Toyota Corolla Concept ใหม่! สปอร์ตสุดล้ำ เปิดตัวครั้งแรกในโลกที่งาน Tokyo Mobility Show 2025

Toyota Corolla Concept ใหม่! สปอร์ตสุดล้ำ เปิดตัวครั้งแรกในโลกที่งาน Tokyo Mobility Show 2025
Spread the love
Advertisement Advertisement

Toyota Corolla Concept (Gen 13) จุดเปลี่ยนครั้งประวัติศาสตร์ของ “รถที่ขายดีที่สุดในโลก”

กว่า 59 ปี ที่ชื่อ “Corolla” ถูกใช้บนรถยนต์กว่า 55 ล้านคันทั่วโลก — นับตั้งแต่ปี 1966 เป็นต้นมา รถรุ่นนี้ผ่านการตีความมาแล้วแทบทุกแบบ ตั้งแต่ซีดาน แฮทช์แบ็ก แวกอน คูเป้ จนถึงมินิแวนในบางตลาด และนั่นคือเหตุผลที่โตโยต้ากล้าเรียก Corolla ว่า “ชื่อที่สร้างความเชื่อมั่นให้คนทั้งโลก”

แต่ในปี 2025 นี้ โตโยต้ากำลังจะเขียนตำนานบทใหม่อีกครั้ง กับ Corolla Concept รุ่นที่ 13 ที่เผยโฉมอย่างเป็นทางการในงาน Japan Mobility Show 2025 — รถต้นแบบที่ดูแทบไม่เหลือเค้าเดิมของโคโรลล่าเลยด้วยซ้ำ

ดีไซน์ใหม่หมดจด — จากรถบ้านธรรมดา สู่ซีดานแห่งอนาคต

Corolla Concept รุ่นใหม่นี้ใช้เส้นสายเฉียบคม สัดส่วนแปลกตา และพื้นผิวตัวถังที่เน้นความ “เรขาคณิตล้ำยุค” ตัวรถถูกออกแบบให้ เตี้ย กว้าง และเส้นสายเฉียงต่อเนื่อง คล้ายรถสปอร์ตซีดานหรูอย่าง Lexus IS หรือ Crown ใหม่

  • ด้านหน้า ใช้ไฟแบบ Light Bar เชื่อมต่อกันทั้งแนว เพิ่มความรู้สึกอนาคต

  • ด้านท้าย มีสปอยเลอร์ทรงบูรณาการกับฝาท้าย เหมือนรถ GT

  • ล้อขนาด 21 นิ้ว ลายก้านตัว Y เน้นความดุดัน

  • กรอบหน้าต่างแบบ Frameless ให้ความรู้สึกพรีเมียมเหมือนรถยุโรป

สิ่งที่น่าสนใจที่สุดคือ มีฝาปิดพอร์ตเชื้อเพลิงถึง 3 จุด — โตโยต้าไม่ได้บอกชัด แต่ดูจากตำแหน่งแล้วคาดว่าเป็น “ระบบ Plug-in Hybrid” ที่สามารถชาร์จไฟจากภายนอกได้ พร้อมช่องเติมเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องยนต์ขนาดเล็ก

ขุมพลังยุคใหม่ — เล็กลง เบา แต่แรงและสะอาดกว่าเดิม

โคโรลล่ารุ่นนี้จะเป็นรุ่นแรก ๆ ที่ได้ใช้เครื่องยนต์ตระกูลใหม่ที่โตโยต้าพัฒนาโดยเฉพาะ ได้แก่

  • 1.5 ลิตร และ 2.0 ลิตร เจเนอเรชันใหม่

  • น้ำหนักเบากว่าเดิม

  • ใช้เชื้อเพลิงสะอาด และสามารถรองรับ E20 – E100 หรือเชื้อเพลิงคาร์บอนเป็นศูนย์

  • ควบคู่กับระบบไฟฟ้าเต็มรูปแบบ (BEV), ไฮบริด (HEV) และปลั๊กอินไฮบริด (PHEV)

เครื่องยนต์ต้นแบบ 3 รุ่น

Advertisement Advertisement
  • 1.5 ลิตร NA – เล็กและเตี้ยกว่ารุ่นเดิมราว 10% น้ำหนักลดลงประมาณ 10% และมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • 1.5 ลิตรเทอร์โบชาร์จ – ขนาดเล็กกว่ารุ่น 2.5 ลิตร NA เดิมถึง 20% เตี้ยลง 15% ให้สมรรถนะเท่าเดิม พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพราว 30%
  • 2.0 ลิตรเทอร์โบชาร์จ – เล็กกว่ารุ่น 2.4 ลิตรเทอร์โบเดิม 10% เตี้ยลง 10% กำลังเพิ่มขึ้น และประหยัดน้ำมันมากขึ้นประมาณ 30%
    • Toyota เปิดเผยว่าเครื่องยนต์เทอร์โบ 2.0‑ลิตรรุ่นใหม่ (ในโค้ด G20E) ให้กำลังสูงสุดประมาณ 400 แรงม้า ในเวอร์ชันมาตรฐาน และสามารถเพิ่มขึ้นเกิน 600 แรงม้า ได้โดยง่ายหากปรับใช้เทอร์โบเดิมขนาดใหญ่—แม้ในด้านการใช้งานจริงอาจต้องปรับกำลังลงเพื่อปฏิบัติตามข้อกำหนด CO₂ ที่เข้มงวด

สิ่งที่หลายคนจับตาคือ โตโยต้าจะยังคง เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) ไว้คู่กับเทคโนโลยีใหม่ เพื่อรองรับตลาดที่ยังไม่พร้อมใช้ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ เช่น เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ภายในห้องโดยสาร — จาก “รถบ้าน” กลายเป็น “ค็อกพิทรถยนต์อนาคต”

ห้องโดยสารของต้นแบบนี้แตกต่างจากโคโรลล่าที่เราคุ้นเคยโดยสิ้นเชิง โตโยต้าตัดสินใจ “ล้างกระดาน” การออกแบบแบบเดิมทั้งหมด

  • คอนโซลกลางแบบลอยตัว (Floating Console)

  • คันเกียร์ทรงรถยนต์จำลอง วางข้างพวงมาลัย คล้ายรถมินิแวนไฟฟ้า

  • ปุ่มกลไกแทบไม่มี เหลือเพียงปุ่มสัมผัสรอบจอ Digital Cluster

  • พวงมาลัยทรงใหม่ พร้อมแผงควบคุมระบบช่วยขับ (ADAS) ทั้งหมดรวมอยู่ในโซนเดียว

ภาพรวมให้ความรู้สึกเหมือน “ห้องนักบินอวกาศ” มากกว่ารถยนต์ซีดานทั่วไป

สะท้อนวิสัยทัศน์ใหม่ของ Toyota — “Multi-Path to Carbon Neutrality”

แนวคิดของ Corolla รุ่นใหม่นี้ไม่ได้มีแค่เรื่องดีไซน์ แต่สะท้อนแนวทางสำคัญของโตโยต้าที่เรียกว่า “หลายเส้นทางสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน” (Multi-Path Strategy)

แทนที่จะเดินทางเดียวไปสู่ EV 100% โตโยต้าเลือกใช้หลายทางเลือกพร้อมกัน ได้แก่

  • รถไฟฟ้าเต็มรูปแบบ (BEV)

  • รถปลั๊กอินไฮบริด (PHEV)

  • รถไฮบริด (HEV)

  • รถสันดาปใช้เชื้อเพลิงคาร์บอนเป็นศูนย์ (CN Fuel)

Corolla Concept จึงกลายเป็น “สัญลักษณ์ของยุทธศาสตร์ใหม่” ที่บอกให้โลกรู้ว่าโตโยต้ายังไม่ทิ้งเครื่องยนต์ แต่จะพัฒนาให้สะอาดและยั่งยืนยิ่งขึ้น

คาดเปิดตัวจริงปี 2026–2027

ปัจจุบัน Corolla รุ่นที่จำหน่ายอยู่ทั่วโลกคือเจเนอเรชันที่ 12 ซึ่งเปิดตัวเมื่อปี 2018 และผ่านการปรับไมเนอร์เชนจ์ในปี 2022 รอบอายุผลิตของโคโรลล่ามักอยู่ราว 6–8 ปี — ดังนั้นรุ่นใหม่จึงคาดว่าจะเปิดตัวภายใน ปลายปี 2026 หรืออย่างช้าในปี 2027

รุ่นผลิตจริงอาจไม่ล้ำเท่าต้นแบบนี้ แต่แน่นอนว่าจะยกเทคโนโลยีภายในและสไตล์ภายนอกมาใช้บางส่วน พร้อมระบบขับเคลื่อนไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ที่เน้น “แรงกว่า เดินทางไกลกว่า และปล่อยคาร์บอนน้อยลง”

เบนซินโฉมใหม่ TOYOTA จะพลิกโฉมวงการยานยนต์ พร้อม ประสิทธิภาพมากขึ้น ขนาดเครื่องเล็กลง

Advertisement Advertisement

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้ได้