เริ่มผลิตอย่างเป็นทางการ NEW NISSAN VERSA/ALMERA ออกแบบใหม่ อาจมาพร้อมขุมพลังไฮบริด

Nissan Versa ครองแชมป์ยอดขายในเม็กซิโก ผลิตสะสมทะลุ 1 ล้านคัน
โรงงาน A1 Aguascalientes ผลิตรถครบ 8 ล้านคันเป็นประวัติการณ์
วันที่ 23 กุมพาพันธ์ 2026 AGUASCALIENTES, เม็กซิโก – Nissan Mexicana ประกาศเริ่มสายการผลิต Nissan Versa รุ่นใหม่ ปี 2026 อย่างเป็นทางการ ซีดานรุ่นนี้ได้รับการพัฒนาในด้านดีไซน์ เทคโนโลยี และความปลอดภัย ตอกย้ำความมุ่งมั่นของบริษัทต่อการผลิตในประเทศเม็กซิโก
การเปิดสายการผลิต Nissan Versa เจเนอเรชันที่สามในครั้งนี้ ยังถือเป็นหมุดหมายสำคัญของโรงงาน Aguascalientes A1 ซึ่งมียอดการผลิตสะสมทะลุ 8 ล้านคัน สะท้อนบทบาทสำคัญของคอมเพล็กซ์แห่งนี้ต่ออุตสาหกรรมของนิสสันในระดับโลก
นับตั้งแต่เปิดตัวในเม็กซิโกเมื่อปี 2011 Nissan Versa ได้กลายเป็นไอคอนแห่งการเดินทาง ด้วยจุดเด่นด้านนวัตกรรม ความประหยัด และความเชื่อถือได้ คุณสมบัติเหล่านี้ส่งผลให้รถรุ่นนี้ครองตำแหน่งรถยนต์ที่ขายดีที่สุดของประเทศต่อเนื่องหลายปี และมียอดจำหน่ายสะสมมากกว่า 1 ล้านคันในเม็กซิโก
“เราไม่ได้เพียงแค่เฉลิมฉลองบทใหม่ของหนึ่งในรุ่นที่เป็นสัญลักษณ์ของเราเท่านั้น แต่ยังเป็นการยืนยันถึงความแข็งแกร่ง ความสำคัญ และความมั่นคงของฐานการผลิตในเม็กซิโก การบรรลุยอดผลิต 8 ล้านคัน โดยเฉพาะผ่าน Nissan Versa คือความภาคภูมิใจ และเป็นแรงผลักดันให้เราสร้างความสำเร็จต่อไป”
— โรดริโก เซนเตโน ประธานและกรรมการผู้จัดการใหญ่ Nissan Mexicana และ INFINITI
Nissan Versa 2026 สานต่อความเป็นผู้นำในเซกเมนต์ และการผลิตรุ่นนี้สะท้อนวิสัยทัศน์ระยะยาวต่อ ตลาดเม็กซิโก โดยมีพนักงานมากกว่า 4,800 คน และซัพพลายเออร์ชาวเม็กซิกัน 104 ราย มีส่วนร่วมในกระบวนการผลิต
โรงงาน Aguascalientes A1: บ้านของรถยนต์ยอดนิยมชาวเม็กซิกัน
Nissan Versa รุ่นใหม่ ซึ่งผลิตในเม็กซิโกอย่างภาคภูมิใจ สืบทอดความสำเร็จของรุ่นก่อนหน้า พร้อมผสานเข้ากับระบบนิเวศอุตสาหกรรมที่มีความพร้อมและได้มาตรฐานระดับโลก
โรงงาน Aguascalientes A1 มีประวัติยาวนาน 33 ปี โดดเด่นด้านความรวดเร็วในการผลิต อันเป็นผลจากระบบอัตโนมัติระดับสูงและการบริหารจัดการที่เน้นประสิทธิภาพ
ตัวเลขสะท้อนศักยภาพของโรงงาน ได้แก่
-
กำลังการผลิตเฉลี่ย 272,000 คันต่อปี
-
ผลิตรถยนต์สำเร็จรูป 1 คันทุก ๆ 46 วินาที (รวมกำลังการผลิตของ A1 และ A2)
-
กระบวนการครอบคลุมตั้งแต่การปั๊มขึ้นรูปชิ้นส่วนตัวถังไปจนถึงการประกอบขั้นสุดท้าย
ระบบนิเวศอุตสาหกรรมในรัฐยังเสริมด้วยโรงงาน Powertrain ที่เชี่ยวชาญการผลิตเครื่องยนต์ มี 4 สายการผลิตหลัก กำลังผลิต 160 เครื่องยนต์ต่อชั่วโมง หรือ 1 เครื่องยนต์ทุก 23.5 วินาที คิดเป็นประมาณ 14,000 เครื่องต่อวัน
ตลอดระยะเวลา 43 ปีของการดำเนินงาน โรงงานแห่งนี้ผลิตเครื่องยนต์ไปแล้วมากกว่า 17 ล้านเครื่อง สะท้อนถึงประสบการณ์ ความแข็งแกร่งทางอุตสาหกรรม และความเป็นผู้นำที่นิสสันสร้างขึ้นในเม็กซิโก โดยมีการผลิตเป็นหัวใจหลักของขีดความสามารถในการแข่งขันและวิสัยทัศน์ระยะยาว
การเริ่มต้นผลิต Nissan Versa 2026 จึงไม่เพียงเป็นการเปิดตัวรุ่นใหม่ แต่ยังสะท้อนถึงคุณภาพและความซับซ้อนของ “สิ่งที่ผลิตในเม็กซิโก” อีกด้วย นิสสันยืนยันความมุ่งมั่นต่อการพัฒนาเทคโนโลยี คุณภาพ และอุตสาหกรรมภายในประเทศ พร้อมเดินหน้าสร้างผลิตภัณฑ์ที่แข่งขันได้มากขึ้นและตอบโจทย์ผู้บริโภคชาวเม็กซิกันอย่างแท้จริง
Nissan Versa 2027 รถซีดานไซซ์เล็กสายประหยัด ถูกจับภาพได้แบบชัด ๆ ระหว่างการถ่ายทำสื่อโปรโมตในเม็กซิโก โดยภาพหลุดชุดล่าสุดเผยให้เห็นงานออกแบบด้านหน้าที่เปลี่ยนไปมาก ทั้งไฟหน้าแบบ Split LED กระจังหน้าทรงใหม่ที่เรียวลง และกันชนหน้าที่เน้นช่องรับอากาศยาวขึ้น ขณะที่โครงสร้างตัวรถโดยรวมยังคงอิงจากรุ่นปัจจุบันที่ทำตลาดมาตั้งแต่ปี 2019 (และเคยไมเนอร์เชนจ์ในปี 2022) ส่งสัญญาณว่า Versa รุ่นถัดไปอาจเป็น “ปรับใหญ่” มากกว่า “เปลี่ยนเจนแบบยกเครื่อง”
การออกแบบภายนอก “คมขึ้น” สไตล์ใหม่: ไฟหน้าแยก + แถบดำเชื่อม
ไฮไลต์ของ Versa 2027 อยู่ที่ด้านหน้า ซึ่งถูกปรับลุคให้ทันสมัยขึ้นอย่างชัดเจน โดยมาในแนวทางเดียวกับรถญี่ปุ่นหลายรุ่นช่วงหลัง และมีโทนคล้าย Nissan Murano รุ่นใหม่ในบางมุมมอง จุดเด่นคือ ไฟหน้า LED แบบแยกส่วน พร้อมแถบตกแต่งสีดำเงาที่เชื่อมซ้าย-ขวา ทำให้หน้ารถดู “กว้าง” และ “คม” ขึ้นทันที
นอกจากนี้ กระจังหน้าถูกทำให้เรียวบางลง ลดความหนาของกรอบกระจังแบบเดิม และย้ายบทบาทการระบายอากาศไปที่ ช่องรับอากาศกันชนล่างทรงยาว แทน ส่งผลให้ภาพรวมดูสปอร์ตและทันสมัยขึ้น แม้ชิ้นส่วนบางอย่างอย่างฝากระโปรงหน้าและซุ้มล้อหน้า อาจยังเป็นของเดิมจากรุ่นปัจจุบัน
ด้านท้ายปรับพอดี ๆ ไฟท้ายใหม่ ตัวอักษร VERSA เด่นขึ้น
แม้ด้านท้ายจะไม่ “พลิกโฉม” เท่าด้านหน้า แต่ก็มีรายละเอียดใหม่ให้สังเกตได้ง่าย เริ่มจาก ไฟท้ายดีไซน์ใหม่ ที่ให้ลายเซ็นชัดขึ้นและดูเฉียบคมกว่าเดิม รวมถึง ฝากระโปรงท้ายปรับทรงเล็กน้อย และเพิ่มตัวอักษร VERSA ขนาดใหญ่เพื่อเน้นความเป็นรุ่นใหม่
อีกจุดที่เปลี่ยนคือ ตำแหน่งป้ายทะเบียนถูกย้ายลงต่ำ ไปอยู่บนกันชนหลังที่ปรับรูปทรงใหม่แบบเนียน ๆ ช่วยให้บริเวณฝากระโปรงท้ายดูสะอาดและทันสมัยขึ้น
ล้อใหม่ + สีตัวถังใหม่ เพิ่มความสดให้รถซีดานสายประหยัด
ในภาพหลุด รถคันที่ถูกถ่ายมาใช้ ล้ออัลลอยลายใหม่ ที่ดูมีคาแรกเตอร์มากขึ้นกว่ารุ่นเดิม และยังมาพร้อมสีตัวถังโทนอ่อนอย่าง Arctic Ice Blue Metallic ซึ่งช่วยให้รายละเอียดเส้นสายใหม่เด่นขึ้น เหมาะกับภาพลักษณ์ “รถเริ่มต้น” ที่ต้องดูทันสมัยและน่าใช้มากกว่าที่เคย
โครงสร้างยังคุ้นเคย ใช้แพลตฟอร์มเดิม แต่ดีไซน์จัดเต็ม
แม้จะดูใหม่ขึ้นมาก แต่ข้อมูลจากการสังเกตเส้นสายตัวถังบอกชัดว่า Versa 2027 ยังยึดโครงสร้างหลักจากรุ่นเดิมเป็นฐาน ทั้ง สัดส่วนด้านข้าง แนวหลังคา และกรอบกระจก ที่ยังคงเดิม ทำให้มีความเป็นไปได้สูงว่า Nissan เลือกแนวทาง “ปรับใหญ่บนพื้นฐานเดิม” เพื่อควบคุมต้นทุนและทำราคาได้
แนวคิดนี้สอดคล้องกับแนวทางของแบรนด์ในหลายรุ่นที่เน้นการปรับดีไซน์และอัปเกรดฟังก์ชันให้ทันยุค โดยไม่จำเป็นต้องสร้างแพลตฟอร์มใหม่ทั้งหมด
ขุมพลังคาดเดาได้ เครื่อง 1.6 ลิตร เดิม อาจเหลือ CVT อย่างเดียว
ด้านเครื่องยนต์ คาดว่า Versa 2027 จะยังใช้ เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 1.6 ลิตร แบบธรรมดา (NA) ต่อไป เพื่อเน้นความประหยัด ดูแลง่าย และเหมาะกับตลาดที่ยังต้องการรถราคาเข้าถึงได้
ส่วนระบบเกียร์มีโอกาสสูงว่าจะเป็น เกียร์อัตโนมัติ CVT เท่านั้น เนื่องจากเกียร์ธรรมดาถูกยุติไปแล้วในรุ่นปัจจุบันในบางตลาด ทำให้ทิศทางของ Versa รุ่นใหม่อาจมุ่งไปที่ “ขับง่าย-ตลาดกว้าง” มากกว่าทำตัวเลือกหลากหลาย
ภายในยังไม่หลุด แต่มีลุ้นจอดิจิทัล + จออินโฟเทนเมนต์ใหม่
จนถึงตอนนี้ยังไม่มีภาพห้องโดยสารหลุดออกมา แต่หากอิงจากเทรนด์ของรถกลุ่มเดียวกัน Versa 2027 มีโอกาสได้ แดชบอร์ดดีไซน์ใหม่ พร้อมการยกระดับประสบการณ์ผู้ขับ เช่น มาตรวัดดิจิทัล หรืออย่างน้อยอาจเป็นจอกึ่งดิจิทัล และ จออินโฟเทนเมนต์ที่ทันสมัยขึ้น
อีกประเด็นที่น่าจับตาคือการเพิ่มฟีเจอร์ความปลอดภัยและระบบช่วยขับขี่ (ADAS) ให้ตามมาตรฐานความคาดหวังของรถยุคใหม่ในกลุ่มอีโค/ซับคอมแพ็กต์











