All-NEW TOYOTA YARIS (TNGA-B) เตรียมปรับโฉมครั้งใหญ่ เน้นไฮบริด คาดเปิดตัวปี 2027-2028


Toyota Yaris โฉมใหม่ 2027–2028 พลิกเกม B-Segment รองรับ ICE, Hybrid และ EV บนแพลตฟอร์ม Multi-Energy
สื่อรถยนต์ยุโรปชื่อดัง Autoexpress รายงานว่า Toyota Yaris เจเนอเรชันใหม่ กำลังถูกพัฒนาเพื่อเปิดตัวช่วงปลายปี 2027 หรืออาจขยับไปปี 2028 โดยครั้งนี้ถือเป็นการ “ยกเครื่องครั้งใหญ่” ของรถซูเปอร์มินิรุ่นสำคัญของแบรนด์ญี่ปุ่น ซึ่งจะเปลี่ยนแนวทางสู่ แพลตฟอร์มแบบ Multi-Energy รองรับทั้งเครื่องยนต์สันดาป (ICE), ระบบไฮบริด (Hybrid) และรถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ (BEV)
กลยุทธ์นี้สะท้อนทิศทางเดียวกับ Toyota Corolla รุ่นใหม่ ที่กำลังจะเปิดตัวในอนาคต ซึ่งจะใช้โครงสร้างพื้นฐานเดียวกันทั่วโลก แต่ให้ลูกค้าเลือกขุมพลังตามความเหมาะสมของตลาด
ไม่ทิ้งลูกค้าเดิม แต่เพิ่มทางเลือก EV
ผู้บริหาร Toyota Europe ระบุชัดว่า แม้กระแสอุตสาหกรรมจะมุ่งสู่การใช้พลังงานไฟฟ้า แต่ Toyota จะไม่เร่งเปลี่ยนผ่านแบบสุดโต่ง การมี Yaris ไฟฟ้าล้วนเป็นเรื่องที่ “หลีกเลี่ยงไม่ได้” ในระยะยาว ทว่า ไฮบริดจะยังคงเป็นหัวใจหลัก โดยเฉพาะในตลาดที่โครงสร้างพื้นฐาน EV ยังไม่สมบูรณ์
แนวคิดของ Toyota คือการพัฒนาแพลตฟอร์มที่ยืดหยุ่นเพียงพอ เพื่อรองรับขุมพลังที่แตกต่างกัน โดยไม่ต้องสร้างตัวถังแยกรุ่นเหมือนบางแบรนด์ยุโรป
แพลตฟอร์มใหม่ รองรับ 3 พลังงานในตัวเดียว
หัวใจของ Yaris รุ่นถัดไป คือ สถาปัตยกรรมใหม่ที่สามารถรองรับ ICE, Hybrid และ BEV บนโครงสร้างเดียวกัน ทั้งในด้านตำแหน่งแบตเตอรี่ มอเตอร์ไฟฟ้า และเครื่องยนต์
- โครงสร้างพื้นฐานต้องรองรับแบตเตอรี่ขนาดใหญ่สำหรับรุ่น EV
- ยังคงพื้นที่เครื่องยนต์สำหรับรุ่นไฮบริดและเบนซิน
- ดีไซน์ภายนอกและภายในเหมือนกันทุกเวอร์ชัน
- เทคโนโลยีและระบบความปลอดภัยใช้มาตรฐานเดียวกันทั่วโลก
นี่คือแนวทาง “One Model – Multi Powertrain” ซึ่งแตกต่างจากคู่แข่งอย่าง Renault และ Volkswagen ที่แยกรุ่น EV กับ ICE ออกจากกันชัดเจน
เป็นไปได้ที่จะใช้ขุมพลังเบนซิน 1.5 ลิตรใหม่ที่ประหยัดกว่าเดิม


1.5 ลิตร เทอร์โบ
- เล็กกว่ารุ่น 2.5 ลิตร NA เดิมถึง 20%
- ความสูงลดลง 15%
- สมรรถนะใกล้เคียงเดิม แต่ ประหยัดขึ้น 30%
- เหมาะกับ C-Segment / SUV ขนาดกลาง
บทบาทของ 1.5 เทอร์โบคือการทำ Downsizing อย่างจริงจัง—ลดความจุเครื่องลง แต่ยังคงแรงบิดและกำลังในระดับใช้งานได้เทียบชั้นเครื่องใหญ่กว่า โดยให้ระบบไฟฟ้า (มอเตอร์) ช่วย “เติมแรงบิดทันที” ในช่วงออกตัวและเร่งแซง
หากเครื่องยนต์/ระบบขับเคลื่อนทำให้การใช้เชื้อเพลิง “ลดลง” ประมาณ 20- 30% ในเงื่อนไขใกล้เคียงกัน โดยทั่วไปสามารถตีความเชิงคณิตศาสตร์ได้ว่า “กม./ลิตร” จะเพิ่มขึ้นราว ประมาณ 30% เช่นกัน (เพราะวิ่งได้ไกลขึ้นต่อเชื้อเพลิง 1 ลิตร) นั้นแสดงว่าปัจจุบัน ขุมพลังเบนซิน 1.5 ลิตรของ โตโยต้า ยาริส ประหยัด 36 กม./ลิตร WLTC ดังนั้น หากเพิ่ม 20 – 30% อาจถึงระดับ 43 – 46 กม./ลิตร WLTC สื่อหลายแห่งรายงานว่าเครื่องยนต์เทอร์โบเจเนอเรชันใหม่ถูกวางให้มีการยกระดับประสิทธิภาพเมื่อเทียบกับเครื่องเทอร์โบเดิม (ขึ้นกับรุ่นและการใช้งานจริง).
เป้าหมายรุ่น EV วิ่งไกล 250 ไมล์ (ประมาณ 400 กม.)
Yaris ไฟฟ้าล้วนจะต้องมีระยะทางวิ่งไม่ต่ำกว่า 250 ไมล์ (ราว 400 กม.) เพื่อแข่งขันกับรถกลุ่มเดียวกันในยุโรป เช่น Renault 5 EV หรือ Volkswagen ID. Polo รุ่นอนาคต
นั่นหมายความว่า Toyota ต้องพัฒนาแบตเตอรี่และระบบจัดการพลังงานให้มีประสิทธิภาพสูง โดยยังรักษาน้ำหนักตัวรถให้เหมาะสมกับรถขนาดเล็ก
ไฮบริดต้องดีกว่าเดิม
Yaris Hybrid รุ่นปัจจุบันถือเป็นหนึ่งในรถที่ประหยัดน้ำมันที่สุดในตลาดยุโรป ด้วยอัตราสิ้นเปลืองใกล้ระดับ 80 mpg (มาตรฐานยุโรป) ดังนั้นรุ่นใหม่จึงต้องอย่างน้อย “เทียบเท่า” หรือดีกว่าเดิม ทั้งในแง่การประหยัดพลังงาน การปล่อย CO₂ และสมรรถนะการขับขี่
ดีไซน์ใหม่ คม ล้ำ และดูแพงขึ้น
งานออกแบบจะเปลี่ยนไปชัดเจน โดยเน้นเส้นสายคมขึ้น ไฟหน้าทรงเทคนิคัล กระจังหน้าล่างชิ้นเดียว และสัดส่วนตัวถังแบบซูเปอร์มินิแท้ ๆ คือ ฝากระโปรงสั้น ท้ายสั้น
- เส้นกระจกด้านข้างแบบ “Dive” เพิ่มทัศนวิสัย
- ซุ้มล้อเหลี่ยมชัด ดูแข็งแรงขึ้น
- หลังคาทูโทนและสีตัวถังโดดเด่น
- ภาพลักษณ์พรีเมียม ไม่เน้นราคาถูก
Toyota ต้องการให้รถไซซ์เล็ก “ดูมีมูลค่า” มากกว่ารุ่นก่อนหน้า
สาย GR ยังมีอนาคต
รุ่นมาตรฐานจะยังคงเป็น 5 ประตู แต่อนาคตของ GR Yaris รุ่นใหม่ ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา
มีข้อมูลว่า Toyota กำลังพัฒนาเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร 4 สูบ รุ่นใหม่สำหรับสายสมรรถนะสูง รวมถึงมีข่าวลือเกี่ยวกับเครื่องยนต์ 1.3 ลิตร เทอร์โบ 3 สูบ ขับหน้า สำหรับรถสไตล์ Hot Hatch ที่อาจพัฒนาบนแพลตฟอร์มเดียวกัน
แนวคิดนี้เชื่อมโยงกับโปรแกรมมอเตอร์สปอร์ต Rally4 ซึ่งเน้นรถขับเคลื่อนล้อหน้า
2.0 ลิตร เทอร์โบ (ถูกพูดถึงมากที่สุด)
- เล็กกว่ารุ่น 2.4 เทอร์โบเดิม 10%
- เตี้ยลง 10%
- ประหยัดเชื้อเพลิงขึ้นราว 30%
-
กำลังสูงสุด:
-
ประมาณ 400 แรงม้า ในสเปกมาตรฐาน
-
สามารถขยับเกิน 600 แรงม้า ได้ หากปรับใช้เทอร์โบขนาดใหญ่ (สำหรับการใช้งานเฉพาะทาง)
-
ภายในใหม่หมด โปร่งกว่า ทันสมัยกว่า
ห้องโดยสารจะได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด
- หน้าจอแสดงผลแบบลอยตัว
- พื้นผิวเรียบง่าย มินิมอล
- พื้นที่กระจกมากขึ้น เพิ่มความโปร่ง
- ระบบจัดเก็บของชาญฉลาด
ช่วงล่างหลังแบบ torsion beam จะถูกออกแบบให้ใช้พื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อรักษาพื้นที่เก็บสัมภาระและพื้นที่วางขาให้อยู่ในระดับแข่งขันของคลาส
กำหนดเปิดตัว
ตามวงรอบผลิตภัณฑ์เดิม Yaris ควรเปลี่ยนโฉมในปี 2027 แต่ด้วยการเปลี่ยนสถาปัตยกรรมครั้งใหญ่ มีแนวโน้มว่าการเปิดตัวจริงอาจเกิดขึ้นในปี 2028 ข้อมูลเชิงลึกคาดว่าจะเริ่มชัดเจนขึ้นหลังปี 2026
สรุป Yaris ใหม่ จะเป็น “คำตอบเดียว” สำหรับทุกตลาด
การพัฒนา Yaris รุ่นถัดไปสะท้อนปรัชญา Toyota ที่ไม่เลือกเดินสาย EV 100% แบบสุดทาง แต่ใช้แนวคิดสมดุลระหว่าง ICE, Hybrid และ BEV
จุดเด่นสำคัญ
- แพลตฟอร์มใหม่ Multi-Energy
- มีทั้ง ICE, Hybrid และ EV
- ดีไซน์ใหม่ล้ำขึ้น
- ห้องโดยสารดิจิทัลเต็มรูปแบบ
- โอกาสต่อยอดสาย GR และ Hot Hatch
หากโมเดลนี้เข้าสู่ตลาดเอเชียหรือไทยในอนาคต จะกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของตลาด B-Segment หลังปี 2028 อย่างแน่นอน
อัตราประหยัดอาจถึง! 40 กม./ลิตร TOYOTA เบนซิน 1.5 ใหม่ เปิดตัว 2027 เล็กลง ประหยัดขึ้น แรงขึ้น!

