BYD ตอกกลับ ซีอีโอ Ford! ส่ง SHARK 6 Performance อัปเกรดพลังลาก 3.5 ตัน ลบคำสบประมาทเจ้าตลาด

BYD ตอกกลับ ซีอีโอ Ford! ส่ง SHARK 6 Performance อัปเกรดพลังลาก 3.5 ตัน ลบคำสบประมาทเจ้าตลาด
Spread the love
Advertisement Advertisement

“Jim Farley” แม่ทัพ Ford เปิดใจหลังลองขับ BYD Shark 6 และ GWM Cannon Alpha: “เป็นคู่แข่งที่น่ากลัว แต่ยังแทนที่ Ranger ในงานหนักไม่ได้”

ในโลกยานยนต์ปัจจุบัน คงไม่มีซีอีโอค่ายรถฝั่งตะวันตกคนไหนที่จะ “เปิดรับ” และกล้ายอมรับความเก่งกาจของรถยนต์จีนได้เท่ากับ Jim Farley ซีอีโอระดับโลกของ Ford อีกแล้ว

ล่าสุดในระหว่างการเดินทางเยือนออสเตรเลียแบบเร่งด่วน เพื่อร่วมเปิดตัวความร่วมมือด้านเครื่องยนต์กับทีม Red Bull Racing ในศึก Australian Grand Prix เมื่อต้นเดือนมีนาคม 2026 ที่ผ่านมา Farley ได้ใช้โอกาสนี้ทดสอบขับรถกระบะขุมพลังปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) จากจีน 2 รุ่นที่เป็นคู่แข่งโดยตรงอย่าง BYD Shark 6 และ GWM Cannon Alpha รวมถึงรถระดับตำนานอย่าง LandCruiser 70

ยอมรับในความล้ำ แต่กังขาเรื่อง “งานหนัก”

Farley ให้สัมภาษณ์กับสื่อยานยนต์อย่างตรงไปตรงมาว่า เขารู้สึกประทับใจในตัวรถจีนเหล่านี้ โดยเฉพาะในแง่ของผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ แต่เขาก็ยังคงขีดเส้นแบ่งที่ชัดเจนระหว่าง “รถใช้งานทั่วไป” กับ “รถสำหรับงานหนัก”

“Shark 6 เป็นรถกระบะที่ดีมากสำหรับคนที่อยากเปลี่ยนมาใช้ระบบไฟฟ้าและไม่ได้ใช้งานหนักทุกวัน แต่ถ้าคุณลองบรรทุกของ 500 กิโลกรัมไว้ท้ายกระบะ คุณจะรู้ทันทีว่ามันไม่ใช่ Ranger และมันก็ไม่ใช่ HiLux ด้วย” Farley กล่าว

เขาวิเคราะห์ว่าค่ายรถจากจีนยังเสียเปรียบในเรื่อง “ประสบการณ์ที่สะสมมานานนับทศวรรษ” โดยเฉพาะความเชี่ยวชาญด้านแชสซี การลากจูง (Towing) และการบรรทุกหนัก ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของรถกระบะที่ Ford และ Toyota ครองตลาดอยู่

ปริศนาเรื่องกำไรที่ Ford ยังหาคำตอบไม่ได้

ประเด็นที่น่าสนใจที่สุดคือ Farley ยอมรับว่าจากการนำรถเหล่านี้มาแยกชิ้นส่วนวิเคราะห์ (Teardown) อย่างละเอียด ทีมวิศวกรของ Ford ยังคงประหลาดใจกับโครงสร้างต้นทุน

  • ความคุ้มค่า: ผลิตภัณฑ์มีความแข็งแกร่งและแข่งขันได้สูงในราคาที่เข้าถึงง่าย

  • ความสงสัย: Farley ยอมรับตามตรงว่า “ไม่รู้เลยว่าพวกเขาสามารถทำกำไรจากรถที่สเปกสูงขนาดนี้ในราคานั้นได้อย่างไร”

จาก Xiaomi SU7 ถึง Shark 6: ซีอีโอผู้กล้าเรียนรู้จากศัตรู

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ Farley ออกมาชื่นชมรถยนต์จีน ก่อนหน้านี้ในปี 2024 เขาเคยสร้างความฮือฮาด้วยการยอมรับว่าเขาขับรถไฟฟ้า Xiaomi SU7 ในสหรัฐฯ นานถึง 6 เดือน และยอมรับว่ามันดีจนเขาไม่อยากจะเลิกขับ

การที่เขากระโดดลงมาทดลองขับ BYD Shark 6 และ GWM Cannon Alpha ด้วยตัวเองในครั้งนี้ จึงเป็นการตอกย้ำว่า Ford กำลังจับตามองค่ายรถจากจีนอย่างใกล้ชิด และมองว่าเป็นคู่แข่งที่ประมาทไม่ได้เลยในตลาดโลก แม้ในปัจจุบันจะยังมีความห่างชั้นในเรื่องความทรหดของแชสซีก็ตาม

Advertisement Advertisement

BYD ตอกกลับ Ford! ส่ง SHARK 6 Performance อัปเกรดพลังลาก 3.5 ตัน ลบคำสบประมาทเจ้าตลาด


สงครามรถกระบะเริ่มเดือดขึ้นเรื่อยๆ ครับ เมื่อล่าสุด BYD ได้ทำการตอบโต้อย่างแสบสันหลังจากที่ Jim Farley ซีอีโอของ Ford ได้ออกมาตั้งข้อสงสัยผ่านสื่อในออสเตรเลียว่า รถกระบะจากจีน (อย่าง BYD SHARK 6 และ GWM Cannon) อาจจะมีสมรรถนะการลากจูงไม่สู้ดีนักเมื่อเทียบกับเจ้าตลาดที่มีประสบการณ์ยาวนานหลายทศวรรษอย่าง Ford Ranger หรือ Toyota Hilux

เพียงไม่กี่สัปดาห์หลังจากคำวิจารณ์นั้น BYD ก็ได้ทำการเปิดตัว SHARK 6 สองรุ่นย่อยใหม่ในออสเตรเลีย โดยเฉพาะรุ่น Performance ที่ถูกอัปเกรดมาเพื่อ “ลบคำสบประมาท” และพิสูจน์ว่าเทคโนโลยี PHEV จากจีนก็ทำได้ไม่แพ้กัน

การตอบโต้ด้วย “ตัวเลข” ที่เทียบเท่าระดับ Gold Standard

ก่อนหน้านี้ซีอีโอของ Ford เชื่อว่าบริษัทอย่าง Ford หรือ Toyota มีความได้เปรียบมหาศาลจากประสบการณ์การสร้างรถกระบะมานานหลายปี โดยเขากล่าวว่าแบรนด์จีนยังขาดองค์ความรู้เรื่องเทคโนโลยีแชสซี สมรรถนะการลากจูง และการบรรทุกหนัก

BYD จึงแก้เกมด้วยการอัปเกรด SHARK 6 Performance ให้มีพลังลากจูงเพิ่มขึ้นจาก 2,500 กิโลกรัม เป็น 3,500 กิโลกรัม ซึ่งเป็นตัวเลขระดับมาตรฐานสูงสุดที่เทียบเท่ากับ Ford Ranger และ Toyota Hilux ในตลาดออสเตรเลียทันที

ขุมพลังใหม่ 2.0T Plug-in Hybrid: แรงและดุดันกว่าเดิม

เพื่อให้รองรับน้ำหนักการลากจูงที่เพิ่มขึ้น BYD ได้ปรับเปลี่ยนหัวใจหลักจากเครื่องยนต์ 1.5T เป็นระบบ 2.0T Plug-in Hybrid ที่ทรงพลังยิ่งขึ้น:

  • พละกำลังสูงสุด: เพิ่มขึ้นเป็น 476 แรงม้า (350kW)
  • แรงบิดสูงสุด: สูงถึง 700 นิวตันเมตร
  • อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.: ทำได้ในเวลาเพียง 5.5 วินาที (เร็วขึ้นจากรุ่นมาตรฐาน 0.2 วินาที)
  • ความเร็วสูงสุด: เพิ่มขึ้นเป็น 190 กม./ชม.

เสริมเขี้ยวเล็บสำหรับการลุย (Off-road Tech)

นอกเหนือจากความแรง SHARK 6 Performance ยังเพิ่มโหมดขับขี่อัจฉริยะเพื่อการออฟโรดที่จริงจังมากขึ้น

  • Crawl Mode (โหมดคลาน): จำกัดความเร็วไว้ไม่เกิน 20 กม./ชม. โดยระบบจะปรับแรงบิดโดยอัตโนมัติเพื่อลดการปัดหรือลื่นไถลของล้อ
  • การใช้งาน: ออกแบบมาเพื่อรับมือกับเส้นทางหิน (Rock), ทางลาดชัน และร่องลึก (Deep rut)
  • พื้นฐานวิศวกรรม: ยังคงความแกร่งด้วยแพลตฟอร์ม DMO, ช่วงล่างอิสระปีกนกคู่หน้า-หลัง, โครงสร้าง Body-on-frame พร้อมเทคโนโลยี CTC (Cell-to-Chassis) และระบบล็อกเฟืองท้ายเสมือน (Virtual Diff Lock)

SHARK 6 Dynamic: ทางเลือกสำหรับสายต่อเติม (Custom)

นอกจากรุ่นเน้นสมรรถนะแล้ว BYD ยังส่งรุ่น SHARK 6 Dynamic ซึ่งเป็นรุ่นแบบ Chassis Cab (รถกระบะพื้นเรียบที่ไม่มีกระบะหลัง) สำหรับลูกค้าที่ต้องการนำไปติดตั้งตู้บรรทุกหรือกระบะอัลลอยตามการใช้งานเฉพาะด้าน:

  • ความอเนกประสงค์: สามารถเลือกติดตั้งกระบะอัลลอยความทนทานสูงที่มีจุดยึด 8 จุด และกล่องเก็บของ 2 ฝั่ง
  • ราคาจำหน่าย: รุ่น Performance เปิดตัวที่ 62,900 AUD (ประมาณ 1,427,830 บาท) ซึ่งแม้จะแพงกว่ารุ่นมาตรฐาน แต่เมื่อเทียบกับตัวเลขสมรรถนะที่ได้แล้ว ยังคงเป็นราคาที่คุ้มค่ามากเมื่อเทียบกับกระบะดีเซลในพิกัดเดียวกัน

DRIVE

Autohome

Advertisement Advertisement

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้ได้