Xiaomi Auto เลือกแบตเตอรี่ Sunwoda / CALB ในรถยนต์รุ่นที่ 3 SUV EREV ใหม่ นอกเหนือจาก CATL

กลายเป็นประเบ็นร้อนแรงในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง เมื่อ เสียวหมี่ ออโต้ (Xiaomi Auto) ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีที่ผันตัวมาลุยตลาดรถยนต์ไฟฟ้าอย่างประสบความสำเร็จ กำลังเดินหน้าปรับกลยุทธ์ครั้งใหญ่ ทั้งการฉีกแนวไปลุยตลาดรถยนต์ไฟฟ้าขยายระยะทาง (EREV) ภายใต้แบรนด์น้องใหม่ รวมถึงการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานแบตเตอรี่เพื่อลดการพึ่งพาซัพพลายเออร์รายเดิม และการโชว์ศักยภาพความปลอดภัยของเทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่ผ่านการทดสอบอย่างโหดเหี้ยม
เปิดตัว “Sky Nomad” (สวินเทียน) แบรนด์ลูกรุกตลาด SUV ครอบครัวสาย EREV
สำนักข่าว 21 Business Herald รายงานว่า เสียวหมี่ ออโต้ เตรียมเปิดตัวแบรนด์รถยนต์ที่สองในชื่อ Sky Nomad (ภาษาจีน: 寻天 – สวินเทียน) ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการปรับกลยุทธ์เพื่อมุ่งสู่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าขยายระยะทาง หรือ EREV (Extended-Range Electric Vehicle) การแตกแบรนด์ในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อสร้างความแตกต่างอย่างชัดเจนจากแบรนด์หลักอย่าง Xiaomi ที่ปัจจุบันเน้นเรื่องสมรรถนะรถยนต์ไฟฟ้าล้วน (BEV) และดีไซน์ไฮเทคโฉบเฉี่ยว โดย Sky Nomad จะมุ่งเน้นไปที่เซกเมนต์รถยนต์ SUV สำหรับครอบครัวเป็นหลัก
เป้าหมายหลักของ Sky Nomad คือการลงสนามแข่งโดยตรงกับเจ้าตลาด EREV ในปัจจุบันอย่าง Li Auto และ Aito ซึ่งในปัจจุบัน รถยนต์ SUV ประเภท EREV ที่ขายดีที่สุดส่วนใหญ่ในปี 2025 มักจะมีราคาพึ่งสูงกว่า 250,000 หยวน (ประมาณ 36,800 ดอลลาร์สหรัฐ) แต่เสียวหมี่ตั้งใจที่จะเข้ามาเขย่าตลาดด้วยการเสนออัตราส่วนราคาต่อประสิทธิภาพ (Cost-Performance Ratio) ที่คุ้มค่ากว่า นอกจากนี้ Sky Nomad จะทำหน้าที่เป็นหัวหอกสำคัญในการขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มตลาดที่โครงสร้างพื้นฐานด้านสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ยังเติบโตไม่เต็มที่
เผยสเปกเบื้องต้น “Kunlun N3” พี่ใหญ่ไซส์ยักษ์
แหล่งข่าวในอุตสาหกรรมระบุว่า รถยนต์รุ่นแรกภายใต้แบรนด์ Sky Nomad มีรหัสพัฒนาภายในว่า “Kunlun N3” (คุนหลุน N3) โดยมีกำหนดการเปิดตัวสู่ตลาดในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 โดยมีรายละเอียดสเปกที่น่าสนใจดังนี้:
- ประเภทตัวถัง: SUV ขนาดฟูลไซส์ (Full-size) รองรับการใช้งานของครอบครัวใหญ่
- มิติตัวถัง: ความยาวตัวถังรวมกว่า 5,300 มิลลิเมตร และมีระยะฐานล้อกว้างถึงประมาณ 3,100 มิลลิเมตร
- ระบบขับเคลื่อน: ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า โดยมีเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5T ทำหน้าที่เป็นระบบขยายระยะทาง (Range Extender) หรือปั่นกระแสไฟกลับเข้าแบตเตอรี่
- ระยะทางขับขี่: สามารถวิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วน (Pure EV Mode) ได้ระยะทางประมาณ 400 ถึง 500 กิโลเมตร และเมื่อรวมการทำงานของน้ำมันและไฟฟ้า จะสามารถทำระยะทางรวมสูงสุดได้ถึงประมาณ 1,500 กิโลเมตร
ปรับกลยุทธ์ดึง Sunwoda และ CALB เขย่าบัลลังก์ CATL
นอกจากการเปิดตัวแบรนด์ใหม่แล้ว เสียวหมี่ยังได้ปรับโครงสร้างกลยุทธ์การจัดซื้อแบตเตอรี่ครั้งสำคัญ เพื่อเป็นการควบคุมต้นทุนและลดความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Risk) โดยได้รับรายงานว่าเสียวหมี่ได้ดึงตัวบริษัท CALB (China Aviation Lithium Battery) ซึ่งเป็นคู่แข่งรายสำคัญของ CATL รวมถึง Sunwoda เข้ามาเป็นผู้จัดหาแบตเตอรี่รายใหม่สำหรับรถยนต์รุ่น Kunlun นี้
สำหรับรถยนต์รุ่นที่สามของค่าย มีรายงานระบุว่า Sunwoda จะทำหน้าที่เป็นผู้จัดหาแบตเตอรี่หลัก (Primary Supplier) ด้วยโควตาส่วนแบ่ง 60% ในขณะที่ CALB จะทำหน้าที่เป็นผู้จัดหารอง (Secondary Supplier) ในส่วนแบ่ง 40% ที่เหลือ
อัปเดตท่าทีจากซัพพลายเออร์:
ต่อกระแสข่าวดังกล่าว ทาง CALB ได้ออกมาแถลงยืนยันอย่างเป็นทางการว่า บริษัทได้เข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานของเสียวหมี่และจะซัพพลายแบตเตอรี่ให้กับรถยนต์รุ่นใหม่จริง อย่างไรก็ตาม ทางบริษัทชี้แจงว่าข้อมูลเกี่ยวกับสัดส่วนโควตา (60:40) และอันดับการจัดหาตามที่สื่อรายงานนั้น “ไม่ถูกต้อง” ทว่าปฏิเสธที่จะเปิดเผยตัวเลขจริงเนื่องจากติดข้อตกลงเรื่องการรักษาความลับของลูกค้า (NDA) ขณะที่ทางด้าน เสียวหมี่ ออโต้ ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นใดๆ โดยอ้างว่าเป็นข้อมูลผลิตภัณฑ์ใหม่ที่จำเป็นต้องรักษาความลับขั้นสูง
การเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เพราะนับจนถึงเดือนเมษายนปี 2026 เสียวหมี่ ออโต้ ได้ส่งมอบรถยนต์ไปแล้วกว่า 656,000 คัน (รวมรุ่น SU7 และ YU7) ซึ่งพึ่งพาแบตเตอรี่จาก CATL สูงถึงกว่า 80% ของยอดส่งมอบทั้งหมด ร่วมกับ FinDreams (ในเครือ BYD) การดึงซัพพลายเออร์หน้าใหม่เข้ามาจึงเป็นการเพิ่มอำนาจต่อรองราคาและลดการพึ่งพาผู้ผลิตรายเดียวอย่างเห็นได้ชัด
โดยทั้งสองซัพพลายเออร์รายใหม่ต่างมีโปรไฟล์ที่ไม่ธรรมดา โดย Sunwoda ปัจจุบันครองส่วนแบ่งการตลาดแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฮบริด (HEV) มากที่สุดในประเทศจีน (อ้างอิงจาก SNE Research) ขณะที่ CALB มีอัตราการเติบโตอย่างก้าวกระโดดจนสามารถรั้งอันดับ 3 ของประเทศในแง่ของปริมาณการติดตั้งแบตเตอรี่กำลัง (Power Battery) โดยรวมในปี 2025
โชว์เทคโนโลยีความปลอดภัย ผ่านบททดสอบสุดโหด 1,230 รายการ
เพื่อตอกย้ำความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภค เสียวหมี่ ออโต้ ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับการทดสอบความปลอดภัยของแบตเตอรี่ ซึ่งประกอบด้วยหัวข้อการทดสอบที่เข้มงวดภายใต้มาตรฐานอุตสาหกรรมขั้นสูงรวมทั้งสิ้น 1,230 รายการ
ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่การปล่อยวิดีโอทดสอบในสภาวะสุดขั้ว (Extreme Condition) โดยนำแบตเตอรี่ประเภทลิเธียมไอออนฟอสเฟต (LFP) ที่ผ่านการจำลองการใช้งานเทียบเท่ากับการขับขี่จริงบนท้องถนนระยะทางสูงถึง 400,000 กิโลเมตร มาเข้ากระบวนการทดสอบเจาะด้วยตะปู (Nail Penetration Test)
ผลการทดสอบปรากฏว่า แม้จะทำการทดสอบภายใต้เงื่อนไขสุดโหด คือ “อุณหภูมิสูง, ชาร์จไฟเต็มความจุ 100%, และไม่มีระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวทำงาน” แต่ตัวแบตเตอรี่กลับ:
- ไม่ปรากฏอาการรั่วไหลของสารเคมี
- ไม่มีการลุกไหม้ หรือเกิดการระเบิดใดๆ
- ไม่มีการปริแตกของเปลือกหุ้ม (Casing Rupture)
- ตัวแบตเตอรี่ยังคงรักษาแรงดันไฟฟ้า อุณหภูมิ และประสิทธิภาพของฉนวนให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
- ผ่านข้อกำหนดด้านความหนาแน่นของอากาศ (Air-tightness) และไม่มีน้ำเล็ดลอดเข้าสู่ภายในตัวแบตเตอรี่
นอกจากนี้ ในการทดสอบเจาะด้วยตะปูแบบสองเซลล์พร้อมกัน (Dual-cell Nail Penetration Tests) อีกจำนวน 2 ครั้ง ผลลัพธ์ยังคงน่าทึ่ง โดยไม่มีแบตเตอรี่ก้อนใดเกิดการลุกลามของสภาวะความร้อนสูงเกินควบคุม (Thermal Runaway Propagation) ไม่มีไฟลุก หรือระเบิด โดยในระหว่างการทดสอบครั้งแรก ระบบจัดการสามารถตรวจจับและเปิดสัญญาณเตือนสภาวะความร้อนสูงเกินควบคุมล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำ
ปัจจุบัน เสียวหมี่ ยังคงเดินหน้าเสริมสร้างศักยภาพด้านพลังงานของตนเองอย่างต่อเนื่อง โดยมีทีมวิจัยและพัฒนา (R&D) ด้านแบตเตอรี่ภายในองค์กรมากกว่า 220 คน พร้อมทั้งเดินสายพานโรงงานประกอบแพ็คแบตเตอรี่ของตัวเองในย่านอี้จวง กรุงปักกิ่ง เพื่อรับหน้าที่ดูแลการประกอบแพ็คแบตเตอรี่บางส่วนให้กับรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ในอนาคตควบคู่ไปกับการใช้ซัพพลายเออร์ภายนอก
การขยับตัวรอบนี้ของ เสียวหมี่ ออโต้ ทั้งในแง่ของแบรนด์ใหม่อย่าง Sky Nomad, ระบบ EREV, การกระจายซัพพลายเออร์ไปสู่ Sunwoda / CALB และความมั่นใจในความปลอดภัยระดับสูง ย่อมทำให้ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในระดับสากลต้องจับตามองอย่างใกล้ชิดในปี 2026 นี้
