ทรัมป์ ยกเลิก กฎหมายคุมก๊าซเรือนกระจกในสหรัฐฯ เปิดเกม ICE ขายยาวๆ ส่วน EV เริ่มลำบาก

ทรัมป์ ยกเลิก กฎหมายคุมก๊าซเรือนกระจกในสหรัฐฯ เปิดเกม ICE ขายยาวๆ ส่วน EV เริ่มลำบาก
Spread the love
Advertisement Advertisement

ทรัมป์-EPA “ยกเลิก Endangerment Finding” ฐานกฎหมายคุมก๊าซเรือนกระจกจากรถยนต์สหรัฐฯ เกมใหม่ของ ICE และโจทย์หนักของ EV

  • EPA ลงนาม Final Rule (12 ก.พ. 2026) เพิกถอน “Endangerment Finding” ปี 2009 ซึ่งเป็นฐานสำคัญที่ทำให้รัฐบาลกลางสหรัฐฯ คุมก๊าซเรือนกระจก (เช่น CO2) จากรถยนต์ได้
  • ผลคือ “แกนกฎก๊าซเรือนกระจกระดับรัฐบาลกลาง” อ่อนแรงลงมาก แต่ ไม่ได้ แปลว่าเลิกคุมมลพิษทั้งหมด: NOx/ฝุ่น/สารพิษอันตรายอื่นยังอยู่
  • ความเสี่ยงใหม่คือ “กฎแตกต่างระดับรัฐ” และ “คดีความ” โดยเฉพาะรัฐที่เข้มงวดอย่างแคลิฟอร์เนีย ทำให้ค่ายรถบางรายกังวลเรื่องความแน่นอนของกฎ

1) Endangerment Finding คืออะไร และทำไมเป็น “เสาหลัก” ของกฎ CO2

“Endangerment Finding” คือข้อวินิจฉัยของ EPA ในปี 2009 ที่สรุปว่า “ส่วนผสมความเข้มข้นในบรรยากาศ” ของก๊าซเรือนกระจกบางชนิด เป็นมลพิษที่คาดหมายได้ว่าจะ “ก่ออันตราย” ต่อสุขภาพและสวัสดิภาพของประชาชนภายใต้กรอบกฎหมาย Clean Air Act โดยในชุดก๊าซหลัก 6 ชนิดมีทั้ง CO2, CH4, N2O และกลุ่มก๊าซอุตสาหกรรมอื่น ๆ

ในภาษาคน: เมื่อรัฐ “นิยาม” ว่าก๊าซเรือนกระจกเป็นมลพิษที่เป็นอันตรายได้ตามกฎหมาย → EPA จึงมีฐานในการออกกฎคุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากรถยนต์
และนี่คือจุดเริ่มต้นของยุคที่ค่ายรถต้องคิดเรื่อง “ลด CO2” อย่างจริงจัง ไม่ว่าจะผ่านการปรับเครื่องยนต์ให้ประหยัดขึ้น, เพิ่มไฮบริด, หรือผลัก EV

2) EPA ยกเลิกแล้วเกิดอะไรขึ้น ขอบเขตที่ถูกปลดล็อก vs สิ่งที่ยังคุมอยู่

2.1 สิ่งที่ “ถูกปลดล็อก”

  • ฐานทางกฎหมายที่รองรับ “การคุมก๊าซเรือนกระจกจากรถยนต์ระดับรัฐบาลกลาง” ถูกถอนออก ทำให้แนวทาง/ความเข้มงวดของกฎ CO2 สำหรับรถรุ่นใหม่อ่อนแรงลงอย่างมีนัย
  • ฝั่งรัฐบาลประเมินว่าการยกเลิกนี้ลดต้นทุนการปฏิบัติตามกฎ (compliance costs) ในระดับมหาศาล และอาจสะท้อนผ่านราคารถ

2.2 สิ่งที่ “ยังคุมอยู่” และคนมักเข้าใจผิด

อย่าสับสน: “CO2” ไม่เท่ากับ “ไอเสียพิษทั้งหมด”

แม้กฎก๊าซเรือนกระจกถูกลดทอน แต่ EPA ยังเน้นว่าการควบคุมมลพิษที่เป็นอันตรายโดยตรงยังคงอยู่ เช่น NOx, ฝุ่นละออง และสารพิษอื่นในมาตรฐานไอเสีย ดังนั้น “เลิกคุม CO2” ไม่ได้แปลว่า “ปล่อยควัน/มลพิษพิษได้เสรี”

Advertisement Advertisement

3) ผลกระทบต่อค่ายรถ: ต้นทุน, ไลน์อัป, กลยุทธ์ ICE/Hybrid/EV

3.1 ระยะสั้น: ICE และรถกำไรสูงได้แต้มต่อ

หากแรงกดจากกฎ CO2 ส่วนกลางลดลง ค่ายรถที่ทำกำไรจากรถกระบะ/SUV/เครื่องใหญ่ จะมี “พื้นที่หายใจ” มากขึ้นในการบริหารพอร์ตสินค้า โดยไม่ต้องเร่งลด CO2 ด้วยการใส่เทคโนโลยีเพื่อผ่านเกณฑ์เท่าช่วงก่อนหน้า

3.2 ระยะกลาง–ยาว: EV อาจ “ช้าลง” แต่ไม่ “หายไป”

  • ค่ายรถลงทุนโรงงานแบต/แพลตฟอร์ม EV ไปแล้ว การกลับลำทันทีทำได้ยาก
  • ตลาดโลกยังมีมาตรฐานเข้ม (โดยเฉพาะนอกสหรัฐฯ) และการแข่งขันด้านเทคโนโลยี/ต้นทุนยังเดินต่อ
  • รัฐในสหรัฐฯ บางส่วนอาจตั้งกฎของตนเอง ทำให้ค่ายรถยังต้องเตรียมรุ่นสะอาดเพื่อขายใน “รัฐเข้มงวด”

3.3 คำเตือนจากอุตสาหกรรม: “ความแน่นอนของกฎ” สำคัญพอ ๆ กับ “ความเข้มงวด”

ประเด็นหนึ่งที่ถูกพูดถึงมากคือ หากกฎกลางอ่อนลงแต่กฎรัฐเข้มขึ้น → ค่ายรถอาจต้องทำงานกับ “มาตรฐานหลายชุด” ซึ่งเพิ่มต้นทุนการวางแผนและความเสี่ยงด้านกฎหมาย แม้ตั้งใจลดภาระก็ตาม

4) CAFE และค่าปรับ: ทำไมรถเครื่องใหญ่ได้ “พื้นที่หายใจ” เพิ่ม

อีกแกนที่ต้องอ่านคู่กันคือมาตรฐานความประหยัดเชื้อเพลิงเฉลี่ยของผู้ผลิต (CAFE) ที่ถูกสื่อสารว่า “รีเซ็ต” ให้ผ่อนลงเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า และค่าปรับการไม่ผ่านมาตรฐานถูกทำให้มีผลน้อยลง/แทบเป็นศูนย์ ซึ่งในเชิงตลาดหมายถึงแรงกดดันต่อรถกินน้ำมันลดลง

ผลเชิงพอร์ตสินค้า

  • รถกำไรสูง (กระบะ/SUV/สมรรถนะ) มีโอกาสอยู่ในไลน์อัปได้นานขึ้น
  • ค่ายรถอาจ “ปรับจังหวะ” การดัน EV/ไฮบริดในสหรัฐฯ ให้สัมพันธ์กับดีมานด์จริงมากขึ้น

5) สมรภูมิย้ายไปที่รัฐ: ทำไม “กฎคนละชุด” อาจกลายเป็นต้นทุนใหม่

หลังการเพิกถอน Endangerment Finding ประเด็นใหญ่ที่ตามมาคือ ความเป็นไปได้ของ “สงครามกฎระเบียบ” ระหว่างรัฐบาลกลางกับบางรัฐ (โดยเฉพาะรัฐแนวทางเข้มงวดอย่างแคลิฟอร์เนีย) ซึ่งอาจนำไปสู่การฟ้องร้องและช่วงเปลี่ยนผ่านที่กฎไม่นิ่ง

ฉากทัศน์ สิ่งที่อาจเกิดขึ้น ผลต่อค่ายรถ
คดีความยืดเยื้อ องค์กร/รัฐฟ้องท้าทายการยกเลิกและการออกกฎใหม่ ลงทุนและวางแผนผลิตยากขึ้น เพราะเสี่ยง “กฎแกว่ง”
ตลาดแบ่งเป็นโซน รัฐเข้มงวดตั้งมาตรฐานของตนเอง อาจต้องทำสเปก/แผนขายหลายแบบตามรัฐ
แรงบังคับจากตลาดโลก แม้สหรัฐฯ ผ่อน แต่ตลาดอื่นยังเข้ม ค่ายใหญ่ยังต้องลงทุนเทคโนโลยีสะอาดเพื่อแข่งขัน

6) บทสรุป ใครได้ ใครเสีย และควรจับตาอะไรต่อ

ใครได้ประโยชน์ระยะสั้น

  • ค่ายรถที่ทำกำไรจาก ICE/รถเครื่องใหญ่: ภาระกฎ CO2 ระดับรัฐบาลกลางลดลง
  • ผู้ซื้อบางกลุ่ม: ทางเลือก ICE อาจอยู่ในตลาดนานขึ้น และการแข่งขันด้านราคามีโอกาสเพิ่ม

ใครรับความเสี่ยง/ความไม่แน่นอนเพิ่ม

  • ค่ายรถที่ต้องการ “กฎนิ่ง” เพื่อวางแผนลงทุน EV ระยะยาว
  • ตลาดโดยรวม: หากกฎกลาง vs กฎรัฐชนกัน ต้นทุนการปฏิบัติตามกฎอาจย้ายรูปแบบจาก “ลงทุนเทคโนโลยี” ไปเป็น “ต้นทุนความซับซ้อนและคดีความ”

reuters

Advertisement Advertisement คำนวณค่างวดรถ ผ่อนรถ ดาวน์ ดอกเบี้ยรถใหม่ ดอกเบี้ยรถมือสอง 2568-2569

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้ได้