2027 Ford Bronco RTR เปิดตัวที่ Detroit Auto Show ออฟโรดสายโหด กลิ่นอาย Raptor แต่เข้าถึงง่ายกว่า

2027 Ford Bronco RTR เปิดตัวที่ Detroit Auto Show ออฟโรดสายโหด กลิ่นอาย Raptor แต่เข้าถึงง่ายกว่า
การเปิดตัวที่แฟน ๆ เฝ้ารออย่างมากของ Ford ในงาน Detroit Auto Show ปีนี้ ก็คือ 2027 Ford Bronco RTR รุ่นใหม่ล่าสุด ซึ่งถูกออกแบบมาให้มีสมรรถนะลุยทางวิบากใกล้เคียงกับ Bronco Raptor แต่ไม่ใช้เครื่องยนต์ 3.0 ลิตรสุดโหด ทำให้ Bronco RTR อาจกลายเป็นตัวเลือกที่ “ลงตัว” สำหรับผู้ซื้อจำนวนมาก
แนวคิดการพัฒนา: ออฟโรดจริง ไม่ได้มีดีแค่หน้าตา
Bronco RTR ถูกพัฒนาภายใต้ความร่วมมือระหว่าง Ford และ RTR Vehicles โดยใช้สนามทดสอบโหดระดับตำนานอย่าง Johnson Valley เป็นฐานในการปรับจูนตัวรถ แนวคิดหลักคือ “รถที่ลุยได้จริง และใช้งานได้จริง” ไม่ใช่แค่ออฟโรดโชว์พลังหรือภาพลักษณ์เท่านั้น
จุดเด่นคือการนำประสบการณ์จากการแข่งขัน King of the Hammers ซึ่งถือเป็นหนึ่งในรายการออฟโรดที่หฤโหดที่สุดในโลก มาถ่ายทอดลงสู่รถโปรดักชัน ทำให้ Bronco RTR ถูกวางให้เป็นออฟโรดสาย Performance ที่เน้นความทนทานและการควบคุม มากกว่าตัวเลขแรงม้าสูงสุด
ช่วงล่างและแพ็กเกจ Sasquatch ตัวจริงสายลุย
ในสเปกมาตรฐาน Bronco RTR มาพร้อมช่วงล่าง High-Clearance Suspension และยางขนาด 33 นิ้ว ซึ่งเพียงพอสำหรับการใช้งานออฟโรดระดับหนักในชีวิตประจำวัน แต่ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่ Sasquatch Package ซึ่งเป็นออปชันที่คาดว่าจะได้รับความนิยมสูง โดยเพิ่มอุปกรณ์หลักดังนี้
- ยางออฟโรดขนาดใหญ่ 35 นิ้ว
- ระบบกันสะเทือน HOSS 3.0
- โช้คอัพ FOX Internal Bypass Dampers แบบเดียวกับรถแข่งออฟโรด
ผลลัพธ์คือการเพิ่มความสามารถในการซับแรงกระแทก ควบคุมล้อได้ดีขึ้นเมื่อขับด้วยความเร็วสูงบนทางฝุ่น หรือเส้นทางหินและทรายลึก
เครื่องยนต์ 2.3 Turbo เบา คล่อง และผ่านการอัปเกรด
Bronco RTR เลือกใช้เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 4 สูบ 2.3 ลิตร เพียงขนาดเดียว โดยไม่มีตัวเลือก 2.7 ลิตร หรือ 3.0 ลิตรแบบ Raptor ซึ่งอาจทำให้แฟนสายแรงรู้สึกเสียดาย
อย่างไรก็ตาม Ford ให้เหตุผลชัดเจนว่า เครื่องยนต์ 2.3 ลิตรมีน้ำหนักเบากว่า ส่งผลให้ด้านหน้ารถตอบสนองไวขึ้น การเลี้ยว การกระโดด และการควบคุมบนเส้นทางออฟโรดทำได้แม่นยำกว่า เหมาะกับการขับ “กดจริง ลุยจริง” มากกว่าเครื่องยนต์ที่หนักและแรงเกินความจำเป็น
ที่สำคัญ เครื่องยนต์ลูกนี้ไม่ได้มาแบบเดิม ๆ เพราะมีการอัปเกรดเพิ่มเติม ได้แก่
- พัดลมระบายความร้อนกำลังไฟ 1,000 วัตต์ แบบเดียวกับ Bronco Raptor
- ระบบ Anti-Lag ช่วยให้เทอร์โบสร้างแรงดันได้ทันที ลดอาการรอรอบ
ดีไซน์ดุดัน สไตล์ RTR ชัดเจนทุกมุม
ภายนอกของ Bronco RTR ถูกตกแต่งให้แตกต่างจาก Bronco รุ่นปกติอย่างชัดเจน โดยเน้นภาพลักษณ์รถแข่งออฟโรด พร้อมกลิ่นอาย Raptor แต่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ได้แก่
- ล้อดีไซน์พิเศษเฉพาะรุ่น RTR
- ตกแต่งสี Hyper Lime ตามสไตล์ RTR
- กราฟิกด้านข้างตัวถัง
- โป่งล้อใหม่ เพิ่มความบึกบึน
- กันชนหน้าสีดำ
- สีตัวถังพิเศษ Avalanche Gray
ทั้งหมดนี้ช่วยให้ Bronco RTR ดูดุดันแบบรถแข่ง แต่ยังคงความเป็นรถโปรดักชันที่ใช้งานได้จริง
ตำแหน่งทางการตลาด Raptor Look ในราคาที่จับต้องได้
แม้ Ford ยังไม่ประกาศราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ แต่ยืนยันชัดเจนว่า Bronco RTR “จะไม่ทำให้กระเป๋าฉีก” ซึ่งสะท้อนว่ารถรุ่นนี้ถูกวางตำแหน่งต่ำกว่า Bronco Raptor อย่างชัดเจน จุดนี้ทำให้ Bronco RTR มีโอกาสกลายเป็นตัวเลือกยอดนิยมของผู้ที่ต้องการภาพลักษณ์และสมรรถนะระดับสูง แต่ไม่จำเป็นต้องจ่ายเพื่อพลังเครื่องยนต์เกินความต้องการ

