เจาะลึกวิกฤตและโอกาส นิสสัน (Nissan) เผยผลประกอบการปี 2025 ขาดทุนลดลงเหลือ 1.1 แสนล้านบาท พร้อมเดินหน้าแผนปฏิรูปองค์กร
นิสสัน มอเตอร์ (Nissan Motor) เผยรายงานผลประกอบการประจำปีงบประมาณ 2025 (สิ้นสุดเดือนมีนาคม 2026) แม้จะยังคงเผชิญกับสภาวะขาดทุนสุทธิต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 แต่ตัวเลขการขาดทุนกลับหดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมสร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการพลิกกลับมามีกำไรจากการดำเนินงานท่ามกลางความท้าทายรอบด้าน
ภาพรวมผลประกอบการทางการเงิน (Financial Highlights)
ตัวเลขผลประกอบการของนิสสันสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการควบคุมสถานการณ์ทางการเงิน แม้ภาพรวมจะยังคงอยู่ในแดนลบ แต่แนวโน้มถือว่าดีกว่าที่นักวิเคราะห์หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ โดยมีรายละเอียดเปรียบเทียบที่น่าสนใจดังนี้
สรุปตัวเลขทางการเงินที่สำคัญ (อัตราแลกเปลี่ยน 1 เยน = 0.20 บาท)
- 🔴 ขาดทุนสุทธิ (Net Loss)
- ปีงบประมาณ 2024: 6.708 แสนล้านเยน (ประมาณ 1.34 แสนล้านบาท)
- ปีงบประมาณ 2025: 5.50 แสนล้านเยน (ประมาณ 1.10 แสนล้านบาท)
- *แนวโน้ม: ขาดทุนลดลง
- 🟢 กำไรจากการดำเนินงาน (Operating Profit)
- ปีงบประมาณ 2024: 6.97 หมื่นล้านเยน (ประมาณ 1.39 หมื่นล้านบาท)
- ปีงบประมาณ 2025: 5.00 หมื่นล้านเยน (ประมาณ 1 หมื่นล้านบาท)
- *แนวโน้ม: ลดลงแต่ยังคงรักษาสถานะเป็นบวกไว้ได้
ตัวเลขการขาดทุนสุทธิที่ 5.5 แสนล้านเยน (1.1 แสนล้านบาท) ถือว่าดีกว่าเป้าหมายเดิมที่นิสสันเคยประเมินไว้ถึง 1 แสนล้านเยน (2 หมื่นล้านบาท) และยังดีกว่าตัวเลขที่นักวิเคราะห์ในตลาดวอลล์สตรีทและนักลงทุนประเมินไว้ล่วงหน้าที่ 5.783 แสนล้านเยน (1.15 แสนล้านบาท) อย่างมีนัยสำคัญ
ถอดรหัส ทำไมกำไรจากการดำเนินงานจึงพลิกกลับมาเป็นบวก?
เดิมที นิสสันคาดการณ์ว่าปีนี้บริษัทจะเผชิญกับตัวเลขขาดทุนจากการดำเนินงานราว 6 หมื่นล้านเยน (1.2 หมื่นล้านบาท) แต่ผลลัพธ์สุดท้ายกลับพลิกโผมาเป็นบวกที่ 5 หมื่นล้านเยน (1 หมื่นล้านบาท) ซึ่งความสำเร็จนี้เกิดจาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่:
- ✅ การผ่อนปรนกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมในสหรัฐอเมริกา: จากการที่รัฐบาลสหรัฐฯ มีการทบทวนและผ่อนปรนกฎระเบียบว่าด้วยการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ทำให้นิสสันไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าปรับ หรือสามารถนำเงินสำรอง (Provision) ที่เคยตั้งไว้สำหรับจัดการความเสี่ยงในส่วนนี้ โอนกลับเข้ามาเป็นรายได้ของบริษัท
- ✅ อานิสงส์จากอัตราแลกเปลี่ยน (เงินเยนอ่อนค่า): ค่าเงินเยนที่อ่อนตัวลงอย่างต่อเนื่อง และอ่อนค่ามากกว่าที่บริษัทได้ตั้งสมมติฐานไว้ ส่งผลให้รายได้จากการส่งออกเมื่อแปลงกลับมาเป็นสกุลเงินเยนมีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น
- ✅ มาตรการรัดเข็มขัดที่เห็นผลจริง: การปรับโครงสร้างต้นทุนทั้งในส่วนของต้นทุนคงที่ (Fixed Costs) และต้นทุนผันแปร (Variable Costs) ในช่วงที่ผ่านมา เริ่มส่งผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมต่อผลกำไรบรรทัดสุดท้าย
แผนปฏิรูปองค์กรครั้งใหญ่ (Structural Reform Plan)
เพื่อให้องค์กรสามารถอยู่รอดและกลับมาเติบโตได้อย่างยั่งยืน ผู้บริหารนิสสันได้ประกาศแผนฟื้นฟูกิจการเชิงรุก (Business Rebuilding) ซึ่งครอบคลุมการปรับลดขนาดองค์กร (Downsizing) ในสเกลระดับโลก:
มาตรการเชิงโครงสร้างที่สำคัญ
- การปรับลดพนักงาน: วางแผนเลิกจ้างพนักงานจำนวน 20,000 อัตรา ทั่วโลก เพื่อเพิ่มความคล่องตัวให้แก่องค์กร
- การลดกำลังการผลิต: เตรียมปิดโรงงานผลิต หรือลดขีดความสามารถในการผลิตลงจำนวน 7 แห่ง ทั่วโลก เพื่อให้สอดคล้องกับอุปสงค์ที่แท้จริงในตลาดปัจจุบัน
วิสัยทัศน์และเป้าหมายแห่งอนาคต สู่ปี 2027
แม้จะยังต้องเผชิญกับช่วงเวลาแห่งความยากลำบาก แต่นิสสันได้วางวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนสำหรับปีงบประมาณ 2026 (สิ้นสุดในเดือนมีนาคม ปี 2027) โดยตั้งเป้าหมายตัวชี้วัดทางธุรกิจ (KPIs) ที่ท้าทายไว้ 2 ประการหลัก:
- พลิกฟื้นธุรกิจยานยนต์หลัก: ธุรกิจยานยนต์ (Automotive Segment) จะต้องมีผลกำไร-ขาดทุนจากการดำเนินงานกลับมาเป็นบวก (Turnaround) อย่างเด็ดขาด โดยไม่นับรวมผลกระทบจากกำแพงภาษีศุลกากร
- กระแสเงินสดที่เป็นบวก: กระแสเงินสดอิสระ (Free Cash Flow) ของบริษัทจะต้องกลับมาอยู่ในแดนบวก เพื่อสร้างความแข็งแกร่งและเสถียรภาพทางการเงินในระยะยาว ให้พร้อมสำหรับการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ
บทสรุปก้าวต่อไปของ นิสสัน มอเตอร์ ถือเป็นกรณีศึกษาที่สำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์โลก ว่าแบรนด์ยักษ์ใหญ่ที่กำลังเผชิญพายุแห่งความเปลี่ยนแปลง จะสามารถใช้มาตรการเด็ดขาดเพื่อนำพานาวาลำนี้กลับเข้าสู่เส้นทางแห่งความสำเร็จได้อีกครั้งหรือไม่ ต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิด


