ลุ้นราคาไทย 7xx,xxx บาท NIO Firefly EV ใหม่ วิ่งได้กว่า 400 กม./ชาร์จ NEDC

ลุ้นราคาไทย 7xx,xxx บาท NIO Firefly EV ใหม่ วิ่งได้กว่า 400 กม./ชาร์จ NEDC
Spread the love
Advertisement Advertisement

 

NIO firefly

Nio Firefly EV พวงมาลัยขวา (RHD) เปิดตัวประเทศไทย 5 มีนาคม 2026 ส่วนราคาจะเปิดตัว MOTOR SHOW 2026 : คาดราคาจำหน่าย 7 แสนบาทโดยประมาณ

ข้อมูลจำเพาะ รายละเอียด
ประเภทตัวถัง Hatchback 5 ประตู
ขุมพลัง มอเตอร์ไฟฟ้า 1 ตัว ขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD)
พละกำลัง 143 แรงม้า / แรงบิด 200 นิวตันเมตร
แบตเตอรี่ Lithium-ion (LFP) 42.1 kWh
ระยะทางวิ่ง 400 km. (มาตรฐาน NEDC)
อัตราเร่ง 0-100 km/h 8.1 วินาที (Top Speed 150 km/h)
การชาร์จ AC 7 kW / DC 100 kW (10-80% ใน 30 นาที)
ฟังก์ชั่นพิเศษ สลับแบตเตอรี่ (SWAP Battery) และจ่ายไฟ V2L (3.68 kW)
ราคาคาดการณ์ ประมาณ 700,000 บาท

สัดส่วนตัวรถ

  • ความยาว: 4,003 มิลลิเมตร

  • ความกว้าง: 1,781 มิลลิเมตร

  • ความสูง: 1,557 มิลลิเมตร

  • ระยะฐานล้อ (Wheelbase): 2,615 มิลลิเมตร

  • ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน (cd): 0.287 (ช่วยให้ตัวรถลู่ลม ลดแรงต้าน และประหยัดพลังงานได้ดีครับ)

 พื้นที่เก็บสัมภาระ

  • พื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้าย: จุได้ 335 ลิตร และสามารถขยายได้สูงสุดถึง 1,253 ลิตร เมื่อพับเบาะหลังลง

  • พื้นที่เก็บสัมภาระด้านหน้า (Frunk): มีให้ 92 ลิตร เหมาะมากสำหรับเก็บกระเป๋าใบเล็กหรือสายชาร์จ

  • ที่เก็บสัมภาระใต้เบาะนั่งด้านหลัง: มีช่องเก็บของซ่อนอยู่อีก 29 ลิตร เพิ่มความเป็นระเบียบให้ห้องโดยสาร

สำหรับ ระบบช่วงล่างและการควบคุม (Suspension & Handling) ของ NIO FireFly ถือว่าให้สเปกมาเกินตัวรถในพิกัดราคา 7 แสนบาทไปพอสมควรเลยครับ โดยเฉพาะช่วงล่างด้านหลังที่จัดเต็มมาก รายละเอียดตามนี้แบบไม่ต้องใช้ตารางครับ:

แพลตฟอร์มและระบบกันสะเทือน

  • แพลตฟอร์ม: สร้างขึ้นบนสถาปัตยกรรมสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะ (EV-platform NIO FT1)

  • ช่วงล่างด้านหน้า: แมคเฟอร์สันสตรัท (McPherson Strut)

  • ช่วงล่างด้านหลัง: มัลติลิงก์ 5 จุด (5-Links Suspension) ตรงนี้ถือเป็นจุดเด่นมากๆ ครับ เพราะปกติช่วงล่างแบบ 5-Links มักจะให้มาในรถยุโรปหรือรถในเซกเมนต์ที่ใหญ่กว่า ซึ่งจะช่วยให้ตัวรถซับแรงสะเทือนได้นุ่มนวล และเกาะถนนเวลาเข้าโค้งได้นิ่งขึ้นมากครับ

ระบบเบรก ล้อ และยาง

  • ระบบเบรกด้านหน้า: ดิสก์เบรก แบบมีครีบระบายความร้อน (Ventilated Disc) ช่วยระบายความร้อนสะสมได้ดีเมื่อต้องเบรกบ่อยๆ หรือลงเขา

  • ระบบเบรกด้านหลัง: ดิสก์เบรก

  • ล้ออัลลอย: ขนาด 18 นิ้ว

  • ขนาดยาง: 215/50 R18 (ได้ล้อไซส์ใหญ่ ทำให้รถดูสปอร์ตและเต็มซุ้มล้อครับ)

steering ระบบการควบคุมตัวรถ

  • พวงมาลัย: พาวเวอร์ไฟฟ้า ช่วยให้การหักเลี้ยวในเมืองเบาแรงและคล่องตัว

  • ระบบขับขี่: รองรับการขับขี่แบบ One Pedal (ใช้คันเร่งเดียวทั้งเร่งและเบรก) ซึ่งนอกจากจะขับสบายขึ้นในรถติดแล้ว ยังช่วยดึงพลังงานจลน์กลับไปชาร์จแบตเตอรี่ได้ดีขึ้นด้วยครับ

การออกแบบภายนอกของ NIO FireFly ถูกออกแบบมาภายใต้คอนเซปต์ “Freedom to Glow” ที่เน้นความสดใส ทันสมัย และมีความพรีเมียมในตัวครับ โดยมีจุดเด่นที่น่าสนใจดังนี้ครับ:

ดีไซน์ไฟหน้า-ไฟท้าย “Trio Light Design”

นี่คือเอกลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดของรุ่นนี้เลยครับ:

  • ไฟหน้าและไฟท้าย: ใช้ดีไซน์แบบวงกลม 3 วงเรียงกัน (Trio Light) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ใหม่ของแบรนด์ ให้ความรู้สึกเหมือนตาของหิ่งห้อยตามชื่อรุ่น

  • โลโก้เรืองแสง: มีโลโก้ FireFly แบบเรืองแสง เพิ่มความโดดเด่นและดูไฮเทคเวลาขับขี่ตอนกลางคืนครับ

รูปทรงตัวถังและแอโรไดนามิก

  • สไตล์ Hatchback 5 ประตู: มาในทรงสปอร์ตพรีเมียมแบบ “Grown-up design” คือดูเป็นรถผู้ใหญ่ที่ทันสมัย ไม่ใช่แค่รถซิตี้คาร์ทั่วไป

  • ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน (cd) 0.287: ตัวรถมีความลู่ลมสูง ช่วยลดเสียงลมเข้าห้องโดยสารและช่วยให้ประหยัดแบตเตอรี่มากขึ้น

  • หลังคากระจก Panoramic Roof: เป็นหลังคาแก้วผืนใหญ่แบบกันรังสี UV และสะท้อนความร้อน ช่วยให้ห้องโดยสารดูโปร่งโล่งแต่ไม่ร้อนครับ

รายละเอียดรอบตัวถัง

  • Dynamic Loop: มีเส้นสายบริเวณเสา C (C-Pillar) ที่โค้งมนเชื่อมต่อขึ้นไปถึงหลังคา ซึ่งเป็นดีไซน์ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากรถสปอร์ต

  • มือเปิดประตูแบบซ่อน (Flush Door Handles): ช่วยให้ตัวรถดูเรียบเนียนและลดแรงต้านอากาศ

  • พื้นที่เก็บของด้านหน้า (Frunk): มีฝากระโปรงหน้าเปิดมาแล้วเจอช่องเก็บของขนาดใหญ่ถึง 92 ลิตร (ใส่กระเป๋าเดินทางขนาดเล็กได้เลยครับ)

  • ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว: มาพร้อมยางซีรีส์ 215/50 R18 ที่ช่วยให้รถดูเต็มและทรงพลังมากขึ้น

สีตัวถังภายนอก (มีให้เลือก 6 สี)

  1. สีม่วง Lavender: สีไฮไลท์ที่ดูหรูหราและอ่อนโยน

  2. สีเขียว Lime: ให้ความรู้สึกสดใส สปอร์ต และสะดุดตา

  3. สีขาว Marble: ดูสะอาดตา พรีเมียม และคลาสสิก

  4. สีน้ำตาล Sand: โทนสีธรรมชาติที่ดูอบอุ่นและทันสมัย

  5. สีเทา Graphite: สีเทาเข้มที่ให้ลุคเท่และเคร่งขรึม

  6. สีเทาดำ Lava Stone: สีโทนเข้มที่สุด ให้ความรู้สึกดุดันและทรงพลัง

ภายในห้องโดยสารของ NIO FireFly ถูกออกแบบภายใต้แนวคิด “Small But Big” ที่เน้นความกว้างขวางเกินตัวและการใช้วัสดุระดับพรีเมียมที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมครับ โดยมีจุดเด่นที่น่าสนใจดังนี้:

พื้นที่และการออกแบบ (Space & Layout)

  • หน้ากว้างและพื้นเรียบ (Flat Floor): การออกแบบพื้นห้องโดยสารให้เรียบสนิทช่วยให้คนขับและผู้โดยสารตอนหน้าสามารถขยับเปลี่ยนที่นั่งไปมาได้ง่าย (Bench Seat Concept) ซึ่งสะดวกมากเวลาต้องจอดในที่แคบแล้วต้องออกอีกฝั่งครับ

  • ทัศนวิสัยดีเยี่ยม: คอนโซลหน้าถูกออกแบบให้ต่ำลงเพื่อให้มองเห็นทางข้างหน้าได้ชัดเจน พร้อมพวงมาลัยทรงสปอร์ตแบบหัวตัดท้ายตัด (Flat-top & Flat-bottom) ที่ไม่บดบังหน้าจอมาตรวัด

    Advertisement Advertisement
  • ดีไซน์ทรงรี (Oblong Motif): มีการนำรูปทรงรีมาใช้เป็นธีมการออกแบบทั่วทั้งห้องโดยสารกว่า 33 จุด ตั้งแต่กระจกมองหลัง ก้านเปลี่ยนเกียร์ ไปจนถึงแป้นเหยียบครับ

วัสดุและความประณีต (Materials)

  • รักษ์โลกแต่หรูหรา: ใช้หนังสังเคราะห์ PU เกรดพิเศษที่นุ่มผิวและยั่งยืน ผสมผสานกับผ้าไมโครไฟเบอร์ (Microfibre) ที่ผลิตจากขวด PET รีไซเคิล

  • มาตรฐานระดับเด็กอ่อน: วัสดุซอฟต์ทัชทั้งหมดผ่านมาตรฐาน OEKO-TEX Standard 100 Class I ซึ่งปลอดภัยระดับเดียวกับผลิตภัณฑ์สำหรับทารกเลยครับ

  • สีสันภายในที่เลือกได้: มีให้เลือกถึง 4 สไตล์ ได้แก่ สีครีม (Travertine), สีเขียว-เบจ (Pine), สีแดง-เบจ (Plum) และสีดำ (Obsidian)

เทคโนโลยีและความบันเทิง (Intelligence & Entertainment)

  • หน้าจอคู่: มาพร้อมหน้าจอกลางสัมผัสขนาดใหญ่ 13.2 นิ้ว ความละเอียดสูง และมาตรวัด Full Digital ขนาด 6 นิ้วที่อ่านง่าย

  • ระบบปฎิบัติการ Aster: ทำงานลื่นไหลด้วยชิป Qualcomm 8155 รองรับ Apple CarPlay, Spotify และ Tidal ในตัว

  • ระบบเสียงระดับโรงภาพยนตร์: ติดตั้งลำโพง 14 ตำแหน่ง ให้กำลังขับ 640W พร้อมระบบเสียงรอบทิศทาง Dolby Atmos 7.1 ซึ่งถือว่าจัดเต็มที่สุดในรถระดับเดียวกันครับ

  • Digital Rear View Mirror: กระจกมองหลังเป็นจอภาพจากกล้องหลัง ช่วยให้เห็นภาพชัดเจนแม้จะมีคนนั่งเต็มเบาะหลังหรือฝนตกหนัก

ความสบายและการจัดเก็บ (Comfort & Storage)

  • เบาะนั่งเกรดพรีเมียม: เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า (คนขับ 6 ทิศทาง / ผู้โดยสาร 4 ทิศทาง) มาพร้อม ระบบนวด (Massage) และ ระบบระบายอากาศ (Ventilated) ที่หาได้ยากในรถราคานี้ครับ

  • ช่องเก็บของอเนกประสงค์: มีช่องเก็บของกระจายอยู่ทั่วรถถึง 27 จุด รวมถึงช่องเก็บของลับใต้เบาะหลังขนาด 29 ลิตร

  • บรรยากาศผ่อนคลาย: ไฟ Ambient Light 256 สี ที่สามารถปรับจังหวะตามเพลงได้ และหลังคากระจก Panoramic Roof ที่ช่วยให้รถดูโปร่งโล่งมากครับ

ระบบความปลอดภัยของ NIO FireFly ถือเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้รถคันนี้ดูพรีเมียมเกินไซส์ครับ เพราะเขาออกแบบมาเพื่อให้ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาว ทั้งจาก Euro NCAP และ C-NCAP ซึ่งเป็นมาตรฐานที่เข้มงวดระดับโลก โดยสรุปรายละเอียดที่น่าสนใจได้ดังนี้

ความแข็งแกร่งและถุงลมนิรภัย (Passive Safety)

  • โครงสร้างตัวถังแข็งแกร่ง: ตัวถังทำจากเหล็กกล้าความแข็งแรงสูง (High-strength steel) ถึง 83.4% ช่วยปกป้องห้องโดยสารจากการชนได้ดีเยี่ยม

  • ถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง: ครอบคลุมทั้งถุงลมคู่หน้า, ด้านข้าง, ม่านถุงลม และที่สำคัญคือมี ถุงลมนิรภัยระหว่างเบาะคู่หน้า (Front Center Airbag) เพื่อป้องกันไม่ให้คนขับและผู้โดยสารกระแทกกันเองเวลาเกิดการชนด้านข้างครับ

ระบบเซนเซอร์อัจฉริยะ (Hardware)

FireFly ใช้ชิปประมวลผล Qualcomm 8155 ทำงานร่วมกับ “ดวงตา” รอบคันเพื่อเฝ้าระวังภัย:

  • กล้องความละเอียดสูง 6 ตัว: รอบคัน (8MP x 1 และ 2MP x 5)

  • เรดาร์: มีเรดาร์แบบ Millimeter-Wave 1 ตัว และเซนเซอร์ Ultrasonic ถึง 12 ตัว รอบรถ

  • กล้องพิเศษ: กล้องตรวจสอบความปลอดภัยผู้ขับขี่ (2MP) และกล้องมองหลัง (1.3MP)

ระบบช่วยเหลือการขับขี่ระดับ 2 (Active Safety – ADAS)

รถรุ่นนี้มาพร้อมระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ Semi-Autonomous Level 2 ที่ช่วยให้การขับขี่ปลอดภัยและสบายขึ้น:

  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (ACC Stop & Go): ช่วยรักษาความเร็วและระยะห่างจากรถคันหน้าจนถึงจุดหยุดนิ่ง

  • ระบบช่วยเปลี่ยนเลนอัตโนมัติ (Active Lane Change): เพียงแค่เปิดไฟเลี้ยว ระบบจะช่วยหาจังหวะเปลี่ยนเลนให้เองครับ

  • ระบบควบคุมรถให้อยู่ในเลน (LCC / LKA / LDW): ทั้งเตือนและช่วยประคองพวงมาลัยไม่ให้รถออกนอกเลนโดยไม่ตั้งใจ

  • ระบบป้องกันการเปิดประตู (DOW): เตือนเมื่อมีรถหรือจักรยานวิ่งมาจากด้านหลังขณะที่เรากำลังจะเปิดประตูรถ

ระบบเบรกและป้องกันก่อนเกิดอุบัติเหตุ

  • ระบบเบรกอัตโนมัติ (AEB): ทำงานทั้งด้านหน้า (F-AEB) และด้านหลัง (R-AEB) รวมถึงระบบเตือนการชน (FCW / RCW)

  • ระบบเบรกฉุกเฉิน (EAS): ช่วยหยุดรถทันทีหากระบบตรวจพบความเสี่ยงสูง

  • ระบบความปลอดภัยพื้นฐานครบครัน: ทั้ง ABS, EBD, BA, ระบบควบคุมการทรงตัว (ESC) และระบบป้องกันการลื่นไถล (TCS)

ระบบจอดรถและฟีเจอร์อัจฉริยะ

  • Advanced Parking Assist: ระบบจอดรถอัตโนมัติที่ทำได้ทั้งการจอดเข้าซองและจอดขนาน

  • PSAP (Power Swap Autonomous Parking): ระบบถอยจอดอัตโนมัติเพื่อเข้าสถานีสลับแบตเตอรี่ (Battery Swap) โดยเฉพาะ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเฉพาะตัวของ NIO ครับ

 

เปิดขายจีน 575,000 บาท NIO firefly EV 420 กม./ชาร์จ CLTC

Advertisement Advertisement

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้ได้