สหรัฐฯ ลุยคุมเทคโนโลยีจีน-รัสเซียหนักขึ้น แต่ Volvo ยังได้ไปต่อ

ถือเป็นข่าวดีครั้งใหญ่ของค่ายรถยนต์สัญชาติสวีเดนหัวใจจีน เมื่อ Volvo (วอลโว่) ภายใต้การบริหารของกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่ Geely (จีลี่) จากประเทศจีน ได้รับการยกเว้นเป็นกรณีพิเศษ (Waiver) จากข้อบังคับควบคุมเทคโนโลยีรถยนต์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต (Connected Car Rule) ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นมาตรการเข้มงวดที่มุ่งเป้าแบนเทคโนโลยีและชิ้นส่วนยานยนต์จากจีนและรัสเซียโดยเฉพาะ
ทาง Volvo เปิดเผยว่า ความสำเร็จในครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่บริษัทได้เปิดฉาก “การเจรจาเชิงสร้างสรรค์” ร่วมกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อชี้แจงความโปร่งใสในระบบการบริหารจัดการและความปลอดภัยของข้อมูล
เบื้องลึกมาตรการสกัดกั้น “Connected Car” ของสหรัฐฯ
ในช่วงปลายสมัยของรัฐบาลประธานาธิบดีโจ ไบเดน กระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐฯ ได้ประกาศกฎระเบียบขั้นเด็ดขาด โดยมีคำสั่ง “ห้ามนำเข้าและจัดจำหน่ายระบบฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์สำหรับรถยนต์อัจฉริยะ (Connected Vehicles) รวมถึงรถยนต์สำเร็จรูปที่มีความเชื่อมโยงกับประเทศจีนและรัสเซีย”
ทำเนียบขาวได้เน้นย้ำถึงเหตุผลด้าน “ความมั่นคงแห่งชาติ” เป็นหลัก โดยระบุว่าเทคโนโลยีจากประเทศเหล่านี้อาจเปิดช่องให้เกิดการจารกรรมทางไซเบอร์ (Cyber Espionage) และการโจรกรรมข้อมูล ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญและความปลอดภัยของประชาชนในสหรัฐฯ
ขอบเขตและระยะเวลาการบังคับใช้กฎเหล็ก:
- สิ่งที่ถูกควบคุม: ครอบคลุมระบบการเชื่อมต่อและชิ้นส่วนโมดูลต่าง ๆ อาทิ Bluetooth, สัญญาณเซลลูลาร์ (Cellular), ระบบดาวเทียม (Satellite), Wi-Fi รวมถึงระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ (Automated Driving Systems)
- กรอบเวลาคำสั่งแบนซอฟต์แวร์ (Software): มีผลบังคับใช้ตั้งแต่รถยนต์รุ่นปี (Model Year) 2027 เป็นต้นไป
- กรอบเวลาคำสั่งแบนฮาร์ดแวร์ (Hardware): จะมีผลบังคับใช้ตามมาในรุ่นปี (Model Year) 2030
Volvo รอดหวุดหวิด! หลังได้รับ “สิทธิ์อนุมัติพิเศษ”
แม้ว่ามาตรการดังกล่าวจะสร้างความสั่นสะเทือนไปทั่วอุตสาหกรรมยานยนต์ แต่ล่าสุด Volvo สามารถหายใจได้ทั่วท้องมากขึ้น เมื่อสำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารและบริการ (Office of Information and Communications Technology and Services) ได้มอบ “สิทธิ์อนุมัติเฉพาะเจาะจง” (Specific Authorization) ให้แก่ Volvo เป็นการส่วนตัว
“สิทธิ์นี้เปรียบเสมือนใบเบิกทางหรือข้อยกเว้น (Waiver) ที่ช่วยให้รถยนต์และเทคโนโลยีอันล้ำสมัยของ Volvo รอดพ้นจากการถูกแบนภายใต้กฎหมายความมั่นคงห่วงโซ่อุปทานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของสหรัฐฯ”
Volvo ระบุว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้รัฐบาลสหรัฐฯ ยอมไฟเขียวให้ มาจากการที่บริษัทได้เข้าไปหารืออย่างโปร่งใสเกี่ยวกับ ธรรมาภิบาลองค์กร (Governance), โครงสร้างเทคโนโลยี และมาตรการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล (Data Security) เพื่อพิสูจน์ว่าแบรนด์มีอิสระในการจัดการและปลอดภัยจากการแทรกแซง แม้ว่าจะมีผู้ถือหุ้นใหญ่เป็น Geely ท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างปักกิ่งและวอชิงตันก็ตาม
เดินหน้าแผนเติบโตในอเมริกา พร้อมเม็ดเงินลงทุนแสนล้านบาท
การได้รับข้อยกเว้นในครั้งนี้ ช่วยปลดล็อกให้ Volvo สามารถขับเคลื่อนแผนการขยายตลาดในสหรัฐอเมริกาได้อย่างไร้กังวล โดยสหรัฐฯ ถือเป็นหนึ่งในตลาดที่ใหญ่และสำคัญที่สุดของแบรนด์ อีกทั้งยังเป็นที่ตั้งของฐานการผลิตขนาดใหญ่ที่สร้างงานและเม็ดเงินหมุนเวียนมหาศาล
โรงงานของ Volvo ตั้งอยู่ที่เมืองชาร์ลสตัน รัฐเซาท์แคโรไลนา เริ่มเปิดสายการผลิตมาตั้งแต่ปี 2017 ปัจจุบันมีการจ้างงานแรงงานท้องถิ่นมากกว่า 2,000 คน และมีการสะสมมูลค่าการลงทุนไปแล้วมากกว่า 1,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยสูงถึง ประมาณ 42,406 ล้านบาท
ความเคลื่อนไหวของรถยนต์รุ่นสำคัญ ณ โรงงานชาร์ลสตัน:
- Volvo EX90: รถยนต์ SUV ไฟฟ้า 100% ระดับเรือธงของแบรนด์ ที่กำลังเดินสายการผลิตอยู่ในปัจจุบัน
- Polestar 3: รถยนต์ SUV ไฟฟ้าสมรรถนะสูง (High-Performance) ที่กำลังผลิตเคียงข้างกันในฐานการผลิตแห่งนี้
- Volvo XC60: รถยนต์รุ่นยอดนิยมระดับพรีเมียม มีกำหนดการที่จะเริ่มเดินสายการผลิตในสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการในช่วงปลายปีนี้
นอกจากนี้ Volvo ยังตั้งเป้าที่จะเพิ่มไลน์อัปการผลิตรถยนต์รุ่นใหม่อีก 2 รุ่นในโรงงานแห่งนี้ให้สำเร็จภายในปี 2030 ซึ่งการได้ตั๋วใบสำคัญจากรัฐบาลสหรัฐฯ ในครั้งนี้ จึงเป็นการการันตีอนาคตที่สดใสและความมั่นคงของ Volvo ในการเป็นผู้นำตลาดรถยนต์พรีเมียมและรถยนต์ไฟฟ้าในอเมริกาต่อไปในระยะยาว
