รีวิว NEVO Q05 Ultra ลองขับจริง หล่อเรียบ ขับมีแรง แต่เจอพระราม 2 แล้วระบบช่วยขับมีมึน

รีวิว NEVO Q05 Ultra ลองขับจริง หล่อเรียบ ขับมีแรง แต่เจอพระราม 2 แล้วระบบช่วยขับมีมึน
Spread the love
Advertisement Advertisement

NEVO Q05 Ultra ลองขับจริง หล่อเรียบ ขับมีแรง แต่เจอพระราม 2 แล้วระบบช่วยขับมีมึน

อีกหนึ่งรถยนต์ไฟฟ้าจากฉางอันที่น่าสนใจไม่น้อยกับ NEVO Q05 Ultra รถ SUV ไฟฟ้ามาใหม่ที่เลือกเดินแนวเรียบ เท่ และทันสมัย เส้นสายไม่ได้พยายามตะโกนว่าตัวเองล้ำยุคทุก 3 วินาที แต่ดูรวม ๆ แล้วมีความเป็นรถที่โต ใช้งานง่าย และไม่ต้องแต่งตัวเยอะก็หล่อได้

เป็นรถที่จอดเฉย ๆ ก็ให้ฟีลว่า “ผมไม่ได้มาขายความหวือหวา แต่ผมมีของนะครับ”

ช่วงล่าง กระชับกว่าสายครอบครัว แต่ไม่ถึงขั้นสะเทือนจนต้องนัดหมอนวด

ช่วงล่างของ NEVO Q05 จะออกแนวกระชับกว่ารถ SUV สายครอบครัวทั่วไปเล็กน้อย ไม่ได้นุ่มเหมือนนั่งโซฟาในห้าง แต่ก็ไม่ได้แข็งโป๊กแบบขับผ่านฝาท่อแล้วต้องหันไปถามคนข้าง ๆ ว่า “เมื่อกี้อะไรร่วงหรือเปล่า?”

เวลาเจอถนนไม่เรียบ รถมีสะเทือนเข้ามาบ้างตามสภาพ แต่ยังอยู่ในระดับรับได้ ขับเดินทางไกลได้ ไม่ถึงกับต้องโทรจองคิวหมอนวดหลังลงจากรถ

ใครชอบฟีลรถย้วย ๆ นุ่ม ๆ แบบลอยบนถนน อาจต้องปรับตัวนิดหนึ่ง แต่ถ้าชอบรถที่มีความกระชับ คุมตัวรถง่าย และไม่โยนมากเกินไป Q05 ถือว่าไปทางนั้นได้ดี

คันเร่ง เหยียบง่าย แต่พอกดจริงก็มีคำว่า “เฮ้ย มาแล้ว!”

คันเร่งทำได้ดี เหยียบง่าย นุ่ม และขับเรื่อย ๆ ได้สบาย เหมาะกับการใช้งานในเมืองหรือการคลานตามรถติดแบบไม่ต้องเกร็งเท้ามาก

แต่พอถึงจังหวะเร่งแซง รถก็มีแรงมาไวพอสมควร แม้ตัวเลขกำลังมอเตอร์อาจไม่ได้ดูโหดเหมือนรถไฟฟ้าสายยิงจรวด แต่เวลาเอาจริงก็มีจังหวะ “เฮ้ย มาแล้ว!” ให้รู้สึกอยู่เหมือนกัน

แม้จะเลือกโหมดนุ่มนวล และปิดรีเจนจนเหลือ 1% รถก็ยังมีแรงกระชากนิด ๆ เวลาแตะคันเร่ง ไม่ถึงกับหัวทิ่ม แต่ก็ไม่ใช่ฟีลละมุนแบบขับแล้วลืมไปว่ามีมอเตอร์อยู่ใต้เท้า

ระบบช่วยขับขี่ ทางด่วนเส้นชัดทำดี แต่เจอพระราม 2 แล้วเริ่มตั้งคำถามกับชีวิต

บนทางด่วนที่เส้นเลนชัด ระบบช่วยขับขี่ของ NEVO Q05 ทำงานได้ดี รถเกาะเลนได้ค่อนข้างมั่นใจ ดูฉลาด ดูมีอนาคต และเหมือนพร้อมจะรับตำแหน่งคนขับแทนเราในวันหนึ่ง แต่พอลงพระราม 2 ที่เส้นเลนบางช่วงขาด ๆ หาย ๆ เหมือนคนตีเส้นกำลังคิดเรื่องอื่นอยู่ ระบบก็เริ่มงงทันที รถคงคิดในใจว่า “ตกลงจะให้ไปเลนไหนครับพี่?”

ระบบ IACC ในจังหวะที่เส้นทางชัดเจนถือว่าทำงานได้ดี จำเส้นได้โอเค แต่ความนุ่มนวลยังไม่ใช่จุดเด่นนัก บางช่วงมีอาการเร่งเอง พุ่งเอง หรือจังหวะชะลอที่ทำให้คนขับเริ่มหลอนตามรถไปด้วย

อีกจุดที่น่ากังวลคือ เวลาระบบขับเอง ดูเหมือนจะไม่มีเสียงเตือนที่ชัดเจนมากพอในบางจังหวะ การปล่อยมือจากพวงมาลัยอาจมีระบบเตือนให้จับ แต่โดยรวมยังไม่ใช่ระบบที่ควรเปิดแล้วปล่อยใจเต็มร้อย

สรุปคือ เปิดเล่น ๆ ได้ ใช้ช่วยลดความเหนื่อยได้ในทางที่เหมาะสม แต่ยังไม่ควรจริงจังกับมันเกินไป โดยเฉพาะบนพระราม 2

เพราะพระราม 2 ไม่ได้ทดสอบแค่รถ
แต่มันทดสอบสติคนด้วย

เสียงลมเริ่มมาเมื่อเกิน 100 กม./ชม. แต่รถมีวิธีบอกให้เราไม่ต้องสนใจ

เมื่อความเร็วเกิน 100 กม./ชม. เสียงลมเริ่มเข้ามาชัดพอสมควร ไม่ถึงขั้นดังจนต้องหยุดคุยกับคนข้าง ๆ แต่ก็รับรู้ได้ว่ารถไม่ได้เงียบแบบตัดโลกภายนอกออกทั้งหมด

ข้อดีคือรถมีระบบปรับระดับเสียงเพลงตามความเร็ว ลมดังขึ้น เพลงก็ดังตาม ฟังดูเหมือนรถกำลังพูดกับเราว่า

“ไม่ต้องสนใจเสียงลมหรอก ฟังเพลงไปก่อน”

เป็นระบบเล็ก ๆ ที่ช่วยให้การเดินทางไกลรู้สึกสบายขึ้นกว่าที่คิด

ช่องแอร์ใกล้มือไปนิด ขับนาน ๆ เหมือนจับพวงมาลัยในตู้ไอติม

จุดที่อยากบ่นแบบขำ ๆ คือช่องแอร์ฝั่งคนขับอยู่ใกล้มือมากไปหน่อย ขับไปสักพักมือเย็นเหมือนกำลังจับพวงมาลัยในตู้แช่ไอติม จะลดแอร์ก็ร้อน จะปรับทิศทางลมก็ยังโดนอยู่ดี เหมือนทีมออกแบบอยากให้มือคนขับ “เย็นไว้ก่อน” เวลารถติด แต่ก็ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะ YARIS CROSS ก็มีอารมณ์ประมาณนี้เหมือนกัน สงสัยวงการรถยนต์กำลังเห็นตรงกันว่า มือคนขับต้องเย็น ส่วนใจค่อยว่ากันอีกทีตอนรถติด

จอกลางแอบต่ำ แผนที่ไม่ขึ้นหน้าปัด ต้องก้มดูนิดหนึ่ง

จอกลางของ NEVO Q05 อยู่ในตำแหน่งที่แอบต่ำไปนิด เวลามองแผนที่ต้องก้มสายตามากกว่าที่คิด โดยเฉพาะคนที่ใช้ Google Maps เป็นหลักอาจรู้สึกว่าต้องละสายตาจากถนนนานขึ้นเล็กน้อย ส่วนแผนที่ก็ไม่ได้ขึ้นบนหน้าปัด เพราะรถไม่มี Navigation ในตัว ทำให้ต้องพึ่ง Google Maps เป็นหลัก หรือจริง ๆ อาจตั้งค่าได้ แต่ผมหาไม่เจอเองก็ไม่แน่ใจ ตอนนี้รถอาจฉลาดกว่าผมไปแล้วหนึ่งเรื่อง

ระบบเสียงดี แต่ยังไม่สุดขนาดนั้น

ระบบเสียงทำออกมาได้นุ่มดี แต่จังหวะดนตรี มันยังเก็บไม่หมด แม้จะมีลำโพง 8 ตำแหน่ง ความชัดเจนของเครื่องยนต์ตรียังไม่ละเอียด แต่ก็พอฟัง จังหวะเบสแน่นกว่ารถเกรดเดียวกัน แต่ไม่ถึงต้อง โอ้วดีจังเลย รวมๆ ระบบเสียงใช้ได้ดี มีมิตินิดหน่อย ไม่ได้แย่กว่าที่คิด

เบาะหลังโปร่ง พื้นที่ท้ายเยอะ เหมาะกับบ้านที่มีผู้ใหญ่หรือของเยอะ

ถ้ามองเรื่องการใช้งานจริง เบาะหลังของ NEVO Q05 ให้ความรู้สึกโปร่งและมีพื้นที่มากกว่าที่คิด ไม่ได้ต่างจากคู่แข่งแบบคนละคลาส แต่คนตัวสูง หรือบ้านที่มีผู้ใหญ่นั่งหลังบ่อย ๆ น่าจะยิ้มให้ Q05 ได้มากขึ้นนิดหนึ่ง

พื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายก็ถือว่าเยอะ ใช้เดินทางต่างจังหวัดได้สบาย จะใส่กระเป๋าเดินทาง ของใช้ หรือของฝากกลับบ้านก็ยังเหลือพื้นที่ให้คิดว่า “เอาอีกใบก็ได้มั้ง”

กล้อง 360 องศา มีให้ใช้จริง แต่ภาพยังไม่ถึงกับคมกริบ

จุดที่น่าสนใจคือรุ่นนี้มีระบบบันทึกภาพและวิดีโอรอบคัน รวมถึงสามารถดูภาพ 360 องศาได้แม้รถกำลังเคลื่อนที่

ฟังก์ชันมีให้ถือว่าดี และช่วยเรื่องการมองรอบรถได้พอสมควร แต่คุณภาพภาพไม่ได้คมชัดระดับที่ดูแล้วร้องว้าว เรียกว่าพอดูได้ ใช้งานได้ เห็นสิ่งรอบตัวได้ แต่ไม่ใช่ภาพที่จะเอาไปเปิดดูแล้วคิดว่าเป็นกล้องวงจรปิดระดับหนังสืบสวน

ระบบหน้าจอโดยรวมใช้งานง่าย แต่ยังไม่ได้ลื่นหรือสะดวกแบบไร้ที่ติ มีอาการเบลอหรือหน่วงระหว่างการสลับ Apple CarPlay และ Android Auto อยู่บ้าง ซึ่งไม่ถึงกับใช้งานไม่ได้ แต่ก็ยังมีพื้นที่ให้ปรับปรุง

สรุป NEVO Q05 Ultra: รถที่มีของ ใช้งานจริงได้ แต่ระบบช่วยขับยังต้องใช้สติคนขับช่วยเยอะ

NEVO Q05 Ultra เป็น SUV ไฟฟ้าที่มีบุคลิกค่อนข้างชัด หน้าตาดูเรียบ เท่ และทันสมัย ขับง่าย คันเร่งดี มีแรงพอใช้ ช่วงล่างกระชับกว่ารถครอบครัวทั่วไป แต่ยังไม่แข็งจนทำให้การเดินทางไกลกลายเป็นภารกิจพิสูจน์หลัง

ห้องโดยสารด้านหลังโปร่ง พื้นที่ท้ายเยอะ เหมาะกับการใช้งานจริง และฟังก์ชันอย่างกล้อง 360 องศา รวมถึงระบบบันทึกภาพรอบคันก็ถือว่าเป็นของที่มีประโยชน์

ส่วนระบบช่วยขับขี่ ใช้ได้ดีบนถนนที่เส้นชัด แต่เมื่อเจอสภาพถนนที่เส้นเลนไม่เป็นใจ โดยเฉพาะพระราม 2 ก็ควรปิดแล้วขับเองจะสบายใจกว่า

เพราะสุดท้ายแล้ว ต่อให้รถฉลาดแค่ไหน ถ้าเจอเส้นทางที่ตีเส้นเหมือนเล่นซ่อนหา คนขับก็ยังต้องเป็นคนที่ “ตื่นอยู่” มากที่สุดครับ

 

 

NEVO Q05 เทสวิ่งจริง ลำลูกกา–หัวหิน รีเจนปิด เดินทางไกลดูจะคุ้มกว่า?

รอบนี้ลองใช้งานจริงกับ NEVO Q05 วิ่งเส้นทางลำลูกกา–หัวหิน ด้วยความเร็วเฉลี่ยประมาณ 80–100 กม./ชม. เปิดแอร์ ขับใช้งานปกติ ไม่ได้ขับแบบประคองคันเร่งเพื่อทำตัวเลขสวย ๆ และไม่ได้มีทีมงานคอยเข็นท้ายรถแต่อย่างใด

ผลที่ได้ถือว่าน่าสนใจ เพราะตัวเลขการใช้พลังงานทั้งขาไปและขากลับอยู่ในระดับที่สามารถนำไปใช้อ้างอิงกับการเดินทางต่างจังหวัดได้จริงพอสมควร

ขาไป ลำลูกกา–หัวหิน: ปิดรีเจน

ขาไปวิ่งระยะทางทั้งหมด 231 กม. ใช้แบตเตอรี่ไป 61% หรือคิดเฉลี่ยแบตเตอรี่ 1% วิ่งได้ประมาณ 3.78 กม.

  • ระยะทาง: 231 กม.
  • ใช้แบตเตอรี่: 61%
  • แบตเตอรี่ 1% วิ่งได้: 3.78 กม.
  • คาดการณ์แบตเตอรี่ 100%: ประมาณ 370–380 กม./ชาร์จ
  • โหมดรีเจน: ปิด

ตัวเลขนี้มาจากการใช้งานจริงบนเส้นทางเดินทางไกล ไม่ใช่การวิ่งในเมืองแบบความเร็วต่ำ ๆ ที่ตัวเลขระยะทางอาจดูหล่อเกินชีวิตจริง ดังนั้นถ้าวิ่งด้วยจังหวะประมาณนี้ แบตเตอรี่เต็ม 100% ก็มีโอกาสทำระยะได้ราว 370–380 กม./ชาร์จ

ขากลับ: เปิดรีเจน

ขากลับวิ่งระยะทาง 140 กม. ใช้แบตเตอรี่ไป 39% คิดเป็นแบตเตอรี่ 1% วิ่งได้ประมาณ 3.58 กม.

  • ระยะทาง: 140 กม.
  • ใช้แบตเตอรี่: 39%
  • แบตเตอรี่ 1% วิ่งได้: 3.58 กม.
  • คาดการณ์แบตเตอรี่ 100%: ประมาณ 358–370 กม./ชาร์จ
  • โหมดรีเจน: เปิด

เมื่อดูจากตัวเลขรอบนี้ การปิดรีเจนในขาไปทำระยะได้ดีกว่าเล็กน้อย แม้จะยังสรุปไม่ได้แบบฟันธงว่า “ปิดรีเจนประหยัดกว่าเสมอ” เพราะสภาพจราจร ลม อุณหภูมิ เส้นทาง ความเร็วจริง และรูปแบบการใช้คันเร่งในแต่ละช่วง ล้วนส่งผลต่อการกินไฟทั้งนั้น

แต่สำหรับรอบนี้อย่างน้อยก็พอเห็นภาพว่า การเดินทางไกลด้วยความเร็วคงที่ระดับ 80–100 กม./ชม. รีเจนไม่ได้ช่วยให้ตัวเลขดีขึ้นอย่างชัดเจน และการปิดรีเจนอาจทำให้รถไหลต่อเนื่อง ลื่นกว่า เหมาะกับทางยาวมากกว่า

สรุประยะวิ่งจริง NEVO Q05

จากการใช้งานรอบนี้ NEVO Q05 ทำระยะวิ่งทางไกลได้ประมาณ 360–380 กม./ชาร์จ ที่ความเร็วเฉลี่ยราว 80–100 กม./ชม. ถือว่าเพียงพอสำหรับเดินทางต่างจังหวัดแบบไม่ต้องคอยลุ้นแบตทุกครั้งที่ตัวเลขลดลง

พูดง่าย ๆ คือ ลำลูกกา–หัวหิน ระยะประมาณ 231 กม. วิ่งได้สบาย และยังมีแบตเตอรี่เหลือให้เผื่อจราจร เผื่อแวะ หรือเผื่อหลงทางตอนหาทางเข้าร้านกาแฟได้พอสมควร

ทดสอบชาร์จจริงกับตู้ SPARK 360 kW

รอบนี้แวะชาร์จที่ตู้ SPARK 360 kW ตอนแรกมีรถชาร์จอยู่พร้อมกันถึง 3 คัน เห็นแล้วก็คิดในใจว่างานนี้คงได้กำลังชาร์จแบบแบ่งกันคนละคำแน่นอน

แต่ไม่ถึง 3 นาที รถคันอื่นออกหมด เหลือ NEVO Q05 ยืนเฝ้าตู้ 360 kW แบบตัวต่อตัว

สเปกรถระบุว่ารับไฟ DC ได้สูงสุด 162 kW แต่ในการใช้งานจริงรอบนี้ ตัวเลขที่เห็นขึ้นไปแตะประมาณ 152 kW ในช่วงต้น ก่อนกำลังชาร์จจะค่อย ๆ ลดลงตามระดับแบตเตอรี่

  • ชาร์จจาก 6–80%
  • ใช้เวลา 25 นาที
  • กำลังชาร์จสูงสุดที่พบ: ประมาณ 152 kW
  • ช่วงใกล้ 80% เหลือประมาณ 50 kW

ช่วงต้นมาแรงเหมือนเพิ่งเงินเดือนออก แต่พอแบตเตอรี่เริ่มสูงขึ้น กำลังชาร์จก็ค่อย ๆ เข้าสู่โหมดใช้ชีวิตแบบพอเพียง ลดลงตามปกติของการชาร์จ DC

อย่างไรก็ตาม ชาร์จจาก 6–80% ได้ใน 25 นาที ถือว่าอยู่ในระดับใช้งานจริงได้ดี แวะเข้าห้องน้ำ ซื้อกาแฟ หาอะไรกินนิดหน่อย กลับมารถก็เกือบพร้อมออกเดินทางต่อแล้ว

สรุปแบบใช้งานจริง

NEVO Q05 สำหรับการเดินทางต่างจังหวัด ถือว่าทำได้ดีในเรื่องระยะทางและเวลาชาร์จ

  • วิ่งจริงได้ราว 360–380 กม./ชาร์จ
  • เหมาะกับความเร็วเดินทางประมาณ 80–100 กม./ชม.
  • ชาร์จ DC จาก 6–80% ใช้เวลาประมาณ 25 นาที
  • กำลังชาร์จจริงแตะได้ประมาณ 152 kW

ตู้ 360 kW อาจไม่ได้ปล่อยไฟเต็มตามตัวเลขหน้าตู้ และ NEVO Q05 ก็ไม่ได้ขึ้นถึง 162 kW ตามสเปกที่ระบุไว้ในรอบนี้ แต่กำลังชาร์จระดับ 152 kW แม้จะมาเพียงช่วงสั้น ๆ ก็ถือว่าเพียงพอสำหรับการเดินทางจริง

สรุปคือ ถ้าขับทางไกลแบบใช้งานปกติ NEVO Q05 ไปต่างจังหวัดได้สบาย ชาร์จไม่นานเกินรอ และอย่างน้อยจากรอบนี้ รีเจนปิดดูเหมือนจะให้ระยะทางดีกว่านิดหน่อย

NEVO Q05 ULTRA — FULL SPEC

ขนาดตัวรถ

  • ยาว 4,435 มม. / กว้าง 1,855 มม. / สูง 1,600 มม.
  • ฐานล้อ 2,735 มม.
  • ระยะต่ำสุดจากพื้น 170 มม.
  • รัศมีวงเลี้ยว 5.3 เมตร
  • พื้นที่เก็บสัมภาระ 450 ลิตร และขยายได้สูงสุด 1,380 ลิตร
  • ที่เก็บของใต้พื้นห้องเก็บสัมภาระ 90 ลิตร
  • ล้ออัลลอย 18 นิ้ว พร้อมยาง 225/55 R18
  • 5 ที่นั่ง

มอเตอร์ แบตเตอรี่ และสมรรถนะ

Advertisement Advertisement
  • ขับเคลื่อนล้อหน้า FWD
  • มอเตอร์ Permanent Magnet Synchronous Motor
  • กำลังสูงสุด 120 kW หรือ 163 PS
  • แรงบิดสูงสุด 190 นิวตันเมตร
  • แบตเตอรี่ LFP ขนาด 51.9 kWh
  • ระยะทางวิ่งสูงสุด 462 กม. ตามมาตรฐาน NEDC
  • 0–100 กม./ชม. ใน 8.2 วินาที
  • ความเร็วสูงสุด 160 กม./ชม.
  • ระบบรีเจนเบรกคืนพลังงาน

การชาร์จ

  • AC สูงสุด 6.6 kW
  • DC สูงสุด 162 kW
  • ชาร์จ DC 30–80% เคลม 15 นาที
  • รองรับ V2L จ่ายไฟออกนอกรถ

ช่วงล่างและเบรก

  • ช่วงล่างหน้า MacPherson Strut
  • ช่วงล่างหลัง Torsion Beam
  • ดิสก์เบรกหน้าแบบมีช่องระบายความร้อน
  • ดิสก์เบรกหลังแบบดิสก์
  • พวงมาลัยไฟฟ้า EPS

ภายนอก Ultra

  • LED DRL แบบ Through Light
  • ไฟหน้า LED เปิด-ปิดอัตโนมัติ พร้อมปรับระดับไฟหน้า
  • Follow Me Home
  • ไฟท้าย LED แบบ Through Light
  • หลังคากระจกพาโนรามา พร้อมม่านไฟฟ้า
  • ฝาท้ายไฟฟ้าพร้อมระบบกันหนีบ
  • กระจกมองข้างพับไฟฟ้า และพับอัตโนมัติเมื่อล็อกรถ
  • ระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ
  • สปอยเลอร์หลังพร้อมไฟเบรกดวงที่สาม

ภายในและความสะดวกสบาย

  • เบาะหนังสังเคราะห์เจาะรูระบายอากาศ
  • เบาะคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง พร้อม Easy Entry & Exit
  • เบาะผู้โดยสารหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง
  • ระบบระบายความร้อนเบาะคู่หน้า
  • เบาะหลังพับ 60:40 และปรับเอนได้ 2 ระดับ
  • Ambient Light 256 สี
  • จอเรือนไมล์ LCD 10.17 นิ้ว
  • จอกลางสัมผัส 14.6 นิ้ว
  • ลำโพง 8 ตำแหน่ง
  • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ 2 โซน พร้อมช่องแอร์หลังและกรอง PM2.5
  • ชาร์จมือถือไร้สาย 50W
  • USB-A 2 จุด / USB-C 1 จุด / ช่องจ่ายไฟ 12V
  • Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย
  • ระบบสั่งงานด้วยเสียงภาษาไทยและอังกฤษ
  • Smart Key, ควบคุมรถผ่านแอป และ OTA

ระบบช่วยขับขี่ Ultra

  • IACC ควบคุมความเร็วแปรผันแบบผสมผสาน
  • TJA ช่วยขับในสภาพจราจรหนาแน่น
  • LCC ช่วยประคองรถให้อยู่กลางเลน
  • LDC ช่วยหลบสิ่งกีดขวางด้านข้าง
  • FCW เตือนการชนด้านหน้า
  • AEB เบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ
  • LDW / LKA / ELK ระบบเตือนและช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน
  • RCW เตือนรถเสี่ยงชนจากด้านหลัง
  • BSD เตือนมุมอับสายตา
  • RCTA / RCTB เตือนและช่วยเบรกเมื่อมีรถตัดผ่านขณะถอย
  • LCA เตือนเปลี่ยนเลน
  • SEW เตือนรถขณะเปิดประตู
  • HMA ไฟสูงอัตโนมัติ
  • SDW เตือนระยะห่างรถคันหน้า
  • FVDW เตือนรถคันหน้าออกตัว

ความปลอดภัย

  • ถุงลมคู่หน้า, ถุงลมด้านข้างคู่หน้า และม่านถุงลม
  • กล้อง 360 องศาแบบ 3 มิติ พร้อมภาพตัวรถโปร่งแสง
  • DVR บันทึกภาพรอบคัน 360 องศา
  • ABS / EBD / BA / ESP / TCS
  • HHC, HDC และ ROM
  • AVAS เสียงเตือนคนภายนอกเมื่อใช้ความเร็วต่ำ
  • เข็มขัดนิรภัย 3 จุดคู่หน้า
  • เบรกมือไฟฟ้า พร้อม Auto Hold
  • เซ็นเซอร์กะระยะหลัง 3 จุด
  • TPMS, ISOFIX และชุดอุดรอยรั่วฉุกเฉิน

สีตัวถัง Ultra มี 5 สี: ขาว Moonlight White, เงิน Mercury Silver, ดำ Deep Space Black, เทา Starlight Grey และชมพู Aurora Pink โดยภายในเป็นสีดำ

Advertisement Advertisement

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้ได้