Suzuki Landy รุ่นปรับโฉมใหม่ในญี่ปุ่น ราคา 784,000 บาท เบนซินไฮบริด 1.8 ลิตร 140 แรงม้า ประหยัด 23.4 กม./ลิตร WLTC

Suzuki Landy รุ่นปรับโฉมใหม่ในญี่ปุ่น ราคา 784,000 บาท เบนซินไฮบริด 1.8 ลิตร 140 แรงม้า ประหยัด 23.4 กม./ลิตร WLTC
Spread the love
Advertisement Advertisement

Suzuki Landy รุ่นปรับโฉมใหม่ในญี่ปุ่น มินิแวนฝาแฝด Toyota Noah ที่อัปเกรดเป็นไฮบริดล้วน แต่จ่ายแพงกว่าโยนก

เนื่องจาก Suzuki ไม่ได้พัฒนาและผลิตรถมินิแวนเป็นของตัวเอง จึงเป็นที่มาของการกำเนิด Suzuki Landy รถแฝดคนละฝาของ Toyota Noah และ Voxy ที่หลายคนอาจยังไม่ค่อยคุ้นหูนัก ล่าสุดมินิแวนรุ่นนี้ได้รับการปรับโฉมใหม่ในประเทศญี่ปุ่น โดยเป็นการอัปเดตตามรอยแฝดผู้พี่จากค่าย Toyota มาติด ๆ ด้วยการเปลี่ยนมาใช้ขุมพลังไฮบริด 100% เพิ่มตัวเลือกเบาะนั่งแบบ 8 ที่นั่ง และติดตั้งชุดแต่งสปอร์ตมาให้เป็นมาตรฐานจากโรงงาน ทว่า… สิ่งหนึ่งที่ไม่ได้ติดสอยห้อยตามมาจาก Toyota ก็คือระบบอินโฟเทนเมนต์นั่นเอง

ดีไซน์ภายนอก ดุดันขึ้นด้วยชุดแต่งสปอร์ต แต่ยังคงคอนเซปต์ Badge Engineering

เริ่มต้นกันที่รูปลักษณ์ภายนอก Suzuki Landy ยังคงเป็นโมเดลที่สะท้อนการทำ Badge Engineering (การนำรถรุ่นอื่นมาเปลี่ยนโลโก้แปะแบรนด์ตัวเอง) อย่างซื่อสัตย์ แต่ได้รับการพัฒนาขึ้นจากเจเนอเรชันที่ 4 ที่เปิดตัวไปในปี 2022 โดยรอบนี้แทนที่จะถอดแบบมาจาก Toyota Noah รุ่นเริ่มต้น Suzuki กลับเลือกหยิบยกกันชนหน้าดีไซน์สปอร์ตและชุดแต่งรอบคันจาก Noah รุ่นท็อปมาใช้งานแทน

ผลลัพธ์ที่ได้คือกระจังหน้าขนาดมหึมาที่แทบจะกลืนกินพื้นที่ด้านหน้ารถทั้งหมดด้วยแถบกระจังวางซ้อนกันเป็นชั้น ๆ มอบลุคที่ดูดุดันและสปอร์ตเกินกว่าจะเป็นรถตู้ครอบครัวขนของทั่วไป ทั้งนี้ จุดต่างเฉพาะตัวของ Suzuki จะมีเพียงแค่แถบตกแต่งสีเดียวกับตัวถังที่อยู่เหนือกระจังหน้าและตราโลโก้เท่านั้น ส่วนสีตัวถังก็มีให้เลือกแบบเรียบง่ายเพียง 3 สีในโทนขาว-เทา-ดำ ได้แก่:

  • สีขาวมุก Platinum White Pearl Mica
  • สีเทา Metal Stream Metallic
  • สีดำ Neutral Black

ภายในห้องโดยสาร เพิ่มความจุ 8 ที่นั่ง แต่ไร้เงาหน้าจอของ Toyota

ไฮไลต์สำคัญภายในห้องโดยสารคือการเพิ่มโครงสร้างเบาะนั่งแบบ 8 ที่นั่ง เข้ามาเป็นทางเลือกควบคู่ไปกับรุ่น 7 ที่นั่งแบบเดิม ในส่วนของคนขับมีการปรับปรุงคอนโซลหน้าเล็กน้อย โดยใช้วัสดุบุนุ่ม (Soft-pad) ตลอดแนวแดชบอร์ด และอัปเกรดหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ในชุดมาตรวัดให้มีขนาดใหญ่ขึ้นเป็น 7 นิ้ว

ข้อสังเกตสำคัญ: แม้จะได้รับการอัปเดต แต่ Suzuki Landy กลับไม่ได้หน้าจอมาตรวัดดิจิทัลขนาด 12.3 นิ้ว รวมถึงหน้าจอสัมผัสอินโฟเทนเมนต์ขนาด 8 นิ้ว หรือ 10.25 นิ้วเหมือนที่มีใน Toyota Noah ยิ่งไปกว่านั้น ตัวเบาะนั่งยังมีความแตกต่างกันเล็กน้อย และรถที่ส่งออกจากโรงงานจะเป็นสเปกแบบ “Audio-less” (ไม่มีเครื่องเสียงติดรถมาให้) ซึ่งหมายความว่าผู้ซื้อจะต้องเลือกติดตั้งระบบอินโฟเทนเมนต์และระบบนำทางเพิ่มเติมเอง โดยมีขนาดให้เลือกตั้งแต่ 7 ถึง 9 นิ้ว

ขุมพลังและสมรรถนะ บอกลาเครื่องยนต์สันดาป มุ่งสู่ไฮบริดเต็มตัว

ระบบเครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง (Engine & Powertrain)

หลังจากที่เวอร์ชันปรับโฉมใหม่ได้ตัดเครื่องยนต์เบนซินล้วนขนาด 2.0 ลิตรออกไป ทำให้เหลือเพียงขุมพลังทางเลือกเดียวคือ ระบบไฮบริดอัจฉริยะ (Toyota Series-Parallel Hybrid System เจเนอเรชันที่ 5) ซึ่งเน้นการทำงานที่เงียบ ประหยัดน้ำมัน และลดมลพิษได้อย่างยอดเยี่ยม โดยมีรายละเอียดทางวิศวกรรมดังนี้ครับ:

  • รหัสเครื่องยนต์: 2ZR-FXE
  • รูปแบบเครื่องยนต์: เบนซิน 4 สูบแถวเรียง DOHC 16 วาล์ว ความจุ 1.8 ลิตร (1,797 ซีซี) พร้อมระบบแปรผันวาล์ว Dual VVT-i ทำงานด้วยวัฏจักร Atkinson Cycle ที่เน้นประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงสูงสุด
  • พละกำลังเครื่องยนต์: ให้กำลังสูงสุด 98 แรงม้า (PS) ที่ 5,200 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 142 นิวตันเมตร ที่ 3,600 รอบต่อนาที
  • ระบบมอเตอร์ไฟฟ้า (รุ่นขับเคลื่อนล้อหน้า FWD): มอเตอร์ไฟฟ้าหน้า รหัส 1VM ให้กำลังสูงสุด 95 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 185 นิวตันเมตร
  • ระบบมอเตอร์ไฟฟ้า (รุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ E-Four): เพิ่มมอเตอร์ไฟฟ้าหลัง รหัส 1WM ให้กำลังสูงสุด 41 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 84 นิวตันเมตร เพื่อช่วยในการออกตัวและเพิ่มการยึดเกาะถนน (พร้อมโหมดอัปเดตใหม่ Snow Extra)
  • พละกำลังรวมทั้งระบบ (เครื่องยนต์ + มอเตอร์ไฟฟ้า): ให้กำลังสูงสุดรวม 140 แรงม้า (PS)
  • ระบบส่งกำลัง: เกียร์อัตโนมัติ E-CVT (Electronically Controlled Continuously Variable Transmission)

อัตราการประหยัดน้ำมันและประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิง (Fuel Economy)

หลังจากที่ตัดเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตรออกไป และมุ่งสู่ขุมพลัง 1.8L Hybrid (เจเนอเรชันที่ 5) อย่างเต็มตัว ทำให้ Suzuki Landy กลายเป็นหนึ่งในรถมินิแวนขนาดกลางที่ประหยัดน้ำมันที่สุดในคลาส โดยมีตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองตามมาตรฐานการทดสอบ WLTC (Worldwide Harmonized Light Vehicles Test Cycle) ของประเทศญี่ปุ่นดังนี้ครับ:

  • รุ่นขับเคลื่อนล้อหน้า (FWD): ทำตัวเลขประหยัดน้ำมันเฉลี่ยสูงถึง 23.2 – 23.4 กิโลเมตรต่อลิตร (หรือกินน้ำมันเฉลี่ยเพียงประมาณ 4.3 ลิตร ต่อ 100 กิโลเมตร)
  • รุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ (E-Four / AWD): ทำตัวเลขประหยัดน้ำมันเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 22.0 กิโลเมตรต่อลิตร (ตัวเลขลดลงเล็กน้อยเนื่องจากน้ำหนักตัวรถและระบบขับเคลื่อนสี่ล้อที่เพิ่มเข้ามา แต่ยังคงประหยัดอย่างน่าประทับใจ)

มิติตัวถังและโครงสร้างฐานล้อ (Dimensions & Chassis)

ด้วยการพัฒนาขึ้นบนแพลตฟอร์มโครงสร้างตัวถังระดับโลก TNGA (GA-C) ร่วมกับ Toyota ทำให้ตัวรถมีจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำ ห้องโดยสารกว้างขวาง และเพิ่มความแข็งแกร่งของโครงสร้างทนต่อการบิดตัวได้ดีขึ้น โดยมีสัดส่วนตัวเลขมิติตัวถังดังนี้ครับ:

  • ความยาวตัวถังตลอดคัน: 4,695 มิลลิเมตร
  • ความกว้างตัวถัง: 1,730 มิลลิเมตร
  • ความสูงตัวถัง (รุ่น FWD): 1,895 มิลลิเมตร
  • ความสูงตัวถัง (รุ่น E-Four): 1,925 มิลลิเมตร
  • ความยาวฐานล้อ (Wheelbase): 2,850 มิลลิเมตร (ช่วยให้พื้นที่วางขาของเบาะแถว 2 และ 3 กว้างขวางนั่งสบาย)
  • ความกว้างช่วงล้อหน้า / หลัง: 1,500 / 1,515 มิลลิเมตร
  • ระยะต่ำสุดจากพื้น (Ground Clearance): 140 มิลลิเมตร (รุ่น FWD) และ 125 มิลลิเมตร (รุ่น E-Four)
  • น้ำหนักตัวรถเปล่า: อยู่ระหว่าง 1,630 – 1,710 กิโลกรัม (ขึ้นอยู่กับระบบขับเคลื่อนและจำนวนเบาะนั่ง)
  • รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด: 5.5 เมตร (คล่องตัวสูงสำหรับการขับขี่และกลับรถในเมือง)
  • ความจุถังน้ำมัน: 52 ลิตร

ราคาจำหน่าย เมื่อโลโก้ Suzuki มีราคาแพงกว่า Toyota?

Suzuki Landy Hybrid G รุ่นปรับโฉมใหม่เริ่มวางจำหน่ายแล้วในประเทศญี่ปุ่น โดย Suzuki ตั้งเป้ายอดขายแบบเจียมเนื้อเจียมตัวเพียง 1,200 คันต่อปี โดยมีราคาจำหน่ายดังนี้ครับ

Advertisement Advertisement
  • รุ่นขับเคลื่อนล้อหน้า (FWD): ราคา 3,845,600 เยน (คิดเป็นเงินไทยประมาณ 784,500 บาท)
  • รุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ (AWD): ราคา 4,128,300 เยน (คิดเป็นเงินไทยประมาณ 842,000 บาท)

ประเด็นที่น่าสนใจและน่าแปลกใจที่สุดคงหนีไม่พ้นเรื่องของ “ส่วนต่างราคา” (Premium) เพราะ Toyota Noah ซึ่งเป็นรถต้นแบบและให้สเปกหน้าจอที่ครบครันกว่า กลับมีราคาเริ่มต้นในญี่ปุ่นเพียง 3,261,500 เยน (หรือประมาณ 665,000 บาท) เท่านั้น เท่ากับว่าผู้ที่เลือกซื้อเวอร์ชัน Suzuki จะต้องจ่ายแพงกว่าเพื่อแลกกับตราโลโก้ที่เปลี่ยนไปนั่นเอง

 

Advertisement Advertisement

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้ได้