เปิดราคาเริ่ม 474,000 บาทในญี่ปุ่น Toyota Hiace MY2026 ปรับปรุงความปลอดภัยมากขึ้น

เปิดราคาเริ่ม 474,000 บาทในญี่ปุ่น Toyota Hiace MY2026 ปรับปรุงความปลอดภัยมากขึ้น
Spread the love
Advertisement Advertisement

โตโยต้า “ปรับโฉม Toyota Hiace” รถตู้–คอมมิวเตอร์ อัปเกรดความปลอดภัย TSS + เพิ่มออปชันใหม่ เตรียมขาย 2 ก.พ. 2569

ไฮไลต์สำคัญ: ปรับปรุง “ความปลอดภัยเชิงป้องกันอุบัติเหตุ” และเพิ่มอุปกรณ์ใช้งานจริง

โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประกาศปรับปรุงรถรุ่น Toyota Hiace ครอบคลุมทั้ง Hiace Van (รถตู้), Hiace Wagon (รถสเตชันแวกอน) และ Hiace Commuter (รถรับส่งผู้โดยสาร) โดยจะเริ่มวางจำหน่ายในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 พร้อมยกระดับระบบความปลอดภัยและเพิ่มออปชันสำคัญหลายรายการ

รุ่นย่อยที่เกี่ยวข้อง (ตามเอกสารประกาศ)

  • Hiace Super GL ขับเคลื่อน 2 ล้อ เครื่องยนต์ดีเซล 2.8 ลิตร (ตัวถังมาตรฐาน) พร้อมอุปกรณ์เสริมจากโรงงาน
  • Hiace GL ขับเคลื่อน 2 ล้อ เครื่องยนต์เบนซิน 2.7 ลิตร พร้อมอุปกรณ์เสริมจากโรงงาน
  • Hiace GL (รุ่นสำหรับการเดินทาง/รับส่ง) ขับเคลื่อน 2 ล้อ เครื่องยนต์เบนซิน 2.7 ลิตร พร้อมอุปกรณ์เสริมจากโรงงาน

อัปเกรด Toyota Safety Sense: ตรวจจับรอบด้าน “คน–จักรยาน–มอเตอร์ไซค์–ทางแยก”

หัวใจหลักของการปรับปรุงครั้งนี้ คือการเพิ่มขีดความสามารถของระบบความปลอดภัยเชิงป้องกันอุบัติเหตุ (Pre-Collision Safety) ให้รองรับสถานการณ์จริงบนถนนมากขึ้น ทั้งในเมืองและนอกเมือง โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้

1) ตรวจจับคนเดินเท้าและจักรยาน “ด้านหน้า”

  • รองรับการตรวจจับ คนเดินเท้าที่กำลังเดินตรงไปด้านหน้า
  • เพิ่มฟังก์ชันตรวจจับ จักรยาน ในสถานการณ์ต่าง ๆ

2) ตรวจจับรถจักรยานยนต์ และยานพาหนะขณะขับตรง

  • เพิ่มการตรวจจับ รถจักรยานยนต์ ในเงื่อนไขการขับขี่ตรง (ลดความเสี่ยงชนท้าย/ตัดหน้า)

3) ปลอดภัยขึ้นเวลาเลี้ยว: เตือนรถสวน + ตรวจจับคนข้ามถนน

  • เมื่อ เลี้ยวขวา ระบบแจ้งเตือนให้ระวัง รถที่วิ่งสวนมาตรงหน้า
  • เมื่อ เลี้ยวซ้ายหรือขวา ระบบตรวจจับ คนเดินเท้า และ นักปั่นจักรยาน ที่กำลังข้ามถนนจากฝั่งตรงข้า

4) “ทางแยก” ป้องกันชนประสานงา + ตรวจจับมอเตอร์ไซค์

  • รองรับสถานการณ์เสี่ยงชนกันแบบ ประสานงาในทางแยก
  • ระบบสามารถตรวจจับ รถจักรยานยนต์ ในบริเวณจุดตัด

5) ระบบช่วยระงับการเร่งในความเร็วต่ำ

  • มีฟังก์ชันช่วย ระงับ/จำกัดการเร่ง ในช่วงความเร็วต่ำ เพื่อลดโอกาสเกิดอุบัติเหตุในพื้นที่แออัด

ระบบช่วยอ่านป้ายและเตือนไฟแดง: เพิ่ม “สายตาอัจฉริยะ” ให้คนขับ

อีกจุดที่ถูกเพิ่มเข้ามา คือ ระบบช่วยป้ายจราจร และ ระบบช่วยอ่านป้ายจราจร
รวมถึงฟังก์ชัน แจ้งเตือนไฟสัญญาณสีแดง เพื่อช่วยลดความผิดพลาดจากการมองไม่ทันหรือความล้าในการขับขี่

Radar Cruise Control: ช่วยขับทางไกล + คุมความเร็วเข้าโค้ง + ช่วยเปลี่ยนเลน

สำหรับงานเดินทางหรือใช้งานเชิงพาณิชย์ที่ต้องวิ่งยาว ระบบ ควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบเรดาร์
ได้ระบุฟังก์ชันสำคัญ เช่น ติดตามรถคันหน้า, ช่วยเปลี่ยนเลน, ตรวจจับยานพาหนะด้านหน้า
และ ฟังก์ชันควบคุมความเร็วในโค้ง เพื่อเพิ่มความมั่นใจขณะใช้งาน

ออปชัน/อุปกรณ์ใหม่ที่น่าสนใจ: ไฟหน้า LED + จอ 8 นิ้ว + กล้องพาโนรามา

ไฟหน้า LED แบบ Bi-Beam

เพิ่มตัวเลือก ไฟหน้า LED แบบ Bi-Beam (เป็นตัวเลือกของผู้ผลิต และไม่รวม Welcab)

ระบบเครื่องเสียงหน้าจอ 8 นิ้ว

ติดตั้ง จอแสดงผลขนาด 8 นิ้ว และรองรับระบบนำทางแบบเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต

กล้องมองรอบคันแบบพาโนรามา

  • รองรับภาพมุมมองแบบพาโนรามา
  • มีภาพ มุมกว้างด้านหน้า พร้อมระบุตำแหน่งกลางวัน/กลางคืน
  • มีภาพ มุมกว้างด้านหลัง เมื่อเข้าเกียร์ R

มาตรวัดดิจิทัล

ระบุการใช้งาน มิเตอร์ดิจิทัล ช่วยให้การอ่านค่าการขับขี่ชัดเจนขึ้น

โทนสีภายใน/ความสบาย: เบาะอุ่น + สีห้องโดยสารใหม่

  • เบาะนั่งอุ่น (ระบุว่าใช้เพื่อประกอบการแสดงภาพเท่านั้น)
  • ไมก้าข่มุสีขาวแพลตตินัม สำหรับรุ่น Super GL ดีเซล 2.8 ตัวถังมาตรฐาน
  • โทนสีหรู II (ห้องโดยสารใหญ่) สำหรับรุ่นเบนซิน 2.7

สรุป: Hiace โฉมปรับปรุง เหมาะทั้งงานรับส่ง–ครอบครัว–เชิงพาณิชย์ เน้น “ลดอุบัติเหตุก่อนเกิด”

การปรับปรุง Toyota Hiace ครั้งนี้ โฟกัสชัดเจนที่ “ความปลอดภัยเชิงป้องกันอุบัติเหตุ” โดยเพิ่มความสามารถการตรวจจับคนเดินเท้า จักรยาน มอเตอร์ไซค์ และสถานการณ์ทางแยก รวมถึงเสริมระบบช่วยขับหลายรายการ พร้อมเพิ่มออปชันใช้งานจริงอย่างไฟหน้า LED, จอ 8 นิ้ว และกล้องพาโนรามา เพื่อยกระดับความสะดวกและความมั่นใจในการใช้งานทุกวัน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Hiace โฉมปรับปรุง เริ่มขายวันไหน?

เริ่มวางจำหน่ายวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569

อัปเกรดเด่นที่สุดคืออะไร?

เน้นการยกระดับระบบความปลอดภัยเชิงป้องกันอุบัติเหตุ (Pre-Collision Safety) ให้ตรวจจับได้ครอบคลุมมากขึ้น รวมถึงระบบช่วยอ่านป้าย/เตือนไฟแดง และระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบเรดาร์

มีออปชันใหม่อะไรบ้าง?

ตัวอย่างออปชันที่ระบุ ได้แก่ ไฟหน้า LED แบบ Bi-Beam, จอ 8 นิ้ว, กล้องพาโนรามา และ มาตรวัดดิจิทัล

TOYOTA HIACE MY2026

Advertisement Advertisement

Toyota Hiace อัปเกรดใหม่ “ระบบช่วยเบรกขณะจอด” เป็นอุปกรณ์มาตรฐานทุกคัน ช่วยลดเสี่ยงเหยียบแป้นผิดพลาด

สรุปข่าว: ไฮเอซทุกรุ่นติดตั้งระบบช่วยเบรกขณะจอด “มาตรฐาน”

โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประกาศปรับปรุงรถยนต์รุ่น Toyota Hiace ครอบคลุมทั้ง Hiace Van (รถตู้), Hiace Wagon (รถสเตชันแวกอน) และ Hiace Commuter (รถรับส่งผู้โดยสาร) โดยเปิดตัวเมื่อวันที่ 13 เมษายน 2565 พร้อมยกระดับด้านความปลอดภัยด้วยการติดตั้ง ระบบช่วยเบรกขณะจอด เป็นอุปกรณ์มาตรฐานในรถตู้ไฮเอซทุกคัน

ไฮไลต์หลัก: Parking Support Brake คืออะไร และช่วยอะไรได้บ้าง?

การอัปเดตครั้งนี้เน้น “ความปลอดภัยเชิงป้องกัน” โดย ระบบช่วยเบรกขณะจอด (Parking Support Brake) ถูกกำหนดให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากเหตุการณ์ที่ผู้ขับขี่ เหยียบแป้นผิดพลาด ระหว่างการจอดหรือเคลื่อนรถด้วยความเร็วต่ำ

ระบบทำงานในเงื่อนไขใด?

  • ระบบจะทำงานเมื่อมีการตรวจพบ วัตถุหยุดนิ่ง บริเวณ ด้านหน้า และ ด้านหลัง ของรถ
  • ออกแบบมาเพื่อช่วยลดโอกาสเกิดการชนในสถานการณ์จอดรถ/ถอยจอด/ขยับรถในพื้นที่แคบ

แนวคิดสำคัญคือ “ช่วยเบรกเมื่อมีความเสี่ยง” โดยเฉพาะกรณีเผลอเหยียบคันเร่งหรือเหยียบแป้นผิดในจังหวะที่รถควรเคลื่อนตัวช้า ๆ

รุ่นที่เกี่ยวข้องและรายละเอียดจากประกาศ

ในเอกสารระบุการเปิดตัวพร้อมการปรับปรุงของ Hiace Super GL ซึ่งเป็นรถตู้ตัวถังมาตรฐาน ขับเคลื่อน 2 ล้อ และใช้เครื่องยนต์ดีเซล พร้อมระบุว่าเป็นรถที่มีอุปกรณ์เสริมตามแพ็กเกจจากโรงงาน

ปรับปรุงเครื่องยนต์ดีเซล: ประหยัดน้ำมันดีขึ้น + ได้สิทธิ์ลดหย่อนภาษี

โตโยต้าระบุว่า รถที่ใช้ เครื่องยนต์ดีเซล ได้รับการปรับปรุงให้มี ประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันดีขึ้น
และเมื่อรวมกับการผ่านเกณฑ์ มาตรฐานการประหยัดน้ำมันปี 2015 + 15% ทำให้รถรุ่นดังกล่าวมีสิทธิ์ได้รับ
การลดหย่อนภาษีรถยนต์ประหยัดพลังงาน :contentReference[oaicite:5]{index=5}

อุปกรณ์มาตรฐานเพิ่มเติม: ไฟตัดหมอกหน้า LED (บางรุ่น)

สำหรับรุ่น Super GL (รถตู้) และ GL (รถสเตชันแวกอน) ระบุว่ามาพร้อม ไฟตัดหมอกหน้าแบบ LED เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน

Welcab และ TECS ก็ได้รับการปรับปรุงเช่นกัน

เอกสารยังระบุว่า รุ่น Welcab และ TECS (รถที่ติดตั้งอุปกรณ์พิเศษโดยผู้ผลิต) ได้รับการปรับปรุงในลักษณะเดียวกับรุ่นพื้นฐานด้วย

ราคาในญี่ปุ่น (รวมภาษีแล้ว)

ราคาขายปลีกที่ผู้ผลิตแนะนำ (รวมภาษี) อยู่ในช่วง 2,392,100 – 4,190,600 เยน หรือประมาณ 474,000 – 830,000 บาท โดยราคาอาจแตกต่างตามพื้นที่ และ ค่าธรรมเนียมรีไซเคิล เรียกเก็บแยกต่างหาก

สรุป: อัปเดตที่ “ตรงจุด” สำหรับรถตู้ใช้งานจริง

สำหรับกลุ่มรถตู้ที่ใช้งานหนัก ทั้งรับส่งผู้โดยสาร เดินทางไกล หรือใช้งานในเมือง การเพิ่ม ระบบช่วยเบรกขณะจอดเป็นมาตรฐาน ถือเป็นการอัปเกรดที่ช่วยลดความผิดพลาดของมนุษย์ในสถานการณ์ความเร็วต่ำได้จริง ขณะเดียวกันเครื่องยนต์ดีเซลยังถูกปรับให้ประหยัดขึ้นและเข้ามาตรฐานการประหยัดพลังงานที่กำหนด

FAQ: คำถามที่พบบ่อย

1) ระบบช่วยเบรกขณะจอดช่วยอะไร?

ช่วยลดโอกาสเกิดอุบัติเหตุจากการเหยียบแป้นผิดพลาด และช่วยเบรกเมื่อมีการตรวจพบวัตถุหยุดนิ่งด้านหน้า/ด้านหลังในสถานการณ์จอดรถ

2) มีผลกับรุ่นไหนบ้าง?

ประกาศระบุว่า “รถตู้ไฮเอซทุกคัน” ได้รับการติดตั้งระบบนี้เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน และครอบคลุมไลน์อัป Hiace Van/Wagon/Commuter

3) ราคาจำหน่ายอยู่ช่วงไหน?

ในญี่ปุ่น (รวมภาษี) อยู่ที่ 2,392,100 – 4,190,600 เยน โดยราคาขึ้นกับพื้นที่ และมีค่ารีไซเคิลแยกต่างหาก

SEO Keywords

Toyota Hiace, ไฮเอซ, รถตู้โตโยต้า, Hiace Van, Hiace Wagon, Hiace Commuter, ระบบช่วยเบรกขณะจอด, Parking Support Brake, ความปลอดภัยรถตู้, รถตู้รับส่งผู้โดยสาร

 

Hiace รุ่นพิเศษ Super GL “DARK PRIME S”

Toyota Hiace Super GL “DARK PRIME S” รถตู้รุ่นพิเศษ สไตล์ดาร์กหรู สปอร์ตเข้ม สำหรับสายใช้งานจริง

ภาพรวม: Hiace รุ่นพิเศษที่เติมความ “หรูเข้ม” ให้รถตู้สายใช้งาน

Toyota Hiace Super GL “DARK PRIME S” คือรถตู้รุ่นพิเศษที่พัฒนาต่อยอดจาก Hiace Super GL โดยมุ่งเน้นการยกระดับภาพลักษณ์ให้ดูหรู เข้ม และสปอร์ตมากขึ้น ทั้งภายนอกและภายใน เหมาะสำหรับผู้ใช้งานที่ต้องการรถตู้ซึ่งให้มากกว่าคำว่า “รถทำงาน” แต่ยังคงความทนทานและใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน

ขุมพลังและโครงสร้างพื้นฐาน

รุ่น DARK PRIME S ใช้พื้นฐานของ Hiace Super GL ตัวถังมาตรฐาน มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.8 ลิตร ให้แรงบิดสูง เหมาะกับการบรรทุกและการเดินทางไกล รองรับทั้งระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ และ 4 ล้อ เพื่อตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นในเมือง เส้นทางต่างจังหวัด หรือสภาพถนนที่สมบุกสมบัน

ช่วงล่างได้รับการปรับจูนเฉพาะ เพื่อเพิ่มความมั่นคงและความนุ่มนวล โดยยังคงเอกลักษณ์ด้านความอึดและความทนทานตามแบบฉบับ Hiace

ดีไซน์ภายนอก: เข้ม หรู และแตกต่างอย่างชัดเจน

ภายนอกของ DARK PRIME S ถูกออกแบบให้ดูดุดันและพรีเมียมมากขึ้น ด้วยการเลือกใช้โทนสีเข้มและวัสดุตกแต่งเฉพาะรุ่น สร้างภาพลักษณ์ที่แตกต่างจาก Hiace รุ่นมาตรฐานอย่างชัดเจน

  • ไฟหน้า LED ดีไซน์เรียบหรู เพิ่มความทันสมัย
  • กระจังหน้าและชิ้นส่วนตกแต่งโครเมียมโทนเข้ม
  • ตราสัญลักษณ์รุ่นพิเศษ บ่งบอกความแตกต่าง
  • หลังคาและเสาตัวถังโทนสีดำ เสริมความดุดัน
  • แผ่นกันรอยประตู พร้อมลูกเล่นไฟส่องสว่างในตัว

ห้องโดยสาร: สปอร์ตพรีเมียม เน้นสัมผัสและบรรยากาศ

ภายในห้องโดยสารของ DARK PRIME S ถูกออกแบบให้ต่างจาก Hiace ทั่วไป โดยเน้นโทนสีเข้ม วัสดุคุณภาพ และลวดลายที่ให้กลิ่นอายสปอร์ต เหมาะทั้งการใช้งานเชิงพาณิชย์ระดับพรีเมียม และการดัดแปลงเป็นรถส่วนตัว

รายละเอียดเด่นภายใน

  • พวงมาลัยหุ้มหนังแท้ ตกแต่งลายคาร์บอน
  • แผงคอนโซลและแผงควบคุมตกแต่งโทนสีเข้ม
  • ขอบเกียร์และปุ่มเปลี่ยนเกียร์วัสดุพรีเมียม
  • เบาะนั่งหุ้มผ้าผสมหนัง เดินตะเข็บคู่
  • โลโก้รุ่นพิเศษปักบนเบาะหน้า เพิ่มความเอ็กซ์คลูซีฟ

ออปชันเสริมและแนวทางการตกแต่งต่อยอด

DARK PRIME S เป็นรุ่นที่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้สามารถต่อยอดการตกแต่งได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นชุดแต่งแนวหรู หรือแนวสปอร์ต ทั้งจากสำนักแต่งโรงงานและอุปกรณ์เสริมภายนอก
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวให้กับรถตู้ของตนเอง

ด้วยพื้นฐาน Super GL ทำให้สามารถรองรับการดัดแปลงเป็น รถ VIP, รถครอบครัว, รถแคมป์ หรือรถรับส่งระดับพรีเมียมได้อย่างลงตัว

สรุป: รถตู้ที่ให้มากกว่าคำว่า “ใช้งาน”

Toyota Hiace Super GL “DARK PRIME S” คือคำตอบสำหรับผู้ที่มองหารถตู้ ที่ผสานความอึด ทน ใช้งานจริง เข้ากับดีไซน์หรูเข้มและบรรยากาศสปอร์ตพรีเมียม เหมาะทั้งผู้ประกอบการที่ต้องการภาพลักษณ์ระดับสูง และผู้ใช้ส่วนตัวที่อยากได้รถตู้ไม่เหมือนใครจากโรงงาน

 

Advertisement Advertisement

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้ได้