เปิดขายไทย 1.49-1.99 ล้านบาท All-New Mitsubishi Pajero เปิดไฮไลต์สเปกไทย! เครื่องดีเซล 204 แรงม้า รุ่นท็อป 4WD พร้อม MI-PILOT

เปิดขายไทย 1.49-1.99 ล้านบาท  All-New Mitsubishi Pajero เปิดไฮไลต์สเปกไทย! เครื่องดีเซล 204 แรงม้า รุ่นท็อป 4WD พร้อม MI-PILOT
Spread the love

 

ALL NEW MITSUBISHI PAJERO 2026 มีทั้งหมด 3 รุ่นย่อย

  • GLS 2WD 7 ที่นั่ง ราคา 1,499,000 บาท
  • GSR 2WD 7 ที่นั่ง ราคา 1,699,000 บาท
  • SUPER EXCEED 4WD 7 ที่นั่ง ราคา 1,
  • 999,000 บาท

เครื่องยนต์และสมรรถนะ

  • เครื่องยนต์ 2.4L DOHC
  • เกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ พร้อม SPORT MODE และ PADDLE SHIFT
  • ระบบขับเคลื่อน 2 ล้อหลัง (2WD)
  • กำลังสูงสุด 204 แรงม้า ที่ 3,500 รอบ/นาที
  • แรงบิดสูงสุด 480 นิวตันเมตร ที่ 1,750–2,500 รอบ/นาที
  • เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด
  • ความจุถังน้ำมัน 80 ลิตร
  • อัตราปล่อย CO₂ รุ่น GLS 188 กรัม/กม. และ EXCEED/GSR 190 กรัม/กม.
  • อัตราประหยัดน้ำมันตามโบรชัวร์อยู่ที่ 13.89–14.08 กม./ลิตร ในเกรด 4WD เป็นตัวเลขตามมาตรฐานการทดสอบของออสเตรเลีย ไม่ใช่อัตราสิ้นเปลืองจากการใช้งานจริง และอาจแตกต่างจากสเปกที่จำหน่ายในประเทศไทย

อัตราสิ้นเปลืองรุ่น 4WD อิงจากออสเตรเลีย

  • GLS 5 ที่นั่ง 4WD : 14.08 กม./ลิตร (7.1 ลิตร/100 กม.)
  • GLS 7 ที่นั่ง 4WD : 14.08 กม./ลิตร (7.1 ลิตร/100 กม.)
  • EXCEED 7 ที่นั่ง 4WD : 13.89 กม./ลิตร (7.2 ลิตร/100 กม.)
  • GSR 7 ที่นั่ง 4WD : 13.89 กม./ลิตร (7.2 ลิตร/100 กม.)

ขนาดตัวถัง ALL NEW MITSUBISHI PAJERO 2026

ทั้ง 3 รุ่นย่อย GLS, GSR และ SUPER EXCEED มีขนาดตัวถังตามเอกสารดังนี้

  • ความยาว: 4,920 มม.
  • ความกว้าง: 1,925 มม.
  • ความสูง: 1,910 มม.
  • จำนวนที่นั่ง: 7 ที่นั่ง (3 แถว)
  • ระยะฐานล้อ (Wheelbase): 2,870 มม.
  • ระยะต่ำสุดจากพื้น (Ground Clearance): 230 มม. สำหรับรุ่นล้อ 20 นิ้ว
  • มุมไต่ (Approach Angle) 30.4 องศา
  • มุมคร่อม (Breakover Angle) 22.6 องศา
  • มุมจาก (Departure Angle) 25.8 องศา

น้ำหนักตัวรถ ALL-NEW MITSUBISHI PAJERO 2027

อ้างอิงโบรชัวร์ตลาดออสเตรเลีย รุ่นขับเคลื่อน 4WD

น้ำหนักรถเปล่า (Kerb Weight)

  • GLS 7 ที่นั่ง : 2,432 กก.

  • EXCEED 7 ที่นั่ง : 2,481 กก.

  • GSR 7 ที่นั่ง : 2,513 กก.

น้ำหนักบรรทุกสูงสุด (Maximum Payload)

  • GLS 5 ที่นั่ง : 818 กก.

  • GLS 7 ที่นั่ง : 783 กก.

  • EXCEED 7 ที่นั่ง : 734 กก.

  • GSR 7 ที่นั่ง : 702 กก.

น้ำหนักและความสามารถเพิ่มเติม

  • น้ำหนักรวมสูงสุด (GVM) : 3,215 กก.

  • น้ำหนักรวมรถและรถพ่วงสูงสุด (GCM) : 6,340 กก.

  • น้ำหนักลงเพลาหน้าสูงสุด : 1,615 กก.

  • น้ำหนักลงเพลาหลังสูงสุด : 1,875 กก.

  • น้ำหนักลากจูงสูงสุดแบบมีเบรก : 3,500 กก.

  • น้ำหนักบรรทุกบนหลังคาขณะขับขี่ : 100 กก.

  • น้ำหนักบรรทุกบนหลังคาขณะจอด : 350 กก.

ช่วงล่าง ALL NEW MITSUBISHI PAJERO 2026

ทั้ง 3 รุ่น GLS, GSR และ SUPER EXCEED ใช้ระบบกันสะเทือนพื้นฐานแบบเดียวกัน

  • ช่วงล่างหน้า: อิสระแบบปีกนกคู่ (Double Wishbone)
  • ช่วงล่างหลัง: แบบ 5-Link พร้อมคอยล์สปริง (5-Link Coil Spring)
  • โครงสร้างตัวถัง: แบบ Body-on-Frame หรือแชสซีส์ Ladder Frame

อุปกรณ์ภายนอก

  • กระจังหน้าแบบ KENDO MASK

  • ไฟหน้า-ท้าย แบบ LED

  • ระบบควบคุมการเปิด-ปิดไฟหน้า และไฟสูงแบบอัตโนมัติ

  • ไฟเบรกแบบ LED

  • ไฟตัดหมอกหน้า-ท้าย แบบ LED

  • ไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ LED

  • ไฟส่องสว่างด้านข้างอัตโนมัติขณะเลี้ยว และไฟหรี่ แบบ LED

  • ระบบปัดน้ำฝนด้านหน้าและด้านหลัง พร้อมจังหวะหน่วงเวลา

  • กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว ปรับและพับด้วยไฟฟ้า

  • ราวหลังคา

  • สปอยเลอร์หลัง

  • เสาอากาศแบบครีบฉลาม

  • บันไดข้าง

  • ประตูท้ายเปิด-ปิดด้วยไฟฟ้า พร้อมระบบแฮนด์ฟรี

  • กระจกกันเสียงรบกวน และวัสดุซับเสียงรอบคัน

  • ล้ออัลลอย 18 นิ้ว

อุปกรณ์ภายใน

  • หน้าจอระบบสัมผัส และหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ 12.3 นิ้ว

  • ระบบเชื่อมต่อ APPLE CARPLAY และ ANDROID AUTO แบบไร้สาย

  • ลำโพง 6 ตำแหน่ง

  • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ แยกอิสระซ้าย-ขวา

  • แผงควบคุมระบบปรับอากาศด้านหลัง แบบแยกอิสระ พร้อมช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง

  • กระจกหน้าต่างไฟฟ้า พร้อมปรับขึ้น-ลงอัตโนมัติด้านคนขับ

  • ไฟอ่านแผนที่คู่หน้าแบบ LED

  • ไฟส่องสว่างสำหรับผู้โดยสารแถวที่ 2 และ 3

  • พวงมาลัยไฟฟ้าหุ้มหนัง ปรับ 4 ทิศทาง สูง-ต่ำ และเข้า-ออก

  • สวิตช์ควบคุมระบบเครื่องเสียงและโทรศัพท์บนพวงมาลัย

  • สวิตช์ควบคุมหน้าจอแสดงผลการขับขี่บนพวงมาลัย

  • กุญแจอัจฉริยะ KOS พร้อมปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์

  • เบาะหนังและหนังสังเคราะห์สีดำ

  • เบาะนั่งคนขับและผู้โดยสารด้านหน้า ปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง

  • เบาะแถวที่ 2 ปรับเอน และสามารถเลื่อนตำแหน่งหน้า-หลังได้

  • เบาะแถวที่ 3 แบบปรับเอนและพับได้ 50:50

  • ที่วางแก้วหน้าคอนโซลบริเวณช่องระบายอากาศ

  • แผงบังแดดคู่หน้า พร้อมกระจกและไฟ LED แบบปรับระดับความสว่าง

  • มือจับขึ้น-ลงรถ 4 ตำแหน่ง และมือจับบนแผงหลังคา 6 ตำแหน่ง

MITSUBISHI PAJERO GSR (2WD)

เครื่องยนต์และสมรรถนะ

  • เครื่องยนต์ 2.4L DOHC

  • เกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ พร้อม SPORT MODE และ PADDLE SHIFT

  • ระบบขับเคลื่อน 2 ล้อหลัง (2WD)

  • กำลังสูงสุด 204 แรงม้า ที่ 3,500 รอบ/นาที

  • แรงบิดสูงสุด 480 นิวตันเมตร ที่ 1,750–2,500 รอบ/นาที

อุปกรณ์ภายนอก

  • กระจังหน้าแบบ KENDO MASK

  • ไฟหน้า-ท้าย แบบ LED ปรับอัตโนมัติ

  • ระบบควบคุมการเปิด-ปิดไฟหน้า และไฟสูงแบบอัตโนมัติ

  • ไฟเบรกแบบ LED

  • ไฟตัดหมอกหน้า-ท้าย แบบ LED

  • ไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ LED

  • ไฟส่องสว่างด้านข้างอัตโนมัติขณะเลี้ยว และไฟหรี่ แบบ LED

  • ระบบปัดน้ำฝนด้านหน้าและด้านหลัง พร้อมจังหวะหน่วงเวลา

  • กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว ปรับและพับด้วยไฟฟ้า พร้อมระบบจดจำตำแหน่ง

  • ราวหลังคา

  • สปอยเลอร์หลัง

  • เสาอากาศแบบครีบฉลาม

  • บันไดข้าง

  • ประตูท้ายเปิด-ปิดด้วยไฟฟ้า พร้อมระบบแฮนด์ฟรี

  • กระจกกันเสียงรบกวน และวัสดุซับเสียงรอบคัน

  • ล้ออัลลอย 20 นิ้ว

อุปกรณ์ภายใน

  • หน้าจอระบบสัมผัส และหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ 12.3 นิ้ว

  • ระบบเชื่อมต่อ APPLE CARPLAY และ ANDROID AUTO แบบไร้สาย

  • ลำโพง Yamaha จำนวน 12 ตำแหน่ง

  • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ แยกอิสระซ้าย-ขวา พร้อม nanoe X

  • แผงควบคุมระบบปรับอากาศด้านหลัง แบบแยกอิสระ พร้อมช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง

  • กระจกมองหลังตัดแสงสะท้อนอัตโนมัติ

  • กระจกหน้าต่างไฟฟ้า พร้อมปรับขึ้น-ลงอัตโนมัติด้านคนขับ

  • ไฟอ่านแผนที่คู่หน้าแบบ LED

  • ไฟส่องสว่างสำหรับผู้โดยสารแถวที่ 2 และ 3

  • พวงมาลัยไฟฟ้าหุ้มหนัง ปรับ 4 ทิศทาง สูง-ต่ำ และเข้า-ออก พร้อมระบบจดจำตำแหน่ง

  • สวิตช์ควบคุมระบบเครื่องเสียงและโทรศัพท์บนพวงมาลัย

  • สวิตช์ควบคุมหน้าจอแสดงผลการขับขี่บนพวงมาลัย

  • กุญแจอัจฉริยะ KOS พร้อมปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์

  • เบาะหนังและหนังสังเคราะห์สีดำ

  • เบาะนั่งคนขับและผู้โดยสารด้านหน้า ปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อมระบบจดจำตำแหน่ง

  • ระบบดันหลังปรับด้วยไฟฟ้าบริเวณเบาะนั่งคนขับและผู้โดยสารตอนหน้า

  • ที่พักแขนคอนโซลกลาง พร้อมฟังก์ชันการทำความเย็นในกล่องคอนโซล

  • เบาะแถวที่ 2 ปรับเอน และสามารถเลื่อนตำแหน่งหน้า-หลังได้

  • เบาะแถวที่ 3 แบบปรับเอนและพับได้ 50:50

  • ที่วางแก้วหน้าคอนโซลบริเวณช่องระบายอากาศ

  • แผงบังแดดคู่หน้า พร้อมกระจกและไฟ LED แบบปรับระดับความสว่าง

  • มือจับขึ้น-ลงรถ 4 ตำแหน่ง และมือจับบนแผงหลังคา 6 ตำแหน่ง

MITSUBISHI PAJERO SUPER EXCEED (4WD)

เครื่องยนต์และสมรรถนะ

  • เครื่องยนต์ 2.4L DOHC

  • เกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ พร้อม SPORT MODE และ PADDLE SHIFT

  • ระบบขับเคลื่อน 4WD

  • ระบบ S-AWC WITH SUPER SELECT 4WD-II

  • โหมดการขับขี่ 7 DRIVE MODE

  • กำลังสูงสุด 204 แรงม้า ที่ 3,500 รอบ/นาที

  • แรงบิดสูงสุด 480 นิวตันเมตร ที่ 1,750–2,500 รอบ/นาที

อุปกรณ์ภายนอก

  • กระจังหน้าแบบ HONEYCOMB

  • ชุดตกแต่งกันชนหน้าและกันชนหลัง

  • แผ่นกันกระแทกใต้ท้องรถ

  • ไฟส่องพื้น Logo PAJERO

  • ไฟหน้า-ท้าย แบบ LED ปรับอัตโนมัติ

  • ระบบควบคุมการเปิด-ปิดไฟหน้า และไฟสูงแบบอัตโนมัติ

  • ไฟเบรกแบบ LED

  • ไฟตัดหมอกหน้า-ท้าย แบบ LED

  • ไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ LED

  • ไฟส่องสว่างด้านข้างอัตโนมัติขณะเลี้ยว และไฟหรี่ แบบ LED

  • ไฟหน้า-ไฟท้ายแบบไดนามิก

  • ระบบปัดน้ำฝนด้านหน้าและด้านหลัง พร้อมจังหวะหน่วงเวลา

  • กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว ปรับและพับด้วยไฟฟ้า พร้อมระบบจดจำตำแหน่ง

  • ราวหลังคา

  • สปอยเลอร์หลัง

  • เสาอากาศแบบครีบฉลาม

  • บันไดข้าง

  • ประตูท้ายเปิด-ปิดด้วยไฟฟ้า พร้อมระบบแฮนด์ฟรี

  • กระจกกันเสียงรบกวน และวัสดุซับเสียงรอบคัน

  • ล้ออัลลอย 20 นิ้ว

อุปกรณ์ภายใน

  • หน้าจอระบบสัมผัส และหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ 14.3 นิ้ว

  • ระบบเชื่อมต่อ APPLE CARPLAY และ ANDROID AUTO แบบไร้สาย

  • ลำโพง Yamaha จำนวน 12 ตำแหน่ง

  • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ แยกอิสระซ้าย-ขวา พร้อม nanoe X

  • แผงควบคุมระบบปรับอากาศด้านหลัง แบบแยกอิสระ พร้อมช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง

  • กระจกมองหลังตัดแสงสะท้อนอัตโนมัติ

  • หลังคากระจกพาโนรามา

  • กระจกหน้าต่างไฟฟ้า พร้อมปรับขึ้น-ลงอัตโนมัติด้านคนขับ

  • ไฟอ่านแผนที่คู่หน้าแบบ LED

  • ไฟส่องสว่างสำหรับผู้โดยสารแถวที่ 2 และ 3

  • พวงมาลัยไฟฟ้าหุ้มหนัง ปรับ 4 ทิศทาง สูง-ต่ำ และเข้า-ออก พร้อมระบบจดจำตำแหน่ง

  • สวิตช์ควบคุมระบบเครื่องเสียงและโทรศัพท์บนพวงมาลัย

  • สวิตช์ควบคุมหน้าจอแสดงผลการขับขี่บนพวงมาลัย

  • กุญแจอัจฉริยะ KOS พร้อมปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์

  • เบาะหนังพรีเมียม SEMI-ANILINE และหนังสังเคราะห์ (ข้อความสีเบาะในภาพอ่านไม่ชัดทั้งหมด)

  • เบาะนั่งคนขับและผู้โดยสารด้านหน้า ปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อมระบบจดจำตำแหน่ง

  • ระบบปรับดันหลังด้วยไฟฟ้าบริเวณเบาะนั่งคนขับและผู้โดยสารตอนหน้า (ข้อความบางส่วนในภาพไม่ชัด)

  • ระบบระบายอากาศบริเวณเบาะนั่งคนขับและผู้โดยสารตอนหน้า

  • ที่พักแขนคอนโซลกลาง พร้อมฟังก์ชันการทำความเย็นในกล่องคอนโซล

  • เบาะแถวที่ 2 ปรับเอน และสามารถเลื่อนตำแหน่งหน้า-หลังได้

  • เบาะแถวที่ 3 แบบปรับเอนและพับได้ 50:50

  • ที่วางแก้วหน้าคอนโซลบริเวณช่องระบายอากาศ

  • แผงบังแดดคู่หน้า พร้อมกระจกและไฟ LED แบบปรับระดับความสว่าง

  • มือจับขึ้น-ลงรถ 4 ตำแหน่ง และมือจับบนแผงหลังคา 5 ตำแหน่ง

ระบบความปลอดภัยมาตรฐานทั้ง 3 รุ่น

  • ถุงลม 7 ตำแหน่ง

  • ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (ASC)

  • ระบบป้องกันการลื่นไถล (TCL)

  • ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (HSA)

  • ระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรกกะทันหัน (ABS)

  • ระบบกระจายแรงดันน้ำมันเบรกแบบอิเล็กทรอนิกส์ (EBD)

  • ระบบเสริมแรงเบรก (BA)

  • ระบบแจ้งเตือนแรงดันลมยางผิดปกติ (TPMS)

  • ระบบเบรกมือควบคุมด้วยไฟฟ้า พร้อมระบบ BRAKE AUTO HOLD

  • ระบบไฟกะพริบฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน (ESS)

  • ระบบไฟสว่างอัตโนมัติเมื่อปลดล็อก และระบบไฟนำทางหลังดับเครื่องยนต์

  • เซ็นทรัลล็อก พร้อมระบบล็อกประตูอัตโนมัติเมื่อรถมีความเร็ว

  • ระบบล็อกป้องกันการเปิดประตูหลังจากภายใน

  • ระบบเตือนตรวจสอบเบาะนั่งก่อนออกจากรถ

  • จุดยึดเบาะนั่งสำหรับเด็ก ISOFIX

  • สัญญาณกะระยะจอดหน้าและหลัง

  • ระบบไล่ฝ้ากระจกข้าง

ระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ GLS และ GSR

  • ระบบล็อกความเร็วแบบแปรผันอัตโนมัติ (ACC)

  • ระบบสัญญาณเตือนจุดอับสายตา (BSW)

  • ระบบสัญญาณเตือนขณะเปลี่ยนเลน (LCA)

  • ระบบเตือนการชนด้านหน้าตรง พร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว (FCM)

  • ระบบคาดการณ์การชนซ้อนสองด้านข้างหน้า (PFCW)

  • ระบบเตือนและป้องกันการออกนอกเลน (LDP & LDW)

  • ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ (LCDN)

  • ระบบเตือนรถสวนทางด้านหน้า (FCTA)

  • ระบบเตือนด้านหลังขณะถอยออกจากช่องจอด (RCTA)

  • ระบบช่วยเหลือฉุกเฉินในกรณีเหยียบคันเร่งผิดพลาด (EAPM)

  • กล้องมองภาพรอบคัน พร้อมมุมมองใต้พื้นรถด้านหน้า (MAM)

  • ระบบตรวจจับวัตถุเคลื่อนที่ (MOD)

ระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ SUPER EXCEED

  • ระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ MI-PILOT

  • ระบบล็อกความเร็วแบบแปรผันอัตโนมัติ (ACC)

  • ระบบควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง (LKA)

  • ระบบเบรกอัตโนมัติขณะถอยหลัง (RCTB)

  • ระบบสัญญาณเตือนจุดอับสายตา (BSW)

  • ระบบสัญญาณเตือนขณะเปลี่ยนเลน (LCA)

  • ระบบเตือนการชนด้านหน้าตรง พร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว (FCM)

  • ระบบคาดการณ์การชนซ้อนสองด้านข้างหน้า (PFCW)

  • ระบบเตือนและป้องกันการออกนอกเลน (LDP & LDW)

  • ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ (LCDN)

  • ระบบเตือนรถสวนทางด้านหน้า (FCTA)

  • ระบบเตือนด้านหลังขณะถอยออกจากช่องจอด (RCTA)

  • ระบบช่วยเหลือฉุกเฉินในกรณีเหยียบคันเร่งผิดพลาด (EAPM)

  • กล้องมองภาพรอบคัน พร้อมมุมมองใต้พื้นรถด้านหน้า (ข้อความท้ายเอกสารถูกตัด)

จุดแตกต่างสำคัญของแต่ละรุ่น

GLS 2WD เป็นรุ่นเริ่มต้น ใช้ล้ออัลลอย 18 นิ้ว เบาะปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง หน้าจอ 12.3 นิ้ว ลำโพง 6 ตำแหน่ง พร้อมระบบช่วยขับขี่ ACC และกล้องมองภาพรอบคัน

GSR 2WD เพิ่มล้ออัลลอย 20 นิ้ว เครื่องเสียง Yamaha 12 ตำแหน่ง ระบบปรับอากาศพร้อม nanoe X กระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ ระบบจดจำตำแหน่งเบาะนั่ง และกล่องคอนโซลพร้อมฟังก์ชันทำความเย็น

SUPER EXCEED 4WD เพิ่มระบบขับเคลื่อน S-AWC และ SUPER SELECT 4WD-II พร้อม 7 โหมดขับขี่ กระจังหน้า HONEYCOMB หน้าจอ 14.3 นิ้ว หลังคากระจกพาโนรามา เบาะหนัง SEMI-ANILINE ระบบระบายอากาศเบาะหน้า รวมถึงระบบ MI-PILOT, LKA และ RCTB


ALL NEW MITSUBISHI PAJERO 2026 แต่ละรุ่นย่อย เพิ่มอุปกรณ์อะไรบ้าง?

เปรียบเทียบจากภาพสเปกทั้ง 3 รุ่น โดยไล่จาก GLS → GSR → SUPER EXCEED เฉพาะอุปกรณ์ที่แตกต่างกัน ไม่รวมรายการที่มีเหมือนกัน

PAJERO GLS 2WD — รุ่นเริ่มต้น

อุปกรณ์สำคัญที่ให้มาเป็นมาตรฐาน

  • เครื่องยนต์ 2.4 ลิตร 204 แรงม้า แรงบิด 480 นิวตันเมตร

  • เกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ พร้อม Paddle Shift

  • ระบบขับเคลื่อน 2 ล้อหลัง

  • ล้ออัลลอย 18 นิ้ว

  • ไฟหน้าและไฟท้าย LED

  • หน้าจอ 12.3 นิ้ว

  • Apple CarPlay และ Android Auto ไร้สาย

  • ลำโพง 6 ตำแหน่ง

  • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแยกซ้าย-ขวา

  • เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง

  • เบาะ 3 แถว 7 ที่นั่ง

  • ประตูท้ายไฟฟ้าพร้อมระบบแฮนด์ฟรี

  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน ACC

  • ระบบเตือนจุดอับสายตา BSW

  • ระบบเตือนและป้องกันออกนอกเลน LDW และ LDP

  • ระบบเตือนการชนด้านหน้าพร้อมช่วยชะลอความเร็ว FCM

  • กล้องมองภาพรอบคัน MAM

PAJERO GSR 2WD — เพิ่มจาก GLS

ภายนอก

  • เปลี่ยนล้ออัลลอยจาก 18 นิ้ว เป็น 20 นิ้ว

  • ไฟหน้า-ท้าย LED เพิ่มคุณสมบัติปรับอัตโนมัติตามที่ระบุในเอกสาร

  • กระจกมองข้างเพิ่มระบบจดจำตำแหน่ง

ภายใน

  • เปลี่ยนจากลำโพง 6 ตำแหน่ง เป็น Yamaha 12 ตำแหน่ง

  • เพิ่มระบบฟอกอากาศ nanoe X

  • เพิ่มกระจกมองหลังตัดแสงสะท้อนอัตโนมัติ

  • เพิ่มระบบจดจำตำแหน่งพวงมาลัย

  • เพิ่มระบบจดจำตำแหน่งเบาะคู่หน้า

  • เพิ่มระบบดันหลังปรับไฟฟ้าสำหรับเบาะคู่หน้า

  • เพิ่มที่พักแขนคอนโซลกลางพร้อมฟังก์ชันทำความเย็นในกล่องคอนโซล

เครื่องยนต์และความปลอดภัย

  • เครื่องยนต์ 204 แรงม้า / 480 นิวตันเมตร เท่ากับ GLS

  • ระบบขับเคลื่อน 2WD เหมือน GLS

  • ระบบความปลอดภัยอัจฉริยะที่ระบุในภาพเหมือน GLS

สรุป: GSR เน้นยกระดับความหรูหรา ความสะดวกสบาย และเครื่องเสียง โดยไม่ได้เพิ่มกำลังเครื่องยนต์หรือเปลี่ยนระบบขับเคลื่อน

PAJERO SUPER EXCEED 4WD — เพิ่มจาก GSR

ระบบขับเคลื่อน

  • เปลี่ยนจาก 2WD เป็น 4WD

  • เพิ่มระบบ S-AWC

  • เพิ่มระบบ SUPER SELECT 4WD-II

  • เพิ่มโหมดการขับขี่ 7 DRIVE MODE

ภายนอก

  • เปลี่ยนกระจังหน้า KENDO MASK เป็น HONEYCOMB

  • เพิ่มชุดตกแต่งกันชนหน้าและกันชนหลัง

  • เพิ่มแผ่นกันกระแทกใต้ท้องรถ

  • เพิ่มไฟส่องพื้นโลโก้ PAJERO

  • เพิ่มไฟหน้า-ไฟท้ายแบบไดนามิก

ภายใน

  • เพิ่มขนาดหน้าจอจาก 12.3 นิ้ว เป็น 14.3 นิ้ว

  • เพิ่มหลังคากระจกพาโนรามา

  • เปลี่ยนวัสดุเบาะเป็นหนังพรีเมียม SEMI-ANILINE และหนังสังเคราะห์ สีน้ำตาลอ่อน-ดำ

  • เพิ่มระบบระบายอากาศเบาะคู่หน้า

  • เพิ่มฟังก์ชันปรับไฟฟ้าบริเวณเบาะคู่หน้าตามที่ระบุในภาพ แต่รายละเอียดชื่อฟังก์ชันยังอ่านไม่ชัด

ความปลอดภัยอัจฉริยะ

  • เพิ่มระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ MI-PILOT

  • เพิ่มระบบควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง (LKA)

  • เพิ่มระบบเบรกอัตโนมัติขณะถอยหลัง (RCTB)

อุปกรณ์ที่ยังคงเท่ากับ GSR

  • เครื่องยนต์ 204 แรงม้า

  • แรงบิด 480 นิวตันเมตร

  • เกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ

  • ล้ออัลลอย 20 นิ้ว

  • เครื่องเสียง Yamaha 12 ตำแหน่ง

  • ระบบปรับอากาศ nanoe X

  • ระบบจดจำตำแหน่งเบาะคู่หน้า

  • กล่องคอนโซลพร้อมฟังก์ชันทำความเย็น

 

 

Mitsubishi Pajero ใหม่ ญี่ปุ่นคาดเริ่มราว 1.37 ล้านบาท รุ่นท็อปไม่เกิน 1.69 ล้านบาท

สื่อญี่ปุ่น BestCarWeb เปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Mitsubishi Pajero เจเนอเรชันใหม่ โดยคาดว่าราคาจำหน่ายในญี่ปุ่นอาจเริ่มต้นที่ระดับประมาณ “6 ล้านเยนกลาง ๆ” และรุ่นสูงสุดจะมีราคาต่ำกว่า 8 ล้านเยน

หากใช้อัตราแลกเปลี่ยน
¥1 JPY = 0.2107 บาท

ราคาจะคิดเป็นเงินไทยได้ประมาณ

  • 6.0 ล้านเยน ≈ 1.26 ล้านบาท
  • 6.5 ล้านเยน ≈ 1.37 ล้านบาท
  • 6.7 ล้านเยน ≈ 1.41 ล้านบาท
  • 6.8 ล้านเยน ≈ 1.43 ล้านบาท
  • 6.9 ล้านเยน ≈ 1.45 ล้านบาท
  • 8.0 ล้านเยน ≈ 1.69 ล้านบาท

ดังนั้น หากราคาเริ่มต้นจริงอยู่ในช่วง 6 ล้านเยนกลาง ๆ จะเทียบเป็นเงินไทยประมาณ 1.37 ล้านบาท ส่วนรุ่นที่ลูกค้าทั่วไปเข้าถึงได้จริง หากอยู่ในช่วง 6 ล้านเยนปลาย ๆ ก็จะอยู่ประมาณ 1.41–1.45 ล้านบาท

ขณะที่รุ่นสูงสุด หาก Mitsubishi กดราคาไว้ต่ำกว่า 8 ล้านเยน ก็จะคิดเป็นเงินไทยต่ำกว่าประมาณ 1.69 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวยังเป็นเพียงข้อมูลคาดการณ์จากสื่อญี่ปุ่น ยังไม่ใช่ราคาที่ Mitsubishi ประกาศอย่างเป็นทางการ

BestCarWeb ระบุด้วยว่า Pajero ใหม่อาจแบ่งไลน์อัปออกเป็น 2 บุคลิกหลัก คือรุ่นที่เน้นภาพลักษณ์สายลุย Off-road และรุ่นที่เน้นความหรูหรามากขึ้น พร้อมความเป็นไปได้ที่จะนำชื่อรุ่น EXCEED กลับมาใช้อีกครั้ง

การตั้งราคาของ Pajero ใหม่ถือว่าน่าสนใจ เพราะรถถูกวางตำแหน่งเป็น SUV เรือธงของ Mitsubishi และจะต้องแข่งขันโดยตรงกับ SUV ตัวถังบนเฟรมอย่าง Toyota Land Cruiser 250 รวมถึงรถระดับเดียวกันในตลาดญี่ปุ่น

อีกหนึ่งประเด็นที่ BestCar มองว่าน่าจับตาคือเรื่อง ราคาขายต่อ หรือ Residual Value เนื่องจากรถ Mitsubishi หลายรุ่นในญี่ปุ่นมีมูลค่าคงเหลือค่อนข้างสูง ซึ่งอาจทำให้บริษัทสามารถออกแพ็กเกจไฟแนนซ์ที่มีค่างวดน่าสนใจสำหรับ Pajero ได้

สำหรับตลาดไทย ต้องย้ำว่าการแปลงค่าเงินข้างต้นเป็นเพียงการเทียบราคาแบบตรง ๆ เท่านั้น เพราะ Pajero ใหม่มีฐานการผลิตในประเทศไทย และโครงสร้างราคาไทยจะขึ้นอยู่กับทั้งรุ่นย่อย อุปกรณ์ ภาษี และกลยุทธ์การตั้งราคาของ Mitsubishi Motors Thailand

ดังนั้น ราคาในญี่ปุ่นจึงไม่ควรถูกนำมาใช้ฟันธงว่าราคาไทยจะอยู่ในระดับเดียวกัน

สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้คือการประกาศรายละเอียดรุ่นย่อยและราคาอย่างเป็นทางการของ Pajero ใหม่ในตลาดญี่ปุ่น ซึ่งจะช่วยให้เห็นตำแหน่งทางการตลาดของรถรุ่นนี้ชัดเจนขึ้นว่า Mitsubishi ต้องการวาง Pajero ใหม่ไว้ชนกับ Land Cruiser 250 โดยตรงมากแค่ไหน

ถ้า Pajero ใหม่ในไทยตั้งราคาเริ่มต้นประมาณ 1.5–1.7 ล้านบาท และตัวท็อปไม่เกิน 2 ล้านบาท คุณคิดว่าน่าสนใจไหม?

หมายเหตุ: ราคาเงินบาทเป็นการคำนวณจากอัตรา ¥1 = 0.2107 บาท และยังไม่รวมผลจากโครงสร้างภาษีหรือการตั้งราคาในประเทศไทย

Bestcarweb


Mitsubishi Pajero รุ่นใหม่จะผลิตที่โรงงานแหลมฉบัง ประเทศไทย โดยในปีงบประมาณ 2026 บริษัทตั้งเป้าการผลิตและจำหน่ายทั่วโลกไว้ที่ประมาณ 10,000 คัน ซึ่งถือว่าเป็นเป้าหมายที่ค่อนข้างสูง

สำหรับประเทศญี่ปุ่น คาดว่าจะเริ่มเปิดรับจองอย่างเป็นทางการประมาณวันที่ 1 ตุลาคม 2026

ทั้งนี้ ดีลเลอร์ Mitsubishi แห่งหนึ่งในพื้นที่ใกล้กรุงโตเกียว ซึ่งเป็นพื้นที่บ้านเกิดของบรรณาธิการผู้รับผิดชอบบทความของ Best Car ระบุว่า ขณะนี้มีลูกค้าติดต่อสอบถามเกี่ยวกับ Pajero รุ่นใหม่เข้ามาเป็นจำนวนมากแล้ว

กำหนดการจำหน่าย Pajero ใหม่อย่างเป็นทางการ จะเริ่มจากประเทศไทยในเดือนตุลาคม 2026 ก่อนจะเริ่มจำหน่ายในญี่ปุ่นและออสเตรเลียตั้งแต่เดือนธันวาคม 2026 เป็นต้นไป

หากนับว่าปีงบประมาณ 2026 ของญี่ปุ่นจะสิ้นสุดในวันที่ 31 มีนาคม 2027 นั่นหมายความว่า Mitsubishi ตั้งเป้าจำหน่าย Pajero ใหม่ทั่วโลก 10,000 คัน ภายในช่วงเวลาประมาณ 6 เดือนเท่านั้น จึงถือเป็นแผนการผลิตและยอดขายที่ค่อนข้างรุกหนักทีเดียว

นอกจากนี้ บริเวณทางเข้าของสถานที่จัดงานเปิดตัวยังมี Pajero รุ่น “Ralliart Specification” จัดแสดงในฐานะรถต้นแบบอ้างอิง แยกออกมาจากรถที่จัดแสดงภายในอาคารอีก 4 คัน รถคันดังกล่าวเป็นเวอร์ชันตกแต่งในสไตล์ Ralliart สำหรับการแข่งขัน Asia Cross Country Rally ทำให้ผู้สื่อข่าวตั้งคำถามทันทีว่า “รถรุ่นนี้จะมีออกมาจริงหรือไม่?”

ทาง Mitsubishi Motors ตอบว่า “ขณะนี้เรากำลังเตรียมการและศึกษาความเป็นไปได้ เพื่อเข้าร่วมการแข่งขัน Asia Cross Country Rally ปี 2027 ด้วย Pajero รุ่นใหม่” กล่าวได้ว่า ตอนนี้รายละเอียดของ Mitsubishi Pajero รุ่นใหม่ถูกเปิดเผยออกมาเกือบทั้งหมดแล้ว สิ่งสำคัญที่ยังเหลืออยู่ก็คือ “ราคา”

Best Car คาดการณ์ว่า Pajero ใหม่อาจมีราคาอยู่ในช่วงปลาย 6 ล้านเยน หรือประมาณ 6.7–6.9 ล้านเยน ต้องติดตามกันต่อไปว่า ราคาจริงจะออกมาอยู่ที่ระดับใด

 

All NEW Mitsubishi PAJERO เจเนอเรชัน 5 เปิดตัวแล้ว! SUV เรือธง 7 ที่นั่ง ดีเซล 2.4 Turbo 204 แรงม้า เตรียมเข้าไทย ตุลาคม 2026

All NEW Mitsubishi PAJERO เจเนอเรชันที่ 5 เปิดตัวอย่างเป็นทางการ พร้อมการกลับมาอีกครั้งของชื่อระดับตำนานที่อยู่คู่ Mitsubishi Motors มานานกว่า 40 ปี โดยครั้งนี้ถูกวางตำแหน่งให้เป็น Flagship Cross-Country SUV รุ่นสูงสุดของค่าย เหนือกว่า Mitsubishi Pajero Sport อย่างชัดเจน

PAJERO รุ่นใหม่มาพร้อมตัวถัง 3 แถว 7 ที่นั่ง ใช้โครงสร้างแบบ Ladder Frame เครื่องยนต์ดีเซล 2.4 Turbo VGT กำลังสูงสุด 204 แรงม้า แรงบิด 480 นิวตันเมตร จับคู่เกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ S-AWC

ที่สำคัญ All NEW PAJERO จะมีฐานการผลิตหลักอยู่ที่ประเทศไทย และเตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในบ้านเราช่วงกลางเดือนตุลาคม 2026

กลับมาในฐานะ Flagship SUV ของ Mitsubishi

All NEW PAJERO ไม่ได้ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อแทน Pajero Sport โดยตรง แต่ Mitsubishi วางตำแหน่งให้เป็น SUV รุ่นสูงสุดของแบรนด์

คู่แข่งที่อยู่ในระดับเดียวกันในตลาดโลกจึงเป็นรถอย่าง

  • Toyota Land Cruiser 250
  • Toyota Land Cruiser 300
  • Nissan Patrol

ขณะที่ตลาดประเทศไทย ด้วยการมีฐานการผลิตในประเทศ ทำให้ PAJERO มีโอกาสทำราคาได้ต่ำกว่ารถ SUV นำเข้าระดับเดียวกัน

หากราคาเปิดตัวอยู่ในระดับล้านปลาย ๆ หรือไม่เกิน 2 ล้านบาท คู่แข่งด้านราคาที่จะถูกนำมาเปรียบเทียบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้คือ Ford Everest Platinum, Toyota Fortuner GR Sport และ GWM TANK 500

ตัวถังใหญ่ระดับ Land Cruiser

All NEW Mitsubishi PAJERO มีมิติตัวถังดังนี้

  • ยาว 4,920 มม.
  • กว้าง 1,925 มม.
  • สูง 1,900 – 1,910 มม.
  • ฐานล้อ 2,870 มม.
  • Ground Clearance 230 มม.
  • รัศมีวงเลี้ยว 5.8 เมตร

มุมสำหรับการขับขี่ Off-Road

  • Approach Angle 30.4 องศา
  • Breakover Angle 22.6 องศา
  • Departure Angle 25.8 องศา

อัตราการกระจายน้ำหนักหน้า : หลัง อยู่ที่ 52 : 48

เมื่อเทียบกับ Toyota Land Cruiser 250 ที่มีความยาว 4,925 มม. และฐานล้อ 2,850 มม. จะเห็นว่า PAJERO ใหม่มีขนาดตัวถังอยู่ในระดับใกล้เคียงกันมาก

เครื่องยนต์ดีเซล 2.4 Turbo 204 แรงม้า

เครื่องยนต์เป็นดีเซล 4 สูบ รหัส 4N16 ขนาด 2.4 ลิตร ติดตั้งเทอร์โบแปรผันแบบ Wide-Range Single Variable-Geometry Turbo หรือ VGT ให้กำลังสูงสุด 204 แรงม้า PS แรงบิดสูงสุด 480 นิวตันเมตร จับคู่เกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะลูกใหม่ พร้อม Sport Mode, Sequential Shift และ Paddle Shift

แม้พื้นฐานเครื่องยนต์จะมีความเกี่ยวข้องกับเครื่องยนต์ 4N16 ใน Triton แต่ Mitsubishi มีการปรับระบบเทอร์โบ ชิ้นส่วนภายใน และการจูนการทำงานให้เหมาะกับ PAJERO โดยเฉพาะ

แรงบิดมากกว่า Triton

All NEW PAJERO

  • ดีเซล 2.4 Turbo VGT
  • 204 แรงม้า
  • 480 นิวตันเมตร
  • เกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ

Mitsubishi Triton

  • ดีเซล 2.4 Turbo
  • 204 แรงม้า
  • 470 นิวตันเมตร
  • เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ

Mitsubishi Pajero Sport

  • ดีเซล 2.4 Turbo
  • 184 แรงม้า
  • 430 นิวตันเมตร
  • เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ

ดังนั้น PAJERO ใหม่ไม่ได้แค่เปลี่ยนตัวถัง แต่ยังได้รับชุดเกียร์และการปรับจูนระบบส่งกำลังที่แตกต่างออกไปด้วย

ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ S-AWC

อีกหนึ่งจุดเด่นสำคัญคือระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ S-AWC – Super All Wheel Control รองรับโหมดขับเคลื่อน 4 รูปแบบ

  • 2H ขับเคลื่อน 2 ล้อหลัง
  • 4H ขับเคลื่อน 4 ล้อ Full-Time
  • 4HLC ขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อมล็อก Center Differential
  • 4LLC ขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อมล็อก Center Differential และ Low Range

นอกจากนี้ยังมี Driving Mode 7 รูปแบบ

  • ECO
  • Normal
  • Gravel
  • Snow
  • Mud
  • Sand
  • Rock

เรียกได้ว่า Mitsubishi ยังคงรักษาคาแรกเตอร์ของ PAJERO ในฐานะรถ SUV สำหรับการใช้งาน Off-Road อย่างจริงจัง

กลับมาใช้ Ladder Frame

All NEW PAJERO ใช้โครงสร้างแบบ Body-on-Frame หรือ Ladder Frame พื้นฐานโครงสร้างพัฒนาต่อยอดจาก Triton แต่มีการเพิ่มคานแนวขวาง ปรับขนาดคาน และออกแบบจุดยึดตัวถังใหม่ เพื่อเพิ่มความแข็งแรง ลดการบิดตัว และลดแรงสั่นสะเทือนเข้าสู่ห้องโดยสาร มีการใช้เหล็ก High Tensile ในโครงสร้างประมาณ 50% เพื่อเพิ่มความแข็งแรงพร้อมลดน้ำหนัก เหตุผลหลักที่ Mitsubishi เลือก Ladder Frame คือความต้องการให้ PAJERO สามารถรองรับการใช้งานแบบ Cross-Country และ Off-Road หนักได้มากกว่ารถ SUV แบบ Monocoque ทั่วไป

ช่วงล่างหลัง 5-Link

ระบบช่วงล่างของ PAJERO ใหม่ประกอบด้วย

  • ด้านหน้า Double Wishbone พร้อมเหล็กกันโคลง
  • ด้านหลัง 5-Link Suspension + Rigid Rear Axle

เป็นรูปแบบที่เน้นสมดุลระหว่างการลุย ความแข็งแรง การควบคุมตัวรถ และความสบายในการเดินทางไกล

ห้องโดยสาร 7 ที่นั่ง หรูขึ้นแบบ SUV เรือธง

ภายในห้องโดยสารใช้โทนสีดำ-น้ำตาล Camel พร้อมวัสดุ Soft Touch และหนังหลายตำแหน่ง

  • เบาะนั่งหุ้มหนัง Semi-Aniline แบบ Perforated
  • เบาะคู่หน้าและเบาะแถวที่ 2 ใช้โครงสร้าง R-Comfort เพื่อเพิ่มการรองรับสรีระ

อุปกรณ์สำคัญประกอบด้วย

  • เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง
  • Lumbar Support
  • Memory Seat
  • Heated Seats
  • Ventilated Seats
  • เบาะแถว 2 เลื่อนหน้า-หลังได้ 150 มม.
  • เบาะแถว 2 มีระบบอุ่นและระบายอากาศ
  • เบาะแถว 3 แยกพับ 50:50
  • เบาะแถว 3 พับได้เรียบ

Panoramic Roof + แอร์ 3-Zone

อุปกรณ์ด้านความสะดวกสบายมีให้ค่อนข้างครบ

  • Panoramic Roof
  • ม่านบังแดดไฟฟ้า
  • กระจกบังลมหน้า Acoustic Glass
  • กระจกประตูหน้า-หลังแบบลดเสียงรบกวน
  • เครื่องปรับอากาศอัตโนมัติ 3-Zone
  • ช่องแอร์เพดานสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง
  • Power Tailgate
  • Hands-Free Tailgate
  • เบรกมือไฟฟ้า EPB
  • Auto Brake Hold
  • Wireless Charger
  • ช่องจ่ายไฟ AC 220V

หน้าจอคู่ 14.3 นิ้ว

จุดเด่นอีกอย่างของห้องโดยสารคือหน้าจอแบบ Monolithic Display ที่เชื่อมต่อกัน

ประกอบด้วย

  • มาตรวัด Full Digital 14.3 นิ้ว
  • หน้าจอกลาง Touchscreen 14.3 นิ้ว

รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย

หน้าจอยังสามารถแสดงข้อมูลสำหรับการขับขี่ Off-Road เช่น

  • Pitch
  • Roll
  • Altitude
  • Compass
  • Torque Distribution
  • อุณหภูมิภายนอก

เป็นการนำเอกลักษณ์ Multi Meter ของ PAJERO รุ่นเก่ากลับมาในรูปแบบดิจิทัล

ระบบเสียง YAMAHA 12 ลำโพง

All NEW PAJERO ติดตั้งระบบเสียง

YAMAHA Dynamic Sound Ultimate

มาพร้อม

  • ลำโพง 12 ตำแหน่ง
  • Dual Amplifier
  • Noise Cancellation

ถือเป็นอีกหนึ่งสัญญาณว่า Mitsubishi ต้องการยกระดับ PAJERO ให้เป็นรถเรือธงด้านความหรูหรา ไม่ได้เน้นเพียงความสามารถ Off-Road เท่านั้น

กล้อง 360 องศา + Transparent Chassis

PAJERO มาพร้อมกล้อง Multi Around View Monitor 360 องศา จุดเด่นคือระบบ Transparent Chassis ระบบจะใช้ภาพจากกล้องรอบคันมาประมวลผล เพื่อจำลองภาพบริเวณพื้นและพื้นที่ใต้ด้านหน้าของรถ ช่วยให้ผู้ขับเห็นก้อนหิน หลุม หรือสิ่งกีดขวางขณะขับ Off-Road ได้ง่ายขึ้น

ระบบช่วยขับ MI-PILOT

ระบบช่วยเหลือการขับขี่ MI-PILOT ทำงานร่วมกับกล้องและเรดาร์

อุปกรณ์สำคัญ เช่น

  • Adaptive Cruise Control
  • Forward Collision Mitigation
  • Predictive Forward Collision Warning
  • Emergency Lane Assist
  • Blind Spot Warning
  • Lane Change Assist
  • Lane Keep Assist
  • Front Cross Traffic Alert
  • Rear Cross Traffic Alert
  • Moving Object Detection
  • Auto High Beam
  • TPMS
  • กล้อง 360 องศา

พร้อมถุงลมนิรภัยรวม 8 ตำแหน่ง

ผลิตไทยคือแต้มต่อสำคัญที่สุด

สิ่งที่ทำให้ All NEW PAJERO น่าสนใจมากสำหรับตลาดประเทศไทย ไม่ใช่เพียงชื่อ PAJERO หรือสเปกของตัวรถ แต่คือการมีฐานการผลิตในประเทศไทย ในตลาดโลก PAJERO ถูกวางตำแหน่งให้แข่งขันกับ Land Cruiser

แต่ Toyota Land Cruiser 250 และ Land Cruiser 300 ที่จำหน่ายในประเทศไทยเป็นรถนำเข้า จึงมีต้นทุนและภาษีสูงกว่า

หาก PAJERO ที่ผลิตในไทยสามารถเข้าโครงสร้างภาษีกลุ่ม PPV และ Mitsubishi สามารถตั้งราคาในระดับล้านปลาย ๆ ได้จริง จะทำให้เกิดช่องว่างด้านราคาขนาดใหญ่เมื่อเทียบกับ Land Cruiser

ในขณะเดียวกันก็จะลงมาแข่งขันกับรุ่นท็อปของกลุ่ม PPV โดยตรง

ราคาไทยคือคำตอบสุดท้าย

ตอนนี้สิ่งที่น่าจับตามองที่สุดของ All NEW Mitsubishi PAJERO คือราคาอย่างเป็นทางการในประเทศไทย

หากราคาเริ่มต้นอยู่ในระดับที่จับต้องได้ และรุ่นท็อปสามารถกดให้อยู่ไม่เกิน 2 ล้านบาท PAJERO มีโอกาสกลายเป็นหนึ่งใน SUV รุ่นใหม่ที่สร้างแรงสั่นสะเทือนให้ตลาดประเทศไทยได้มากที่สุดในช่วงปลายปี 2026

เพราะนอกจากชื่อเสียงของ PAJERO แล้ว ตัวรถยังมีทั้งขนาดระดับ Land Cruiser เครื่องยนต์ดีเซล 204 แรงม้า ระบบ S-AWC พร้อม Low Range ห้องโดยสาร 7 ที่นั่ง อุปกรณ์ระดับเรือธง และที่สำคัญคือผลิตในประเทศไทย

กลางเดือนตุลาคม 2026 ต้องรอดูว่า Mitsubishi Motors Thailand จะเปิดตัวกี่รุ่นย่อย และจะวางราคา PAJERO ใหม่ไว้แรงแค่ไหน

Mitsubishi ลุยเกมใหม่! ฟื้น Pajero ปี 2026 เตรียมผลิตไทย แตกไลน์หลายรุ่น พร้อม Hybrid ในอนาคต

Mitsubishi Motors กำลังเตรียมกลับมาเดินเกมครั้งสำคัญอีกครั้ง หลัง เคสุเกะ คิชิอุระ (Keisuke Kishiura) ประธานและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ (President & COO) ของบริษัท Mitsubishi Motors เปิดเผยทิศทางใหม่ของบริษัท โดยหนึ่งในหัวใจสำคัญคือการนำชื่อ Mitsubishi Pajero กลับมาทำตลาดอีกครั้งภายในปี 2026 พร้อมวางแผนต่อยอด Pajero ให้กลายเป็น “ตระกูลรถ” ที่มีมากกว่าหนึ่งรุ่น

ที่น่าสนใจคือ บริษัทกำลังเตรียมความพร้อมสำหรับ การผลิต Pajero ในประเทศไทย ขณะเดียวกันยังมองความเป็นไปได้ในการผลิตรถขนาดกลางและขนาดเล็กบางรุ่นในญี่ปุ่นด้วย

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนว่า Mitsubishi ไม่ได้มอง Pajero เป็นเพียงการนำชื่อระดับตำนานกลับมาเท่านั้น แต่ต้องการใช้ชื่อ Pajero เป็นหนึ่งในเสาหลักของกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ในระยะยาว

Mitsubishi ไม่ขอแข่งด้วยส่วนแบ่งตลาด แต่จะขาย “ความแตกต่าง”

คิชิอุระให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ Yomiuri ว่า Mitsubishi ต้องกลับมาสร้างตัวตนที่แข็งแกร่งในตลาดญี่ปุ่น เพราะหากบริษัทไม่มีความโดดเด่นในบ้านเกิด พนักงานเองก็อาจขาดความมั่นใจและพลังในการเดินหน้าธุรกิจ บริษัทตั้งเป้าว่า ภายในปีงบประมาณ 2030 จะเพิ่มยอดขายในญี่ปุ่นเป็นประมาณ 180,000 คันต่อปี หรือเพิ่มขึ้นราว 1.5 เท่าจากปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม Mitsubishi ไม่ได้ต้องการเดินเกมแบบผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่เน้นส่วนแบ่งตลาดระดับ 10% หรือ 20% ขึ้นไป แนวทางของ Mitsubishi คือการเลือกสร้างรถที่มีบุคลิกชัดเจนและแตกต่างจากคู่แข่ง ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ Delica และ Outlander ซึ่งถือเป็นรถที่มีตำแหน่งทางการตลาดเฉพาะตัว และ Mitsubishi ต้องการเดินหน้ากลยุทธ์นี้ต่อไป คิชิอุระระบุว่า บริษัทตั้งใจจะ “แข่งขันด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีความโดดเด่นและเฉียบคม” แทนที่จะพยายามไล่ตามคู่แข่งในทุกเซกเมนต์

Pajero กลับมาในปี 2026 หลังหายไป 7 ปี

หนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่ Mitsubishi เตรียมนำกลับมาใช้สร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้กับแบรนด์ก็คือ Pajero บริษัทมีแผนเปิดตัว Pajero รุ่นใหม่ภายในปี 2026 หลังจากชื่อ Pajero หายออกจากตลาดญี่ปุ่นไปประมาณ 7 ปี

ชื่อ Pajero ถือเป็นหนึ่งในทรัพย์สินทางแบรนด์ที่สำคัญที่สุดของ Mitsubishi โดยรถรุ่นนี้สร้างชื่อจากการแข่งขันแรลลี่ Dakar และสร้างภาพจำของ Mitsubishi ในฐานะแบรนด์ที่เชี่ยวชาญรถขับเคลื่อนสี่ล้อมาเป็นเวลาหลายสิบปี

การนำ Pajero กลับมาในช่วงที่ตลาด SUV และรถแนวออฟโรดได้รับความนิยมสูง จึงเป็นจังหวะที่ Mitsubishi อาจใช้เพื่อเรียกคืนตัวตนของแบรนด์

ไม่ได้มีแค่ Pajero รุ่นเดียว แต่เตรียมทำเป็น “Series”

ประเด็นที่น่าสนใจมากกว่าการกลับมาของ Pajero คือ Mitsubishi กำลังมองไกลกว่ารถเพียงรุ่นเดียว คิชิอุระเปิดเผยว่า “เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้า เรามีแผนพัฒนา Pajero ให้เป็น Series” นั่นหมายความว่า ในอนาคตชื่อ Pajero อาจไม่ได้ถูกใช้กับ SUV ขนาดใหญ่เพียงรุ่นเดียว แต่มีโอกาสขยายไปยังรถหลายขนาดหรือหลายรูปแบบ หนึ่งในแนวทางที่ถูกพูดถึงคือ รถขนาดกลางและขนาดเล็กที่อาจถูกพัฒนาเพิ่มเติม และอาจมีการผลิตบางรุ่นในประเทศญี่ปุ่น

หาก Mitsubishi เดินหน้าแนวทางดังกล่าวจริง Pajero อาจถูกพัฒนาให้มีบทบาทคล้ายกับ “แบรนด์ย่อย” ภายใน Mitsubishi และใช้แข่งขันในตลาด SUV หลายระดับราคา

Pajero รุ่นใหม่เตรียมผลิตในประเทศไทย

สำหรับ Pajero รุ่นใหม่ Mitsubishi ระบุว่าขณะนี้บริษัทกำลัง เตรียมความพร้อมสำหรับการผลิตในประเทศไทย ไทยจึงมีโอกาสเป็นฐานการผลิตสำคัญของ Pajero เจเนอเรชันใหม่ เช่นเดียวกับรถ Mitsubishi หลายรุ่นที่ใช้ไทยเป็นฐานการผลิตเพื่อจำหน่ายทั้งในประเทศและส่งออก หากแผนดังกล่าวเกิดขึ้นจริง ไทยอาจมีบทบาทมากกว่าการเป็นตลาดสำหรับ Pajero แต่จะเป็นหนึ่งในฐานการผลิตหลักเพื่อส่งออกไปยังภูมิภาคต่าง ๆ

และด้วยโครงสร้างอุตสาหกรรมของ Mitsubishi ในไทยที่มีความแข็งแกร่ง โดยเฉพาะรถกระบะและ SUV พื้นฐานจากรถกระบะ การนำ Pajero กลับมาผลิตในไทยจึงถือเป็นทิศทางที่สอดคล้องกับฐานธุรกิจเดิมของบริษัท

Mitsubishi ชะลอเกม EV หันให้น้ำหนัก Hybrid มากขึ้น

ในอีกด้านหนึ่ง การให้สัมภาษณ์กับ Nikkei ยังเผยให้เห็นทิศทางด้านขุมพลังของ Mitsubishi ในช่วงหลายปีข้างหน้า

บริษัทเตรียม เลื่อนการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า EV บางโครงการออกไป และหันมาให้ความสำคัญกับรถยนต์ Hybrid ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ Mitsubishi มองว่าสามารถใช้จุดแข็งของตัวเองได้มากกว่า

Mitsubishi มีประสบการณ์กับระบบไฟฟ้าและ PHEV มายาวนาน โดยเฉพาะ Outlander PHEV ซึ่งถือเป็นหนึ่งในรถ Plug-in Hybrid รุ่นแรก ๆ ที่ประสบความสำเร็จในตลาดโลก

ดังนั้นแทนที่จะเร่งลงทุน EV เต็มรูปแบบเพียงอย่างเดียว บริษัทจึงเลือกกระจายเทคโนโลยี และนำระบบ Hybrid ไปใช้กับรถรุ่นสำคัญ

Pajero Hybrid อยู่ในแผนภายในปี 2031

Mitsubishi ตั้งเป้านำระบบ Hybrid มาใช้กับรถออฟโรดขนาดใหญ่ภายในปีงบประมาณ 2031 และหนึ่งในรถที่ถูกระบุว่าเป็นตัวเลือกสำคัญก็คือ Mitsubishi Pajero หมายความว่า Pajero เจเนอเรชันใหม่อาจเริ่มต้นจากขุมพลังที่เหมาะกับตลาดในปัจจุบัน ก่อนที่จะมีเวอร์ชัน Hybrid เพิ่มเข้ามาในภายหลัง แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของ Mitsubishi ที่ต้องการรักษาความสามารถด้านรถออฟโรด ขณะเดียวกันก็ลดการใช้เชื้อเพลิงและการปล่อยมลพิษ

เป้าหมายคือสร้าง Mitsubishi ให้กลับมามี “คาแรกเตอร์”

ภาพรวมของทิศทางใหม่จึงชัดเจนขึ้นว่า Mitsubishi ไม่ได้ต้องการแข่งด้วยจำนวนรุ่นหรือยอดขายสูงสุดในตลาด แต่จะกลับไปใช้สิ่งที่เคยสร้างชื่อให้บริษัท คือ รถที่มีบุคลิกชัดเจน ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ และเทคโนโลยีไฟฟ้าที่สามารถใช้งานได้จริง Delica, Outlander และ Pajero จึงอาจกลายเป็น 3 ชื่อสำคัญในการสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้ Mitsubishi ในช่วงหลายปีข้างหน้า

โดยเฉพาะ Pajero ซึ่งอาจไม่ได้กลับมาในฐานะ SUV เพียงคันเดียว แต่มีโอกาสถูกพัฒนาเป็นตระกูลรถหลายรุ่น และประเทศไทยกำลังถูกวางให้เป็นหนึ่งในฐานการผลิตสำคัญของโครงการนี้ หาก Mitsubishi สามารถนำจุดแข็งด้าน SUV, 4WD และ Hybrid มารวมกันได้สำเร็จ การกลับมาของ Pajero ในปี 2026 อาจไม่ได้เป็นเพียงการคืนชีพชื่อระดับตำนานเท่านั้น

แต่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างตัวตนใหม่ของ Mitsubishi Motors ในตลาดโลกอีกครั้ง

response

ขณะที่ All-New Pajero ที่อยู่ในแผนการผลิต มีเป้าหมายใช้ชิ้นส่วนในประเทศไทยสูงถึงประมาณ 82% นอกจากนี้ Mitsubishi Motors ยังมีแผนลงทุนเพิ่มในประเทศไทยจนถึงปี 2573 อีกประมาณ 16,000 ล้านบาท เพื่อพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์สมัยใหม่ รองรับการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมยานยนต์ในอนาคต
บริษัทกำลังศึกษาการผลิตและส่งออกรถกระบะ รวมถึง All-New Pajero ที่ใช้เทคโนโลยี Hybrid จากฐานการผลิตในประเทศไทยอีกด้วย
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า “ผลิตในไทย” ของ Mitsubishi ไม่ได้หมายถึงเพียงนำชิ้นส่วนเข้ามาประกอบ แต่มีการพึ่งพาซัพพลายเชนและผู้ผลิตชิ้นส่วนภายในประเทศในสัดส่วนสูง โดยเฉพาะรถรุ่นที่ทำตลาดและผลิตในไทยมาอย่างยาวนาน

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้ได้