News ข่าวรถยนต์รถใหม่, ข่าวรถ MG

MG ประเทศไทย ประกาศยอดขายครึ่งปีแรก 2563 ระหว่าง มกราคม ถึง มิถุนายน 63 รวม 6 เดือนสามารถทำยอดขายได้ 10,902 คัน นำโดย MG ZS ผลพ่วงจากการปรับไมเนอร์เช้นจ์ และรองลงมาคือ MG HS รุ่นใหญ่ ซึ่งขายดี MG3 ยังคงขายได้ด้วยการอัดแคมเปญอย่างมาก

ยอดขายระหว่าง ม.ค. – มิ.ย. 63 หรือ 6 เดือนแรกปี 63 รวม 10,902 คัน

  • MG ZS 4,345 คัน
  • MG HS 2,564 คัน
  • MG3 2,185 คัน
  • MG EXTENDER 1,479 คัน
  • MG ZS EV 191 คัน
  • MG V80 58 คัน
  • MG 5 33 คัน
  • MG GS 31 คัน
  • MG6 16 คัน

หลังจากที่ MG ประเทศไทย ประกาศยอดขาย 6 เดือนแรกปี 2563 เป็นช่วงผ่านวิกฤติ COVID-19 ยอดขายที่ 10,902 คัน แม้จะไม่สามารถทำตามเป้าหมายคือ 30,000 คันในปีนี้ แต่ช่วงครึ่งปีหลัง MG จะพยายามอัดสูบให้ถึง 20,000 + อย่างแน่นอน

และประกาศ พร้อมเปิดตัวรถใหม่ ในช่วงครึ่งปี 2563 ในประเทศไทย แต่ไม่ระบุว่าจะมาใน Segment ไหน ทำให้ทางทีมงานคาดเดาเองน่าจะเป็น MG6 ตัวเบนซินเทอร์โบ และ MG 5 Estate ที่กำลังทดสอบวิ่งในไทย

ความเป็นไปได้ที่จะเปิดตัว MG 5 Estate มีมากกว่า MG6 ด้วยซ้ำ เพราะตอนนี้ ไม่เพียงแต่ MG ค่ายรถยนต์ใหญ่ๆ เน้นไปยังกลุ่มรถยนต์อเนกประสงค์ มากกว่า แต่สิ่งหนึ่งที่ตลาดจะขาดไม่ได้คือ รถยนต์ซีดาน แม้ว่ายอดขายไม่เข้าเป้า แต่ยังสามารถขายได้เรื่อยๆ

แม้ความเป็นไปได้ที่ MG6 จะมาขายในไทยค่อนข้างต่ำ แต่ด้วยประสิทธิภาพตอนนี้ของ MG6 ถือว่ายอดเยี่ยม ด้วยขุมพลัง ระบบความปลอดภัย การออกแบบน่าสนใจไม่น้อย

เสียอย่างเดียวคือราคาที่ MG6 ในไทยโฉมปัจจุบันค่อนข้างแพง ถ้าหากมองไปยัง SUV รุ่นใหม่ของ MG ทำราคาถูก ฉะนั้นหากเปิดตัวจริง MG ต้องขายถูกกว่านี้พอสมควร ถึงได้รับความสนใจ

และเป็นไปได้ไหมที่เราจะเห็น MG eHS อันนี้ก็เป็นไปได้เช่นกัน MG เปิดตัว HS มายังไม่ครบปี 25 กันยายน 2019 ในไทย อายุตลาดยังน้อย ถึงอย่างไรก่ีเปิดตัวรุ่น eHS ไม่ใช่รุ่นปรับปรุงใหม่แต่อย่างใด เป็นเพียงรุ่นเสริมเท่านั้น ความน่าจะเป็นยิ่งสูงขึ้นไปอีก

สรุปว่า MG จะเปิดตัวรถใหม่อีก 2 รุ่นภายในสิ้นปีนี้ หรือ ภายใน 6 เดือนนี้ ยังไม่สามารถสรุปชัดเจนว่ารุ่นไหน แต่ตัวเต็งก็คือ MG6 , MG 5 Estate , MG eHS ทั้งหมดคือการคาดเดา แต่ MG จะเปิดตัวอีก 2 รุ่นแน่นอน โปรดติดตามไปด้วยกัน

ในปี 2019 Yang Xiaodong รองประธานของ SAIC เปิดเผยว่า ที่ผ่านมา MG ขายรถไปกว่า 298,000 คันทั่วโลก ส่งออก 139,000 คัน และนับจากนั้นอีก 18 เดือนข้างหน้า จะเปิดตัวรุ่นใหม่อีก 7 รุ่น แบ่งเป็น 3 รุ่นใหม่ 4 รุ่น ปรับโฉม สำหรับไทยจะมีการขยายตัวมากขึ้น ในฐานะฐานการผลิตรถพวงมาลัยขวาของ SAIC

MG6

ภาพ Official NEW MG6 ใหม่ในแดนมังกร โชว์ตัวถังสีเขียว ซึ่งดูสปอร์ต และมีสีสันอย่างมาก แต่สำหรับตัวถังสีแดง ดูแจ๋มไม่น้อย และการตกแต่งภายในแบบทูโทน ทำให้มีความสปอร์ต และโด่ดเด่นมากขึ้น

  • เพิ่มกำลังเครื่องยนต์เดิม 168 แรงม้า เป็น 181 แรงม้า
  • ปรับปรุงดีไซน์ทั้งภายนอก และภายในห้องโดยสาร
  • ความยาวเพิ่มขึ้น 9 มม. และระยะฐานล้อยังคงไม่เปลี่ยนแปลง
  • ภายในตกแต่งสีดำ และ สีเหลือง ตกแต่งด้วยวัสดุโครเมี่ยม เน้นการเดินด้ายเหลือง

ราคาจำหน่าย 93,800 – 139,800 หยวน หรือประมาณ 420,000 – 624,000 บาท (ราคาไม่รวมภาษีบ้านเรา)

  • ราคาพิเศษ 87,800-133,800 หยวน หรือประมาณ 393,000 – 6000 บาท

มีให้เลือก 5 สีได้แก่ สีขาว , สีเขียว , สีเทา , สีดำ และสีแดง ภายในห้องโดยสารสี โมโนโทนสีดำ ทูโทนได้แก่ เหลือง – ดำ , ดำ-น้ำตาลแดง และ ทูโทนดำ-แดง ให้เลือกตามเกรด

ไฟหน้า MG 6 ใหม่ได้รับการออกแบบใหม่ที่หรูหรามากขึ้น กระจังหน้าโค้งแนวตั้งเรียงซ้อนกันอย่างมีมิติ โคมไฟหน้า LED ใหม่

การออกแบบโดยรวมของรุ่นปัจจุบันในแง่ของขนาดตัวรถใหม่มีความยาว 4704 x กว้าง 1848 x สูง1466 มม. และระยะฐานล้อ 2715 มม. เมื่อเปรียบเทียบกับรุ่นปัจจุบันความยาวเพิ่มขึ้น 9 มม. และระยะฐานล้อยังคงไม่เปลี่ยนแปลง

ด้านหลังของรถยนต์รูปร่างของไฟท้ายของ MG 6 ใหม่ได้รับการเปลี่ยนแปลง พอสมควร กระจังหน้าใหม่ กันชนใหม่ ชุดกาบข้างใหม่ กันชนหลังใหม่ ไฟหน้าแบบ LED ไฟตัดหมอก LED ด้านล่าง

โลโก้ MG ด้านหน้าติดกล้องหน้า กระจกหน้ารถมีกล้อง 2 ตัว พร้อมบันทึกการขับขี่และการนำทาง AR และฟังก์ชั่นอื่น ๆ ไฟหลังใหม่ สปอยเลอร์หลัง ท่อไอเสียแบบกลมคู่ ล้ออัลลอยลายใหม่ ขนาด 18 นิ้ว ยาง 225/45 R18 โดยรวมปรับแต่งให้สปอร์ตมากขึ้น

ภายในตกแต่งสีดำ และ สีเหลือง เน้นการเดินด้ายเหลือง ตกแต่งด้วยวัสดุโครเมี่ยม MG 6 ใหม่จะยังคงมีหน้าจอควบคุมกลางขนาด 10.1 นิ้วและ หน้าจอ LCD 12.3 นิ้ว ลำโพง BOSE 8 ตำแหน่ง + ซับวูฟเฟอร์ เทคโนโลยีใหม่ๆ

รวมถึงการปรับเปลี่ยนตำแหน่งต่างๆ ให้รวมอยู่ในคอนโซลกลาง เพื่อง่ายต่อการใช้งาน ระบบชาร์จแบบไร้สาย เบรกมืออิเล็กทรอนิกส์ที่จอดรถอิเล็กทรอนิกส์ ฯลฯ

เครื่องยนต์เบนซิน 1.5T

เครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จ 1.5 ลิตร ที่มีกำลังสูงสุด 181 แรงม้า ที่ 5500 รอบต่อนาที แรงบิตสูงสุด 285 นิวตัน-เมตร ที่ 1500 – 4000 รอบต่อนาที ส่งกำลัง เกียร์อัตโนมัติ MEGA Tech DCT 7 สปีต / เกียร์ธรรมดา 5 MT

  • ความเร็วสูงสุด 210 กม./ชม.
  • อัตราประหยัดน้ำมัน 16.1 กม./ลิตร
  • ความจุถังน้ำมัน 50 ลิตร
  • น้ำหนักตัวถัง 1335 กก.

ระบบความปลอดภัย MG PILOT 2.0-L2.5 Plus

  • ระบบควบคุมเสถียรภาพอิเล็กทรอนิกส์ESC® (VSC + + EBA CBC + + TCS MSR + HSA + BDC)
  • ACC ระบบที่ช่วยควบคุมความเร็วในการขับขี่ให้สอดคล้องกับสภาพของการจราจรอย่างอัตโนมัติ
  • ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ AEB
  • ระบบเปิด – ปิดไฟสูงอัตโนมัติ IHC (Intelligent High-Beam Control)
  • ระบบช่วยเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนรถยนต์คันหน้าขณะขับขี่ FCW (Forward Collision Warning)
  • ระบบความคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อความเร็วต่ำ TJA (Traffic Jam Assist)
  • ระบบช่วยเหลือการจราจรติดขัด Super TJA
  • RDA ระบบตรวจสอบจุดบอดด้านหลัง
  • ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน LDW (Lane Departure Warning)
  • ระบบช่วยควบคุมรถเมื่อรถออกนอกเลน LDP (Lane Departure Prevention)
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน LKA (Lane Keep Assist)
  • ระบบช่วยเตือนเมื่อต้องการเปลี่ยนเลน LCA (Lane Change Assist)
  • ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา BSD (Blind Spot Detection)
  • ระบบช่วยเตือนขณะถอยหลัง RCTA (Rear Cross Traffic Alert)
  • ระบบเตือนการเปิดประตู DOW (Door Open Warning)
  • ระบบตรวจสอบความผิดปกติของลมยาง TPMS (Tire Pressure Monitor System
  • กล้อง 360 องศา

ตัวถังสีเขียว

Autohome.com.cn/

MG 5 Estate

ล่าสุดมีการจับภาพทดสอบวิ่งของรถยนต์รุ่นหนึ่งคาดว่าเป็น MG 5 Estate touring หรืออีกร่างของ Roewe ei5 estate รถยนต์พลังงานไฟฟ้าในสหราชอาณาจักร ขายในแดนมังกรตั้งแต่ปี 2018

การทดสอบวิ่งในไทย ใช่ว่าจะเปิดตัวจริงๆ แต่ก็มีความเป็นไปได้ที่จะเปิดตัวในไทย แต่จะเป็นเบนซิน หรือไฟฟ้า ต้องมาลุ้นกันอีกที เพราะตอนนี้บ้านเรามี MG ZS EV ที่ทำตลาด

MG 5 Estate ติดตั้ง มอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลัง 114 แรงม้า แบทเตอรีขนาด 52.5 กิโลวัตต์ชั่วโมง วิ่งได้ 420 กม./การชาร์จไฟ 1 ครั้ง ความเร็วสูงสุด 150 กม./ชม. และสามารถชาร์จแบบเร่งด่วน (Fast-Charging) จาก 0 ถึง 80 % ได้ภายในเวลา 40 นาที

ขนาดตัวถัง

  • ความยาว 4,540 มม.
  • ความกว้าง 1,820 มม.
  • ความสูง 1,540 มม.
  • ระยะฐานล้อ 2,670 มม.

SAIC Roewe Ei5 ในประเทศจีน หรือประมาณ 585,000 บาท หากเปิดตัวในไทย คงแพงกว่านี้มากยังไงโปรดติดตาม

ขอบคุณภาพข่าว Thai car inside

MG eHS

หลังจากที่บ้านเราได้เปิดตัว MG HS ใหม่ วันที่ 25 กันยายน 62 ที่ผ่านมา ล่าสุด MG ประเทศจีน เผยโฉม MG eHS พลังงานปลั๊กอินไฮบริด รีดกำลังมากถึง 291 แรงม้า และประหยัดน้ำมันได้ถึง 76 กม./ลิตร

  • รุ่น e-Plus 189,000 หยวน หรือประมาณ 823,000 บาท
  • รุ่น e-Pro 199,800 หยวน หรือประมาณ 870,000 บาท
  • รุ่น e-Trophy 219,800 หยวน หรือประมาณ 957,000 บาท

SAIC-MG ในแดนมังกรเปิดตัว MG eHS SUV หน้าตาการออกแบบภายนอกยังคงอยู่บนฐาน MG HS รุ่นน้ำมันไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แต่เพิ่มเครื่องยนต์เบนซิน 1.5T + มอเตอร์ไฟฟ้าก รวมถึงติดตั้งระบบ MG PILOT

ระบบ MG Pilot ได้แก่

  • ACC ระบบที่ช่วยควบคุมความเร็วในการขับขี่ให้สอดคล้องกับสภาพของการจราจรอย่างอัตโนมัติ
  • ระบบตรวจสอบจุดบอด BLIS
  • ระบบเตือนการเปิดประตู DOW
  • ระบบช่วยเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนรถยนต์คันหน้าขณะขับขี่ FCW
  • ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ AEB
  • ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน LDW
  • ระบบเปิด – ปิดไฟสูงอัตโนมัติ IHC
  • ระบบควบคุมความเร็ว SAS Assist
  • ระบบภาพพาโนรามา 360

ทุกอย่างเหมือน MG HS รุ่นปกติเปลี่ยนแค่โลโก้ eHS ล้อัลลอยลายใหม่ ภายในตกแต่งโทนครีม+ดำ ตำแหน่งฐานเกียร์ใหม่ รวมถึงขุมพลังใหม่แรง ประหยัดกว่าเดิม

ติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 166 แรงม้า ที่ 5,600 รอบ/นาที แรงบิด 250 นิวตันเมตร ที่ 1,700 – 4,400 รอบ/นาที + แบตเตอรี่ลิเธียม – ไอออน มอเตอร์ไฟฟ้ารวมกำลังทั้งหมด 291 แรงม้า แรงบิตสูงสุด 480 นิวตัน – เมตร ส่งกำลังเกียร์อัตโนมัติ EDU II 10 สปีต ประหยัดน้ำมัน 1.3 ลิตร / 100 กม. หรือ 76 กม./ลิตร

เครื่องยนต์ปัจจุบันในไทย

  • เครื่องยนต์ DOHC 4 สูบ 16 วาล์ว Turbo TGI GDI – Gasoline Direct Injection 1.5 ลิตร 1490 ซีซี เส้นผ่านศูนย์กลางกระบอกสูบ × ระยะชัก 74 × 86.6 มม. อัตราส่วนกำลังอัด 10 : 1 ให้กำลังสูงสุด 162 แรงม้าที่ 5600 รอบต่อนาที แรงบิตสูงสุด 250 นิวตัน-เมตรที่ 1700 – 4400 รอบต่อนาที ส่งกำลังเกียร์อัตโนมัติ TST (Twin Clutch Sportronic Transmission) 7 สปีด รองรับ E85 ระบบขับเคลื่อน 2WD

Saicmg.com


แสดงความคิดเห็น

You Want To Have Your Favorite Car?

We have a big list of modern & classic cars in both used and new categories.