Mitsubishi จับมือ Gehirn พัฒนา Outlander PHEV รถรับมือภัยพิบัติ NERV รุ่นใหม่ พร้อมระบบดาวเทียม SpaceX

Mitsubishi จับมือ Gehirn พัฒนา Outlander PHEV รถรับมือภัยพิบัติ NERV รุ่นใหม่ พร้อมระบบดาวเทียม SpaceX
Mitsubishi Motors ร่วมกับ Gehirn Corporation พัฒนา “รถรับมือภัยพิบัติ หน่วยปฏิบัติการพิเศษ NERV หมายเลข 5” หรือ Special Agency NERV Disaster Response Vehicle รุ่นใหม่ โดยใช้ Mitsubishi Outlander PHEV เป็นพื้นฐาน พร้อมติดตั้งระบบสื่อสารผ่านดาวเทียมและระบบจ่ายไฟฉุกเฉิน เพื่อรองรับสถานการณ์ไฟฟ้าดับและเครือข่ายโทรคมนาคมล่มจากภัยธรรมชาติ
รถคันดังกล่าวเริ่มเข้าประจำการอย่างเป็นทางการ เพื่อสนับสนุนการเผยแพร่ข้อมูลภัยพิบัติของ NERV รวมถึงช่วยเหลือหน่วยงานท้องถิ่น ศูนย์บัญชาการภัยพิบัติ และศูนย์อพยพทั่วประเทศญี่ปุ่น
ใช้ Mitsubishi Outlander PHEV BLACK Edition เป็นพื้นฐาน
รถรับมือภัยพิบัติ NERV หมายเลข 5 พัฒนาบนพื้นฐาน Mitsubishi Outlander PHEV รุ่นพิเศษ BLACK Edition โดยนำจุดเด่นของระบบ Plug-in Hybrid และแบตเตอรี่แรงดันสูงมาใช้เป็นแหล่งพลังงานเคลื่อนที่
ตัวรถได้รับการติดตั้งเสาอากาศสำหรับระบบสื่อสารผ่านดาวเทียมของ SpaceX ทำให้สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ แม้ในสถานการณ์ที่เครือข่ายโทรคมนาคมภาคพื้นดินได้รับความเสียหายหรือไม่สามารถใช้งานได้
นอกจากนี้ ยังติดตั้งอุปกรณ์ Q-ANPI ซึ่งเป็นระบบยืนยันสถานะความปลอดภัยผ่านดาวเทียม โดยใช้งานร่วมกับระบบดาวเทียม Quasi-Zenith Satellite System หรือ “Michibiki” ของญี่ปุ่น
จึงทำให้รถคันนี้สามารถรักษาการติดต่อสื่อสารและรับข้อมูลภัยพิบัติได้แม้โครงสร้างพื้นฐานทั่วไปจะได้รับความเสียหาย
จุดเริ่มต้นโครงการตั้งแต่ปี 2019
Gehirn และ Mitsubishi Motors เริ่มดำเนินโครงการรถรับมือภัยพิบัติ NERV ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2019 โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการสร้างรถที่สามารถจัดหาทั้งพลังงานไฟฟ้าและระบบสื่อสารได้ด้วยตัวเองในสถานการณ์ฉุกเฉิน
ตลอดช่วงประมาณ 7 ปีที่ผ่านมา ญี่ปุ่นเผชิญภัยธรรมชาติหลายครั้ง ทั้งแผ่นดินไหว น้ำท่วม และภัยจากสภาพอากาศรุนแรง ส่งผลให้ความจำเป็นในการเตรียมระบบไฟฟ้าและระบบสื่อสารสำรองเพิ่มสูงขึ้น
หนึ่งในปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นประจำหลังภัยพิบัติคือ ไฟฟ้าดับและระบบโทรคมนาคมไม่สามารถใช้งานได้ โดยเฉพาะภายในศูนย์อพยพหรือศูนย์บัญชาการภัยพิบัติ
การนำรถ PHEV ที่สามารถเก็บพลังงานและเคลื่อนที่ไปยังพื้นที่ต่างๆ ได้ มาทำงานร่วมกับระบบสื่อสารผ่านดาวเทียม จึงเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการสร้างระบบโครงสร้างพื้นฐานฉุกเฉินแบบเคลื่อนที่
3 ภารกิจหลักของรถ NERV
โครงการรถรับมือภัยพิบัติ NERV ถูกพัฒนาภายใต้แนวคิดการช่วยเหลือตนเอง การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และการช่วยเหลือจากภาครัฐ โดยมีภารกิจหลัก 3 ด้าน
1. รักษาระบบเผยแพร่ข้อมูลภัยพิบัติของ NERV
Gehirn ให้บริการข้อมูลภัยพิบัติผ่านแอปพลิเคชัน NERV Disaster Prevention และช่องทางอื่นๆ หากศูนย์ปฏิบัติการของ NERV สูญเสียระบบไฟฟ้าหรือระบบสื่อสาร รถคันนี้จะถูกนำมาใช้เป็นแหล่งพลังงานและระบบสื่อสารสำรอง เพื่อให้การเผยแพร่ข้อมูลฉุกเฉินสามารถดำเนินต่อไปได้
2. สนับสนุนพื้นที่ประสบภัยและศูนย์อพยพ
หากระบบปฏิบัติการหลักของ NERV ยังสามารถทำงานได้ตามปกติ รถจะสามารถถูกส่งไปยังพื้นที่ประสบภัย เพื่อช่วยสนับสนุนศูนย์บัญชาการและศูนย์อพยพ
บริการที่สามารถให้การสนับสนุนได้ เช่น
- จ่ายไฟให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้า
- ชาร์จสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์สื่อสาร
- ให้บริการ Wi-Fi
- ให้บริการโทรศัพท์
- เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม
- รับข้อมูลภัยพิบัติผ่านระบบดาวเทียม Michibiki
3. ใช้เป็นต้นแบบในการฝึกซ้อมรับมือภัยพิบัติ
รถ NERV จะเข้าร่วมการฝึกซ้อมและกิจกรรมด้านภัยพิบัติทั่วประเทศญี่ปุ่น เพื่อแสดงให้เห็นถึงความสามารถของรถ PHEV ระบบสื่อสารผ่านดาวเทียม และดาวเทียม Michibiki
Mitsubishi และ Gehirn ต้องการให้รถคันนี้เป็นกรณีศึกษาสำหรับหน่วยงานท้องถิ่นและภาคเอกชน ในการพัฒนาระบบพลังงานและระบบสื่อสารสำรองของตนเอง
Outlander PHEV กลายเป็น “แหล่งพลังงานเคลื่อนที่”
หนึ่งในความสามารถสำคัญที่สุดของ Mitsubishi Outlander PHEV คือระบบจ่ายพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่แรงดันสูง ในกรณีไฟฟ้าดับ สามารถนำพลังงานจากแบตเตอรี่ของรถไปจ่ายให้กับอุปกรณ์ต่างๆ ภายในศูนย์บัญชาการภัยพิบัติและศูนย์อพยพได้
ตัวอย่างการใช้งาน ได้แก่ การจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์สื่อสาร คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ รวมถึงอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการเผยแพร่ข้อมูลภัยพิบัติ Outlander PHEV รุ่นใหม่ยังได้รับแบตเตอรี่ที่มีความจุมากขึ้น พร้อมระยะทางขับขี่ด้วยไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น จึงสามารถเก็บพลังงานไว้ภายในรถ ขับเข้าสู่พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ และนำพลังงานไปใช้งานในจุดที่ต้องการได้โดยตรง
แนวคิดดังกล่าวทำให้ PHEV ไม่ได้เป็นเพียงรถยนต์สำหรับเดินทาง แต่สามารถทำหน้าที่เป็น “แหล่งพลังงานเคลื่อนที่” ในสถานการณ์ฉุกเฉินได้ด้วย
ระบบขับเคลื่อน 4WD พร้อม S-AWC รองรับสภาพเส้นทางยากลำบาก
นอกจากระบบจ่ายไฟแล้ว Mitsubishi Outlander PHEV ยังมีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าคู่หน้าและหลัง ทำงานร่วมกับระบบควบคุมการเคลื่อนที่ของตัวรถ S-AWC หรือ Super-All Wheel Control ระบบดังกล่าวช่วยเพิ่มเสถียรภาพในการเดินทางบนพื้นผิวถนนที่มีความลื่น เช่น ถนนเปียกหรือถนนที่มีหิมะ รวมถึงเส้นทางที่ได้รับความเสียหายหลังเกิดภัยพิบัติ
ตัวรถยังมีโหมดการขับขี่ทั้งหมด 7 รูปแบบ สามารถเลือกให้เหมาะกับสภาพพื้นผิวและสถานการณ์ได้ ตั้งแต่ถนนทั่วไปไปจนถึงถนนหิมะและเส้นทางที่มีสภาพเลวร้าย รถยังติดตั้งอุปกรณ์สำหรับพื้นที่อากาศหนาวเป็นมาตรฐาน ทำให้รองรับภารกิจในพื้นที่ที่มีอุณหภูมิต่ำได้
ปลดประจำการ Outlander PHEV หมายเลข 4
หลังจากรถหมายเลข 5 เข้าประจำการ Mitsubishi และ Gehirn จะปลดประจำการรถหมายเลข 4 ซึ่งใช้ Mitsubishi Outlander PHEV รุ่นก่อนหน้าเป็นพื้นฐาน
หลังจากนี้ กองรถรับมือภัยพิบัติหลักจะเหลือ 2 คัน ได้แก่
- รถหมายเลข 3 : Mitsubishi Eclipse Cross PHEV
- รถหมายเลข 5 : Mitsubishi Outlander PHEV รุ่นใหม่
รถทั้งสองคันจะประจำการอยู่ในเขตชิโยดะ กรุงโตเกียว เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติขนาดใหญ่ รวมถึงเหตุแผ่นดินไหวที่อาจเกิดขึ้นบริเวณกรุงโตเกียว หากมีคำร้องขอ รถทั้งสองคันสามารถถูกส่งไปปฏิบัติภารกิจในกิจกรรมด้านภัยพิบัติหรือพื้นที่ประสบภัยทั่วประเทศญี่ปุ่นได้
Mitsubishi มีข้อตกลงช่วยเหลือภัยพิบัติกับกว่า 200 หน่วยงานท้องถิ่น
Mitsubishi Motors ยังดำเนินโครงการ DENDO Community Support Program ซึ่งนำความสามารถในการจ่ายไฟของรถยนต์ไฟฟ้ามาใช้เป็นแหล่งพลังงานสำรองในสถานการณ์ภัยพิบัติ
ปัจจุบัน Mitsubishi มีข้อตกลงความร่วมมือด้านภัยพิบัติกับหน่วยงานท้องถิ่นทั่วประเทศญี่ปุ่นมากกว่า 200 แห่ง ภายใต้โครงการดังกล่าว หากเกิดภัยพิบัติ Mitsubishi สามารถนำรถยนต์พลังงานไฟฟ้าเข้าไปสนับสนุนและจ่ายไฟในพื้นที่ที่ระบบไฟฟ้าหลักไม่สามารถใช้งานได้ บริษัทระบุว่า ในภัยพิบัติที่ผ่านมา รถยนต์ไฟฟ้าของ Mitsubishi ถูกนำไปใช้งานเป็นแหล่งพลังงานในพื้นที่ประสบภัยจริงมาแล้ว
สนับสนุนเมืองฮาโกเนะในกรณีเกิดภัยพิบัติ
Gehirn ยังมีข้อตกลงสนับสนุนภัยพิบัติกับเมืองฮาโกเนะ จังหวัดคานางาวะ ซึ่งทำขึ้นตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม 2020 เมื่อเกิดภัยพิบัติ รถ NERV สามารถถูกส่งไปยังพื้นที่ดังกล่าว เพื่อให้บริการจ่ายไฟ Wi-Fi และโทรศัพท์ IP แก่ศูนย์บัญชาการภัยพิบัติและศูนย์อพยพ
รถหมายเลข 5 รุ่นใหม่นี้จะถูกเพิ่มเข้าไปในระบบสนับสนุนดังกล่าวเช่นเดียวกัน
PHEV ไม่ได้มีประโยชน์แค่เรื่องประหยัดน้ำมัน
โครงการ NERV แสดงให้เห็นอีกหนึ่งบทบาทของรถยนต์ Plug-in Hybrid ที่อาจมีความสำคัญมากกว่าการประหยัดน้ำมันหรือการขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว
เนื่องจากรถ PHEV มีทั้งแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ ระบบจ่ายไฟ และเครื่องยนต์ที่สามารถสนับสนุนการผลิตพลังงาน ทำให้รถสามารถทำหน้าที่เสมือนแหล่งพลังงานสำรองแบบเคลื่อนที่ได้ เมื่อรวมเข้ากับระบบขับเคลื่อน 4WD และระบบสื่อสารผ่านดาวเทียม รถหนึ่งคันจึงสามารถทำหน้าที่ได้พร้อมกันทั้ง “ยานพาหนะ + แหล่งพลังงาน + ศูนย์สื่อสารเคลื่อนที่”
Mitsubishi Motors ระบุว่าจะเดินหน้าร่วมมือกับ Gehirn รวมถึงหน่วยงานต่างๆ เพื่อขยายการใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้าในการรับมือภัยพิบัติ พร้อมมีส่วนช่วยสร้างสังคมที่สามารถรับมือเหตุฉุกเฉินได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

