เปิดตัว Renault Filante ครอสโอเวอร์พรีเมียม Full Hybrid E-Tech 250













![]()
![]()
![]()

Renault Filante ครอสโอเวอร์พรีเมียมเรือธงระดับโลก การประกาศศักดาใหม่ของ Renault นอกยุโรป
Renault Filante คือรถยนต์ครอสโอเวอร์ระดับพรีเมียมรุ่นเรือธงใหม่ ที่เรโนลต์ใช้เป็นหัวหอกในการยกระดับภาพลักษณ์แบรนด์สู่เวทีสากลอีกครั้ง ภายใต้แผนกลยุทธ์ International Game Plan 2027 โดยมุ่งเน้นตลาดนอกยุโรปเป็นหลัก ทั้งเกาหลีใต้ ลาตินอเมริกา และตะวันออกกลาง
Filante ไม่ได้ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อเป็นเพียง SUV รุ่นใหม่ แต่เป็น “โมเดลเชิงสัญลักษณ์” ที่สะท้อนทิศทางอนาคตของเรโนลต์ ทั้งด้านดีไซน์ เทคโนโลยี ระบบขับเคลื่อน และประสบการณ์ผู้ใช้งานระดับพรีเมียม
Renault Filante : ไม่ใช่แค่ชื่อ แต่คือแถลงการณ์ของแบรนด์
ชื่อ Filante มีรากฐานจากประวัติศาสตร์ของ Renault โดยเชื่อมโยงสองยุคสำคัญเข้าด้วยกัน ได้แก่
- Étoile Filante (1956) รถต้นแบบทำลายสถิติความเร็วโลกที่ Bonneville
- Renault Filante Record 2025 รถต้นแบบไฟฟ้าที่เน้นสถิติด้านประสิทธิภาพ
รถต้นแบบ Filante Record 2025 สามารถวิ่งได้ไกลถึง 1,008 กิโลเมตร ภายในเวลาไม่ถึง 10 ชั่วโมง ด้วยความเร็วเฉลี่ย 102 กม./ชม. และใช้อัตราพลังงานเพียง 7.8 kWh/100 กม. ซึ่งสะท้อนแนวคิด “ประสิทธิภาพเหนือพละกำลัง” ที่ Renault ต้องการส่งต่อมายัง Filante รุ่นผลิตจริง
นอกจากนี้ คำว่า Étoile (ดาว) ยังเคยใช้เป็นสัญลักษณ์ของรุ่นท็อปสุดของ Renault ในช่วงทศวรรษ 1930 การฟื้นชื่อ Filante จึงเป็นการผสาน ประวัติศาสตร์ + เทคโนโลยี + ความพรีเมียม อย่างชัดเจน
บทบาทเชิงกลยุทธ์ในตลาดเกาหลีใต้
Renault Filante ถูกวางตำแหน่งให้เป็น เรือธงหลักในตลาดเกาหลีใต้ โดยจะผลิตที่โรงงาน Busan ซึ่งเป็นฐานการผลิตสำคัญของ Renault Korea
- เจาะตลาด E-Segment ซึ่งมีสัดส่วนสูงถึง 26.2%
- กลุ่ม SUV ในเซกเมนต์นี้คิดเป็นประมาณ 16%
- ช่วงล่างและพวงมาลัยถูกจูนให้เหมาะกับรสนิยมผู้ใช้ชาวเกาหลีโดยเฉพาะ
กลยุทธ์นี้ทำให้ Filante ไม่ใช่รถยุโรปที่ “นำเข้ามาขายตรง ๆ” แต่เป็นรถที่ถูกออกแบบให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้งานของตลาดเป้าหมายอย่างแท้จริง
แกนหลักของ International Game Plan 2027
Renault ตั้งเป้าเปิดตัวรถยนต์ใหม่ 8 รุ่น ในตลาดนอกยุโรป ระหว่างปี 2024–2027 โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ
- 1 ใน 3 ของยอดขายนอกยุโรป ต้องเป็นรถ Hybrid หรือ EV
- ยกระดับภาพลักษณ์จากแบรนด์แมสสู่พรีเมียมในบางตลาด
Filante ทำหน้าที่เป็นเรือธง เคียงข้างรุ่นอย่าง Kardian, Duster, Boreal และ Koleos ซึ่งทำให้ Renault มีไลน์อัพครอบคลุมตั้งแต่ระดับเริ่มต้นไปจนถึงพรีเมียม
ดีไซน์ภายนอก: นิยามใหม่ของครอสโอเวอร์ E-Segment
Renault Filante ถูกนิยามว่าเป็น ครอสโอเวอร์ลูกผสมระหว่างซีดาน, SUV และคูเป้ โดยเน้นเส้นสายที่เฉียบคมและสัดส่วนที่ดูพรีเมียม
มิติตัวถัง
- ยาว 4,915 มม.
- กว้าง 1,890 มม.
- สูง 1,635 มม.
จุดเด่นงานออกแบบ
- กระจังหน้า 3 มิติเรืองแสง ลวดลายเพชร
- ไฟ DRL ทำมุม 28° อ้างอิงโลโก้ Renault
- ล้ออัลลอย 19 / 20 นิ้ว
- หลังคาลาด พร้อมสปอยเลอร์ลอยตัว
- กระจกหลังเอียงแบบไม่มีที่ปัดน้ำฝน
- รุ่น Esprit Alpine หลังคาดำตัดกับตัวถังสีขาว
ห้องโดยสาร: ไฮเทคเลานจ์เพื่อความสบายสูงสุด
ระบบแสดงผล
- OpenR Panorama Screen
- จอ 12.3 นิ้ว จำนวน 3 จอ
- AR Head-Up Display ขนาด 25.6 นิ้ว
วัสดุและบรรยากาศ
- วัสดุเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
- TEP แทนหนังแท้ เบาและสัมผัสดีกว่า
- ไฟ Ambient LED ปรับสีได้
- หลังคากระจก Fixed Sunroof ขนาด 1.1 ตร.ม.
พื้นที่โดยสารและสัมภาระ
- ฐานล้อ 2,820 มม.
- พื้นที่เข่าหลัง 320 มม.
- พื้นที่เหนือศีรษะด้านหลัง 886 มม.
- ความจุสัมภาระ 633 ลิตร และสูงสุด 2,050 ลิตร
เทคโนโลยีดิจิทัลและ ADAS
Renault Filante มาพร้อมระบบช่วยขับขี่มากกว่า 30 ระบบ รองรับการขับขี่อัตโนมัติระดับ 2
3 ระบบใหม่ครั้งแรกของ Renault
- Emergency Steering Assist เลี้ยวหลบอัตโนมัติ 60–90 กม./ชม.
- Smart Rearview Mirror กระจกมองหลังแบบจอ Full Display
- Child Presence Detection ตรวจจับเด็กถูกทิ้งในรถ พร้อมแจ้งเตือน
ขุมพลัง Full Hybrid E-Tech 250
- เครื่องยนต์ 1.5 Turbo 150 แรงม้า 250 นิวตันเมตร
- มอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว กำลังรวม 250 แรงม้า
- แรงบิดรวมสูงสุด 565 นิวตันเมตร
- แบตเตอรี่ 1.64 kWh
- เกียร์ Multimode Auto 3 สปีด
- วิ่งไฟฟ้าในเมืองได้สูงสุด 75%
- ปล่อย CO₂ เพียง 106 g/km
สรุป: Renault Filante คืออะไรในภาพใหญ่ของอุตสาหกรรม
Renault Filante คือสัญลักษณ์ของการ “รีแบรนด์เชิงโครงสร้าง” ของเรโนลต์ในตลาดโลก จากผู้ผลิตรถยนต์แมส สู่ผู้เล่นระดับพรีเมียมที่เน้นดีไซน์ เทคโนโลยี และประสบการณ์ผู้ใช้
ด้วยบทบาทเรือธงในตลาดเกาหลีใต้ และการขยายสู่ลาตินอเมริกาและตะวันออกกลาง Filante จะเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่า Renault สามารถกลับมายืนในเวทีพรีเมียมระดับโลกได้อีกครั้งหรือไม่ ตั้งแต่ปี 2026 เป็นต้นไป

