สรุปมาตรการเยียวยาขนส่ง 2,060 ล้านบาท ใครได้เท่าไหร่ ลงทะเบียนอย่างไรให้ทัน 16-19 เม.ย. นี้

สรุปมาตรการเยียวยาขนส่ง 2,060 ล้านบาท ใครได้เท่าไหร่ ลงทะเบียนอย่างไรให้ทัน 16-19 เม.ย. นี้
จากสถานการณ์ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องอันเนื่องมาจากวิกฤตความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ล่าสุดเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2569 รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้มีมติอนุมัติงบกลางวงเงินรวม 2,060 ล้านบาท เพื่อเร่งเยียวยาผู้ประกอบการรถขนส่งสินค้าและรถโดยสารสาธารณะทั่วประเทศรวมกว่า 460,000 คัน เพื่อบรรเทาภาระต้นทุนและป้องกันการปรับขึ้นค่าโดยสารที่อาจกระทบต่อประชาชน
1. กำหนดการและช่องทางการลงทะเบียน
-
เปิดรับลงทะเบียน: ระหว่างวันที่ 16 – 19 เมษายน 2569 เท่านั้น (ระยะเวลาเพียง 4 วัน)
-
ช่องทางออนไลน์: เว็บไซต์ tss.dlt.go.th (ระบบ “DLT พร้อมซัปพอร์ต”) เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
-
ช่องทางออนไซต์: เดินทางไปได้ที่อาคาร 3 ชั้น 1 กรมการขนส่งทางบก หรือสำนักงานขนส่งทุกจังหวัดทั่วประเทศ (ในเวลาราชการ)
2. รายละเอียดการจ่ายเงินช่วยเหลือ (แยกตามประเภทรถ)
มาตรการนี้ไม่ได้จ่ายเงินให้เท่ากันทุกคน แต่คำนวณตามประเภทและการใช้งานจริง ดังนี้:
กลุ่มรถโดยสารประจำทาง (เน้นรถมินิบัสและรถตู้):
-
สายใน กทม. และปริมณฑล (หมวด 1 และ 4): รับเหมาจ่าย 5,040 บาทต่อคัน โดยต้องมีระยะทางวิ่งไม่น้อยกว่า 2,500 กม. ตลอดช่วงมาตรการ
-
สายระหว่างจังหวัด (หมวด 2 และ 3): จ่ายตามระยะทางจริง กิโลเมตรละ 2 บาท
-
หมวด 2: ได้สูงสุดไม่เกิน 700 บาทต่อวันต่อคัน
-
หมวด 3: ได้สูงสุดไม่เกิน 500 บาทต่อวันต่อคัน
-
กลุ่มรถโดยสารไม่ประจำทาง (รถเช่าเหมา/รถท่องเที่ยว/รถรับส่งพนักงาน):
-
รถบัสขนาดใหญ่: เหมาจ่าย 5,000 บาทต่อคัน
-
รถมินิบัส/รถตู้: เหมาจ่าย 3,600 บาทต่อคัน
-
เงื่อนไข: รถท่องเที่ยวต้องวิ่งไม่น้อยกว่า 2,500 กม. ส่วนรถรับส่งพนักงานต้องไม่น้อยกว่า 1,500 กม.
กลุ่มรถบรรทุก (ขนส่งสินค้า):
-
รถ 10 ล้อขึ้นไป: เหมาจ่าย 6,000 บาทต่อคัน (เงื่อนไข: วิ่งไม่น้อยกว่า 4,000 กม.)
-
รถน้อยกว่า 10 ล้อ: เหมาจ่าย 3,000 บาทต่อคัน (เงื่อนไข: วิ่งไม่น้อยกว่า 2,500 กม.)
กลุ่มรถรับจ้างขนาดเล็ก ต้องป้ายเหลืองเท่านั้น ป้ายขาวไม่ได้
-
รถแท็กซี่: เหมาจ่าย 5,040 บาทต่อคัน (เงื่อนไข: วิ่งไม่น้อยกว่า 2,500 กม. และต้องเปิดแอปฯ DLT GPS-NOTICE ตลอดการรับงาน)
-
วินมอเตอร์ไซค์: เหมาจ่าย 840 บาทต่อคัน
3. เงื่อนไขความโปร่งใสและการตรวจสอบ
-
ระยะเวลาการวัดผล: กรมฯ จะเริ่มนับระยะทางและการให้บริการตั้งแต่วันที่ 20 เมษายน – 31 พฤษภาคม 2569 (รวม 42 วัน)
-
เทคโนโลยีการตรวจสอบ: กรมฯ จะจ่ายเงินให้เฉพาะรถที่มีการวิ่งงานจริง โดยตรวจสอบผ่านระบบ GPS ที่ติดตั้งในรถ หรือผ่านแอปพลิเคชัน DLT GPS-NOTICE สำหรับรถบางประเภท หากพบว่าไม่มีการวิ่งงานตามเกณฑ์ จะไม่ได้รับสิทธิ
Advertisement Advertisement -
การจ่ายเงิน: จะจ่ายหลังจากจบมาตรการ (หลัง 31 พฤษภาคม) โดยโอนผ่าน พร้อมเพย์ (PromptPay) ที่ผูกกับเลขประจำตัวประชาชนหรือเลขประจำตัวผู้เสียภาษีเท่านั้น
4. เอกสารที่ต้องเตรียม
สำหรับการลงทะเบียน ผู้สมัครต้องให้ข้อมูลบัญชีธนาคารและแนบหลักฐานสำคัญ เช่น:
-
สำเนาใบอนุญาตประกอบการขนส่ง
-
หนังสือรับรองนิติบุคคล (กรณีบริษัท)
-
หลักฐานแสดงการรับจ้างขนส่งผู้โดยสาร (ถ้ามี)
ไทม์ไลน์สำคัญ: ลงทะเบียน 16 – 19 เมษายน 2569 เท่านั้น!
⚠️ ย้ำ! รัฐบาลเปิดให้ลงทะเบียนเพียง 4 วันเท่านั้น และไม่มีนโยบายขยายเวลาเพิ่ม
- ช่องทางลงทะเบียน: เว็บไซต์กรมการขนส่งทางบก (dlt.go.th) หรือแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue
- การเตรียมตัว:
- เตรียมใบอนุญาตประกอบการขนส่งให้พร้อม
- สำคัญมาก: ต้องผูกบัญชี PromptPay ด้วยเลขบัตรประชาชน (หรือเบอร์โทรศัพท์ที่จดทะเบียนถูกต้อง) ให้เรียบร้อยก่อนวันที่ 16 เมษายน
ขั้นตอนการรับเงินและการตรวจสอบสิทธิ์
เพื่อให้เกิดความโปร่งใส กรมการขนส่งทางบกจะใช้ระบบไอทีในการตรวจสอบสิทธิ์ ดังนี้:
- ระบบ GPS: สำหรับรถบรรทุกและรถโดยสารที่ติดตั้ง GPS ระบบจะตรวจสอบระยะทางวิ่งจริงในช่วงที่เกิดวิกฤตเพื่อคำนวณเงินเยียวยา
- การโอนเงิน: เมื่อผ่านการตรวจสอบ สิทธิ์จะถูกส่งไปยังระบบการโอนเงินผ่าน PromptPay โดยตรง ไม่มีการผ่านตัวกลางหรือรับเงินสด
- ระยะเวลามาตรการ: การเยียวยามีผลครอบคลุมตั้งแต่วันที่ 20 เมษายน – 31 พฤษภาคม 2569 (รวม 42 วัน)
หมายเหตุ: สำหรับกลุ่มรถจักรยานยนต์รับจ้างที่วิ่งผ่านแอปพลิเคชัน เช่น Grab หรือ LINE MAN สามารถรับสิทธิ์ได้เช่นกันในอัตรา 840 บาท โดยข้อมูลจะถูกตรวจสอบผ่านฐานข้อมูลที่จดทะเบียนไว้กับกรมขนส่งฯ
สรุปข้อควรรู้ (FAQ)
- ถาม: รถที่ไม่ได้ติด GPS ลงทะเบียนได้ไหม?
ตอบ: ได้ครับ แต่จะได้รับเงินในอัตรา 3,000 บาท (สำหรับรถบรรทุก) - ถาม: ผูก PromptPay กับเลขบัตรประชาชนดีกว่าเบอร์โทรศัพท์ไหม?
ตอบ: แนะนำให้ผูกกับเลขบัตรประชาชนเพื่อให้ระบบตรวจสอบสิทธิ์และโอนเงินได้แม่นยำที่สุดตามฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร์ - ถาม: หากลงทะเบียนไม่ทันวันที่ 19 เม.ย. ต้องทำอย่างไร?
ตอบ: ปัจจุบันยังไม่มีการประกาศขยายเวลา ดังนั้นควรดำเนินการภายในกำหนด 4 วันนี้เท่านั้น
ติดตามข่าวสารล่าสุดได้ที่เว็บไซต์กรมการขนส่งทางบก หรือติดต่อสายด่วน 1584
สรุปยอดเงินเยียวยาจากรัฐบาลสำหรับกลุ่มผู้ประกอบการขนส่ง (วงเงินรวม 2,060 ล้านบาท) แยกตามประเภทรถได้ดังนี้
ตารางสรุปเงินเยียวยาแยกตามประเภทรถ
| ประเภทรถผู้ประกอบการ | ยอดเงินเยียวยาต่อคัน | หมายเหตุ |
| รถนำเที่ยว (ไม่ประจำทาง) | 7,000 บาท | จำนวน 23,192 คัน |
| รถบรรทุกสินค้า (ติดตั้ง GPS) | 6,000 บาท | ตรวจสอบระยะวิ่งผ่านระบบ GPS |
| รถแท็กซี่ / รถตู้ / มินิบัส (กทม.) | 5,040 บาท | ครอบคลุมรถหมวด 1 และ 4 |
| รถมินิบัสรับส่งพนักงาน | 5,040 บาท | จำนวน 29,486 คัน |
| รถบรรทุกสินค้า (ไม่ติด GPS) | 3,000 บาท | สำหรับรถจดทะเบียนถูกต้อง |
| มอเตอร์ไซค์รับจ้าง (วิน/แอปฯ) | 840 บาท | เช่น Grab, LINE MAN ที่ลงทะเบียนไว้ |


