10 แบรนด์รถยนต์ยอดขายสูงสุดในโลก ประจำปี 2025 TOYOTA ยังนำที่ 1 VW อันดับ 2

10 แบรนด์รถยนต์ยอดขายสูงสุดในโลก ประจำปี 2025 TOYOTA ยังนำที่ 1 VW อันดับ 2
Spread the love
Advertisement Advertisement

10 อันดับค่ายรถโลกปี 2025 BYD แซง Ford ขึ้นที่ 6  Geely พุ่งแรงติดท็อป 8

ภาพรวมปี 2025 โครงสร้าง “10 อันดับผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของโลก” ยังไม่เปลี่ยนรายชื่อ แต่ “ลำดับ” เปลี่ยนชัดเจน โดยเฉพาะ 2 ยักษ์ใหญ่จากจีนที่ขยับอันดับขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่ BYD ขึ้นอันดับ 6 แซง Ford และ Geely Group โตแรงจนขยับจากอันดับ 10 ขึ้นสู่อันดับ 8

ตาราง 10 อันดับผู้ผลิตรถยนต์โลก ปี 2025 (ยอดขายรวม)

อันดับ บริษัท ยอดขายปี 2025 เปลี่ยนแปลง YoY เปลี่ยนอันดับ
1 Toyota Motor Company 11.21 ล้านคัน +4.8%
2 Volkswagen Group 8.68 ล้านคัน -0.5%
3 Hyundai Motor Group (Hyundai-Kia) 7.27 ล้านคัน +0.8%
4 General Motors 6.18 ล้านคัน +3.0%
5 Stellantis 5.48 ล้านคัน +1.3%
6 BYD 4.60 ล้านคัน +7.7% ⬆️ +1
7 Ford Motor Company 4.40 ล้านคัน -2.0% ⬇️ -1
8 Geely Holding Group 4.12 ล้านคัน +23.4% ⬆️ +2
9 Honda Motor Company 3.46 ล้านคัน -9.2% ⬇️ -1
10 Nissan Motor Company 3.21 ล้านคัน -5.6% ⬇️ -1
หมายเหตุ: ยอดขายเป็นยอดรวมรายปีตามเอกสาร/รายงานการเงินของแต่ละบริษัท

ไฮไลต์สำคัญ: BYD แซง Ford – Geely โตสุดใน Top 10

BYD ขึ้นอันดับ 6: ขาย 4.60 ล้านคัน (+7.7%)

BYD ขยับแซง Ford ขึ้นสู่อันดับ 6 ของโลก โดยยอดขายส่วนใหญ่อยู่ในจีน และมีการส่งออกไปยุโรป ลาตินอเมริกา และเอเชียรวมกว่า 1 ล้านคัน สะท้อนแรงส่งของแบรนด์จีนทั้งในตลาดบ้านเกิดและต่างประเทศ

Advertisement Advertisement

Geely Group ขึ้นอันดับ 8: ขาย 4.12 ล้านคัน (+23.4%)

Geely Group ทำสถิติการเติบโตโดดเด่นที่สุดในกลุ่ม Top 10 โดยรถปลั๊กอินไฮบริดและรถไฟฟ้า (PHEV + EV) เพิ่มขึ้นแรง พร้อมแบรนด์ในเครือที่ช่วยหนุนยอด เช่น Lynk & Co, Zeekr และ Proton

Toyota ครองอันดับ 1 ต่อเนื่องปีที่ 6

Toyota ยังคงเป็นผู้นำตลาดโลกด้วยยอดขาย 11.21 ล้านคัน (+4.8%) และขยายช่องว่างเหนือ Volkswagen Group เพิ่มขึ้นอีก สะท้อนความแข็งแรงของพอร์ตสินค้าและเครือข่ายตลาดทั่วโลก

Hyundai-Kia โตเล็กน้อย แต่ “รถไฟฟ้า/ไฮบริด” โตชัด

Hyundai-Kia ยังคงรั้งอันดับ 3 ด้วยยอดขาย 7.27 ล้านคัน (+0.8%) โดยจุดเด่นอยู่ที่ยอดขายรถ Electrified ที่เติบโตสูง ทั้งฝั่ง Hyundai/Genesis และ Kia

  • Hyundai + Genesis: 4,138,389 คัน (แบรนด์รวม +0.1%) / Electrified 961,812 คัน (+27%)
  • Kia: 3,135,873 คัน (+1.5%) / Hybrid +23.7% และ EV +18.9%

GM: สหรัฐฯ และจีนหนุนโต แต่บราซิลร่วง

General Motors มียอดขายรวม 6.18 ล้านคัน (+3.0%) โดยสหรัฐฯ โต 5.5% และจีนกลับมาเป็นบวก 2.5% อย่างไรก็ตามตลาดบราซิลในอเมริกาใต้ลดลงถึง 14.1%

  • สหรัฐฯ: 2,853,000 คัน (+5.5%)
  • จีน: 2,418,000 คัน (+2.5%)
  • บราซิล: 276,000 คัน (-14.1%)

Stellantis: ยุโรปถอย แต่ตลาดอื่นช่วยชดเชย

Stellantis ยอดรวม 5.48 ล้านคัน (+1.3%) แม้ยุโรปจะลดลง แต่ได้การเติบโตจากอเมริกาเหนือ ตะวันออกกลาง/แอฟริกา และอเมริกาใต้เข้ามาช่วยพยุงภาพรวม

  • ยุโรป: 2,491,000 คัน (-3.3%)
  • อเมริกาเหนือ: 1,472,000 คัน (+2.8%)
  • ตะวันออกกลาง/แอฟริกา: 453,000 คัน (+7.1%)
  • อเมริกาใต้: 1,000,000 คัน (+9.6%)

ประเด็นน่าห่วง: Maserati ลดลงหนักถึง 31% เหลือเพียง 7,800 คัน

Ford: EV โตแรง แต่ยอดรวมยังลด

Ford ตกมาอยู่อันดับ 7 ด้วยยอดขาย 4.40 ล้านคัน (-2.0%) โดยรายงานภายในแบ่งธุรกิจเป็น Ford Blue (รถสันดาป/ไฮบริด), Ford Pro (รถเพื่อการพาณิชย์) และ Model e (EV) ซึ่งฝั่ง EV เติบโตแรงจากยุโรป แต่ยังไม่พอชดเชยอดรวมที่ลดลง

  • Ford Blue: 2,728,000 คัน (-4.7%)
  • Ford Pro: 1,488,000 คัน (-1.0%)
  • Model e (EV): 178,000 คัน (+69.5%)

Honda และ Nissan ยอดหดตัว: ญี่ปุ่นเริ่ม “เหนื่อย” ในหลายภูมิภาค

Honda (อันดับ 9): 3.46 ล้านคัน (-9.2%)

Honda มียอดลดลงแทบทุกภูมิภาค โดยเอเชีย (รวมจีน ไม่รวมญี่ปุ่น) ลดลงหนักที่สุด ขณะที่ “ตลาดอื่นๆ” เป็นกลุ่มเดียวที่ยังโต

  • ญี่ปุ่น: 601,000 (-4.3%)
  • ยุโรป: 89,000 (-11.0%)
  • อเมริกาเหนือ: 1,594,000 (-5.6%)
  • เอเชีย (รวมจีน ไม่รวมญี่ปุ่น): 1,017,000 (-18.5%)
  • ตลาดอื่นๆ: 159,000 (+7.4%)

Nissan (อันดับ 10): 3.21 ล้านคัน (-5.6%)

Nissan ลดลงเกือบทุกตลาด ยกเว้นอเมริกาเหนือที่ยังบวกเล็กน้อย ขณะที่จีนและญี่ปุ่นลดลงแรง

  • อเมริกาเหนือ: 1,313,000 (+2.2%)
  • จีน: 657,000 (-11.7%)
  • ญี่ปุ่น: 402,000 (-15.4%)
  • ยุโรป/สหราชอาณาจักร: 330,000 (-7.0%)
  • ตลาดอื่นๆ: 505,000 (-6.3%)

บทสรุป ปี 2025 คือปีที่ “จีนขยับขึ้นชัด” ในเวทีโลก

แม้ Top 10 จะยังไม่เปลี่ยนรายชื่อ แต่แรงส่งของ BYD และ Geely ทำให้ลำดับเปลี่ยนอย่างมีนัยสำคัญ ขณะเดียวกัน ผู้ผลิตญี่ปุ่นบางรายเริ่มเห็นแรงกดดันจากหลายภูมิภาค โดยเฉพาะตลาดเอเชียและจีนที่การแข่งขันรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ประเด็นที่ควรจับตาต่อ

  • ความเร็วการขยายตลาดส่งออกของค่ายจีน (ยุโรป–เอเชีย–ลาตินอเมริกา)
  • สัดส่วนรถไฟฟ้า/ปลั๊กอินไฮบริดที่โตเร็ว และจะ “ดันอันดับ” ของผู้ผลิตรายใดได้อีก
  • การฟื้นตัวของแบรนด์ญี่ปุ่นในจีน และกลยุทธ์ xEV ในตลาดหลัก

รถยนต์ขายดีที่สุดของโลก ปี 2025 จำนวน 100 รุ่น จะมีรุ่นอะไรบ้าง วิเคราะห์เชิงลึก ใครคือผู้ชนะตัวจริงของอุตสาหกรรมยานยนต์โลก

Advertisement Advertisement คำนวณค่างวดรถ ผ่อนรถ ดาวน์ ดอกเบี้ยรถใหม่ ดอกเบี้ยรถมือสอง 2568-2569

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้ได้