TOYOTA ประกาศปรับปรุง Noah และ Voxy รุ่นใหม่ ในญี่ปุ่น MY2026 ราคา 740,000 – 876,000 บาท

TOYOTA ประกาศปรับปรุง Noah และ Voxy รุ่นใหม่ ในญี่ปุ่น MY2026 ราคา 740,000 – 876,000 บาท
Spread the love
Advertisement Advertisement

TOYOTA ประกาศปรับปรุง Noah และ Voxy รุ่นใหม่ เตรียมวางจำหน่าย 6 พฤษภาคมนี้

10 เมษายน 2026 — TOYOTA (โตโยต้า) เดินหน้าอัปเกรดรถมินิแวนยอดนิยมอย่าง Noah (โนอาห์) และ Voxy (ว็อกซี่) ด้วยการปรับปรุงรายละเอียดบางส่วน (Minor Change) เพื่อเพิ่มความสดใหม่และเทคโนโลยีที่ครบครันยิ่งขึ้น โดยมีกำหนดการวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 6 พฤษภาคมนี้

อัปเดตความโดดเด่นของ Toyota Noah/VOXY MY2026

สำหรับ Toyota Noah รุ่นปรับปรุงใหม่ เน้นการยกระดับระบบส่องสว่างและเทคโนโลยีภายในหน้าจอแสดงผล:

  • ระบบไฟหน้าอัจฉริยะ: มีการเพิ่มตัวเลือกไฟหน้า LED แบบโปรเจกเตอร์ พร้อมระบบปรับระดับไฟอัตโนมัติ (Auto Leveling) ทำงานร่วมกับไฟเลี้ยว LED และไฟ Clearance Lamp ที่มีฟังก์ชัน Daytime Running Light ในตัว (เป็นออปชันเสริมสำหรับเกรด S-Z)
  • รุ่นมาตรฐาน: ยังคงความคุ้มค่าด้วยไฟหน้า LED แบบโปรเจกเตอร์พร้อมระบบปรับระดับด้วยตนเอง (Manual Leveling) เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน
  • หน้าจอเรือนไมล์: รุ่น S-Z จะได้รับหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่สี TFT ขนาดใหญ่ถึง 12.3 นิ้ว ส่วนรุ่น S-G และ S-X จะใช้ขนาด 7.0 นิ้ว ให้การแสดงผลที่ชัดเจนและทันสมัย
  • สีตัวถังใหม่: แนะนำสี Neutral Black และ Urban Rock ที่ช่วยขับเน้นเส้นสายความสปอร์ตของตัวรถ
  • ล้ออัลลอยดีไซน์หรู: ในรุ่น S-Z (2WD) มาพร้อมล้อขนาด 17 นิ้ว ตกแต่งด้วยสีดำตัดกับการเจียรหน้าเงา (Machined Finish) และเคลือบด้วย Dark Clear เพิ่มความเข้มในทุกมุมมอง
  • การตกแต่งกระจังหน้า: เสริมความดุดันด้วยการตกแต่งสีดำ (Black Decoration) เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน
  • SNOW EXTRA Mode: โหมดการขับขี่บนหิมะที่พัฒนาขึ้นใหม่ ติดตั้งเป็นมาตรฐานในรถรุ่นระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ E-Four ช่วยให้การควบคุมรถบนถนนลื่นมีประสิทธิภาพสูงสุด
  • วัสดุภายใน: ในรุ่นท็อป S-Z เลือกใช้เบาะหนังสังเคราะห์ (Synthetic Leather) ผสมกับผ้า (Fabric) ในโทนสีดำ ให้สัมผัสที่หรูหราและดูแลรักษาง่าย

Toyota VOXY S-Z (รุ่นท็อป)

รุ่นย่อย ราคา (เยน) ราคา (บาท)
HYBRID S-Z 2WD (7 ที่นั่ง) 4,127,200 825,440
HYBRID S-Z E-Four (7 ที่นั่ง) 4,380,200 876,040

Toyota VOXY S-G (รุ่นรอง)

รุ่นย่อย ราคา (เยน) ราคา (บาท)
HYBRID S-G 2WD (7 ที่นั่ง) 3,751,000 750,200
HYBRID S-G 2WD (8 ที่นั่ง) 3,751,000 750,200
HYBRID S-G E-Four (7 ที่นั่ง) 4,004,000 800,800

Toyota NOAH S-Z (รุ่นท็อปดีไซน์สปอร์ต)

รุ่นย่อย ราคา (เยน) ราคา (บาท)
HYBRID S-Z 2WD (7 ที่นั่ง) 4,056,800 811,360
HYBRID S-Z E-Four (7 ที่นั่ง) 4,309,800 861,960

Toyota NOAH S-G (รุ่นรองดีไซน์สปอร์ต)

รุ่นย่อย ราคา (เยน) ราคา (บาท)
HYBRID S-G 2WD (7 ที่นั่ง) 3,700,400 740,080
HYBRID S-G 2WD (8 ที่นั่ง) 3,700,400 740,080
HYBRID S-G E-Four (7 ที่นั่ง) 3,953,400 790,680

 

ขนาดตัวถังภายนอก

สำหรับทั้ง Toyota Noah และ Voxy รุ่นปี 2026 จะใช้ขนาดตัวถังเดียวกันเป๊ะ เพราะใช้โครงสร้างพื้นฐาน TNGA-C เหมือนกันครับ

  • ความยาวตัวถัง: 4,730 มิลลิเมตร
  • ความกว้าง: 1,730 มิลลิเมตร (เป็นรุ่นหน้ากว้าง หรือที่ญี่ปุ่นเรียกว่า 3-number)
  • ความสูง: * รุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ (2WD) สูง 1,895 มิลลิเมตร
    • รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ (E-Four) สูง 1,925 มิลลิเมตร

  • ระยะฐานล้อ: 2,850 มิลลิเมตร
  • รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด: 5.5 เมตร (เลี้ยวกลับรถในซอยได้คล่องตัวพอสมควรเลย)

พื้นที่ภายในห้องโดยสาร

  • ความยาวภายใน: 2,805 มิลลิเมตร
  • ความกว้างภายใน: 1,595 มิลลิเมตร
  • ความสูงภายใน: 1,405 มิลลิเมตร

การออกแบบภายนอก

  • กระจังหน้า: มีขนาดใหญ่มากและดีไซน์แบบตาข่ายที่ดูซับซ้อน กินพื้นที่เกือบทั้งหมดของส่วนหน้า ทำให้รถดูมีพลังและกว้างขวาง
  • ชุดไฟหน้า: ใช้ดีไซน์แบบ “Split Headlights” คือแยกไฟ Day Time Running Light ไว้ด้านบน และชุดไฟส่องสว่างหลักไว้ด้านล่าง ซึ่งเป็นเทรนด์การออกแบบรถยนต์ยุคใหม่
  • ภาพลักษณ์: เหมาะกับคนที่ชอบความแปลกใหม่ ดูเป็นรถแต่งแนว VIP มาจากโรงงาน
  • กระจังหน้า: สำหรับรุ่น S-Z/S-G (รุ่นยอดนิยม) จะเป็นแถบโครเมียมแนวนอนขนาดใหญ่ 3 แถวที่ดูสง่างามคล้ายกับรุ่นพี่อย่าง Alphard
  • ชุดไฟหน้า: เป็นไฟโคมเดี่ยวขนาดใหญ่แบบรวมชุด ดูสะอาดตาและให้ความรู้สึกที่มั่นคง
  • ภาพลักษณ์: เหมาะกับครอบครัวที่ต้องการรถที่ดูดีแบบคลาสสิก ไม่ฉูดฉาดจนเกินไป
  • รูปทรงกล่อง (Boxy Design): เน้นความเหลี่ยมเพื่อให้พื้นที่ภายในห้องโดยสารกว้างที่สุดเท่าที่จะทำได้
  • ประตูสไลด์ไฟฟ้า: ออกแบบให้มีทางเข้าที่ต่ำและกว้าง พร้อมระบบ “Kick Sensor” (ใช้เท้ากวาดใต้ประตูเพื่อเปิด) ช่วยให้คนถือของหนักหรืออุ้มลูกเปิดประตูได้ง่าย
  • Universal Step: เป็นบันไดเล็กๆ ที่จะยื่นออกมาอัตโนมัติเมื่อเปิดประตูสไลด์ (ฝั่งซ้าย) ช่วยให้เด็กหรือผู้สูงอายุก้าวขึ้นรถได้สะดวกขึ้นมาก
  • ด้านท้ายรถ: ทั้งคู่ใช้ไฟท้ายแบบ LED Bar ลากยาวพาดขวางตัวรถ ซึ่งเป็นดีไซน์ยอดนิยมในปี 2026 ช่วยให้รถดูทันสมัยและเห็นชัดเจนในเวลากลางคืน

ภายในห้องโดยสาร

การออกแบบภายในของ Toyota NOAH และ VOXY รุ่นปี 2026 เน้นแนวคิด “Open & Spacious” ที่ให้ความสำคัญกับความโปร่งสบายและฟังก์ชันที่ตอบโจทย์การใช้งานของทุกคนในครอบครัวอย่างแท้จริงครับ

  • ทัศนวิสัยกว้างไกล: แผงคอนโซลถูกออกแบบให้เป็นเส้นตรงแนวนอนและอยู่ในตำแหน่งที่ต่ำ ช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นทัศนวิสัยด้านหน้าได้กว้างและชัดเจน ลดจุดอับสายตา
  • หน้าจออัจฉริยะ: ติดตั้งหน้าจอ Infotainment ขนาดใหญ่สูงสุด 10.5 นิ้ว (ในรุ่นท็อป) รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto พร้อมระบบ T-Connect ที่ช่วยเรื่องการนำทางและบริการช่วยเหลือต่างๆ
  • พื้นที่เก็บของจุกจิก: มีช่องวางแก้วน้ำและกล่องเก็บของกระจายอยู่ทั่วคอนโซลหน้า รวมถึงช่องชาร์จไฟ USB Type-C หลายจุดรอบคัน
  • แบบ 7 ที่นั่ง (รุ่นยอดนิยม): แถวที่ 2 จะเป็นเบาะแยก Captain Seats ที่สามารถเลื่อนสไลด์หน้า-หลังได้ยาวมาก (Long Slide) มาพร้อมที่พักขา (Ottoman) และโต๊ะพับด้านข้าง เหมาะสำหรับคนที่ต้องการความสบายระดับ VIP
  • แบบ 8 ที่นั่ง: แถวที่ 2 จะเป็นเบาะยาวแบบ 3 ที่นั่ง (60/40 Split) ซึ่งสามารถพับพิงหรือสไลด์ได้เช่นกัน เหมาะสำหรับครอบครัวที่มีสมาชิกหลายคน
  • แถวที่ 3 พับง่าย: เบาะแถว 3 ใช้ระบบ “One-Touch Folding” คือสามารถพับยกขึ้นไปแขวนด้านข้างได้ง่ายๆ ด้วยมือเดียว ช่วยเพิ่มพื้นที่บรรทุกสัมภาระได้อย่างรวดเร็ว
  • ความสูงเพดาน: ภายในห้องโดยสารสูงถึง 1,405 มม. ทำให้รู้สึกโปร่งมาก ไม่รู้สึกอึดอัดแม้จะนั่งเต็มทุกที่นั่ง
  • การเลือกใช้สี: * VOXY: มักใช้โทนสีเข้มหรือสีดำเพื่อให้ดูสปอร์ตและพรีเมียม
    • NOAH: มีตัวเลือกสีภายในที่หลากหลายกว่า เช่น โทนสีเทาหรือสีน้ำตาล เพื่อให้ดูสว่างและเป็นกันเองกับครอบครัว

      Advertisement Advertisement
  • การเก็บเสียง: มีการเพิ่มวัสดุซับเสียงรอบคัน ทำให้การสนทนาระหว่างเบาะหน้าและเบาะหลังทำได้ง่ายโดยไม่ต้องตะโกน
  • Universal Step: บันไดเสริมที่ยื่นออกมาอัตโนมัติเมื่อเปิดประตูสไลด์ (สูงจากพื้นเพียง 20 ซม.) ช่วยให้เด็กเล็กและผู้สูงอายุก้าวขึ้นรถได้ง่ายขึ้นมาก
  • ราวมือจับที่เสา B: มีราวมือจับขนาดยาวที่ออกแบบมาให้ทั้งเด็ก (ส่วนล่าง) และผู้ใหญ่ (ส่วนบน) สามารถจับถนัดมือ
  • ฝาท้ายไฟฟ้าแบบหยุดได้ทุกตำแหน่ง: สามารถกดหยุดฝาท้ายที่ความสูงระดับใดก็ได้ผ่านปุ่มด้านข้างรถ (Free Stop Back Door) ซึ่งมีประโยชน์มากเวลาจอดรถในที่แคบหรือผนังชิดท้ายรถครับ

เครื่องยนต์ไฮบริด (Hybrid) – รุ่นยอดนิยม

ตัวนี้ใช้ระบบ Toyota Hybrid System เจนเนอเรชันที่ 5 ซึ่งพัฒนาให้มอเตอร์ไฟฟ้ามีกำลังมากขึ้นและน้ำหนักเบาลงครับ

  • รหัสเครื่องยนต์: 2ZR-FXE ขนาด 1.8 ลิตร 4 สูบ แถวเรียง
  • พละกำลังเครื่องยนต์: ให้กำลังสูงสุดประมาณ 98 แรงม้า แรงบิด 142 นิวตันเมตร
  • พละกำลังมอเตอร์ไฟฟ้า: มอเตอร์หน้าให้กำลัง 95 แรงม้า ส่วนรุ่น E-Four (4WD) จะมีมอเตอร์หลังเพิ่มอีก 41 แรงม้า
  • รวมพละกำลังทั้งระบบ: อยู่ที่ประมาณ 140 แรงม้า
  • ระบบส่งกำลัง: เกียร์อัตโนมัติ E-CVT
  • อัตราสิ้นเปลือง (WLTC): ประหยัดน้ำมันสูงสุดประมาณ 23.0 – 23.4 กม./ลิตร (ประหยัดมากสำหรับรถทรงกล่องขนาดนี้)

เครื่องยนต์เบนซิน (Gasoline) – สายเน้นแรงบิดต่อเนื่อง

  • รหัสเครื่องยนต์: M20A-FKS Dynamic Force ขนาด 2.0 ลิตร
  • พละกำลังสูงสุด: 170 แรงม้า ที่ 6,600 รอบ/นาที
  • แรงบิดสูงสุด: 202 นิวตันเมตร
  • ระบบส่งกำลัง: เกียร์ Direct Shift-CVT พร้อมระบบ Sport Sequential Shiftmatic 10 สปีด (ช่วยให้จังหวะเปลี่ยนเกียร์ดูคมและสนุกขึ้น)
  • อัตราสิ้นเปลือง (WLTC): อยู่ที่ประมาณ 15.0 – 15.1 กม./ลิตร

รูปแบบช่วงล่าง

  • ด้านหน้า: เป็นแบบ แม็คเฟอร์สันสตรัท (MacPherson Strut) พร้อมเหล็กกันโคลง ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ให้ความนุ่มนวลและรักษาสมดุลได้ดีในการขับขี่ทั่วไป
  • ด้านหลัง: เป็นแบบ ทอร์ชันบีม (Torsion Beam) ที่ได้รับการออกแบบใหม่ให้มีขนาดกะทัดรัด จุดเด่นของช่วงล่างหลังแบบนี้คือช่วยให้พื้นรถด้านหลัง “ต่ำและแบนราบ” ทำให้ขึ้น-ลงรถง่าย และเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระใต้เบาะแถว 3 ได้มากขึ้นครับ

ฟีลลิ่งการขับขี่และจุดเด่น

  • ลดอาการโคลง (Body Roll): ด้วยโครงสร้าง TNGA ที่มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำลง แม้รถจะทรงสูงแต่เวลาเข้าโค้งหรือเปลี่ยนเลน รถจะไม่มีอาการ “เหวี่ยงหรือย้วย” มากเท่ากับโฉมก่อนๆ ทำให้คนนั่งไม่ค่อยเมารถครับ
  • ความนุ่มนวล: ช่วงล่างถูกเซ็ตมาให้ซับแรงกระแทกจากพื้นถนนได้ดีมาก เหมาะกับการเป็นรถเดินทางไกลที่เน้นให้คนในครอบครัวหลับสบาย
  • ระบบเบรก: ให้ดิสก์เบรกมาครบทั้ง 4 ล้อ (หน้ามีช่องระบายความร้อน) พร้อมระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake) และระบบ Auto Brake Hold มาให้เป็นมาตรฐานทุกรุ่นครับ

ล้อและยาง

  • รุ่น S-Z (ตัวท็อป): จะได้ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว สีเงินหรือรมดำ (ขึ้นอยู่กับรุ่น) พร้อมยางขนาด 205/55 R17 ซึ่งช่วยให้รถดูเต็มและเกาะถนนได้ดีขึ้น
  • รุ่น S-G: จะได้ล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว พร้อมยางขนาด 205/60 R16 ซึ่งจะได้ความนุ่มนวลเพิ่มขึ้นอีกนิดเพราะแก้มยางหนากว่าครับ

ระบบความปลอดภัย

ระบบความปลอดภัยของ Toyota NOAH และ VOXY รุ่นปี 2026 จัดเต็มที่สุดในคลาสรถมินิแวน โดยใช้ระบบ Toyota Safety Sense (TSS) 3.0 เวอร์ชั่นล่าสุด พร้อมฟีเจอร์ช่วยขับขี่ระดับสูงที่ยกมาจากรุ่นพี่อย่าง Alphard เลยครับ

Toyota Safety Sense (TSS) 3.0

  • Pre-Collision System (PCS): ช่วยเบรกอัตโนมัติก่อนการชน ตรวจจับได้ทั้งรถยนต์ คนเดินถนน นักปั่นจักรยาน และ “คนขี่มอเตอร์ไซค์” แม้แต่ในจังหวะเลี้ยวที่ทางแยก

  • Proactive Driving Assist (PDA): ระบบนี้ฉลาดมากครับ มันจะช่วยชะลอความเร็วหรือช่วยประคองพวงมาลัยให้อัตโนมัติเมื่อเห็นว่ารถกำลังเข้าใกล้คันหน้า หรือกำลังจะเข้าโค้ง เพื่อให้ขับขี่ได้สมูทและปลอดภัยขึ้นโดยที่คนขับแทบไม่ต้องออกแรง

  • Lane Tracing Assist (LTA): ช่วยประคองรถให้อยู่กลางเลน โดยทำงานร่วมกับ Adaptive Cruise Control ได้อย่างนิ่มนวล

Toyota Teammate (ระบบช่วยขับขี่ขั้นสูง)

  • Advanced Drive (Traffic Jam Support): ในเวลาที่รถติดบนทางด่วน ระบบสามารถช่วยขับ (เร่ง-เบรก-พวงมาลัย) ให้เองโดยที่คุณไม่ต้องเหยียบแป้นหรือจับพวงมาลัย (ในเงื่อนไขที่กำหนด) ช่วยลดความเหนื่อยล้าได้มหาศาล

  • Advanced Park (with Remote Function): ระบบช่วยจอดอัตโนมัติที่คุมทั้งพวงมาลัยและเกียร์ ที่เจ๋งคือคุณสามารถ “สั่งจอดรถผ่านมือถือ” จากนอกตัวรถได้ด้วย เหมาะมากสำหรับเวลาที่ต้องถอยเข้าซองแคบๆ จนเปิดประตูขึ้น-ลงลำบาก

ระบบป้องกันอุบัติเหตุขณะขึ้น-ลง (Safe Exit Assist)

  • Safe Exit Assist (SEA): ทำงานร่วมกับประตูสไลด์ไฟฟ้าและระบบ Blind Spot Monitor หากระบบตรวจพบว่ามีรถหรือจักรยานกำลังวิ่งมาจากด้านหลัง ระบบจะ “ล็อคประตูสไลด์ไม่ให้เปิด” เพื่อป้องกันอุบัติเหตุครับ

ระบบความปลอดภัยอื่นๆ

  • Front Cross-Traffic Alert (FCTA): แจ้งเตือนเมื่อมีรถวิ่งตัดหน้าในจุดอับสายตาขณะออกจากซอย

  • Lane Change Assist (LCA): ช่วยเปลี่ยนเลนให้อัตโนมัติเพียงแค่คุณเปิดไฟเลี้ยว (เมื่อเปิดใช้งานคู่กับ LTA)

  • Emergency Driving Stop System (EDSS): หากระบบตรวจพบว่าคนขับไม่มีการตอบสนอง (เช่น วูบ หรือหลับใน) รถจะค่อยๆ ชะลอหยุดนิ่งในเลน เปิดไฟฉุกเฉิน และปลดล็อคประตูเพื่อขอความช่วยเหลือ

Advertisement Advertisement

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้ได้