car250.com เว็บไซต์ของคนรักรถ ข่าวรถใหม่

วันอังคารที่ 29 พฤศจิกายน 2022
Price ราคา รถยนต์รถใหม่

5 สีตัวถัง ก่อนขายไทย 30 พ.ย. MG4 EV ราคา 8xx,000 – 9xx,000 บาท 425 กม./ชาร์จ NEDC

Advertisement

Advertisement

MG4 รุ่น D 

MG4 รุ่น X

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย พร้อมแถลงข่าวเปิดตัว NEW MG4 ELECTRIC รถแฮทช์แบ็คพลังงานไฟฟ้า 100% ขับเคลื่อนล้อหลัง พร้อมรับฟังการประกาศราคาอย่างเป็นทางการในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 39 (MOTOR EXPO 2022) วันพุธที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565 เวลา 13.15 – 13.25 น. ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 บูธ A13 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี

รุ่น D และ X ขนาดตัวถังเท่านั้น

  • ยาว 4287 มม.
  • กว้าง 1836 มม.
  • สูง 1516 มม.
  • ฐานล้อ 2705 มม.
  • ระยะต่ำสุดจากพื้น 117 มม.
  • ระยะห่างระหว่างล้อคู่หน้า / หลัง 1552 / 1562 มม.
  • ล้ออัลลอย 17 นิ้ว ยาง 215/50 R17
  • ฝาครอบล้อแบบ Aero Wheel Cover

เครื่องยนต์เหมือนกัน

  • มอเตอร์ไฟฟ้าแบบ Permanent Magnet Synchronous Motor ที่ให้พละกำลังสูงสุดที่ 170 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร
  • มาพร้อมกับเทคโนโลยี RUBIK’s CUBE BATTERY ขนาดความจุ 51 kWh สามารถวิ่งในระยะทาง 425 กิโลเมตร* ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ตามมาตรฐาน NEDC
  • แบตเตอรี่มาตรฐานความปลอดภัย IP67 ในการป้องกันน้ำและฝุ่น
  • ระบายความร้อนได้เป็นอย่างดีด้วยระบบ LIQUID COOLING SYSTEM
  • ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง (DYNAMIC REAR WHEEL DRIVE)
  • ระบบ KERS (Kinetic Energy Recovery System) 4 ระดับ ได้แก่ ระดับต่ำ กลาง สูง และแบบแปรผันตามการขับขี่ (ADAPTIVE)
  • ระบบโครงสร้างพวงมาลัยรูปแบบใหม่ DUAL PINION ควบคุมด้วยไฟฟ้า
  • รัศมีวงเลี้ยว 5.3 เมตร
  • กระจายน้ำหนักแบบสมมาตร 50:50 ควบคู่กับการออกแบบลักษณะ Low Centre of Gravity ที่ให้จุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำเพื่อการเกาะถนนที่ดีเยี่ยม
  • โหมดการขับขี่ 5 รูปแบบ ได้แก่ ECO, NORMAL, SPORT, CUSTOM และ SNOW

*ทดสอบตามมาตรฐานความประหยัดพลังงาน NEW EUROPEAN DRIVING CYCLE (NEDC)

  • ชาร์จแบบเร็ว Quick Charge ชาร์จไฟฟ้าจาก 10% – 80% ใช้เวลาประมาณ 35 นาที* ที่ความเร็วสูงสุด 88 kWh

  • ชาร์จแบบธรรมดา Normal Charge ผ่าน MG HOME CHARGER 0% – 100% ใช้เวลาประมาณ
    8
    ชั่วโมง 30 นาที* ที่ 6.6 kWh

  • รองรับระบบ V2L เปลี่ยนรถยนต์พลังงานไฟฟ้าให้สามารถเป็นแหล่งจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า

ระบบช่วงล่างเหมือนกัน

  • ระบบพวงมาลัย Dual Pinion ควบคุมไฟฟ้า DP-EPS
  • รัศมีวงเลี้ยว 5.3 เมตร
  • ระบบช่วงล่างหน้า อิสระแมคเฟอร์สันสตรัท
  • ระบบช่วงล่างหลัง อิสระ 5 ลิงค์
  • ดิสก์เบรกหน้า-หลัง

ภายนอก รุ่น D

  • ไฟหน้าแบบ LED
  • ไฟส่องสว่างกลางวัน Daytime Running Light
  • ไฟท้ายแบบ LED
  • ระบบควบคุมการเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ
  • ไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED
  • กระจกมองข้างปรับ-พับไฟฟ้า
  • พร้อมไฟเลี้ยว
  • ระบบไล่ฝ้ากระจกหลัง
  • สปอยเลอร์หลัง
  • แผงตกแต่งข้างประตู

ภายนอก รุ่น X เพิ่มเติม

  • ไฟท้ายแบบ LED พร้อมไฟ Position
  • สปอยเลอร์หลัง Twin Arrow Wing

ภายใน รุ่น D

  • ภายในสีดำ
  • เบาะหนังสังเคราะห์ และ ผ้า
  • ตกแต่งภายในด้วยวัสดุ Soft Touch
  • พวงมาลัยหุ้มหนัง ปรับ 4 ทิศทาง
  • เบาะนั่งหน้าปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง
  • เบาะนั่งหน้าปรับ 4 ทิศทาง
  • เบาะหลังพนักผิงพับได้แบบ 60 : 40
  • ช่องเก็บเอกสารด้านหลังเบาะหน้า
  • หน้าจอแสดงผลดิจิตอล 7 นิ้ว
  • กระจกไฟฟ้า One Touch Up-Down ด้านคนขับ
  • กระจกมองหลังตัดแสง
  • ระบบกรองอากาศ PM 2.5
  • ระบบ Intelligent Smart Access
  • ระบบจ่ายกระแสไฟ V2L (Vehicle To Load)

ภายใน รุ่น X เพิ่มเติม

  • ภายในสีทูโทน เทา-ดำ
  • กระจกไฟฟ้า 4 บาน
  • กระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ
  • ระบบชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย Wireless Charger

ระบบบความบันเทิงเหมือนกันทั้ง D และ X

  • พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น ควบคุมเครื่องเสียง พร้อมปุ่มรับ-วางสายโทรศัพท์
  • ลำโพง 6 ตำแหน่ง
  • หน้าจอสีแบบสัมผัสขนาด 10.25 นิ้ว
  • ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือผ่านบลูทูธ ช่องต่อ USB Type C และ A
  • ระบบเชื่อมต่อมัลติมีเดีย Apple CarPlay และ สมาร์ทโฟนระบบ Andriod

ระบบปฏิบัติการ i-SMART มีเฉพาะในรุ่น X

  • ระบบตรวจเช็กอัจฉริยะ (Smart Check)
    • ระบบตรวจสอบแบตเตอรี่ Battery Doctor บันทึกและวิเคราะห์ พฤติกรรมการใช้งาน พร้อมให้คำแนะนำในการดูแลรักษาแบตเตอรี่เพื่อยืดอายุการใช้งานให้ยาวนานยิ่งขึ้น
    • ระบบสั่งการ และระบบค้นหารถ Find My Car
    • ระบบเตือนความผิดปกติของรถยนต์
    • ระบบช่วยค้นหาศูนย์บริการ นัดหมาย และบันทึกการดูแลรักษารถยนต์ตามระยะ
    • ระบบตรวจสอบสถานะแบตเตอรี่ การชาร์จ และสถานีชาร์จ
  • ระบบสั่งการอัจฉริยะ (Smart Command)
    • กุญแจดิจิตอล
    • ระบบสั่งการผ่านเสียงภาษาไทย
    • ระบบควบคุมการทำงานของระบบปรับอากาศผ่านทางสมาร์ทโฟน
    • ระบบโทรออก – รับสายกรณีฉุกเฉิน
    • ระบบสั่งการชาร์จ สถานี MG SUPER CHARGE ผ่านทางสมาร์ทโฟน
  • ระบบเชื่อมต่ออัจฉริยะ (Smart Connect)
    • ระบบนำทาง Navigation พร้อมรายงานการจราจรแบบ Real Time
    • ระบบช่วยค้นหาร้านอาหาร และที่พักบนแผนที่นำทาง
    • อัพเกรดระบบผ่านออนไลน์
    • ระบบเล่นเพลงออนไลน์แบบสตรีมมิ่ง
    • ข้อมูลพยากรณ์อากาศ
    • ระบบเรียกดูข้อมูลข่าวสาร เหตุการณ์ปัจจุบัน

ระบบความปลอดภัย รุ่น D

  • โครงสร้างตัวถังนิรภัย FSF ( Full Space Frame )
  • ระบบเบรกมือไฟฟ้า EPB ( Electronic Parking Brake )
  • ระบบป้องกันการไหลของรถโดยไม่ต้องเหยียบเบรกค้าง AVH ( Auto Vehicle Hold )
  • ระบบป้องกันล้อล็อก ABS พร้อมระบบกระจายแรงเบรก EBD
  • ระบบเสริมแรงเบรกด้วยอิเล็กทรอนิกส์ EBA (Electronic Brake Aassist)
  • ระบบควบคุมการทรงตัว SCS (Stability Control System)
  • ระบบควบคุมการเบรกขณะเข้าโค้ง CBC (Curve Barke Control)
  • ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี และควบคุมการลื่นไถล TCS (Traction Control System)
  • ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAS (Hill Start Assist System)
  • ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ IHC (Intelligent Hight-Beam Control)
  • ระบบสัญญาณไฟแจ้งเตือน เมื่อมีการเบรกฉุกเฉิน ESS (Emergency Stop Signal)
  • ไฟส่องนำทางหลังจากดับเครื่องยนต์ (Follow Me Home Light)
  • ระบบตรวจสอบความผิดปกติของลมยาง TPMS (Tire Pressure Monitor System)
  • ระบบตรวจจับพฤติกรรมการขับขี่ DMS (Driver Monitor System)
  • ระบบช่วยเตือนการชน FCW และ ระบบช่วยเบรก AEB
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน ACC (Adaptive Cruise Control)
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อความเร็วต่ำ TJA (Traffic Jam Assist)
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน LKA (Lane Kepp Assist)
  • ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน LDW (Lane Departure Warning)
  • จุดยึดเบาะสำหรับเด็ก SIOFIX
  • เข็ดขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงรั้งกลับพร้อมผ่อนแรงอัตโนมัติ
  • ถุงลมคู่หน้า ด้านข้าง และ ม่านถุงลมนิรภัย
  • สัญญาณเตือระยะถอยหลัง
  • ระบบกุญแจนิรภัยแบบ Immobilizer

 

กรุงเทพฯ – 15 พฤศจิกายน 2565 – บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย เผยความสำเร็จ NEW MG4 ELECTRIC หลังเปิดรับจองผ่านแอพพลิเคชัน MG THAILAND วันแรก กระแสตอบรับท่วมท้น นับตั้งแต่เปิดรับจองเมื่อเวลา 9.00 น. ที่ผ่านมา ช่วงเช้าตัวเลขยอดจองอยู่ที่ 836 คัน และต่อเนื่องสู่ 1,598 คัน ภายในเวลาเพียง 8 ชั่วโมง บ่งบอกถึง การเป็นรถยนต์ไฟฟ้าอินเทรนด์แห่งปี

NEW MG4 ELECTRIC ฉีกจากรถไฟฟ้าในตลาดด้วยการเป็น “รถยนต์ไฟฟ้า100% ที่มีระบบขับเคลื่อนล้อหลัง” (DYNAMIC REAR WHEEL DRIVE) ภายใต้มาตรฐานเดียวกับโกลบอลโมเดล เพื่อเป็นรถไฟฟ้าที่สมบูรณ์แบบตั้งแต่นวัตกรรม NEBULA PURE ELECTRIC PLATFORM สู่ดีไซน์ภายนอกที่พร้อมสะกดทุกสายตา โดยรุ่นที่ได้รับความสนใจจากลูกค้าในการจองซื้อสูงสุด ได้แก่ NEW MG4 ELECTRIC รุ่น X ซึ่งเป็นรุ่นท็อปของโมเดลนี้

สำหรับลูกค้าที่สนใจยังสามารถจับจอง NEW MG4 ELECTRIC ผ่านแอพพลิเคชัน MG THAILAND ตั้งแต่วันนี้จนถึง วันที่ 29 พฤศจิกายน 2565 นี้ 23.59 น. พร้อมรับข้อเสนอพิเศษ!  จองเพียง 5,000 บาท รับอุปกรณ์เชื่อมต่อกระแสไฟ V2L มูลค่า 10,000 บาท ร่วมสัมผัสการเปิดตัวและประกาศราคาอย่างเป็นทางการของ NEW MG4 ELECTRIC ได้ภายในงาน Thailand International Motor Expo 2022 ในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2565 ณ บูธ MG เวลา 13.15 น. – 13.25 น.

 

กรุงเทพฯ – 14 พฤศจิกายน 2565 – บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดรถยนต์ EV เตรียมแนะนำ NEW MG4 ELECTRIC รถแฮทช์แบ็คพลังงานไฟฟ้า 100% ที่มาพร้อมคอมเซ็ปต์ “ICON” นิยามของการเป็น “ต้นแบบ” และมาตรฐานใหม่ของรถ EV ที่ขับสนุก โดดเด่นด้วยระบบขับเคลื่อนล้อหลัง ถือเป็นอีวีสายพันธุ์แท้ด้วยนวัตกรรม NEBULA PURE ELECTRIC PLATFORM มั่นใจด้วยระบบความปลอดภัย ADVANCED SYNCHRONIZE PROTECTION SYSTEM ให้อุ่นใจในทุกการขับขี่

NEW MG4 ELECTRIC ถูกออกแบบและพัฒนาให้เป็น “รถยนต์ไฟฟ้า100% ที่มีระบบขับเคลื่อนล้อหลัง” (DYNAMIC REAR WHEEL DRIVE) ที่มาเปลี่ยนสมรรถนะของรถพลังงานไฟฟ้า ให้สนุกสนานเร้าใจยิ่งขึ้น ภายใต้มาตรฐานเดียวกับโกลบอลโมเดล ทั้งนวัตกรรมการขับขี่ไปจนถึงดีไซน์อันโดดเด่นที่ออกแบบให้เป็น  รถพลังงานไฟฟ้าที่สมบูรณ์แบบ ด้วย 4 จุดเด่นที่น่าสนใจ ได้แก่

NEBULA PURE ELECTRIC PLATFORM โครงสร้าง “เนบิวลา” ที่พัฒนาขึ้นเพื่อยนตรกรรมไฟฟ้าโดยเฉพาะ

ครั้งแรกของ เอ็มจี กับการเปิดตัวนวัตกรรมแพลตฟอร์มที่ถูกออกแบบเพื่อรถยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะ มีความยืดหยุ่นในการนำไปปรับใช้กับรถยนต์ไฟฟ้าได้หลายเซกเมนต์ ไปจนถึงความสามารถในการรองรับแบตเตอรี่ ได้หลากหลายความจุ ที่นอกจากยกระดับการปกป้องแบตเตอรี่แล้ว พื้นที่ภายในห้องโดยสารยังกว้างขวางมากขึ้นด้วย ซึ่ง NEW MG4 ELECTRIC ถือเป็นรถไฟฟ้ารุ่นแรกที่ใช้แพลตฟอร์มนี้

FUN TO DRIVE อีวีที่ขับสนุกและทรงประสิทธิภาพ

  • ขุมพลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ Permanent Magnet Synchronous Motor ที่ให้พละกำลังสูงสุดที่ 170 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร

  • มาพร้อมกับเทคโนโลยี RUBIK’s CUBE BATTERY ขนาดความจุ 51 kWh สามารถวิ่งในระยะทาง 425 กิโลเมตร* ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ตามมาตรฐาน NEDC

  • แบตเตอรี่มาตรฐานความปลอดภัย IP67 ในการป้องกันน้ำและฝุ่น
  • ระบายความร้อนได้เป็นอย่างดีด้วยระบบ LIQUID COOLING SYSTEM

  • ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง (DYNAMIC REAR WHEEL DRIVE)

  • ระบบ KERS (Kinetic Energy Recovery System) 4 ระดับ ได้แก่ ระดับต่ำ กลาง สูง และแบบแปรผันตามการขับขี่ (ADAPTIVE)

  • ระบบโครงสร้างพวงมาลัยรูปแบบใหม่ DUAL PINION ควบคุมด้วยไฟฟ้า

  • รัศมีวงเลี้ยว 5.3 เมตร

  • การกระจายน้ำหนักแบบสมมาตร 50:50 ควบคู่กับการออกแบบลักษณะ Low Centre of Gravity ที่ให้จุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำเพื่อการเกาะถนนที่ดีเยี่ยม

  • ดิสก์เบรก 4 ล้อ พร้อมระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระ แมคเฟอร์สันสตรัท และด้านหลังแบบอิสระ 5-Link Suspension

  • โหมดการขับขี่ 5 รูปแบบ ได้แก่ ECO, NORMAL, SPORT, CUSTOM และ SNOW

*ทดสอบตามมาตรฐานความประหยัดพลังงาน NEW EUROPEAN DRIVING CYCLE (NEDC)

CONVENIENT TO USE รถอีวี ใช้งานสะดวก

อำนวยความสะดวกให้ผู้ขับขี่ไปอีกระดับด้วยโหมด INTELLIGENT SMART ACCESS ที่ให้ผู้ขับขี่สามารถสตาร์ทรถได้อัตโนมัติเพียงเหยียบเบรก และเพื่อประสบการณ์การขับขี่ที่ต่อเนื่อง

  • ชาร์จแบบเร็ว Quick Charge ชาร์จไฟฟ้าจาก 10% – 80% ใช้เวลาประมาณ 35 นาที* ที่ความเร็วสูงสุด 88 kWh

  • ชาร์จแบบธรรมดา Normal Charge ผ่าน MG HOME CHARGER 0% – 100% ใช้เวลาประมาณ
    8
    ชั่วโมง 30 นาที* ที่ 6.6 kWh

  • รองรับระบบ V2L เปลี่ยนรถยนต์พลังงานไฟฟ้าให้สามารถเป็นแหล่งจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า

NEW MG4 ELECTRIC ประกอบด้วย 2 รุ่นย่อย ได้แก่

รุ่น D และรุ่น X โดยมีสีตัวถังให้เลือกถึง 5 สี คือ สีฟ้า (Brighton Blue) สีดำ (Black Knight) สีแดง (Scarlet Red) สีเทา (Andes Grey) และสีขาว (Arctic White)  ตกแต่งภายในด้วยสีดำ (Black) ในรุ่น D และสไตล์ทูโทนเทา-ดำ (Grey & Black) ในรุ่น X

นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “จากจุดเริ่มต้นในการเป็นผู้นำและผู้บุกเบิกให้กับตลาดยานยนต์ EV สู่ประเทศไทยกับ MG ZS EV จนถึงปัจจุบัน ที่เราพร้อมนำเสนอ NEW MG4 ELECTRIC ที่จะเข้าเติมเต็มและพลิกโฉมวงการยานยนต์ไฟฟ้าอีกครั้งกับ “The First Rear Wheel Drive EV” พร้อมกับนวัตกรรมอันล้ำสมัยที่ทางเอ็มจีได้พัฒนา ที่นอกจากจะมัดรวมความคุ้มค่าทั้งด้านดีไซน์ที่สะดุดตาและเป็นเอกลักษณ์แล้ว ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีที่ให้ประสบการณ์การขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าสนุกและคล่องตัวยิ่งขึ้นอีกด้วย และยังให้ความมั่นใจในด้านความปลอดภัยเมื่ออยู่บนท้องถนน โดยนอกจากความมุ่งมั่นในการก้าวสู่การเป็นผู้ริเริ่มของตลาดรถยนต์ EV แล้ว เอ็มจียังเล็งเห็นถึงความสำคัญในการสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าให้กับลูกค้าที่ใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้า ด้วยการพัฒนาสถานีชาร์จให้ครอบคลุมทุกพื้นที่มากกว่า 128 แห่งทั่วประเทศ และสร้างความมั่นใจด้วยศูนย์บริการที่สามารถรองรับรถยนต์ไฟฟ้าจาก เอ็มจี ได้ทุกรุ่นกว่า 160 แห่งทั่วประเทศ เพื่อให้ลูกค้าก้าวเข้าสู่ยุคของรถยนต์พลังงานสะอาดได้มั่นใจยิ่งขึ้น”

เปิดรับ Pre-booking และประกาศราคาอย่างเป็นทางการในงาน Motor Expo 2022

ลูกค้าที่สนใจสามารถเริ่มจับจอง NEW MG4 ELECTRIC ก่อนใคร ผ่านแอพพลิเคชัน MG THAILAND และเว็บไซต์ https://onlinebooking.mgcars.com ตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน 2565 เวลา 09.00 น. จนถึง วันที่ 29 พฤศจิกายน 2565 นี้ 23.59 น. พร้อมรับข้อเสนอพิเศษ! อุปกรณ์เชื่อมต่อกระแสไฟ V2L มูลค่า 10,000 บาท ร่วมสัมผัสการเปิดตัวและประกาศราคาอย่างเป็นทางการของ NEW MG4 ELECTRIC ได้ภายในงาน Thailand International Motor Expo 2022 ในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2565

  • นอกจากนี้ยังควรสังเกตว่าตัวเลข ‘4’ ถือเป็นเลขโชคร้ายในประเทศจีน เนื่องจากฟังดูคล้ายกับคำว่า ‘ความตาย’ ซึ่งเป็นหลักฐานเพิ่มเติมที่บ่งชี้ว่ามีการใช้ชื่อ ‘MG 4’ ในตลาดส่งออกเท่านั้น
  • Ningde Base เป็นโรงงานผลิตรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย และได้รับรางวัล “China’s Benchmark Smart Factory in 2020” ฐานการผลิต SAIC Ningde ได้สร้างระบบการผลิตอัจฉริยะสำหรับยานยนต์

สเปค NEW MG4 

ขนาดตัวถัง

  • ยาว 4287 มม.
  • กว้าง 1836 มม.
  • สูง 1516 มม.
  • ฐานล้อ 2705 มม.
  • ระยะต่ำสุดจากพื้น 117 มม.

ภายนอก

  • การออกแบบตัวรถใหม่แบบ AVANT-GARDE INDUCTIVE DESIGN
  • ไฟหน้า LED GALAXY TECHNOLOGY MATRIX HEADLIGHTS
  • ไฟท้าย LED ลาย CGYNUS SYMBOL DECORATIVE LIGHT
  • หลังคาแบบทูโทน พร้อมสปอยเลอร์หลังแบบ TWIN ARROW WING
  • ล้ออัลลอยด์ดีไซน์ใหม่ขนาด 17 นิ้ว พร้อม AERO WHEEL COVER

ภายในห้องโดยสาร

  • คอนโซลกลาง FLOATED CENTRAL CONTROL PLATFORM พร้อมอุปกรณ์ชาร์จแบบไร้สาย (Wireless charger)

  • ดีไซน์พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน หุ้มหนังปรับ 4 ทิศทาง

  • พวงมาลัย ควบคุมเครื่องเสียงพร้อมปุ่มรับ วางสายโทรศัพท์

  • กระจกมองหลังแบบตัดแสงอัตโนมัติ

  • หน้าจอแสดงผลอัจฉริยะ Dual Screen แบบดิจิตอลขนาด 7 นิ้ว (Digital Multi-function Display) และหน้าจอสีระบบสัมผัสขนาด 10.25 นิ้ว ลำโพง 6 จุด

  • ช่องจ่ายไฟ Power Outlet 12V

  • รองรับการเชื่อมต่อมัลติมีเดีย Apple CarPlay และ สมาร์ทโฟนระบบ Android

  • พร้อมช่องเชื่อมต่อ USB TYPE A และ C

  • ระบบกรองอากาศ PM2.5

  • เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง และเบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับ 4 ทิศทาง

  • เบาะนั่งด้านหลังพนักพิง ปรับ 60:40

  • โหมด Intelligent Smart Access เมื่อผู้ขับขี่อยู่ในตำแหน่งคนขับ เพียงเหยียบเบรกระบบการทำงานของรถจะสตาร์ทอัตโนมัติ

NEW MG 4 ELECTRIC มาพร้อมระบบโครงสร้างตัวถังนิรภัย FSF (Full Space Frame) ปรับแต่งระบบ ช่วงล่างแบบ EURO TUNING SUSPENSION และมีการติดตั้งระบบความปลอดภัยรอบคัน ด้วยระบบ ความปลอดภัยมาตรฐาน Advanced Synchronized Protection System 26 ระบบ ได้แก่

  • ระบบป้องกันการไหลของรถโดยไม่ต้องเหยียบเบรกค้าง AVH (Auto Vehicle Hold)
  • ระบบป้องกันล้อล็อก ABS พร้อมระบบกระจายแรงเบรก EBD
  • ระบบเสริมแรงเบรกด้วยอิเล็กทรอนิกส์ EBA (Electronic Brake Assist)
  • ระบบควบคุมการทรงตัว SCS (Stability Control System)
  • ระบบควบคุมการเบรกในขณะเข้าโค้ง CBC (Curve Brake Control)
  • ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี และควบคุมการลื่นไถล TCS (Traction Control System)
  • ระบบช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน HAS (Hill Start Assist)
  • ระบบสัญญาณไฟแจ้งเตือน เมื่อมีการเบรกฉุกเฉิน ESS (Emergency Stop Signal)
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน ACC (Adaptive Cruise Control)
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อความเร็วต่ำ TJA (Traffic Jam Assist)
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลนพร้อมปรับองศาพวงมาลัยหากออกนอกเลน ELK (Emergency Lane Keeping System) โดยผสานรวมระบบ LDP (Lane Departure Prevention) LKA (Lane Keep Assist) และ ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน LDW (Lane Departure Warning) เข้าไว้ด้วยกัน

  • ระบบช่วยเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนรถยนต์คันหน้าขณะขับขี่ FCW (Forward Collision Warning)

  • ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ AEB (Autonomous Emergency Braking)

  • ระบบช่วยเตือนเมื่อต้องการเปลี่ยนเลน LCA (Lane Change Assist)

  • ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา BSD (Blind Spot Detection)

  • ระบบช่วยเตือนขณะถอยหลัง RCTA (Rear Cross Traffic Alert)

  • ระบบช่วยเตือนการชนด้านหลัง RCW (Rear Collision Warning)

  • ระบบช่วยเบรกขณะถอย RCTB (Rear Cross Traffic Braking)
  • ระบบเปิดปิดไฟสูงอัตโนมัติ IHC (Intelligent High-beam control)

  • ระบบตรวจจับพฤติกรรมการขับขี่ DMS (Driver Monitor System)
  • ระบบช่วยเตือนการเปิดประตู DOW (Door Open Warning)

นอกจากนี้ยังเสริมอุปกรณ์ความปลอดภัย อาทิ จุดยึดเบาะนั่งเด็กแบบ ISOFIX ระบบล็อกประตูอัตโนมัติ (Speed Sensing Door Lock) เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงรั้งกลับ ถุงลมนิรภัยคู่หน้า ด้านข้าง และ ม่านถุงลมนิรภัย กล้องมองภาพรอบทิศทางแบบ 3 มิติ (3D Around View Monitor) พร้อมสัญญาณเตือนระยะถอยหลัง ระบบกุญแจนิรภัยแบบ Immobilizer ระบบตรวจสอบความผิดปกติของลมยาง TPMS (Tire Pressure Monitor System) และระบบไฟส่องนำทางหลังจากดับเครื่อง (FOLLOW ME HOME)

 

 

ARCTIC WHITE / BLACK TOP

BRIGHTON BLUE / BLACK TOP

BLACK KNIGHT / BLACK TOP

ANDES GREY / BLACK TOP
SCARLET RED / BLACK TOP

Advertisement

Advertisement

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook

Price ราคา รถยนต์รถใหม่ ล่าสุด

อัพเดทล่าสุด