เปิดตัวไทยปลายเดือนมีนาคมนี้ MG4 Electric MY2026 ไมเนอร์เช้นจ์ ปรับภายในใหม่

เปิดตัวไทยปลายเดือนมีนาคมนี้ MG4 Electric MY2026 ไมเนอร์เช้นจ์ ปรับภายในใหม่
Spread the love
Advertisement Advertisement

MG4 Electric MY2026 ไมเนอร์เช้นจ์ ปรับภายในใหม่ทั้งคัน จอ 12.8 นิ้ว กล้อง 360 HD เตรียมเปิดตัวไทยปลายมีนาคม 2026

MG4 Electric กำลังจะได้ไมเนอร์เชนจ์ครั้งสำคัญในไทยช่วงปลายเดือนมีนาคม 2026 โดยแกนหลักของการปรับครั้งนี้ไม่ได้ไปแตะเส้นสายภายนอกมากนัก แต่เน้น “ลบข้อด้อยด้านประสบการณ์ใช้งานในห้องโดยสาร” ที่เจ้าของ MG4 รุ่นปัจจุบันพูดกันบ่อย ทั้งเรื่องหน้าจอที่เล็ก การตอบสนองที่หน่วง และคุณภาพภาพจากกล้องที่ยังไม่คมเท่าคู่แข่งในกลุ่มเดียวกัน

MG4 (2026) Minorchange จะยกดีไซน์ภายในมาจากรุ่นพี่อย่าง S5 EV และอัปเกรดอุปกรณ์หลายจุด รวมถึงจอกลาง 12.8 นิ้ว และกล้องรอบคัน 360 องศาแบบ HD  ซึ่งถ้าข้อมูลนี้มาเต็มตามที่คาด จะทำให้ MG4 กลับมา “ครบเครื่อง” ขึ้นมากในตลาด B-EV ไทยก่อนการมาถึงของ All New MG4 รุ่นเปลี่ยนโฉมใหญ่ในอนาคต

MG4 (2026) Minorchange เปลี่ยนอะไรบ้าง ทำไมรอบนี้ “ต้องจับตา”

ถ้าพูดแบบตรงไปตรงมา MG4 รุ่นปัจจุบัน “ขับดี” เป็นจุดขายหลักอยู่แล้ว โดยเฉพาะการวางโครงสร้างรถ การเซ็ตช่วงล่าง และคาแรกเตอร์การควบคุมที่ให้ความมั่นใจ แต่ในยุคที่คู่แข่งเน้นจอใหญ่ ระบบลื่น กล้องคม และ UI ใช้งานง่าย จุดอ่อนด้านอินโฟเทนเมนต์ของ MG4 ถูกหยิบมาเทียบอยู่เสมอ ไมเนอร์เชนจ์ 2026 จึงเหมือนการ “ปิดงานฝั่งเทคโนโลยีในห้องโดยสาร” ให้สมกับความเป็น EV ที่ขายความทันสมัย

รายงานระบุว่า MG4 (2026) Minorchange จะปรับภายในใหม่ครั้งใหญ่ โดยยกแนวทางดีไซน์จาก MG S5 EV ซึ่งเป็นรุ่นที่ได้รับคำชมเรื่องจอใหญ่ ตำแหน่งคอนโซล และการจัดวางอุปกรณ์ให้ใช้งานสะดวกขึ้น นี่คือประเด็นหลักที่ทำให้ไมเนอร์เชนจ์รอบนี้น่าสนใจมากกว่าการเปลี่ยนรายละเอียดเล็กน้อยทั่วไป

Advertisement Advertisement

สิ่งที่เปลี่ยนหลัก ๆ

  • ตัดชั้นวางสูง ที่เคยเป็นเอกลักษณ์ และทำให้หลายคนรู้สึกเกะกะสายตา
  • ย้ายปุ่มเกียร์แบบหมุน ลงมาอยู่ที่คอนโซลกลาง ใกล้แท่นชาร์จมือถือแบบไร้สาย
  • อัปเกรดหน้าจอ เรือนไมล์ดิจิทัล จาก 7.0 นิ้ว เป็น 10.25 นิ้ว
  • อัปเกรดหน้าจอ อินโฟเทนเมนต์ จาก 10.25 นิ้ว เป็น 12.8 นิ้ว
  • เพิ่มแถว สวิตช์/ปุ่มกดจริง ใต้จอ พร้อมปุ่มหมุนที่คาดว่าใช้ควบคุม พัดลม และ ระดับเสียง เพื่อให้ปรับได้เร็วโดยไม่ต้องจิ้มจอ

สรุปรายละเอียดภายในใหม่ MG4 (2026) Minorchange

  • แดชบอร์ดหน้า ดีไซน์ใหม่
  • พวงมาลัยดีไซน์ใหม่ ท้ายตัด
  • คอนโซลกลาง ดีไซน์ใหม่
  • ปุ่มหมุนปรับเปลี่ยนเกียร์ (Gear Shift Dial)
  • ที่ชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย (Wireless Charger)
  • มาตรวัด Full Digital ขนาด 10.25 นิ้ว
  • หน้าจอกลาง ขนาด 12.8 นิ้ว
  • กล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา แบบ HD
  • เบาะนั่งหุ้มหนังสลับหนังกลับ Suede Sport Seats

จุดที่ “โดนใจตลาด” มี 3 เรื่องใหญ่

เรื่องแรก จอใหญ่ขึ้นอย่างชัดเจน เพราะจอคือสิ่งที่ลูกค้า EV เห็นทุกวัน และเป็นจุดวัดความทันสมัยของรถในสายตาคนทั่วไป เรื่องที่สอง การย้ายไปใช้เกียร์แบบปุ่มหมุนช่วยลดความรกของคอนโซลและทำให้พื้นที่ใช้งานแถวแท่นชาร์จมือถือจัดระเบียบได้ดีขึ้น เรื่องที่สาม กล้อง 360 แบบ HD คือการตอบโจทย์ตรง ๆ ต่อเสียงบ่น “กล้องไม่ชัด” ที่มักถูกยกไปเทียบกับคู่แข่ง

หากอิงแนวคิด “ยกภายในจาก S5 EV” สิ่งที่ตลาดคาดหวังต่อเนื่องคือ UI ที่ลื่นขึ้น และการจัดเมนูที่เข้าใจง่ายขึ้น เพราะต่อให้จอใหญ่ แต่ถ้าเมนูหน่วงหรือซับซ้อน ก็ยังไม่ตอบโจทย์การใช้งานจริง โดยหน้าเว็บทางการของ S5 EV เองก็ชูประเด็นหน้าจอดิจิทัล 10.25 นิ้ว และการจัดวางคอนโซลที่เน้นความสะดวกไว้ชัดเจน

มิติตัวถัง MG4

  • ยาว 4,287 มิลลิเมตร
  • กว้าง 1,836 มิลลิเมตร
  • สูง 1,504 มิลลิเมตร
  • ระยะฐานล้อ 2,705 มิลลิเมตร

ขุมพลังและแบตเตอรี่ ลุ้นว่าจะมีอัปเกรดหรือยังคงเดิม

ประเด็นที่ต้อง “รอติดตาม” คือ MG4 (2026) Minorchange จะปรับชุดมอเตอร์หรือแบตเตอรี่หรือไม่ เพราะรายงานชี้ว่าตอนนี้ยังไม่ยืนยันในส่วน powertrain และแบตเตอรี่ ดังนั้นในช่วงก่อนเปิดตัว สิ่งที่ใช้อ้างอิงได้คือสเป็ค MG4 รุ่นปัจจุบันที่จำหน่ายในไทย

อ้างอิงสเป็ค MG4 รุ่นปัจจุบันตามรายงาน

Standard Range มอเตอร์ 170 แรงม้า แรงบิด 250 นิวตันเมตร แบตเตอรี่ 49 kWh ขับเคลื่อนล้อหลัง
Long Range มอเตอร์ 170 แรงม้า แรงบิด 250 นิวตันเมตร แบตเตอรี่ 64 kWh ขับเคลื่อนล้อหลัง

ตัวเลขเคลมระยะทางวิ่งใช้มาตรฐาน NEDC

หาก MG ต้องการให้ไมเนอร์เชนจ์ “รู้สึกใหม่จริง” ตลาดมักคาดหวัง 2 แนวทาง แนวทางแรก อัปเกรดซอฟต์แวร์และระบบจัดการพลังงานเพื่อให้ตัวเลขวิ่งจริงดีขึ้นแม้แบตเท่าเดิม แนวทางที่สอง อัปเกรดแบตหรือปรับการชาร์จให้เร็วขึ้นเพื่อแข่งขันกับคู่แข่งที่ชูเรื่องความเร็วชาร์จและระบบที่ลื่นไหล แต่ทั้งหมดนี้ยังต้องรอการประกาศสเป็คทางการในไทย

การชาร์จและฟีเจอร์ V2L จุดใช้งานจริงที่คนเริ่มให้ความสำคัญ

รายงานระบุว่า MG4 ใช้หัวชาร์จ Type 2 และ CCS Combo พร้อมระบบจ่ายกระแสไฟ V2L 2.2 kW ซึ่ง V2L คือความสามารถในการจ่ายไฟออกจากรถไปยังอุปกรณ์ไฟฟ้าภายนอก เหมาะกับการใช้งานแคมป์ปิ้ง งานนอกสถานที่ หรือเป็นไฟสำรองในบางสถานการณ์

อ้างอิงตัวเลขเวลาชาร์จจากรายงาน (รุ่นปัจจุบัน)

Standard Range AC 6.6 kW ประมาณ 8 ชั่วโมง 30 นาที และ DC สูงสุด 88 kW ประมาณ 35 นาที

Long Range AC 6.6 kW ประมาณ 9 ชั่วโมง 45 นาที และ DC สูงสุด 140 kW ประมาณ 26 นาที

ถ้าไมเนอร์เชนจ์รอบนี้เพิ่ม “คุณภาพกล้อง 360” และ “จอใหญ่ + UI ใหม่” ภาพรวม MG4 จะเป็นรถที่ใช้งานในเมืองง่ายขึ้นมาก เพราะกล้องคมและภาพรอบคันคือสิ่งที่ใช้ทุกวันในการจอด
ส่วนจอที่ลื่นและใหญ่ขึ้นช่วยลดความหงุดหงิดระหว่างใช้งานจริง

สีตัวถังและโทนห้องโดยสาร

สีตัวถังภายนอกเวอร์ชั่นอังกฤษที่รายงานระบุมี 7 สี

  • Arctic White
  • Piccadilly Blue
  • Ealing Green
  • Black Pearl
  • Camden Grey
  • Cosmic Silver
  • Dynamic Red

โทนภายในห้องโดยสาร Black/Grey

หมายเหตุ สีและชื่อสีจริงในไทยอาจมีการปรับตามชุดสีที่ MG Thailand นำเข้าหรือประกอบในประเทศ ช่วงเปิดตัวปลายมีนาคม 2026 จะเป็นจุดที่ต้องเช็คไลน์อัปสีอีกครั้ง

MG S5 EV PLUS 416 – 550 KM ราคา 679,900 – 899,900 บาท ประกันแบตตลอดการใช้งาน แบบไม่จำกัด

Advertisement Advertisement

คำนวณค่างวดรถ ผ่อนรถ ดาวน์ ดอกเบี้ยรถใหม่ ดอกเบี้ยรถมือสอง 2568-2569

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้ได้