XPENG เร่งสายผลิตพวงมาลัยขวาปี 2026 ในมาเลเซีย อนาคตเตรียมผลิต EREV

XPeng เร่ง Globalization 2026–2030 ตั้งฐานผลิตมาเลเซีย เจาะอาเซียนพวงมาลัยขวา ไทยได้อานิสงส์อะไรบ้าง?
XPeng หรือ เสี่ยวเผิง มอเตอร์ กำลังเดินเกมระดับโลกอย่างจริงจัง หลัง He Xiaopeng ประธานและซีอีโอ ประกาศชัดว่า ตั้งแต่ปี 2026–2030 บริษัทจะผลักดันทุกสายผลิตภัณฑ์สู่ตลาดโลก ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ, Robotaxi, หุ่นยนต์ ไปจนถึงยานพาหนะบินได้ระดับต่ำ (Low-altitude mobility)
ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับ โรงงาน XPENG ในมาเลเซีย
1. ความร่วมมือกับ EP Manufacturing Berhad (EPMB)
-
XPENG Motors ได้ลงนามข้อตกลงกับบริษัทผู้ผลิตของมาเลเซีย EP Manufacturing Berhad (EPMB) เพื่อจัดตั้งโรงงาน ประกอบ/ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในเมือง Malacca ประเทศมาเลเซีย ซึ่งถือเป็นโครงการผลิตในต่างประเทศครั้งที่ 3 ของ XPENG (หลังจากประเทศอินโดนีเซียและออสเตรีย) และเป็นโครงการที่ 2 ในภูมิภาค Asia-Pacific
2. ระยะเวลาเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์
-
โรงงานนี้มี แผนจะเริ่มการผลิตจริง (mass production) ตั้งแต่ปี 2026 โดยเป็นการผลิตแบบ CKD (ประกอบชิ้นส่วนจากต่างประเทศภายในประเทศ) เพื่อรองรับความต้องการของตลาดท้องถิ่นและภูมิภาคอาเซียน
3. เป้าหมายและหน้าที่ของโรงงาน
- โรงงานนี้ถูกวางตำแหน่งเป็น ฐานการผลิตยุทธศาสตร์สำหรับ “ตลาดพวงมาลัยขวา (Right-Hand-Drive)” ในภูมิภาคอาเซียน เช่น ไทย, สิงคโปร์, มาเลเซีย, อินโดนีเซีย และตลาดอื่น ๆ ที่ใช้พวงมาลัยขวา
- การตั้งโรงงานในมาเลเซียจะช่วยให้ XPENG ลดภาษีและต้นทุนโลจิสติกส์ จากการนำเข้ารถสำเร็จรูป (CBU) และเป็นการปฏิบัติ “ผลิตในท้องถิ่นเพื่อท้องถิ่น” (Localization)” มากขึ้น
4. รุ่นที่คาดว่าจะประกอบภายในประเทศ
-
ตามข้อมูลอย่างไม่เป็นทางการ ระบุว่าโรงงานจะเริ่มต้นประกอบรุ่นอย่าง XPENG G6 (SUV) และ XPENG X9 (MPV) รวมถึงเวอร์ชันที่ใช้ระบบ EREV ในอนาคต ซึ่งเป็นแผนที่อาจช่วยเสริมฐานผลิตของ XPENG ในภูมิภาคอาเซียนให้ครบทั้งพวงมาลัยซ้ายและขวา
5. องค์ประกอบเชิงกลยุทธ์ของโครงการ
-
การตั้งโรงงานในมาเลเซียช่วย XPENG:
Advertisement Advertisement- ตอบโจทย์การขยายตลาด ASEAN โดยเฉพาะตลาดที่ใช้พวงมาลัยขวา
- รวมระบบการผลิต การขาย การบริการการชาร์จ และการสนับสนุนลูกค้าเข้าด้วยกัน
- ใช้ประโยชน์จากประสบการณ์การผลิตของ EPMB ซึ่งมีประวัติในอุตสาหกรรมยานยนต์มากกว่า 40 ปี
Globalization ไม่ใช่แค่ส่งออกรถ แต่คือ “ย้ายฐานอุตสาหกรรม”
ปัจจุบัน XPeng มีศูนย์วิจัยและพัฒนาทั่วโลกถึง 9 แห่ง และโครงการผลิตในต่างประเทศ 3 โครงการ ครอบคลุมยุโรปและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมเครือข่ายชาร์จไฟที่เชื่อมต่อกว่า 2.66 ล้านจุด ใน 31 ประเทศ
ทิศทางนี้สะท้อนชัดว่า XPeng ไม่ได้มอง Globalization แค่การส่งออกรถจากจีน แต่เป็นการ “ฝังตัวในห่วงโซ่อุตสาหกรรมท้องถิ่น” ทั้งด้านการผลิต กฎหมาย และต้นทุนโลจิสติกส์
มาเลเซีย ฐานยุทธศาสตร์อาเซียนพวงมาลัยขวา
การจับมือกับ EPMB Group ในมาเลเซีย และเริ่มผลิตจริงในปี 2026 ถือเป็นหมากสำคัญ เพราะโรงงานแห่งนี้ถูกวางบทบาทเป็น Hub สำหรับตลาดอาเซียนรถพวงมาลัยขวา
- ลดต้นทุนภาษีนำเข้า CBU
- ตอบโจทย์กฎ Local Content ของหลายประเทศ
- รองรับการส่งออกไป ไทย, มาเลเซีย, อินโดนีเซีย, สิงคโปร์, ออสเตรเลีย
นี่คือรูปแบบเดียวกับที่ค่ายญี่ปุ่นใช้ในอดีต แต่ครั้งนี้เป็น “EV จีน” ที่ทำได้เร็วและครบกว่า
ยุโรปเป็นสนามทดสอบแบรนด์ระดับโลก
XPeng P7+ รุ่นปี 2026 ที่ผลิตทดลองในเมือง Graz ประเทศออสเตรีย และเริ่มขายในยุโรป สะท้อนว่า XPeng ต้องการยกระดับภาพลักษณ์จาก “EV จีนราคาคุ้ม” สู่ “EV เทคโนโลยีระดับโลก” ตลาดยุโรปเป็นด่านที่เข้มที่สุดทั้งด้านมาตรฐานความปลอดภัย ซอฟต์แวร์ และกฎหมายข้อมูล หากผ่านได้ จะสร้างเครดิตให้แบรนด์ในทุกภูมิภาค
ผลกระทบต่อตลาดอาเซียนและประเทศไทย
1. ไทยมีโอกาสได้ XPeng รุ่นประกอบอาเซียน
เมื่อฐานผลิตมาเลเซียเดินเครื่องเต็มรูปแบบ ไทยมีความเป็นไปได้สูงที่จะได้ XPeng รุ่นพวงมาลัยขวาแบบ CKD หรือ Regional Spec ซึ่งช่วยลดราคาและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันกับ BYD, AION และ Tesla
2. ราคา EV กลาง–บน จะดุเดือดขึ้น
XPeng ขึ้นชื่อด้าน ADAS และซอฟต์แวร์ หากผลิตอาเซียนได้จริง รถระดับ P7 / G6 อาจตั้งราคาใกล้ D-Segment ICE ทำให้ตลาด EV ไทยเปลี่ยนโครงสร้างเร็วขึ้น
3. กดดันค่ายญี่ปุ่นและเกาหลี
EV จีนที่ “ผลิตใกล้บ้าน” จะทำให้ค่ายญี่ปุ่นที่ยังพึ่งนำเข้า หรือชะลอ EV ต้องเร่งตัดสินใจ ไม่เช่นนั้นจะเสียพื้นที่ตลาดใน 3–5 ปีข้างหน้า
เป้าหมาย 50% ยอดขายจากต่างประเทศ ไม่ใช่แค่ความฝัน
He Xiaopeng เคยประกาศเป้าหมายว่า ภายใน 10 ปี ยอดขายครึ่งหนึ่งต้องมาจากตลาดต่างประเทศ ซึ่งเมื่อดูจากจังหวะการตั้งโรงงาน, การเข้าสู่ยุโรป และอาเซียน เป้าหมายนี้ถือว่า “มีโครงสร้างรองรับจริง” ไม่ใช่แค่คำพูดเชิงการตลาด
สรุป: XPeng คือ EV จีนที่คิดไกลกว่า “สงครามราคา”
XPeng กำลังเปลี่ยนภาพ EV จีนจากผู้เล่นราคาประหยัด เป็นผู้เล่นเทคโนโลยีระดับโลก การตั้งฐานในมาเลเซียอาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ตลาด EV ไทยเข้าสู่เฟสใหม่—เฟสที่ผู้บริโภคได้รถที่ฉลาดขึ้น ถูกลง และแข่งขันกันด้วยเทคโนโลยีจริง
