ยอดขาย TOYOTA ในสหรัฐฯ ครึ่งปี 2026 รวมกว่า 1,073,679 คัน เพิ่ม 1.5% RAV4 ยอดขายร่วง 36%

ยอดขาย Toyota RAV4 สหรัฐฯ ร่วงเกือบ 36% แต่ไม่ใช่เพราะคนไม่อยากซื้อ
Toyota RAV4 ยังคงเป็นหนึ่งในรถยนต์ขายดีที่สุดของ Toyota ในสหรัฐอเมริกา แต่ตัวเลขยอดขายในปีนี้กลับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยยอดสะสมช่วง 6 เดือนแรกลดลงเกือบ 36% อย่างไรก็ตาม สาเหตุหลักไม่ได้มาจากความนิยมที่ถดถอย หรือผู้บริโภคหันไปเลือกรถคู่แข่ง แต่เป็นผลจากปัญหากำลังการผลิตและการปรับไลน์โรงงานเพื่อเตรียมเปลี่ยนผ่านสู่ RAV4 เจเนอเรชันใหม่
Toyota เปิดตัว RAV4 รุ่นใหม่ไปเมื่อราว 12 เดือนก่อน และแม้รุ่นเดิมจะยังเป็นสินค้าหลักที่มีความต้องการสูงในตลาด แต่การส่งมอบรถกลับไม่ทันต่อความต้องการของลูกค้า
ยอดขาย RAV4 ลดลง 35.7% ในครึ่งปีแรก
ในช่วง 6 เดือนแรกของปีที่ผ่านมา Toyota สามารถจำหน่าย RAV4 ได้ 239,451 คัน แต่ในปีนี้ยอดขายลดลงเหลือ 153,955 คัน หายไปถึง 35.7% เฉพาะเดือนมิถุนายน ยอดขาย RAV4 อยู่ที่ 32,350 คัน ลดลง 12.1% จาก 36,810 คันในช่วงเดียวกันของปีก่อน
ตัวเลขนี้อาจดูเหมือน RAV4 เริ่มเสียความนิยม แต่ความจริงกลับตรงกันข้าม เพราะดีลเลอร์หลายแห่งยังมีความต้องการรถสูงมาก ปัญหาคือจำนวนรถที่ส่งเข้าโชว์รูมไม่เพียงพอ บางแห่งมีสต็อกเหลือให้ขายเพียงไม่กี่ชั่วโมง ก่อนรถจะถูกจองหมด
ปรับโรงงาน-ลดกำลังผลิต กระทบ RAV4 โดยตรง
สาเหตุสำคัญมาจากการปรับไลน์ผลิตในหลายโรงงาน ทั้งในญี่ปุ่นและอเมริกาเหนือ เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านไปสู่ RAV4 รุ่นใหม่ รวมถึงการเพิ่มสัดส่วนการผลิตรถยนต์ไฮบริด
โรงงานในรัฐเคนทักกี สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นหนึ่งในฐานผลิตหลักของ RAV4 ต้องใช้เวลาในการปรับเครื่องจักรและสายการผลิต ส่งผลให้การผลิตรถช่วงเปลี่ยนรุ่นล่าช้ากว่าที่คาด
นอกจากนี้ Toyota ยังได้รับผลกระทบจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางและปัญหาด้านโลจิสติกส์บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้บริษัทมีแผนลดกำลังการผลิตในต่างประเทศราว 100,000 คัน ไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2027
เมื่อรวมกับการปรับโรงงานเพื่อผลิต RAV4 รุ่นใหม่ ส่งผลให้ Toyota สูญเสียโอกาสด้านยอดขายไปแล้วประมาณ 55,000 คัน
ข้อมูลจาก AutoForecast Solutions ซึ่ง Automotive News อ้างอิง ระบุว่า การผลิต RAV4 ช่วงเดือนมกราคม-พฤษภาคม ลดลงประมาณ 86,400 คัน เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ความต้องการยังแรง โดยเฉพาะรุ่นไฮบริด
แม้ยอดขายจะลดลง แต่ RAV4 ยังคงเป็น SUV ที่มีความต้องการสูงในสหรัฐฯ โดยเฉพาะรุ่น Hybrid และ Plug-in Hybrid ที่ได้รับความนิยมจากผู้ซื้อซึ่งต้องการรถใช้งานอเนกประสงค์ ประหยัดน้ำมัน และไม่ต้องพึ่งพาสถานีชาร์จเหมือนรถ EV เต็มรูปแบบ
สถานการณ์นี้สะท้อนว่า Toyota ไม่ได้มีปัญหาเรื่องผลิตภัณฑ์ แต่กำลังเจอ “คอขวดด้านซัพพลาย” ในช่วงสำคัญของการเปลี่ยนรุ่นรถ
กล่าวง่าย ๆ คือ ลูกค้ายังต้องการซื้อ RAV4 แต่ Toyota ผลิตและส่งมอบได้ไม่ทัน
รุ่นอื่นของ Toyota ก็มีทั้งขึ้นและลง
RAV4 ไม่ใช่รถ Toyota เพียงรุ่นเดียวที่ยอดขายลดลงในช่วงครึ่งปีแรก โดยหลายรุ่นได้รับผลกระทบจากทั้งกำลังผลิต วงจรอายุผลิตภัณฑ์ และการเปลี่ยนผ่านสู่รุ่นใหม่
- Toyota GR 86 มียอดขายลดลง 26.2% เหลือ 4,007 คัน
- Toyota Prius ลดลง 42.3% เหลือ 19,519 คัน
- Toyota Land Cruiser ลดลง 40% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
อย่างไรก็ตาม ภาพรวมแบรนด์ Toyota ในสหรัฐฯ ยังถือว่าเติบโตได้ ยอดขายสะสมครึ่งปีแรกเพิ่มขึ้น 1.5% และเฉพาะเดือนมิถุนายนเพิ่มขึ้นถึง 11.2%
จุดที่น่าสนใจคือ Toyota ยังมีหลายรุ่นที่ทำยอดขายได้ดีมาก รวมถึง GR Supra ที่แม้จะยุติการทำตลาดไปแล้ว แต่ยอดขายกลับยังโดดเด่นจากแรงซื้อในช่วงท้ายของโมเดล
Lexus ยังเผชิญแรงกดดันมากกว่า Toyota
ฝั่ง Lexus กลับมีภาพรวมที่อ่อนแอกว่า โดยยอดขายสะสมครึ่งปีแรกลดลง 5.2% แม้ยอดขายเฉพาะเดือนมิถุนายนจะเพิ่มขึ้น 3.9%
รุ่นที่ได้รับผลกระทบหนัก ได้แก่
- Lexus RC ยอดขายลดลง 70.6%
- Lexus ES ลดลง 79.7%
- Lexus LS ลดลง 78.9%
- Lexus LC ลดลง 12.8%
แต่ยังมีข้อยกเว้นสำคัญคือ Lexus IS ซึ่งยอดขายเพิ่มขึ้น 42.7% อยู่ที่ 14,071 คัน สะท้อนว่ารถซีดานสปอร์ตขนาดเล็กยังมีฐานลูกค้าที่เหนียวแน่นกว่าที่หลายคนคาด
ยอดขาย TOYOTA ในสหรัฐฯ ครึ่งปี 2026
Toyota รวม 1,073,679 คัน เพิ่มขึ้น 1.5%
Camry — 179,044 คัน
RAV4 — 153,955 คัน
Tacoma — 143,848 คัน
Corolla — 131,403 คัน
Grand Highlander — 75,521 คัน
Tundra — 74,368 คัน
4Runner — 72,320 คัน
Corolla Cross — 61,541 คัน
Sienna — 55,252 คัน
Highlander — 32,059 คัน
Prius — 19,519 คัน
Land Cruiser — 18,412 คัน
bZ — 17,558 คัน
Sequoia — 13,939 คัน
Crown Signia — 11,231 คัน
Crown — 5,152 คัน
GR86 — 4,007 คัน
C-HR BEV — 3,748 คัน
Supra — 2,116 คัน
bZ Woodland — 554 คัน
Mirai — 129 คัน
Venza — 6 คัน
Lexus รวม 169,712 คัน ลดลง 5.2%
RX — 59,904 คัน
NX — 30,763 คัน
TX — 28,112 คัน
GX — 14,891 คัน
IS — 14,071 คัน
RZ — 7,814 คัน
UX — 5,382 คัน
ES — 3,896 คัน
LX — 3,717 คัน
LC — 689 คัน
RC — 237 คัน
LS — 146 คัน
รวม Toyota Motor North America — 1,243,391 คัน เพิ่มขึ้น 0.5%



