เปิดตัว 6 ม.ค.นี้ในสหรัฐฯ Mercedes-Benz GLC EV 713 กม./ชาร์จ WLTP : 800V DC330kW























Mercedes-Benz บุก CES 2026 เปิดตัว GLC ไฟฟ้ารุ่นใหม่ ชู MB.OS, MBUX Hyperscreen 39 นิ้ว และระบบเสียงระดับโรงภาพยนตร์
ในงาน CES 2026 ที่ลาสเวกัส Mercedes-Benz แบรนด์รถยนต์พรีเมียมจากเยอรมนี เดินหน้าประกาศทิศทางอนาคตอย่างชัดเจน ด้วยการเปิดตัว Mercedes-Benz GLC รุ่นใหม่ไฟฟ้าล้วน (All-new Electric GLC) อย่างเป็นทางการครั้งแรกในสหรัฐอเมริกา พร้อมโชว์ศักยภาพด้าน ซอฟต์แวร์ยานยนต์, ระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ ความบันเทิงในรถระดับโรงภาพยนตร์ ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรเทคโนโลยีระดับโลกอย่าง Dolby, NVIDIA, Xperi และ Sony Pictures Entertainment
- CES 2026 ระหว่างวันที่ 6-9 มกราคม 2026 ณ เมืองลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา
GLC ไฟฟ้ารุ่นใหม: ก้าวต่อไปของ SUV ขายดี Mercedes-Benz
GLC ถือเป็นหนึ่งในรถ SUV ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของ Mercedes-Benz ในตลาดสหรัฐฯ และตลาดโลก การนำชื่อ GLC มาสู่ยุค ไฟฟ้าล้วน (BEV) จึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มรุ่นย่อยใหม่ แต่เป็นการ “ตีความใหม่” ของรถยอดนิยม ด้วยเทคโนโลยีที่เน้นทั้งสมรรถนะ ความสะดวกสบาย และประสบการณ์ดิจิทัล
ตามข้อมูลจาก Mercedes-Benz ระบุว่า GLC ไฟฟ้ารุ่นใหม่นี้ถูกพัฒนาบนแนวคิด “Luxury meets Intelligence” โดยเน้นให้รถเป็นมากกว่ายานพาหนะ แต่เป็นพื้นที่ดิจิทัลเคลื่อนที่ ที่ผู้ขับและผู้โดยสารรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน ภายใต้แนวคิด “Welcome Home”
แพลตฟอร์ม MB.OS หัวใจหลักของ Mercedes-Benz ยุคใหม่
หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของ GLC ไฟฟ้ารุ่นใหม่ คือการใช้ MB.OS (Mercedes-Benz Operating System) ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการยานยนต์ที่พัฒนาเอง รองรับการทำงานของ AI อย่างเต็มรูปแบบ
MB.OS ถูกออกแบบให้เป็นแพลตฟอร์มกลางที่ควบคุมทุกระบบในรถ ตั้งแต่ ระบบขับเคลื่อน, ระบบความปลอดภัย, อินโฟเทนเมนต์ ไปจนถึงการอัปเดตซอฟต์แวร์แบบ OTA (Over-the-Air) ช่วยให้รถสามารถพัฒนา “หลังการขาย” ได้ตลอดอายุการใช้งาน
MBUX เจเนอเรชันที่ 4 ผสาน AI จาก Microsoft และ Google
Mercedes-Benz ระบุว่า GLC ไฟฟ้ารุ่นใหม่ เป็นหนึ่งในรถรุ่นแรกของโลกที่ผสาน AI จากทั้ง Microsoft และ Google เข้าไว้ในระบบ MBUX เจเนอเรชันที่ 4 ช่วยให้ระบบสั่งงานด้วยเสียง การค้นหาข้อมูล และการเรียนรู้พฤติกรรมผู้ใช้ มีความเป็นธรรมชาติและแม่นยำยิ่งขึ้น
MBUX Hyperscreen 39.1 นิ้ว จอใหญ่ที่สุดเท่าที่ Mercedes-Benz เคยมีมา
ภายในห้องโดยสาร GLC ไฟฟ้า โดดเด่นด้วย MBUX Hyperscreen (ออปชัน) จอแสดงผลแบบต่อเนื่องขนาด 39.1 นิ้ว พาดยาวจากเสา A ฝั่งซ้ายถึงเสา A ฝั่งขวา ถือเป็นหน้าจอที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์รถ Mercedes-Benz จอ Hyperscreen ไม่ได้เป็นเพียงความอลังการด้านดีไซน์ แต่ถูกออกแบบให้แต่ละโซนใช้งานได้เฉพาะตัว ทั้งผู้ขับ ผู้โดยสารด้านหน้า และระบบ AI จะปรับเมนูให้เหมาะกับผู้ใช้แต่ละคนแบบเรียลไทม์
ห้องโดยสาร Vegan ครั้งแรกของโลกในรถโปรดักชัน
อีกหนึ่งจุดขายที่สะท้อนแนวคิดความยั่งยืน คือ ห้องโดยสาร Vegan ที่ผ่านการรับรองแบบอิสระ ซึ่ง Mercedes-Benz ระบุว่าเป็นครั้งแรกของผู้ผลิตรถยนต์รายใดในโลก ที่นำวัสดุ Vegan-certified มาใช้ในรถโปรดักชันอย่างจริงจัง
วัสดุดังกล่าวช่วยลดการใช้ทรัพยากรจากสัตว์ และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าพรีเมียมยุคใหม่ ที่ให้ความสำคัญกับทั้งคุณภาพ ความหรูหรา และจริยธรรม
ระบบขับเคลื่อนและการชาร์จ 800V แรงและเร็ว
ในด้านสมรรถนะ Mercedes-Benz เปิดเผยข้อมูลเบื้องต้นว่า GLC ไฟฟ้ารุ่นใหม่ ให้กำลังสูงสุดประมาณ 483 แรงม้า และมีระยะทางวิ่งต่อการชาร์จหนึ่งครั้งสูงสุดราว 713 กิโลเมตร (มาตรฐาน WLTP) หากแปลงเป็น NEDC อาจประมาณ 820 กม./ชาร์จ
ระบบไฟฟ้าแรงดันสูง 800 โวลต์ ช่วยให้รองรับการชาร์จเร็วพิเศษ เหมาะกับการใช้งานจริงทั้งในเมืองและการเดินทางระยะไกล อย่างไรก็ตาม ตัวเลขทั้งหมดเป็นข้อมูลเบื้องต้น และอาจมีการปรับเมื่อเข้าสู่การรับรองอย่างเป็นทางการ
ยกระดับความบันเทิง Dolby Atmos, IMAX และ DTS:X ในรถยนต์
Mercedes-Benz ใช้เวที CES 2026 แสดงให้เห็นว่า “รถยนต์คือพื้นที่ความบันเทิงแห่งอนาคต” ผ่านการร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลก
Dolby Atmos และ Spatial Audio ใน Apple CarPlay
GLC ไฟฟ้ารุ่นใหม่ รองรับ Spatial Audio พร้อม Dolby Atmos ผ่าน Apple CarPlay มอบประสบการณ์เสียงรอบทิศทางระดับเดียวกับโรงภาพยนตร์ โดยฟีเจอร์นี้เริ่มมีใน CLA และ GLB รุ่นใหม่ และกำลังขยายสู่ GLC ไฟฟ้า
สตรีมวิดีโอ IMAX Enhanced ใน CLA ไฟฟ้ารุ่นใหม่
สำหรับ CLA ไฟฟ้ารุ่นใหม่ Mercedes-Benz เปิดตัวระบบวิดีโอสตรีมมิง ผ่าน DTS AutoStage Video by TiVo และแพลตฟอร์ม RIDEVU by Sony Pictures Entertainment ที่รองรับคอนเทนต์ IMAX Enhanced พร้อมเสียง DTS:X
MB.DRIVE และ NVIDIA ก้าวสำคัญของระบบช่วยขับอัจฉริยะ
Mercedes-Benz ยังนำเสนอ MB.DRIVE ASSIST PRO ระบบช่วยขับรุ่นใหม่ที่พัฒนาบนแพลตฟอร์ม NVIDIA DRIVE AGX และซอฟต์แวร์ AI แบบ full-stack ระบบสามารถผสานการนำทางและการช่วยขับเข้าด้วยกัน ให้ผู้ขับกดปุ่มเพียงครั้งเดียว รถสามารถช่วยขับจากลานจอดไปยังจุดหมายปลายทาง ภายใต้ระดับการช่วยขับ SAE Level 2 พร้อมแนวคิด cooperative steering ที่ผู้ขับสามารถแทรกการควบคุมได้โดยไม่ยกเลิกระบบ
สรุป CES 2026 คือภาพสะท้อน Mercedes-Benz ยุคซอฟต์แวร์
การเปิดตัว GLC ไฟฟ้ารุ่นใหม่ที่ CES 2026 ไม่ได้เป็นเพียงการโชว์รถรุ่นใหม่ แต่เป็นการประกาศชัดว่า Mercedes-Benz กำลังก้าวสู่ยุค Software-defined Vehicle ที่รถยนต์ถูกขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์ AI และประสบการณ์ดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ
GLC ไฟฟ้า คือจิ๊กซอว์สำคัญของกลยุทธ์นี้ และมีแนวโน้มสูงที่จะกลายเป็น SUV ไฟฟ้ารุ่นหลักของ Mercedes-Benz ในตลาดโลกช่วงครึ่งหลังของปี 2026 เป็นต้นไป
Mercedes-Benz GLC ไฟฟ้าใหม่ทั้งหมด
ไฮไลต์รุ่นใหม่
-
GLC ไฟฟ้า (EQ Technology) (ตัวเลขเบื้องต้น WLTP: 14.9–18.8 kWh/100 กม., CO₂ 0 g/km, ชั้น CO₂: A)*
-
พัฒนาแบบ electric-first เป็นรุ่นแรกของตระกูลใหม่ โดดเด่นทั้ง สมรรถนะ–ระยะทาง–ประสิทธิภาพ–ความเร็วชาร์จ
-
ห้องโดยสารกว้างขึ้นกว่ารุ่นเครื่องยนต์: ที่วางขา/ที่ศีรษะเพิ่มขึ้น และมี พื้นที่บรรทุก: ท้ายรถ 570 ลิตร พับเบาะได้ 1,740 ลิตร + frunk 128 ลิตร
-
ลากจูงได้สูงสุด 2.4 ตัน (เบรกแล้ว) บรรทุกน้ำหนักกดหัวพ่วงได้ 100 กก.
-
พบกับ MB.OS “สมองกล AI” รุ่นใหม่, MBUX HYPERSCREEN ไร้รอยต่อ ขนาด 99.3 ซม. (39.1”) ที่ใหญ่ที่สุดในรถเมอร์เซเดส-เบนซ์
-
Vegan Package: ชุดวัสดุห้องโดยสารที่ได้รับการรับรองจาก The Vegan Society (ครั้งแรกของอุตสาหกรรม)
-
One-Box Braking ให้ฟีลแป้นเบรกนิ่งสม่ำเสมอ + รีคูเปอร์เรชันสูงสุด 300 kW
-
ช่วงล่างลม AIRMATIC พร้อม เลี้ยวล้อหลัง 4.5° เพื่อความนุ่ม–คล่องตัว
-
บริการ MB.CHARGE Public รองรับ จองหัวชาร์จล่วงหน้า ในสถานีเครือเมอร์เซเดสที่ร่วมรายการ และ พร้อมสำหรับชาร์จไฟสองทิศทาง (V2H/V2G)
-
รุ่นเปิดตลาด: GLC 400 4MATIC กำลังรวม 360 kW ระยะทาง สูงสุด 713 กม. (WLTP, ตัวเลขเบื้องต้น)* ตามด้วยอีก 4 รุ่น
*ตัวเลขเป็น ค่าภายในเบื้องต้นตาม WLTP ยังไม่ผ่านการอนุมัติ EC Type Approval ค่าจริงอาจแตกต่าง
MB.OS: ซูเปอร์เบรนขับเคลื่อนด้วย AI
-
MB.OS ครอบคลุมทุกระบบ: อินโฟเทนเมนต์, ช่วยขับ, ตัวรถ, การชาร์จ เชื่อมต่อ Mercedes-Benz Intelligent Cloud อัปเดตซอฟต์แวร์ OTA** ได้ทั้งคัน
-
คอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูง สูงสุด 254 TOPS คุมแอคชูเอเตอร์/เซนเซอร์อย่างแม่นยำ ให้ประสบการณ์ที่ลื่นไหล ปลอดภัย และเรียนรู้ผู้ขับ
**ต้องมี Mercedes me ID และยอมรับเงื่อนไขบริการ
ดีไซน์: ยุคใหม่ของหน้าตาแบรนด์
-
กระจังหน้าไอคอนิกแบบใหม่ โครมเรืองแสงได้ (ออปชัน) พร้อม พิกเซลเรืองแสง 942 จุด และ ดาวกลางส่องสว่าง (ขึ้นกับข้อกำหนดแต่ละประเทศ)
-
เส้นไหล่สลักสัน ชายล้อเด่น ล้อ สูงสุด 21 นิ้ว ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอากาศ cd = 0.26
-
ด้านหลังใช้ ไฟท้ายลายดาว สองชิ้น มีแอนิเมชันเมื่อปลดล็อก/กำลังชาร์จ
ห้องโดยสาร
-
ประติมากรรมแผงหน้ากับคอนโซลกลาง หลอมเป็นชิ้นเดียว โอบด้วยแสง Ambient
-
MBUX HYPERSCREEN ไร้รอยต่อ 39.1” (ออปชัน) หรือ MBUX SUPERSCREEN มาตรฐาน (เรือนไมล์ 10.3”, จอกลาง 14”, จอผู้โดยสาร 14”)
-
ธีมพื้นหลัง/แอนิเมชันใหม่สูงสุด 11 สไตล์ ซิงก์สี Ambient และกราฟิกเรือนไมล์
-
วัสดุหรูทางเลือกหลากหลาย รวมถึง Vegan Package ที่ The Vegan Society รับรองครอบคลุมพื้นผิวสัมผัสทั้งหมด (เบาะ/เพดาน/เสา/ประตู/พรม ฯลฯ)
อเนกประสงค์: พื้นที่ใช้สอยและการลากจูง
-
ฐานล้อยาวขึ้น +84 มม. (รวม 2,972 มม.)
-
ที่วางขาหน้าหลัง +13/+47 มม., ที่ศีรษะหน้าหลัง +46/+17 มม.
-
ฝากระโปรงหน้า (frunk) 128 ลิตร เปิดด้วยสัมผัสที่ดาวหน้า (ปลดล็อกสลักเพื่อความปลอดภัย)
-
ลากจูง 2.4 ตัน (รุ่น 400 4MATIC พร้อมหูลาก), ESP® Trailer Stabilisation และ Trailer Manoeuvring Assist
เทคโนโลยีดิจิทัล/การใช้งาน
-
MBUX รุ่นที่ 4: ผสาน AI จาก Microsoft และ Google (Multi-Agent) ผู้ช่วยเสมือนคุยหลายตอนได้ จำสถานการณ์และตอบตามบริบท รวม แอปกว่า 40 รายการ วิดีโอสตรีมมิง และ Disney+**
-
SKY CONTROL Panoramic Roof แบบกระจกชิ้นเดียว สลับใส/ทึบได้ 9 โซน และ แสดงดาว 162 ดวง ด้วยไฟ Ambient (ออปชัน)
-
ฉากต้อนรับ/ลาแบบจัดเต็ม ทั้งภายนอก (ไฟ/เสียง) และบนจอภายใน
-
ความบันเทิง Dolby Atmos (รวม Apple CarPlay), ระบบเสียง Burmester® 3D/4D พร้อม แถบไฟโต้ตอบจังหวะเพลง
-
จ่ายเงินในรถ ด้วย Mercedes pay+ ผ่านการยืนยันตัวตนด้วยใบหน้า
**การใช้งานขึ้นกับกฎหมาย/ตลาด ต้องเปิดใช้งาน Digital Extras
สมรรถนะ การชาร์จ และความสบายการขับ
-
รุ่นเปิดตัว GLC 400 4MATIC กำลังรวม 360 kW หรือ 489 แรงม้า PS ความเร็วสูงสุด 210 กม./ชม., ระยะทาง สูงสุด 713 กม. WLTP (ตัวเลขเบื้องต้น)
-
สถาปัตยกรรมไฟฟ้า: ระบบ 800 โวลต์, อินเวอร์เตอร์ SiC, เกียร์ 2 จังหวะที่ล้อหลัง (11:1 เร่งต้น/ลากจูง, 5:1 ความเร็วสูง/ทางไกล)
-
มอเตอร์หลัง PSM พัฒนาเอง ประสิทธิภาพจากแบตถึงล้อ 93%; รุ่นขับสี่มีมอเตอร์หน้าและ Disconnect Unit ตัด/ต่อได้ฉับไว
-
แบตเตอรี่ Li-ion 94 kWh ใช้งานได้ แอโนด ผสมซิลิกอนออกไซด์ ความหนาแน่นปริมาตร 680 Wh/L ออกแบบให้ซ่อมบำรุงง่าย (ฝาแบตขันน็อต, โมดูลอิเล็กทรอนิกส์ถอดจากด้านล่างได้)
การชาร์จ
-
DC สูงสุด 330 kW (รุ่น 400 4MATIC) เติมระยะทาง สูงสุด 303 กม. ใน ~10 นาที (WLTP, คาดการณ์)
-
มี DC Converter บางตลาดเพื่อรองรับสถานี 400V
-
พร้อมใช้งาน V2H/V2G ที่สถานี DC แบบสองทิศทางที่รองรับ
ช่วงล่าง/พวงมาลัย/เบรก
-
AIRMATIC จาก S-Class คุมแดมปิ้งอัจฉริยะ + ยก/ลดระดับด้วยเสียงสั่งการ
-
เลี้ยวล้อหลัง 4.5° วงเลี้ยวเหลือ 11.2 ม. คล่องตัวในเมือง มั่นคงที่ความเร็ว
-
One-Box Braking ฟีลแป้นคงที่ ไม่ว่าชะลอด้วยรีคูปฯหรือเบรกเสียดทาน รีคูปฯ สูงสุด ~300 kW มีโหมด D- / D / D+ / D Auto ให้ one-pedal feel ได้
Advertisement Advertisement
ความสบาย–เงียบสงบ
-
โครงสร้างตัวถังแข็งแกร่ง ฉนวนกันเสียงครบจุด เมานต์ยางแยกโครงช่วงล่าง ลด NVH
-
ฮีตปั๊มหลากแหล่ง (มอเตอร์/แบต/อากาศ) เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ให้ความอุ่นมีประสิทธิภาพในหน้าหนาว
ระบบช่วยขับ MB.DRIVE และไฟหน้า DIGITAL LIGHT
-
เซนเซอร์รอบคัน: กล้องสูงสุด 10, เรดาร์ 5, อัลตราโซนิก 12 ประมวลผลด้วยคอมพิวเตอร์สมรรถนะสูง (พร้อมอัป OTA)
-
แพ็กเกจ MB.DRIVE ASSIST (ยุโรป) = Distance Assist + Steering Assist (SAE L2); แพ็กเกจขยาย ASSIST PLUS/PRO จะตามมาในบางตลาด (เริ่มที่สหรัฐฯ/จีน ขึ้นกับกฎระเบียบ)
-
จอดอัตโนมัติ MB.DRIVE PARKING ASSIST/360 มุมมองรอบคันใหม่, คำเตือนถนอมขอบล้อ, ฝากย้อนรอยถอยหลัง ส่วนหนึ่งของระยะทางล่าสุด, ฝากระโปรงโปร่งใส ในเมนูออฟโรด
-
DIGITAL LIGHT รุ่นใหม่ (micro-LED) พื้นที่ส่องสว่างละเอียดขึ้น ~40%, ประหยัดพลังงานลง ~50%, คานไกล ULTRA RANGE หมุนตามโค้งได้
หมายเหตุสำคัญด้านความปลอดภัย: ระบบช่วยขับเป็นเพียงตัวช่วย ผู้ขับยังคงรับผิดชอบต่อการควบคุมรถเสมอ
ความยั่งยืนและการผลิต
-
ผลิตแบบ net carbon-neutral* ที่โรงงานเบรเมิน (เยอรมนี) เส้นประกอบร่วมกับรุ่นเครื่องยนต์
-
ลดคาร์บอนในซัพพลายเชน: ใช้ อะลูมิเนียมลดคาร์บอน มากกว่า 2/3 ของความต้องการ (ชิ้นตัวถัง/ล้อ/แบตและเคส) ลดอย่างน้อย 40%/กก. เทียบมาตรฐานทั่วไป
-
แบตเตอรี่ลดคาร์บอนต่อเซลล์ ~30% ด้วยพลังงานหมุนเวียนและการผลิต net carbon-neutral*
-
เพิ่มการใช้ วัสดุรีไซเคิล/ทดแทน หลายจุด: โฟมเบาะ ~30% รีไซเคิล (mass-balance), ผ้ารองหลังจากขวด PET รีไซเคิล, พรม Econyl ฯลฯ
* net carbon-neutral = การปล่อยที่เลี่ยง/ลดไม่ได้ชดเชยด้วยโครงการคาร์บอนเครดิตที่ผ่านการรับรอง
คำกล่าวจากผู้บริหาร (สรุป)
-
Ola Källenius: GLC ใหม่คือการยกระดับรุ่นขายดีสู่ไฟฟ้า ดีไซน์กล้าหาญ เทคโนโลยีล้ำ สมรรถนะเร้าใจ
-
Mathias Geisen: เกิดจากการฟังลูกค้า เน้นใช้งานจริง ระยะทางไกล และความสบายแบบเมอร์เซเดส “Welcome Home”
-
Markus Schäfer: MB.OS ปลดล็อกมิติใหม่—ผู้ช่วยเสมือน MBUX, ระบบ MB.DRIVE ใช้งานง่ายผ่าน HYPERSCREEN
-
Gorden Wagener: กระจังหน้าใหม่คือการนิยาม “ใบหน้าของแบรนด์” ยุคใหม่ ผสาน “Sensual Purity” กับอนาคต
ข้อสำคัญด้านบริการชาร์จ MB.CHARGE
-
MB.CHARGE Public (เดิม Mercedes me Charge): บัญชีเดียวเข้าถึงเครือข่ายชาร์จขนาดใหญ่ ยืนยันตัวตนได้ทั้งแอป/บัตร RFID/Plug & Charge
-
โปร่งใสด้านราคา แสดงค่าชาร์จก่อนเริ่ม พร้อมแพ็กเกจ/อัตราพิเศษตามภูมิภาค
-
จองหัวชาร์จล่วงหน้า ได้ที่ Mercedes-Benz Charging Hubs บางแห่ง (เริ่มเยอรมนี/สหรัฐฯ และขยายเพิ่ม)
-
Green Charging ใช้ใบรับรองพลังงานหมุนเวียนชดเชยไฟฟ้าที่ใช้ชาร์จ (ตลาดยุโรป/แคนาดา/สหรัฐฯ)
สเปกเทคนิคเด่น (เบื้องต้น)
- รุ่นเปิดตัว: GLC 400 4MATIC (360 kW หรือ 489 แรงม้า PS) | 0–100/ท็อปสปีด: ไม่ระบุ/210 กม./ชม.
- แบตเตอรี่: Li-ion 94 kWh (usable) | เซลล์แอโนดผสม SiOx | 800V
- ชาร์จ DC สูงสุด: ~330 kW | เติม 303 กม. ใน ~10 นาที (WLTP คาดการณ์)
- ช่วงล่าง: AIRMATIC + Rear-Axle Steering (ออปชัน)
- ลากจูง: สูงสุด 2,400 กก. (เบรกแล้ว) | น้ำหนักกดคอพ่วง 100 กก.
- พื้นที่บรรทุก: ท้าย 570 ลิตร / พับ 1,740 ลิตร / frunk 128 ลิตร
- ค่าลมต้าน: cd = 0.26






