม่ได้เป็นค่ายรถนั่งรายใหญ่ในระดับโลก แต่ยังแข็งแรงมากในตลาดรถกระบะ รถบรรทุก และรถเพื่อการพาณิชย์
ส่วน Nissan อยู่ในอันดับ 39 มูลค่าประมาณ 225,581 ล้านบาท ซึ่งถือว่าต่ำกว่าภาพจำของแบรนด์ในอดีตพอสมควร และสะท้อนแรงกดดันที่ค่ายรถญี่ปุ่นบางรายกำลังเผชิญในยุคเปลี่ยนผ่าน
อันดับ 31-40
31. Chongqing Changan
มูลค่าบริษัทประมาณ 344,378 ล้านบาท
32. Dongfeng Motor
มูลค่าบริษัทประมาณ 335,369 ล้านบาท
33. Isuzu
มูลค่าบริษัทประมาณ 332,031 ล้านบาท
34. Renault
มูลค่าบริษัทประมาณ 290,319 ล้านบาท
35. Hotai Motor
มูลค่าบริษัทประมาณ 272,299 ล้านบาท
36. GAC / Guangzhou Automobile Group
มูลค่าบริษัทประมาณ 257,616 ล้านบาท
37. JAC Motors
มูลค่าบริษัทประมาณ 257,283 ล้านบาท
38. VinFast Auto
มูลค่าบริษัทประมาณ 242,600 ล้านบาท
39. Nissan
มูลค่าบริษัทประมาณ 225,581 ล้านบาท
40. Volvo Car
มูลค่าบริษัทประมาณ 213,902 ล้านบาท
อันดับ 41-50 Mazda, Mitsubishi, Polestar และ Lucid อยู่ในกลุ่มนี้
กลุ่มอันดับ 41-50 เป็นช่วงที่เริ่มเห็นความแตกต่างระหว่างแบรนด์เก่าแก่กับผู้เล่น EV รุ่นใหม่อย่างชัดเจน
Mazda อยู่ในอันดับ 44 มูลค่าประมาณ 145,493 ล้านบาท ขณะที่ Mitsubishi Motors อยู่ในอันดับ 48 มูลค่าประมาณ 91,100 ล้านบาท
ส่วนฝั่ง EV มีทั้ง Polestar อันดับ 47 และ Lucid Motors อันดับ 50 โดย Lucid แม้จะเป็นแบรนด์ EV พรีเมียมจากสหรัฐฯ แต่ยังต้องเผชิญการแข่งขันหนักมากในตลาดรถไฟฟ้าระดับบน
อันดับ 41-50
41. Ford Otosan
มูลค่าบริษัทประมาณ 207,561 ล้านบาท
42. Leapmotor
มูลค่าบริษัทประมาณ 189,542 ล้านบาท
43. FAW Car
มูลค่าบริษัทประมาณ 150,499 ล้านบาท
44. Mazda
มูลค่าบริษัทประมาณ 145,493 ล้านบาท
45. Polaris
มูลค่าบริษัทประมาณ 121,801 ล้านบาท
46. Tofaş Türk Otomobil Fabrikası
มูลค่าบริษัทประมาณ 106,450 ล้านบาท
47. Polestar
มูลค่าบริษัทประมาณ 92,769 ล้านบาท
48. Mitsubishi Motors
มูลค่าบริษัทประมาณ 91,100 ล้านบาท
49. Force Motors
มูลค่าบริษัทประมาณ 86,762 ล้านบาท
50. Lucid Motors
มูลค่าบริษัทประมาณ 77,752 ล้านบาท
อันดับ 51-60 กลุ่มท้ายตารางสะท้อนความเสี่ยงของธุรกิจ EV
ในช่วงอันดับ 51-60 จะเห็นบริษัทที่มีมูลค่าตลาดลดลงอย่างมาก โดยเฉพาะกลุ่ม EV Startup ที่เคยถูกจับตามองสูงในช่วงกระแสรถไฟฟ้าบูม แต่เมื่อเข้าสู่ช่วงแข่งขันจริง ทั้งต้นทุน การผลิต ยอดขาย กระแสเงินสด และความเชื่อมั่นของนักลงทุน กลายเป็นตัวแปรสำคัญ
รายชื่ออย่าง Faraday Future, Aptera Motors, Phoenix Motor, REE Automotive และ Cenntro Electric Group สะท้อนว่า ตลาด EV ไม่ได้มีแต่โอกาส แต่ยังเต็มไปด้วยความเสี่ยงสูงเช่นกัน
อันดับ 51-60
51. Yulon Motor Company
มูลค่าบริษัทประมาณ 31,701 ล้านบาท
52. Lotus Technology
มูลค่าบริษัทประมาณ 27,030 ล้านบาท
53. Aston Martin
มูลค่าบริษัทประมาณ 16,685 ล้านบาท
54. KG Mobility / SsangYong Motor
มูลค่าบริษัทประมาณ 13,014 ล้านบาท
55. Faraday Future
มูลค่าบริษัทประมาณ 2,676 ล้านบาท
56. Aptera Motors
มูลค่าบริษัทประมาณ 2,507 ล้านบาท
57. Kandi Technologies Group
มูลค่าบริษัทประมาณ 2,387 ล้านบาท
58. Phoenix Motor
มูลค่าบริษัทประมาณ 353 ล้านบาท
59. REE Automotive
มูลค่าบริษัทประมาณ 74 ล้านบาท
60. Cenntro Electric Group
มูลค่าบริษัทประมาณ 3.67 ล้านบาท
วิเคราะห์ภาพรวม ทำไม Tesla ถึงนำห่างขนาดนี้
เหตุผลสำคัญที่ Tesla ยังมีมูลค่าสูงกว่าค่ายรถรายอื่นแบบทิ้งห่าง เพราะตลาดไม่ได้มอง Tesla เป็นเพียงผู้ผลิตรถยนต์ แต่ให้มูลค่ากับธุรกิจในหลายมิติ ทั้งรถ EV, ซอฟต์แวร์, ระบบขับขี่อัตโนมัติ, AI, แบตเตอรี่, พลังงาน และระบบนิเวศเทคโนโลยี
ในขณะที่ Toyota แม้จะขายรถได้มากกว่าและมีฐานธุรกิจมั่นคงกว่า แต่ตลาดทุนมักให้ค่ากับการเติบโตในอนาคตมากกว่าความแข็งแรงแบบดั้งเดิม ทำให้ช่องว่างระหว่าง Tesla กับ Toyota ยังใหญ่มาก
อีกประเด็นที่เห็นได้ชัดคือ BYD กลายเป็นตัวแทนความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมรถยนต์จีน ด้วยมูลค่าติดอันดับ 3 ของโลก และยังมีค่ายจีนอีกจำนวนมากในอันดับ 21-60 เช่น Chery, SAIC, Seres, XPeng, NIO, Li Auto, Changan, Dongfeng, GAC, JAC และ Leapmotor
ภาพนี้สะท้อนว่า จีนไม่ได้มีแค่ BYD ที่น่าจับตา แต่อุตสาหกรรมรถยนต์จีนทั้งระบบกำลังขยายตัวในระดับโลก
ค่ายญี่ปุ่นยังแข็งแรง แต่ถูกกดดันมากขึ้น
แม้ Toyota จะยังเป็นค่ายรถดั้งเดิมที่มีมูลค่าสูงสุดในโลก แต่เมื่อมองลึกลงไปในอันดับอื่น ๆ จะเห็นว่าค่ายญี่ปุ่นหลายรายมีมูลค่าตลาดต่ำกว่าภาพจำของแบรนด์
Honda อยู่ในอันดับ 16, Suzuki Motor อันดับ 18, Subaru อันดับ 30, Isuzu อันดับ 33, Nissan อันดับ 39, Mazda อันดับ 44 และ Mitsubishi Motors อันดับ 48
ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าบริษัทเหล่านี้ไม่มีความแข็งแรง แต่สะท้อนว่าตลาดทุนกำลังตั้งคำถามกับความเร็วในการเปลี่ยนผ่านสู่ EV, ซอฟต์แวร์ และเทคโนโลยีใหม่ เมื่อเทียบกับคู่แข่งจีนและสหรัฐฯ

