TOYOTA Land CRUISER FJ เปิดราคาในญี่ปุ่น 900,000 บาท นำเข้าโรงงานบ้านโพธิ์

TOYOTA Land CRUISER FJ เปิดราคาในญี่ปุ่น 900,000 บาท นำเข้าโรงงานบ้านโพธิ์
Spread the love
Advertisement Advertisement

Toyota เปิดตัว Land Cruiser FJ รุ่นใหม่! สายลุยคอมแพคต์ “Freedom & Joy” จิตวิญญาณออฟโรดในขนาดที่คล่องตัวกว่าเดิม

โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชัน (Toyota) สร้างความฮือฮาให้กับวงการยานยนต์อีกครั้งด้วยการประกาศเปิดตัว Land Cruiser FJ อย่างเป็นทางการในประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2026 ที่ผ่านมา โดยรุ่นนี้ถือเป็นสมาชิกใหม่ล่าสุดที่เข้ามาเสริมทัพตระกูล Land Cruiser ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น เคียงข้างกับซีรีส์ 300, 70 และ 250 ที่ครองใจผู้ใช้ทั่วโลกมาอย่างยาวนาน

ราคาและการวางจำหน่าย (คำนวณเป็นเงินบาท)

สำหรับ Land Cruiser FJ เกรด VX เปิดตัวในญี่ปุ่นด้วยราคาที่น่าดึงดูดใจ ดังนี้:

  • ราคาจำหน่าย: 4,500,100 เยน หรือประมาณ 900,020 บาท
  • ค่าบริการ KINTO (Subscription): เริ่มต้นเดือนละ 38,390 เยน หรือประมาณ 7,678 บาท

*หมายเหตุ: อัตราแลกเปลี่ยน 1 เยน = 0.20 บาท (ราคานี้ยังไม่รวมภาษีนำเข้าและภาษีสรรพสามิตของประเทศไทย)

แนวคิด Freedom & Joy: อิสระแห่งการเดินทางที่เข้าถึงง่าย

Land Cruiser FJ ถูกพัฒนาขึ้นภายใต้คอนเซปต์ “Freedom & Joy” โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ผู้ขับขี่ที่มีไลฟ์สไตล์หลากหลายสามารถสัมผัสประสบการณ์การขับขี่แบบ Land Cruiser ได้อย่างง่ายดายและคล่องตัวมากขึ้น แต่ยังคงไว้ซึ่งหัวใจหลัก 3 ประการ คือ ความเชื่อถือได้ (Reliability), ความทนทาน (Durability) และสมรรถนะการลุย (Off-road Performance)

ดีไซน์ภายนอก: ผสมผสานความคลาสสิกและความสนุกสนาน

รูปลักษณ์ของ FJ Series ยังคงเอกลักษณ์ทรงกล่อง (Square Cabin) อันเป็นตำนานของ Land Cruiser ที่เน้นพื้นที่ใช้สอยและการบรรทุกสัมภาระ แต่เพิ่มลูกเล่นด้วยดีไซน์ “Dice Motif” หรือรูปทรงลูกเต๋าที่มีความโค้งมนตรงมุม ช่วยให้รถดูทันสมัยและเป็นมิตรมากขึ้น

  • ขนาดตัวถัง: ความยาว 4,575 มม. และความกว้าง 1,855 มม. ซึ่งสั้นและแคบกว่าซีรีส์ 250 ทำให้การกะระยะและควบคุมรถในที่แคบทำได้ง่ายขึ้น
  • ทัศนวิสัย: เส้นขอบหน้าต่างด้านข้างถูกออกแบบให้ต่ำลง ช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นพื้นผิวถนนได้ชัดเจนยิ่งขึ้นเมื่อต้องลุยทางออฟโรด
  • เอกลักษณ์เฉพาะตัว: มาพร้อมโลโก้ “TOYOTA” แบบตัวอักษรและยางอะไหล่ติดตั้งท้ายรถที่ชวนให้นึกถึงรุ่นคลาสสิก พร้อมไฟหน้า-ไฟท้ายดีไซน์รูปตัว U

สมรรถนะและการขับเคลื่อน: แกร่งด้วยโครงสร้าง Ladder Frame

แม้จะมีขนาดกะทัดรัด แต่ Land Cruiser FJ ยังคงใช้โครงสร้างตัวถังแบบ Ladder Frame ที่ทนทานสูง โดยได้รับการปรับปรุงจากแพลตฟอร์มตระกูล IMV (ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความอึด) นำมาปรับจดเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งและการทรงตัวที่ดีเยี่ยม

  • เครื่องยนต์: เบนซิน 2.7 ลิตร (2TR-FE) ให้กำลังสูงสุด 163 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 246 นิวตันเมตร
  • ระบบส่งกำลัง: เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด (6 Super ECT) ที่ปรับจูนมาเพื่อการขับขี่ที่นุ่มนวลในเมือง และควบคุมความเร็วได้แม่นยำบนทางลาดชัน
  • ความสามารถออฟโรด: ระยะฐานล้อที่สั้นลงเหลือ 2,580 มม. ช่วยให้มีรัศมีวงเลี้ยวแคบเพียง 5.5 เมตร พร้อมมุมปะทะและมุมจากที่เหนือชั้นเทียบเท่ารุ่นพี่

ภายในห้องโดยสารและเทคโนโลยีความปลอดภัย

การออกแบบภายในเน้นการใช้งานที่ฉับไว แผงหน้าปัดอยู่ในแนวราบเพื่อให้ผู้ขับขี่รับรู้ระนาบของตัวรถได้ง่ายขณะขับบนทางวิบาก

  • ระบบหน้าจอ: หน้าจอ Display Audio ขนาด 12.3 นิ้ว รองรับระบบนำทาง Connected Navigation
  • ความปลอดภัย: ติดตั้ง Toyota Safety Sense รุ่นล่าสุด รวมถึงระบบ Panoramic View Monitor และ Blind Spot Monitor เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน
  • ระบบช่วยลุย: มาพร้อมระบบช่วยลงทางลาดชัน (DAC), ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (HAC) และระบบล็อกเฟืองท้ายไฟฟ้า (Electric Rear Differential Lock)

ความน่าภูมิใจ: ผลิตในประเทศไทย!

ประเด็นที่น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับชาวไทย คือ Land Cruiser FJ ผลิตที่โรงงานบ้านโพธิ์ (Ban Pho Plant) บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ซึ่งสะท้อนถึงมาตรฐานการผลิตระดับโลกของไทยที่ได้รับความไว้วางใจให้เป็นฐานการผลิตรถยนต์รุ่นสำคัญระดับ Global Model

Land Hopper มินิออฟโรดไฟฟ้า

โตโยต้ายังเผยโฉม Land Hopper ยานพาหนะไฟฟ้าส่วนบุคคลแบบ 3 ล้อ (มีกำหนดวางขายช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2027) ที่สามารถพับเก็บเข้าที่เก็บสัมภาระท้ายรถ Land Cruiser ได้ เพื่อให้คุณได้สนุกกับการผจญภัยต่อในที่ที่รถยนต์เข้าไม่ถึง

Land Cruiser FJ ไม่ได้เป็นเพียงรถ SUV รุ่นใหม่ แต่เป็นนิยามของการผสมผสานระหว่าง “ความแกร่งในอดีต” กับ “ความสนุกในอนาคต” ที่พร้อมจะพาคุณไปได้ทุกที่และกลับมาอย่างปลอดภัยตามคำนิยามของตระกูล Land Cruiser อย่างแท้จริง

FULL SPEC

ข้อมูลทางเทคนิคและมิติตัวถัง TOYOTA LAND CRUISER FJ

มิติตัวถังและโครงสร้าง TOYOTA LAND CRUISER FJ

ขนาดตัวถังภายนอก (Exterior Dimensions)

  • ความยาว: 4,610 มิลลิเมตร
  • ความกว้าง: 1,855 มิลลิเมต
  • ความสูง: 1,890 มิลลิเมตร
  • ความยาวช่วงล้อ (Wheelbase): 2,580 มิลลิเมตร
  • ระยะต่ำสุดถึงพื้น (Ground Clearance): 245 มม.
  • ถังน้ำมัน 63 ลิตร
  • ตัวรถหนัก 1,960 กก.
  • รัศมีวงเลี้ยว: ออกแบบให้มีรัศมีวงเลี้ยวน้อยเพื่อความคล่องตัว

โครงสร้างและพื้นฐานตัวรถ (Chassis & Structure)

  • รูปแบบโครงสร้าง: แบบ Body On Frame ซึ่งเป็นพื้นฐานเดียวกับ Hilux Champ SSWB
  • การเสริมความแข็งแรง: มีการปรับปรุงโครงสร้างด้านหลังและรางข้างครึ่งตอนหลังให้มีความแข็งแกร่งตามมาตรฐาน LAND CRUISER
  • จุดศูนย์ถ่วง: มีการเพิ่มจุดถ่วงน้ำหนักเพื่อให้มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ ช่วยลดการโคลงตัวและยึดเกาะถนนได้ดีขึ้น
  • การป้องกันใต้ท้องรถ: ติดตั้งตะแกรงกันกระแทกใต้เครื่องยนต์เพื่อความมั่นใจในการขับขี่

มิติเพื่อการขับขี่ออฟโรด (Off-road Geometry)

  • ความสามารถในการลุยน้ำ: สามารถลุยน้ำได้ลึกสูงสุด 700 มิลลิเมตร
  • มิติการข้ามสิ่งกีดขวาง: จุดต่ำสุดของรถอยู่ใกล้ล้อ ทำให้สามารถคร่อมไต่เนินสูงได้ง่ายโดยไม่ติดใต้ท้องรถ
  • มุมปะทะและมุมจาก: ออกแบบให้มีมุมไต่และมุมจากที่สูงเพื่อรองรับทางทุรกันดาร
  • ระยะฐานล้อ: ระยะฐานล้อที่สั้นช่วยให้มีความคล่องตัวสูงและง่ายต่อการขับขี่ในที่แคบ

 

ข้อมูลเครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง

ขุมพลังเครื่องยนต์ (Engine Performance)

  • รุ่นเครื่องยนต์: 2TR-FE
  • แบบเครื่องยนต์: เบนซิน 4 สูบแถวเรียง DOHC 16 วาล์ว พร้อมระบบ Dual VVT-i
  • ความจุกระบอกสูบ: 2,694 ซีซี
  • กำลังสูงสุด: 122 กิโลวัตต์ (166 แรงม้า) ที่ 5,200 รอบต่อนาที
  • แรงบิดสูงสุด: 245 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที
  • มาตรฐานไอเสีย: ผ่านมาตรฐาน Euro 6

ระบบส่งกำลังและเชื้อเพลิง (Transmission & Fuel)

  • ระบบส่งกำลัง: เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ พร้อม Sequential Shift
  • ระบบขับเคลื่อน: ขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ Part-time
  • ระบบช่วยขับขี่: มาพร้อมระบบล็อกเฟืองท้าย (Rear Diff – Lock) และโหมด 2nd Start เพื่อช่วยในการออกตัวบนพื้นผิวลื่น
  • เชื้อเพลิงที่รองรับ: แก๊สโซฮอล์ 91, 95 และ E20

จุดเด่นและการพัฒนา (Development Highlights)

  • เครื่องยนต์ได้รับการพิสูจน์ความทนทานมาอย่างยาวนานและพัฒนาต่อเนื่องให้เหมาะกับการใช้งานสมบุกสมบัน
  • ปรับจูน ECU ใหม่เพื่อให้การส่งกำลังและการควบคุมคันเร่งตอบสนองการขับขี่แบบออฟโรดได้ดีเยี่ยม
  • ติดตั้งตะแกรงกันกระแทกใต้เครื่องยนต์เพื่อความแข็งแรงและมั่นใจในทุกสถานการณ์

ระบบช่วงล่างและระบบบังคับเลี้ยว

ระบบช่วงล่าง (Suspension):

  • ด้านหน้า: แบบอิสระปีกนกคู่ (Double Wishbone) พร้อมคอยล์สปริงและเหล็กกันโคลง
  • ด้านหลัง: แบบโฟร์ลิงค์ (4-Link) พร้อมคอยล์สปริงและเหล็กกันโคลง
  • โช้คอัพและคอยล์สปริงได้รับการปรับจูนใหม่ เพื่อลดการโคลงตัวและเพิ่มความนุ่มนวลในการขับขี่

ระบบเบรกและบังคับเลี้ยว:

  • ระบบเบรก: ดิสก์เบรกหน้า 17 นิ้ว และหลัง 15 นิ้ว พร้อมครีบระบายความร้อน
  • ระบบบังคับเลี้ยว: แรคแอนด์พีเนียน พร้อมพาวเวอร์ไฮดรอลิกช่วยผ่อนแรง
  • ล้อและยาง: ล้ออัลลอยสีดำ 18 นิ้ว จับคู่กับยางขนาด 265/60 R18

 

การออกแบบภายนอก TOYOTA LAND CRUISER FJ

แนวคิดการออกแบบ (Design Concept):

  • ผสานแนวคิด “PLAYFUL-DICE” เข้ากับ “FUNCTIONAL BEAUTY”
  • สะท้อนเอกลักษณ์ของ LAND CRUISER ผ่านความแข็งแกร่ง ความสนุกสนาน และความสวยงามที่ใช้งานได้จริง

โครงสร้างและตัวถัง (Body & Structure):

  • ดีไซน์ตัวถังทรงสี่เหลี่ยม พร้อมมุมตัดเฉียงและการตัดมุมส่วนที่ไม่จำเป็นออก เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการขับขี่
  • ฝากระโปรงหน้าออกแบบเว้าตรงกลาง และเส้นขอบกระจกด้านข้างต่ำ เพื่อทัศนวิสัยการขับขี่ที่ดีเยี่ยม
  • กันชนหน้าและหลังดีไซน์แบบแยกประกอบ 3 ชิ้น ช่วยให้ง่ายต่อการซ่อมแซมและลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา
  • ติดตั้งกาบข้างประตูเพื่อป้องกันการขีดข่วนจากการใช้งาน และง่ายต่อการซ่อมแซม
  • ดีไซน์ซุ้มล้อขนาดใหญ่เพิ่มความบึกบึน

ระบบส่องสว่าง (Lighting System):

  • ไฟหน้าโปรเจคเตอร์แบบ LED พร้อม Daytime Running Light และไฟตัดหมอกแบบ LED
  • ไฟท้ายแบบ LED พร้อมไฟเลี้ยวแบบ Bulb และไฟตัดหมอกหลังแบบ LED

อุปกรณ์ภายนอกและล้อ (Exterior Equipment):

  • ล้ออัลลอยสีดำขนาด 18 นิ้ว พร้อมยางขนาด 265/60 R18
  • ประตูท้ายแบบเปิดออกทางด้านข้าง เพิ่มความอเนกประสงค์ในการใช้งาน
  • ยางอะไหล่ติดตั้งที่บานประตูหลัง พร้อมฝาครอบล้อ

ตัวเลือกสีตัวถัง (Available Colors):

  • 🔵 ใหม่! สีฟ้า SMOKY BLUE
  • สีขาวมุก PLATINUM WHITE PEARL MICA
  • 🔘 สีเทา ASH

การออกแบบภายในและสิ่งอำนวยความสะดวก

คอนเซปต์การออกแบบ (Interior Concept)

ภายในห้องโดยสารของ Toyota Land Cruiser FJ (2026) รุ่นที่ผลิตและจำหน่ายในไทย ถูกออกแบบภายใต้แนวคิด “Functional Simplicity” ที่เน้นความทนทาน ใช้งานง่าย และรองรับการลุยแบบออฟโรดเป็นหลัก โดยมีรายละเอียดทั้งหมดดังนี้ครับ

ดีไซน์และการตกแต่ง (Design & Materials)

  • แผงคอนโซลทรงแนวตั้งและแนวนอน: ออกแบบให้เป็นเส้นตรงเพื่อช่วยให้ผู้ขับขี่กะระยะและสังเกตความเอียงของตัวรถขณะลุยทางวิบากได้ง่ายขึ้น (Spatial Awareness)
  • วัสดุทำความสะอาดง่าย (Easy-to-clean): พื้นผิวส่วนใหญ่ใช้วัสดุที่เน้นความทนทานต่อการขีดข่วนและเช็ดล้างสิ่งสกปรกได้ง่าย เหมาะกับสายลุยที่อาจมีโคลนหรือฝุ่นเข้ามาในรถ
  • ปุ่มกดขนาดใหญ่ (Large Switches): ปุ่มควบคุมต่างๆ ถูกออกแบบให้มีขนาดใหญ่และมีผิวสัมผัสที่ชัดเจน เพื่อให้กดสั่งงานได้แม่นยำแม้จะสวมถุงมือขับรถออฟโรด
  • โทนสีภายใน: เน้นโทนสีดำเพื่อความดุดันและดูแลรักษาง่าย ตกแต่งด้วยตะเข็บด้ายสีขาวในบางจุดเพื่อเพิ่มมิติ

ระบบความบันเทิงและเทคโนโลยี (Infotainment & Tech)

  • หน้าจอสัมผัสขนาด 9 นิ้ว: รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto แบบ ไร้สาย (Wireless)
  • มาตรวัด Full Digital: หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบดิจิทัลเต็มรูปแบบขนาด 12.3 นิ้ว
  • ช่องเชื่อมต่อ: มีช่อง USB Type-C สำหรับการชาร์จไฟและส่งผ่านข้อมูล
  • ปุ่มสตาร์ท: ระบบ Push Start พร้อมกุญแจรีโมทอัจฉริยะ

เบาะนั่งและการจัดวาง (Seats & Space)

  • เบาะนั่งคู่หน้า: ปรับด้วยมือ (Manual) เพื่อความทนทานและไม่ซับซ้อน (ฝั่งคนขับ 6 ทิศทาง / ผู้โดยสาร 4 ทิศทาง) หุ้มด้วยหนังเทียมหรือผ้าเกรดสูงสีดำ
  • เบาะนั่งด้านหลัง: สามารถแยกพับได้แบบ 60:40 เพื่อขยายพื้นที่เก็บสัมภาระ
  • พื้นที่บรรทุก: ด้วยทรงรถแบบกล่อง (Boxy Shape) ทำให้มีพื้นที่แนวตั้งค่อนข้างมาก และมีแผง MOLLE Panel ที่ด้านข้างห้องสัมภาระสำหรับยึดอุปกรณ์แคมป์ปิ้งหรือเครื่องมือต่างๆ

ระบบการขับขี่และฟังก์ชันภายใน (Driving Functions)

  • เบรกมือแบบก้าน (Lever Hand brake): เน้นความดิบและความทนทานสไตล์รถลุยดั้งเดิม (ไม่ใช่เบรกมือไฟฟ้า)
  • คันเกียร์และตัวเลือกขับเคลื่อน: หัวเกียร์ออกแบบให้จับกระชับมือ พร้อมสวิตช์หรือคันเกียร์แยกสำหรับปรับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ (H2 / H4 / L4)
  • กระจกไฟฟ้า: ปรับขึ้น-ลงอัตโนมัติพร้อมระบบป้องกันการหนีบ (One Touch & Jam Protection) ทั้ง 4 บาน
  • กล้อง 360 องศา (PVM): มาพร้อมฟังก์ชัน Transparent Chassis ที่ช่วยแสดงภาพใต้พื้นรถและมุมเงยขณะปีนป่ายทางวิบาก

ระบบความปลอดภัย TOYOTA LAND CRUISER FJ

เทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ (Toyota Safety Sense)

  • ระบบความปลอดภัยก่อนการชน (Pre-Collision System)
  • ระบบควบคุมและปรับลดความเร็วอัตโนมัติ (Dynamic Radar Cruise Control)
  • ระบบควบคุมไฟสูงอัจฉริยะ (Adaptive High-beam System)
  • ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลน (Lane Departure Alert)

ระบบช่วยขับขี่และทัศนวิสัย (Driving Assistance)

  • กล้องมองรอบคัน (Panoramic View Monitor) ความละเอียดระดับ HD
  • ฟังก์ชันแสดงภาพพื้นใต้ท้องรถ พร้อมแสดงมุมเอียงและมุมเงยของรถ
  • ระบบเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (Blind Spot Monitor)
  • ระบบช่วยเตือนขณะถอยรถพร้อมช่วยเบรกอัตโนมัติ (Rear Cross Traffic Alert)
  • ระบบแจ้งเตือนเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านและเบรกเมื่อพบวัตถุหยุดนิ่ง (Parking Support Brake)

การปกป้องและระบบควบคุมการทรงตัว (Protection & Stability)

  • ถุงลมเสริมความปลอดภัย 7 ตำแหน่ง
  • ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี (Active Traction Control)
  • ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (HAC) และระบบช่วยควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (DAC)
  • เข็มขัดนิรภัยแบบดึงรั้งกลับและผ่อนแรงอัตโนมัติ ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง

เทคโนโลยีการขับขี่และสมรรถนะออฟโรด

ระบบขับเคลื่อนและช่วยการทรงตัว (Drivetrain & Stability)

  • ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ (4WD): แบบ Part-time ออกแบบมาเพื่อการใช้งานที่สมบุกสมบัน
  • ระบบล็อกเฟืองท้าย (Rear Diff – Lock): ช่วยกระจายแรงส่งไปยังล้อหลังทั้งสองข้างให้เท่ากัน เพื่อผ่านอุปสรรคที่ยากลำบาก
  • โหมด 2nd Start: ช่วยลดการหมุนฟรีของล้อและช่วยในการออกตัวบนพื้นผิวที่ลื่นได้อย่างมั่นใจ
  • ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี (Active Traction Control): ช่วยควบคุมแรงบิดและการเบรกของแต่ละล้อเพื่อรักษาการยึดเกาะ

ขีดความสามารถในการลุยและมิติตัวรถ (Off-road Capability)

  • ความสามารถในการลุยน้ำ: สามารถลุยน้ำได้ลึกสูงสุดถึง 700 มิลลิเมตร
  • รัศมีวงเลี้ยว: ออกแบบให้มีรัศมีวงเลี้ยวแคบ พร้อมระยะฐานล้อที่สั้น เพื่อความคล่องตัวสูงสุดในการเลี้ยวหรือกลับรถในทางแคบ
  • มิติการข้ามสิ่งกีดขวาง: จุดต่ำสุดของรถถูกออกแบบให้อยู่ใกล้ล้อ ทำให้สามารถคร่อมหรือไต่เนินสูงได้โดยไม่ติดใต้ท้องรถ
  • มุมปะทะและมุมจาก: ตัวรถมีมุมไต่และมุมจากที่สูง ช่วยให้ผ่านทางลาดชันหรืออุปสรรคที่มีความสูงต่างระดับได้ดี

ระบบควบคุมความเร็วบนทางลาดชัน (Hill Assistance)

  • ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (HAC): ป้องกันรถไหลขณะออกตัวบนทางชัน
  • ระบบช่วยควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (DAC): ช่วยควบคุมความเร็วรถให้คงที่โดยอัตโนมัติขณะลงทางชัน โดยที่ผู้ขับขี่ไม่ต้องแตะเบรก
  • การปรับจูน ECU: ปรับแต่งการส่งกำลังของเครื่องยนต์และเกียร์ให้ตอบสนองต่อการขับขี่แบบออฟโรดได้อย่างแม่นยำ

 

สำหรับเครื่องยนต์เบนซิน (2.7 VVT-i) ใน FJ

น้ำมันที่ “แนะนำ” และเหมาะสมที่สุด หากคุณต้องการสมรรถนะที่ดีที่สุดจากเครื่องยนต์ 2.7 ลิตร น้ำมันกลุ่มนี้คือทางเลือกอันดับหนึ่ง

แก๊สโซฮอล์ 95 (E10): ดีที่สุด

เป็นน้ำมันที่วิศวกรออกแบบมาให้เหมาะสมกับรอบเครื่องยนต์และการจุดระเบิดของ Fortuner มากที่สุด ให้การเผาไหม้ที่หมดจด เครื่องยนต์เดินเรียบ และให้อัตราเร่งที่ตอบสนองได้ทันใจ

แก๊สโซฮอล์ 91 (E10): ใช้งานได้ดี

สามารถเติมได้โดยไม่มีผลเสียต่อชิ้นส่วนเครื่องยนต์ แต่อาจจะรู้สึกได้ถึงความแรงที่ลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับ 95 เหมาะสำหรับการขับขี่ทั่วไปในเมืองที่ไม่เน้นการใช้ความเร็วสูง

แก๊สโซฮอล์ E20: รุ่นปัจจุบันตั้งแต่ 2012 รองรับ E20 ตั้งนานแล้ว
เติมได้เฉพาะ รุ่นที่ผลิตตั้งแต่ปี 2012 เป็นต้นไป เท่านั้น เนื่องจากมีการปรับปรุงวัสดุท่อยางและระบบทางเดินน้ำมันให้ทนต่อการกัดกร่อนของเอทานอลได้มากขึ้น

แก๊สโซฮอล์ E85: ห้ามเติมเด็ดขาด

ยังไม่รองรับน้ำมันประเภทนี้ เนื่องจากมีส่วนผสมของเอทานอลสูงถึง 85% หากฝืนเติมจะส่งผลให้เครื่องยนต์สะดุด สตาร์ทติดยาก และสร้างความเสียหายร้ายแรงต่อปั๊มติ๊กและหัวฉีด

 

“THE LEGENDARY” คันนี้ของโตโยต้า ประเทศไทย ถือว่าดึงเสน่ห์ความดิบและคลาสสิกของ Land Cruiser 70 (LC70) ออกมาสวมเข้ากับบอดี้ของ Land Cruiser FJ ได้ลงตัวและมีสไตล์มากครับ เป็นการแต่งแนว Retro-Offroad ที่กำลังได้รับความนิยมสุดๆ

Advertisement Advertisement
  • ฟิล์มสีตัวถัง Wrap สีเหลือง Sand Stone Yellow: โทนสีเหลืองตุ่นๆ ทรายๆ แบบนี้คือสีซิกเนเจอร์ที่สะท้อนภาพจำของรถออฟโรดยุค 80-90s ได้ดีที่สุด
  • โลโก้ LAND CRUISER: ช่วยตอกย้ำสายเลือดสายลุยระดับตำนาน
  • ชุดโคมไฟหน้า พร้อม DRL แบบวงกลม: ไฟหน้ากลมคือ “วิญญาณ” ของรถคลาสสิก การใส่ไฟกลมพร้อมวงแหวน LED ทำให้ได้ทั้งความวินเทจและความทันสมัย
  • ชุดกระจกมองข้างทรงสูง: นอกจากจะให้ลุคที่ดูดิบและบึกบึนแบบรถบรรทุกเบาหรือรถทัวร์ริ่งแล้ว ยังช่วยเพิ่มวิสัยทัศน์เวลาขับขี่ลุยป่าด้วย
  • คิ้วกระจังหน้า: ปรับหน้าตาให้ดูย้อนยุคมากยิ่งขึ้น
  • ชุดคิ้วตกแต่งกันชนหน้า สีดำ
  • คิ้วกันกระแทกประตู สีดำ
  • ชุดบังโคลนล้อ
  • ชุดตกแต่งมือเปิดประตูภายนอก
  • ชุดคิ้วตกแต่งด้านข้างโครเมียม (เพิ่มมิติให้รถดูไม่ทึบจนเกินไป)ล้อ LENSO MX Duty (17 นิ้ว 8.5J x 17″ ET20): การเลือกใช้แบรนด์ล้อสัญชาติไทยที่โด่งดังระดับโลกอย่าง LENSO ในซีรีส์สายลุย (MX) ช่วยเพิ่มความดุดัน สเปกออฟเซ็ต ET20 น่าจะทำให้ล้อล้นออกมาพอดีกับซุ้มล้อ ดูเต็มทรง
  • ยาง AT ขนาด 265/65 R17: ไซส์ยาง All-Terrain ยอดฮิตที่หาของง่าย ลุยฝุ่นได้ดี และยังวิ่งบนถนนดำในชีวิตประจำวันได้สบายๆ โดยไม่เสียงดังหรือกินน้ำมันจนเกินไป

https://www.car250.com/toyota-land-cruiser-fj-the-legendary.html

        

 

 

 

 

             

 

รวมภาพคันจริง TOYOTA LAND CRUISER ชุดแต่งเอาใจสายแคมป์ THE NATURE EXPLORER CONCEPT

เว็บคาร์ท็อป

มอเตอร์-แฟน.เจพี

TOYOTA

Advertisement Advertisement

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้ได้