car250.com เว็บไซต์ของคนรักรถ ข่าวรถใหม่

วันพุธที่ 1 กุมภาพันธ์ 2023
News ข่าวรถยนต์รถใหม่

ทดสอบวิ่ง All-NEW NISSAN Sylphy e-POWER ก่อนเปิดตัว มีนาคมในจีน

Advertisement

Advertisement

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ในประเทศจีน ได้มีการทดสอบวิ่งล่าสุดของ NISSAN Sylphy e-POWER ใหม่ บนตัวถังทูโทน Ice Rock Sapphire Black/Skyline Red Obsidian Black

NISSAN Sylphy ในประเทศจีน มีการแออกแบบด้านหน้าใหม่คล้ายๆ NISSAN ALTIMA / TEANA ที่พึ่งเปิดตัว คาดว่าราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 120,000 หยวน หรือประมาณ 593,000 บาท ก่อนเปิดตัวในประเทศจีนช่วงเดือนมีนาคม 2023

ก่อนหน้านี้ได้มีการเผยแพร่ภาพโดย กระทรวงอุสาหกรรม และ เทคโนโลยีสารสนเทศ ประเทศจีน MIIT เบื้องต้นมีการออกแบบใหม่บนพื้นฐานโฉมปัจจุบัน ที่เน้นความสปอร์ตมากกว่า ต่อยอดความสำเร็จของซีดานยอดขายดีในประเทศจีน การออกแบบกระจังหน้าใหม่หรูหรามากกว่า แต่ยังคงเอกลักษณ์ V-Motion พร้อมโลโก้ NISSAN สีดำแบบใหม่

ขนาดตัวถัง

  • ยาว 4652 มม.
  • กว้าง 1815 มม.
  • สูง 1450 มม.
  • ระยะฐานล้อ 2712 มม.

เครื่องยนต์เบนซิน 1.2 ลิตร ติดตั้งระบบไฮบริด e-POWER เจนเนอเรชั่นที่สอง ให้กำลัง 72 แรงม้า หากรวมเครื่องยนต์ และ มอเตอร์ไฟฟ้า ได้กำลังรวม 136 แรงม้า แรงบิด 300 นิวตัน-เมตร อัตราความประหยัดน้ำมัน 25.6 กม./ลิตร

NISSAN Sylphy ได้รับความนิยมในตำแหน่งรถนั่งในจีน โดยมียอดขายในปี 2018 รวม 481,216 คัน ในปี 2019 รวม 470,707 คัน ปี 2022 รวม 542,725 คัน และในปี 2021 รวม 500,160 คัน  

 

 

 

       

 

NISSAN Sylphy ปัจจุบัน

Dongfeng Nissan Sylphy e-POWER มีจำหน่ายในประเทศจีน 4 รุ่นย่อย ราคา 138,900 – 174,900 หยวน หรือประมาณ 730,000 – 919,000 บาท

รูปลักษณ์การออกแบบไม่ได้แตกต่างจากรูปทรงปัจจุบัน กระจังหน้า V-Motion ล้ออัลลอย 5 ก้านคู่ ด้านท้ายมาพร้อมโลโก้ e-POWER

ภายในห้องโดยสารยังคงโทนสีน้ำตาล-ดำ เบาะหนังกลับ แต่ปรับเปลี่ยนหน้าจอสัมสผัสส่วนกลางใหม่ คันเกียร์อิเล็กทรอนิกส์ออกแบบใหม่ ช่องแอร์ปรับเปลี่ยนใหม่

e-POWER ที่ Dongfeng Nissan เปิดตัวในซีดาน Sylphy เป็นผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีเจนที่ 2 ทำให้น้ำหนักเบา มีปริมาณอินเวอร์เตอร์ลดลง 40% และน้ำหนักลดลง 33% แรงบิดของมอเตอร์เพิ่มขึ้น 10% นอกจากนี้ประสิทธิภาพการระบายความร้อนของเครื่องยนต์ e-POWER สูงถึง 50% ทำให้ประหยัดน้ำมัน

เครื่องยนต์ 1.2 ลิตร ผสานมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลัง 72 แรงม้า หากรวมเครื่องยนต์ และ มอเตอร์ไฟฟ้า ได้กำลังรวม 136 แรงม้า อัตราความประหยัดน้ำมัน 25.6 กม./ลิตร

ขนาดตัวถัง

  • ยาว 4649 มม.
  • กว้าง 1815 มม.
  • สูง 1445 มม.
  • ฐานล้อ 2712 มม.

กล่าวได้ว่าเทคโนโลยี e-POWER ของ Nissan จะช่วยให้ Nissan Motor เปิดบทใหม่ของระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าในตลาดจีน ตามแผนภายในปี 2568 จะมีรถยนต์ 6 รุ่นที่ติดตั้งเทคโนโลยี e-POWER ของ Nissan ในตลาดจีน

ขุมพลัง อี-พาวเวอร์ (e-POWER) เป็นการประยุกต์จากแนวคิดของเทคโนโลยีขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าที่มีอยู่ในนิสสัน ลีฟ (Nissan LEAF) ที่ประสบความสำเร็จในด้านยอดขายและได้รับการยอมรับจากผู้ใช้งานมาแล้วทั่วโลก โดยในระบบใหม่นี้มีการติดตั้งเครื่องยนต์สันดาปภายในขนาดเล็กเพิ่มเติมเพื่อทำหน้าที่เป็นเครื่องปั่นไฟฟ้าพลังงานสูง เพื่อสร้างกระแสไฟฟ้าชาร์จเข้ามาเก็บในแบตเตอรี ลดการพึ่งพาพลังงานไฟฟ้าจากภายนอก แต่ยังให้พลังงานไฟฟ้าในขนาดใกล้เคียงกัน

ระบบความปลอดภัย Intelligent Mobility

  • ระบบเบรกป้องกันล้อล็อค ABS
  • ระบบกระจายแรงเบรก EBD
  • ระบบเสริมแรงเบรก BA
  • ระบบควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ VDC
  • ระบบช่วยลดความเร็วอัตโนมัติในขณะถอนคันเร่ง หรือ เข้าโค้ง AEB
  • ระบบช่วยลดอาการโยนตัวบนทางขรุขระ Intelligent Ride Control
  • ระบบช่วยควบคุมเสถียรภาพขณะเข้าโค้ง Intelligent Trace Control
  • ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน Hill Start Assist
  • ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน Hill Descent Control
  • ระบบช่วยเบรกฉุกเฉิน Intelligent Emergency Brake
  • ระบบช่วยเตือนก่อนการชนด้านหน้า Forward Collision Warning
  • ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง 360 องศา Around View Monitor
  • ระบบตรวจจับ และ ส่งสัญญาณเตือนวัตถุรอบคัน MOD
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน Intelligent Cruise Control (Adaptive)
  • ระบบช่วยปรับไฟสูงอัตโนมัติ High Beam Assist
  • ระบบเตือนเมื่อมีวัตถุตัดผ่านขณะถอยรถ Cross Traffic Alert
  • ระบบเตือนเมื่อรถออกนอกช่องทาง Lane Departure Warning
  • ระบบเตือนจุดอับสายตา Blind Spot Warning

ประโยชน์ของ อี-พาวเวอร์ (e-POWER)

ขุมพลังแบบ อี-พาวเวอร์ (e-POWER) ให้แรงบิดมหาศาลในทันทีและคงที่ตลอดเวลาทำให้มีอัตราเร่งที่รวดเร็วแต่นุ่มนวล นอกจากนี้ยังมีความเงียบในระหว่างการขับเคลื่อนเช่นเดียวกับนิสสัน ลีฟที่เป็นรถยนต์ไฟฟ้า 100% โดยในระบบ อี-พาวเวอร์ เครื่องยนต์สันดาปภายในจะไม่ได้ทำหน้าที่ขับเคลื่อนตัวรถ จึงทำให้มีอัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงต่ำกว่าเมื่อเทียบกับเครื่องยนต์ในรถยนต์ไฮบริดทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้งานในเมือง ซึ่งเทคโนโลยีสุดล้ำนี้ยังให้ผู้ขับขี่ได้รับประโยชน์เฉกเช่นเดียวกับรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี (Battery Electric Vehicle – BEV) แต่สามารถลดความวิตกกังวลเมื่อต้องหาสถานีชาร์จไฟฟ้าได้อีกด้วย  

 

Advertisement

Advertisement

News ข่าวรถยนต์รถใหม่ ล่าสุด

อัพเดทล่าสุด