รวมภาพคันจริง! TOYOTA Land Cruiser FJ ราคา 1,269,000 บาท เบนซิน 2.7 4WD โตโยต้า แลนด์ครุยเซอร์ เอฟเจ

รวมภาพคันจริง! TOYOTA Land Cruiser FJ ราคา 1,269,000 บาท เบนซิน 2.7 4WD โตโยต้า แลนด์ครุยเซอร์ เอฟเจ
Spread the love
Advertisement Advertisement

 

ราคาอย่างเป็นทางการ Toyota Land Cruiser FJ (ผลิตในไทย)

รุ่นย่อย ราคาช่วงเปิดตัว (วันนี้ – 31 ส.ค. 69) ราคาปกติ
Land Cruiser FJ 2.7 6AT 4WD 1,269,000 บาท 1,289,000 บาท

ข้อเสนอพิเศษ:

  • ดอกเบี้ยพิเศษ 1.99%
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 หรือ เลือกรับชุดตกแต่งแท้จาก Toyota
  • รับประกันคุณภาพรถนาน 3 ปี หรือ 100,000 กม.

Note: สัมผัสคันจริงได้ที่งาน Motor Show 2026 (25 มีนาคม – 5 เมษายน 2569)

นอกจากนี้ ยังมาพร้อมแคมเปญพิเศษ อาทิ ประกันภัยชั้นหนึ่ง อัตราดอกเบี้ยพิเศษ และบริการทางการเงินจากเครือข่ายธุรกิจโตโยต้า รวมถึง Kinto และ Toyota Sure เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่ชื่นชอบการตกแต่งรถ โตโยต้าได้เตรียมชุดอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษให้สามารถเลือกเพิ่มเติมได้ตามสไตล์การใช้งาน

Land Cruiser FJ ถือเป็น Land Cruiser รุ่นแรกที่มีการผลิตเต็มรูปแบบ (Fully Manufactured) นอกประเทศญี่ปุ่น โดยประเทศไทยได้รับความไว้วางใจให้เป็นฐานการผลิตหลัก ด้วยสัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศสูงถึง 84% พร้อมแผนการส่งออกมากกว่า 40,000 คันต่อปี ไปยังประมาณ 60 ประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศญี่ปุ่น


ไฮไลต์สำคัญ เป็นให้ชัด ไปให้สุด (Bold & Unbound)

Land Cruiser FJ คือ SUV สายลุยที่สร้างบนพื้นฐานแชสซีส์ IMV0 (Body-on-Frame) แบบเดียวกับ Hilux Champ แต่ปรับปรุงใหม่ให้แข็งแกร่งและสั้นกว่า (Super Short Wheelbase) เพื่อความคล่องตัวในเมืองและความเก่งกาจในการ Off-Road

ขุมพลังเครื่องยนต์ (Engine)

  • เครื่องยนต์: เบนซิน 2.7 ลิตร (2TR-FE) 4 สูบ แถวเรียง DOHC 16 วาล์ว Dual VVT-i
  • พละกำลังสูงสุด: 166 แรงม้า ที่ 5,200 รอบ/นาที
  • แรงบิดสูงสุด: 245 นิวตันเมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที
  • ระบบส่งกำลัง: เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ พร้อม Sequential Shift
  • ระบบขับเคลื่อน: ขับเคลื่อน 4 ล้อ Part-Time 4WD พร้อม Rear Diff-Lock
  • มาตรฐานไอเสีย: EURO 6 และรองรับ E20
  • เคลมอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย 9.4 กม./ลิตร (ECO Sticker)

2. มิติตัวถังและการลุย (Dimensions)

  • ยาว x กว้าง x สูง: 4,610 x 1,855 x 1,890 มม.
  • ฐานล้อที่สั้นเพียง 2,580 มม.
  • ระยะต่ำสุดถึงพื้น (Ground Clearance): 245 มม.
  • ความสามารถในการลุยน้ำ: 700 มม.
  • รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด: 5.5 เมตร
  • น้ำหนักตัวรถประมาณ 2,040 กก.

ฟีเจอร์เด่นภายในและภายนอก

ภายนอก (Exterior)

  • ดีไซน์: ไฟหน้า LED ทรงกลม (ในชุดแต่ง Legend) หรือแบบโมเดิร์น พร้อมไฟตัดหมอก LED
  • ช่วงล่าง: หน้าอิสระปีกนกคู่ / หลังอิสระ 4-Link (คอยล์สปริงทั้งหน้า-หลัง)
  • ล้อ: อัลลอยขนาด 18 นิ้ว ยาง 265/60 R18 พร้อมยางอะไหล่แบบติดตั้งท้ายรถ
  • ฝาท้าย: เปิด-ปิดแบบบานสวิง (Swing Gate)

ภายใน (Interior & Infotainment)

  • หน้าจอ: มาตรวัด Digital 7 นิ้ว และหน้าจอกลาง Touchscreen 12.3 นิ้ว
  • การเชื่อมต่อ: Wireless Apple CarPlay / Android Auto
  • ความสะดวกสบาย: ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ Dual Zone, กุญแจ Smart Keyless Entry, เบาะคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง

ระบบความปลอดภัย Toyota Safety Sense (TSS)

จัดเต็มไม่แพ้รถเก๋งรุ่นท็อป เพื่อความมั่นใจในทุกเส้นทาง:

  • Dynamic Radar Cruise Control (All-Speed)
  • Pre-Collision System (ระบบเตือนการชนด้านหน้าและเบรกอัตโนมัติ)
  • Lane Departure Alert (LDA)
  • กล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา (PVM) พร้อมฟังก์ชัน Transparent Chassis (มองทะลุใต้ท้องรถ)
  • ถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง

สไตล์การตกแต่งพิเศษจากโรงงาน

Toyota นำเสนอแนวทางแต่งรถ (Concept Cars) เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่แตกต่าง:

  1. THE LEGENDARY: ย้อนยุคด้วยดีไซน์จาก Land Cruiser 70 ไฟหน้ากลม ตัวถังสีเหลือง Sand Stone

  2. THE MERIDIAN: สายลุย Hardcore ยกสูงเพิ่ม 20 มม. ติดสน๊อคเกิล และแร็คหลังคา ARB

  3. THE NATURE EXPLORER: แคมปิ้งเต็มรูปแบบ พร้อมเต็นท์หลังคา ARB และไฟสปอตไลท์รอบคัน

  4. THE STREET CRUISER: สายเมืองสไตล์ “ยีราฟแคระ” โหลดเตี้ย ถอดยางอะไหล่ท้ายออก ใส่ล้อ 20 นิ้ว

FULL SPEC

ข้อมูลทางเทคนิคและมิติตัวถัง TOYOTA LAND CRUISER FJ

มิติตัวถังและโครงสร้าง TOYOTA LAND CRUISER FJ

ขนาดตัวถังภายนอก (Exterior Dimensions)

  • ความยาว: 4,610 มิลลิเมตร
  • ความกว้าง: 1,855 มิลลิเมต
  • ความสูง: 1,890 มิลลิเมตร
  • ความยาวช่วงล้อ (Wheelbase): 2,580 มิลลิเมตร
  • ระยะต่ำสุดถึงพื้น (Ground Clearance): 245 มม.
  • รัศมีวงเลี้ยว: ออกแบบให้มีรัศมีวงเลี้ยวน้อยเพื่อความคล่องตัว

โครงสร้างและพื้นฐานตัวรถ (Chassis & Structure)

  • รูปแบบโครงสร้าง: แบบ Body On Frame ซึ่งเป็นพื้นฐานเดียวกับ Hilux Champ SSWB
  • การเสริมความแข็งแรง: มีการปรับปรุงโครงสร้างด้านหลังและรางข้างครึ่งตอนหลังให้มีความแข็งแกร่งตามมาตรฐาน LAND CRUISER
  • จุดศูนย์ถ่วง: มีการเพิ่มจุดถ่วงน้ำหนักเพื่อให้มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ ช่วยลดการโคลงตัวและยึดเกาะถนนได้ดีขึ้น
  • การป้องกันใต้ท้องรถ: ติดตั้งตะแกรงกันกระแทกใต้เครื่องยนต์เพื่อความมั่นใจในการขับขี่

มิติเพื่อการขับขี่ออฟโรด (Off-road Geometry)

  • ความสามารถในการลุยน้ำ: สามารถลุยน้ำได้ลึกสูงสุด 700 มิลลิเมตร
  • มิติการข้ามสิ่งกีดขวาง: จุดต่ำสุดของรถอยู่ใกล้ล้อ ทำให้สามารถคร่อมไต่เนินสูงได้ง่ายโดยไม่ติดใต้ท้องรถ
  • มุมปะทะและมุมจาก: ออกแบบให้มีมุมไต่และมุมจากที่สูงเพื่อรองรับทางทุรกันดาร
  • ระยะฐานล้อ: ระยะฐานล้อที่สั้นช่วยให้มีความคล่องตัวสูงและง่ายต่อการขับขี่ในที่แคบ

 

ข้อมูลเครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง

ขุมพลังเครื่องยนต์ (Engine Performance)

  • รุ่นเครื่องยนต์: 2TR-FE
  • แบบเครื่องยนต์: เบนซิน 4 สูบแถวเรียง DOHC 16 วาล์ว พร้อมระบบ Dual VVT-i
  • ความจุกระบอกสูบ: 2,694 ซีซี
  • กำลังสูงสุด: 122 กิโลวัตต์ (166 แรงม้า) ที่ 5,200 รอบต่อนาที
  • แรงบิดสูงสุด: 245 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที
  • มาตรฐานไอเสีย: ผ่านมาตรฐาน Euro 6

ระบบส่งกำลังและเชื้อเพลิง (Transmission & Fuel)

  • ระบบส่งกำลัง: เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ พร้อม Sequential Shift
  • ระบบขับเคลื่อน: ขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ Part-time
  • ระบบช่วยขับขี่: มาพร้อมระบบล็อกเฟืองท้าย (Rear Diff – Lock) และโหมด 2nd Start เพื่อช่วยในการออกตัวบนพื้นผิวลื่น
  • เชื้อเพลิงที่รองรับ: แก๊สโซฮอล์ 91, 95 และ E20

จุดเด่นและการพัฒนา (Development Highlights)

  • เครื่องยนต์ได้รับการพิสูจน์ความทนทานมาอย่างยาวนานและพัฒนาต่อเนื่องให้เหมาะกับการใช้งานสมบุกสมบัน
  • ปรับจูน ECU ใหม่เพื่อให้การส่งกำลังและการควบคุมคันเร่งตอบสนองการขับขี่แบบออฟโรดได้ดีเยี่ยม
  • ติดตั้งตะแกรงกันกระแทกใต้เครื่องยนต์เพื่อความแข็งแรงและมั่นใจในทุกสถานการณ์

ระบบช่วงล่างและระบบบังคับเลี้ยว

ระบบช่วงล่าง (Suspension):

  • ด้านหน้า: แบบอิสระปีกนกคู่ (Double Wishbone) พร้อมคอยล์สปริงและเหล็กกันโคลง
  • ด้านหลัง: แบบโฟร์ลิงค์ (4-Link) พร้อมคอยล์สปริงและเหล็กกันโคลง
  • โช้คอัพและคอยล์สปริงได้รับการปรับจูนใหม่ เพื่อลดการโคลงตัวและเพิ่มความนุ่มนวลในการขับขี่

ระบบเบรกและบังคับเลี้ยว:

  • ระบบเบรก: ดิสก์เบรกหน้า 17 นิ้ว และหลัง 15 นิ้ว พร้อมครีบระบายความร้อน
  • ระบบบังคับเลี้ยว: แรคแอนด์พีเนียน พร้อมพาวเวอร์ไฮดรอลิกช่วยผ่อนแรง
  • ล้อและยาง: ล้ออัลลอยสีดำ 18 นิ้ว จับคู่กับยางขนาด 265/60 R18

 

การออกแบบภายนอก TOYOTA LAND CRUISER FJ

แนวคิดการออกแบบ (Design Concept):

  • ผสานแนวคิด “PLAYFUL-DICE” เข้ากับ “FUNCTIONAL BEAUTY”
  • สะท้อนเอกลักษณ์ของ LAND CRUISER ผ่านความแข็งแกร่ง ความสนุกสนาน และความสวยงามที่ใช้งานได้จริง

โครงสร้างและตัวถัง (Body & Structure):

  • ดีไซน์ตัวถังทรงสี่เหลี่ยม พร้อมมุมตัดเฉียงและการตัดมุมส่วนที่ไม่จำเป็นออก เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการขับขี่
  • ฝากระโปรงหน้าออกแบบเว้าตรงกลาง และเส้นขอบกระจกด้านข้างต่ำ เพื่อทัศนวิสัยการขับขี่ที่ดีเยี่ยม
  • กันชนหน้าและหลังดีไซน์แบบแยกประกอบ 3 ชิ้น ช่วยให้ง่ายต่อการซ่อมแซมและลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา
  • ติดตั้งกาบข้างประตูเพื่อป้องกันการขีดข่วนจากการใช้งาน และง่ายต่อการซ่อมแซม
  • ดีไซน์ซุ้มล้อขนาดใหญ่เพิ่มความบึกบึน

ระบบส่องสว่าง (Lighting System):

  • ไฟหน้าโปรเจคเตอร์แบบ LED พร้อม Daytime Running Light และไฟตัดหมอกแบบ LED
  • ไฟท้ายแบบ LED พร้อมไฟเลี้ยวแบบ Bulb และไฟตัดหมอกหลังแบบ LED

อุปกรณ์ภายนอกและล้อ (Exterior Equipment):

  • ล้ออัลลอยสีดำขนาด 18 นิ้ว พร้อมยางขนาด 265/60 R18
  • ประตูท้ายแบบเปิดออกทางด้านข้าง เพิ่มความอเนกประสงค์ในการใช้งาน
  • ยางอะไหล่ติดตั้งที่บานประตูหลัง พร้อมฝาครอบล้อ

ตัวเลือกสีตัวถัง (Available Colors):

  • 🔵 ใหม่! สีฟ้า SMOKY BLUE
  • สีขาวมุก PLATINUM WHITE PEARL MICA
  • 🔘 สีเทา ASH

การออกแบบภายในและสิ่งอำนวยความสะดวก

คอนเซปต์การออกแบบ (Interior Concept)

ภายในห้องโดยสารของ Toyota Land Cruiser FJ (2026) รุ่นที่ผลิตและจำหน่ายในไทย ถูกออกแบบภายใต้แนวคิด “Functional Simplicity” ที่เน้นความทนทาน ใช้งานง่าย และรองรับการลุยแบบออฟโรดเป็นหลัก โดยมีรายละเอียดทั้งหมดดังนี้ครับ

ดีไซน์และการตกแต่ง (Design & Materials)

  • แผงคอนโซลทรงแนวตั้งและแนวนอน: ออกแบบให้เป็นเส้นตรงเพื่อช่วยให้ผู้ขับขี่กะระยะและสังเกตความเอียงของตัวรถขณะลุยทางวิบากได้ง่ายขึ้น (Spatial Awareness)
  • วัสดุทำความสะอาดง่าย (Easy-to-clean): พื้นผิวส่วนใหญ่ใช้วัสดุที่เน้นความทนทานต่อการขีดข่วนและเช็ดล้างสิ่งสกปรกได้ง่าย เหมาะกับสายลุยที่อาจมีโคลนหรือฝุ่นเข้ามาในรถ
  • ปุ่มกดขนาดใหญ่ (Large Switches): ปุ่มควบคุมต่างๆ ถูกออกแบบให้มีขนาดใหญ่และมีผิวสัมผัสที่ชัดเจน เพื่อให้กดสั่งงานได้แม่นยำแม้จะสวมถุงมือขับรถออฟโรด
  • โทนสีภายใน: เน้นโทนสีดำเพื่อความดุดันและดูแลรักษาง่าย ตกแต่งด้วยตะเข็บด้ายสีขาวในบางจุดเพื่อเพิ่มมิติ

ระบบความบันเทิงและเทคโนโลยี (Infotainment & Tech)

  • หน้าจอสัมผัสขนาด 9 นิ้ว: รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto แบบ ไร้สาย (Wireless)
  • มาตรวัด Full Digital: หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบดิจิทัลเต็มรูปแบบขนาด 12.3 นิ้ว
  • ช่องเชื่อมต่อ: มีช่อง USB Type-C สำหรับการชาร์จไฟและส่งผ่านข้อมูล
  • ปุ่มสตาร์ท: ระบบ Push Start พร้อมกุญแจรีโมทอัจฉริยะ

เบาะนั่งและการจัดวาง (Seats & Space)

  • เบาะนั่งคู่หน้า: ปรับด้วยมือ (Manual) เพื่อความทนทานและไม่ซับซ้อน (ฝั่งคนขับ 6 ทิศทาง / ผู้โดยสาร 4 ทิศทาง) หุ้มด้วยหนังเทียมหรือผ้าเกรดสูงสีดำ
  • เบาะนั่งด้านหลัง: สามารถแยกพับได้แบบ 60:40 เพื่อขยายพื้นที่เก็บสัมภาระ
  • พื้นที่บรรทุก: ด้วยทรงรถแบบกล่อง (Boxy Shape) ทำให้มีพื้นที่แนวตั้งค่อนข้างมาก และมีแผง MOLLE Panel ที่ด้านข้างห้องสัมภาระสำหรับยึดอุปกรณ์แคมป์ปิ้งหรือเครื่องมือต่างๆ

ระบบการขับขี่และฟังก์ชันภายใน (Driving Functions)

  • เบรกมือแบบก้าน (Lever Hand brake): เน้นความดิบและความทนทานสไตล์รถลุยดั้งเดิม (ไม่ใช่เบรกมือไฟฟ้า)
  • คันเกียร์และตัวเลือกขับเคลื่อน: หัวเกียร์ออกแบบให้จับกระชับมือ พร้อมสวิตช์หรือคันเกียร์แยกสำหรับปรับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ (H2 / H4 / L4)
  • กระจกไฟฟ้า: ปรับขึ้น-ลงอัตโนมัติพร้อมระบบป้องกันการหนีบ (One Touch & Jam Protection) ทั้ง 4 บาน
  • กล้อง 360 องศา (PVM): มาพร้อมฟังก์ชัน Transparent Chassis ที่ช่วยแสดงภาพใต้พื้นรถและมุมเงยขณะปีนป่ายทางวิบาก

ระบบความปลอดภัย TOYOTA LAND CRUISER FJ

เทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ (Toyota Safety Sense)

  • ระบบความปลอดภัยก่อนการชน (Pre-Collision System)
  • ระบบควบคุมและปรับลดความเร็วอัตโนมัติ (Dynamic Radar Cruise Control)
  • ระบบควบคุมไฟสูงอัจฉริยะ (Adaptive High-beam System)
  • ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลน (Lane Departure Alert)

ระบบช่วยขับขี่และทัศนวิสัย (Driving Assistance)

  • กล้องมองรอบคัน (Panoramic View Monitor) ความละเอียดระดับ HD
  • ฟังก์ชันแสดงภาพพื้นใต้ท้องรถ พร้อมแสดงมุมเอียงและมุมเงยของรถ
  • ระบบเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (Blind Spot Monitor)
  • ระบบช่วยเตือนขณะถอยรถพร้อมช่วยเบรกอัตโนมัติ (Rear Cross Traffic Alert)
  • ระบบแจ้งเตือนเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านและเบรกเมื่อพบวัตถุหยุดนิ่ง (Parking Support Brake)

การปกป้องและระบบควบคุมการทรงตัว (Protection & Stability)

  • ถุงลมเสริมความปลอดภัย 7 ตำแหน่ง
  • ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี (Active Traction Control)
  • ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (HAC) และระบบช่วยควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (DAC)
  • เข็มขัดนิรภัยแบบดึงรั้งกลับและผ่อนแรงอัตโนมัติ ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง

เทคโนโลยีการขับขี่และสมรรถนะออฟโรด

ระบบขับเคลื่อนและช่วยการทรงตัว (Drivetrain & Stability)

  • ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ (4WD): แบบ Part-time ออกแบบมาเพื่อการใช้งานที่สมบุกสมบัน
  • ระบบล็อกเฟืองท้าย (Rear Diff – Lock): ช่วยกระจายแรงส่งไปยังล้อหลังทั้งสองข้างให้เท่ากัน เพื่อผ่านอุปสรรคที่ยากลำบาก
  • โหมด 2nd Start: ช่วยลดการหมุนฟรีของล้อและช่วยในการออกตัวบนพื้นผิวที่ลื่นได้อย่างมั่นใจ
  • ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี (Active Traction Control): ช่วยควบคุมแรงบิดและการเบรกของแต่ละล้อเพื่อรักษาการยึดเกาะ

ขีดความสามารถในการลุยและมิติตัวรถ (Off-road Capability)

  • ความสามารถในการลุยน้ำ: สามารถลุยน้ำได้ลึกสูงสุดถึง 700 มิลลิเมตร
  • รัศมีวงเลี้ยว: ออกแบบให้มีรัศมีวงเลี้ยวแคบ พร้อมระยะฐานล้อที่สั้น เพื่อความคล่องตัวสูงสุดในการเลี้ยวหรือกลับรถในทางแคบ
  • มิติการข้ามสิ่งกีดขวาง: จุดต่ำสุดของรถถูกออกแบบให้อยู่ใกล้ล้อ ทำให้สามารถคร่อมหรือไต่เนินสูงได้โดยไม่ติดใต้ท้องรถ
  • มุมปะทะและมุมจาก: ตัวรถมีมุมไต่และมุมจากที่สูง ช่วยให้ผ่านทางลาดชันหรืออุปสรรคที่มีความสูงต่างระดับได้ดี

ระบบควบคุมความเร็วบนทางลาดชัน (Hill Assistance)

  • ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (HAC): ป้องกันรถไหลขณะออกตัวบนทางชัน
  • ระบบช่วยควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (DAC): ช่วยควบคุมความเร็วรถให้คงที่โดยอัตโนมัติขณะลงทางชัน โดยที่ผู้ขับขี่ไม่ต้องแตะเบรก
  • การปรับจูน ECU: ปรับแต่งการส่งกำลังของเครื่องยนต์และเกียร์ให้ตอบสนองต่อการขับขี่แบบออฟโรดได้อย่างแม่นยำ

 

สำหรับเครื่องยนต์เบนซิน (2.7 VVT-i) ใน FJ

น้ำมันที่ “แนะนำ” และเหมาะสมที่สุด หากคุณต้องการสมรรถนะที่ดีที่สุดจากเครื่องยนต์ 2.7 ลิตร น้ำมันกลุ่มนี้คือทางเลือกอันดับหนึ่ง

แก๊สโซฮอล์ 95 (E10): ดีที่สุด

เป็นน้ำมันที่วิศวกรออกแบบมาให้เหมาะสมกับรอบเครื่องยนต์และการจุดระเบิดของ Fortuner มากที่สุด ให้การเผาไหม้ที่หมดจด เครื่องยนต์เดินเรียบ และให้อัตราเร่งที่ตอบสนองได้ทันใจ

แก๊สโซฮอล์ 91 (E10): ใช้งานได้ดี

สามารถเติมได้โดยไม่มีผลเสียต่อชิ้นส่วนเครื่องยนต์ แต่อาจจะรู้สึกได้ถึงความแรงที่ลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับ 95 เหมาะสำหรับการขับขี่ทั่วไปในเมืองที่ไม่เน้นการใช้ความเร็วสูง

แก๊สโซฮอล์ E20: รุ่นปัจจุบันตั้งแต่ 2012 รองรับ E20 ตั้งนานแล้ว
เติมได้เฉพาะ รุ่นที่ผลิตตั้งแต่ปี 2012 เป็นต้นไป เท่านั้น เนื่องจากมีการปรับปรุงวัสดุท่อยางและระบบทางเดินน้ำมันให้ทนต่อการกัดกร่อนของเอทานอลได้มากขึ้น

แก๊สโซฮอล์ E85: ห้ามเติมเด็ดขาด

ยังไม่รองรับน้ำมันประเภทนี้ เนื่องจากมีส่วนผสมของเอทานอลสูงถึง 85% หากฝืนเติมจะส่งผลให้เครื่องยนต์สะดุด สตาร์ทติดยาก และสร้างความเสียหายร้ายแรงต่อปั๊มติ๊กและหัวฉีด

 

Advertisement Advertisement

“THE LEGENDARY” คันนี้ของโตโยต้า ประเทศไทย ถือว่าดึงเสน่ห์ความดิบและคลาสสิกของ Land Cruiser 70 (LC70) ออกมาสวมเข้ากับบอดี้ของ Land Cruiser FJ ได้ลงตัวและมีสไตล์มากครับ เป็นการแต่งแนว Retro-Offroad ที่กำลังได้รับความนิยมสุดๆ

  • ฟิล์มสีตัวถัง Wrap สีเหลือง Sand Stone Yellow: โทนสีเหลืองตุ่นๆ ทรายๆ แบบนี้คือสีซิกเนเจอร์ที่สะท้อนภาพจำของรถออฟโรดยุค 80-90s ได้ดีที่สุด
  • โลโก้ LAND CRUISER: ช่วยตอกย้ำสายเลือดสายลุยระดับตำนาน
  • ชุดโคมไฟหน้า พร้อม DRL แบบวงกลม: ไฟหน้ากลมคือ “วิญญาณ” ของรถคลาสสิก การใส่ไฟกลมพร้อมวงแหวน LED ทำให้ได้ทั้งความวินเทจและความทันสมัย
  • ชุดกระจกมองข้างทรงสูง: นอกจากจะให้ลุคที่ดูดิบและบึกบึนแบบรถบรรทุกเบาหรือรถทัวร์ริ่งแล้ว ยังช่วยเพิ่มวิสัยทัศน์เวลาขับขี่ลุยป่าด้วย
  • คิ้วกระจังหน้า: ปรับหน้าตาให้ดูย้อนยุคมากยิ่งขึ้น
  • ชุดคิ้วตกแต่งกันชนหน้า สีดำ
  • คิ้วกันกระแทกประตู สีดำ
  • ชุดบังโคลนล้อ
  • ชุดตกแต่งมือเปิดประตูภายนอก
  • ชุดคิ้วตกแต่งด้านข้างโครเมียม (เพิ่มมิติให้รถดูไม่ทึบจนเกินไป)ล้อ LENSO MX Duty (17 นิ้ว 8.5J x 17″ ET20): การเลือกใช้แบรนด์ล้อสัญชาติไทยที่โด่งดังระดับโลกอย่าง LENSO ในซีรีส์สายลุย (MX) ช่วยเพิ่มความดุดัน สเปกออฟเซ็ต ET20 น่าจะทำให้ล้อล้นออกมาพอดีกับซุ้มล้อ ดูเต็มทรง
  • ยาง AT ขนาด 265/65 R17: ไซส์ยาง All-Terrain ยอดฮิตที่หาของง่าย ลุยฝุ่นได้ดี และยังวิ่งบนถนนดำในชีวิตประจำวันได้สบายๆ โดยไม่เสียงดังหรือกินน้ำมันจนเกินไป

รวมภาพคันจริง TOYOTA LAND CRUISER FJ แนวทางการตกแต่ง The Legendary

        

 

 

 

 

             

 

TOYOTA LAND CRUISER ชุดแต่งเอาใจสายแคมป์ THE NATURE EXPLORER CONCEPT

เว็บคาร์ท็อป

มอเตอร์-แฟน.เจพี

TOYOTA

Advertisement Advertisement

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้ได้