เปิดราคา 1.0 ล้านบาท HAVAL V7 ในซาอุฯ เบนซิน 2.0T 228 แรงม้า 4WD

เปิดราคา 1.0 ล้านบาท HAVAL V7 ในซาอุฯ เบนซิน 2.0T 228 แรงม้า 4WD
Spread the love
Advertisement Advertisement

Haval V7 (Raptor/Menglong) เปิดเกมส่งออก! เริ่มตะวันออกกลางที่ซาอุฯด้วยรุ่นเบนซินล้วน ก่อนลุ้นไฮบริดตามมา

Haval เดินหมากสำคัญในตลาดต่างประเทศด้วยการผลักดันครอสโอเวอร์สายลุยหน้าตาดุดันอย่าง Haval V7 ออกนอกจีนอย่างเป็นทางการ โดยเริ่มต้นที่ ซาอุดีอาระเบีย ซึ่งตอนนี้ยังเปิดรับจองเฉพาะ “รุ่นเครื่องยนต์สันดาป (เบนซิน)” ขณะที่หลายภูมิภาคในอนาคตจะมีโอกาสได้เห็น เวอร์ชันไฮบริด เพิ่มเข้ามาในไลน์อัปด้วย

HAVAL V7 จำหน่ายในซาอุดิอาระเบีย 121,095 ริยัลซาอุดีอาระเบีย หรือประมาณ 1.0 ล้านบาท

จาก Raptor/Menglong ในจีน สู่ชื่อใหม่ “V7” สำหรับตลาดส่งออก

ต้นกำเนิดของ V7 คือโมเดลที่จีนรู้จักกันในชื่อ Haval Raptor หรือชื่อจีน (Menglong) ซึ่งเปิดตัวในจีนตั้งแต่ปี 2023 โดยระยะแรกโฟกัสที่ระบบปลั๊กอินไฮบริดพร้อมเทคโนโลยีขับสี่ Hi4 ของ GWM/Haval ก่อนจะขยายทางเลือกด้วยเวอร์ชันเครื่องยนต์เบนซินล้วนในช่วงหลัง

ดีไซน์ทรงเหลี่ยม “สายลุย” จุดขายหลักของ V7

ในแง่งานออกแบบ Haval V7 ยึดแนวทางเดียวกับ Raptor: เส้นสายเหลี่ยมคม โครงสร้างภาพรวมเน้นความบึกบึนแบบ SUV พร้อมกลิ่นอายออฟโรดชัดเจน และในเวอร์ชันส่งออกที่ซาอุฯ รายละเอียดที่สื่อบางแห่งจับตาคือ “ลายตกแต่งแนวตั้งบนกระจังหน้า” ที่เลือกใช้โทนเข้ม/ดำมากขึ้นเพื่อคาแรกเตอร์ดุดัน (ขณะที่บางเวอร์ชันในจีนจะมีงานโครเมียม/หรือกรอบลายต่างกันตามรุ่นย่อย)

มิติตัวถั: คาดยืนพื้นสเปก “ตัวถังมาตรฐาน” จากจีน

แม้โบรชัวร์/การสื่อสารในซาอุฯ ไม่ได้ระบุมิติตัวถังแบบละเอียด แต่หากอิงสเปกตัวถังมาตรฐานของ Raptor ในจีน ตัวรถมีความยาว 4,680 มม. และระยะฐานล้อ 2,738 มม. (ตัวเลขที่พบใ แหล่งข้อมูลยานยนต์หลายแห่ง) ทำให้ V7 อยู่ในกลุ่ม SUV ขนาดกลางค่อนไปทางคอมแพกต์ที่เน้นพื้นที่ใช้สอย และคุมสัดส่วนให้พร้อมลุย

ภายใน 5 ที่นั่ง + จอใหญ่ขึ้น: สายเทคโนโลยีได้เฮ

จุดที่ถูกพูดถึงในเวอร์ชันส่งออกคือ “หน้าจอกลางใหญ่ขึ้น” เมื่อเทียบกับสเปกบางตลาดในจีน โดยในซาอุฯ ระบุว่าใช้จออินโฟเทนเมนต์ขนาด 15.6 นิ้ว ช่วยยกระดับความเป็นรถยุคใหม่ให้เข้ากับดีไซน์ภายนอกแบบลุย ๆ และยังเป็นการชูภาพลักษณ์ว่ารถคันนี้ไม่ได้มีดีแค่ความบึกบึน แต่ยังเน้นประสบการณ์ในห้องโดยสารด้วย

ออปชันที่ซาอุฯให้มา “จัดเต็ม” ตั้งแต่ล้อ 19 นิ้ว ถึง ADAS

ปัจจุบัน Haval V7 ในซาอุดีอาระเบียมีให้เลือกเพียง 1 เกรดอุปกรณ์ แต่รายการที่ระบุนั้นค่อนข้างแน่น ได้แก่ ล้ออัลลอย 19 นิ้ว, ซันรูฟพาโนรามา, มาตรวัดดิจิทัล, เฮดอัพดิสเพลย์, แท่นชาร์จไร้สายกำลัง 50W, ระบายอากาศเบาะหน้า, กล้องมองรอบคัน และระบบช่วยขับอย่าง Adaptive Cruise Control + ระบบช่วยคุมรถให้อยู่ในเลน ซึ่งสะท้อนทิศทางของ Haval ที่พยายาม “อัดเทคโนโลยีให้เกินราคา” ในตลาดส่งออก

Advertisement Advertisement

ขุมพลังซาอุฯ: เบนซิน 2.0 เทอร์โบ 231 แรงม้า + เกียร์ DCT 9 สปีด + ขับสี่มาตรฐาน

ไฮไลต์ของรุ่นที่ซาอุฯ คือเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 4 สูบ 2.0 ลิตร กำลังสูงสุด 231 แรงม้า แรงบิด 380 นิวตันเมตร จับคู่เกียร์คลัตช์คู่ 9 จังหวะ (DCT) และให้ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน โดยในจีนมีตัวเลขแรงม้าสูงกว่าเล็กน้อยในบางแหล่งข้อมูล (ระดับ 235–238 แรงม้า) แต่ภาพรวมคือ “2.0T + DCT 9 + AWD” เป็นแกนหลักของเวอร์ชันเบนซินล้วน

ราคาเปิดตัวซาอุฯ: 121,095 ริยาล

Haval V7 ประกาศราคาในซาอุดีอาระเบียที่ 121,095 ริยาล ซึ่งถูกวางให้เป็น SUV สายลุยที่ “หน้าตาใหญ่ ออปชันแน่น” เพื่อชิงพื้นที่ตลาดจากกลุ่มรถอเนกประสงค์ที่ลูกค้าใช้ทั้งในเมืองและเส้นทางนอกถนน

แผนขยายตลาด: ตะวันออกกลางต่อยอด + ละตินอเมริกา + เอเชียกลาง (คาซัคฯ/อุซเบฯ)

หลังเริ่มทำตลาดซาอุฯ โมเดลนี้ถูกระบุว่าจะขยายไปประเทศอื่น ๆ ในตะวันออกกลาง รวมถึงตลาด อเมริกาใต้ และมีการประกาศการทำตลาดใน คาซัคสถาน และ อุซเบกิสถาน ด้วย โดยบางภูมิภาคจะมี “ตัวเลือกไฮบริด” ให้จำหน่ายเพิ่ม ซึ่งเป็นคีย์สำคัญ เพราะ Raptor/Menglong มีรากฐานเด่นด้านระบบ Hi4 อยู่แล้วตั้งแต่ช่วงเปิดตัวในจีน

มุมมองเชิงตลาด: ทำไม Haval ต้อง “แยกชื่อ” เป็น V7 สำหรับต่างประเทศ?

การใช้ชื่อ V7 แทน Raptor/Menglong ในตลาดส่งออก เป็นวิธีสื่อสารที่พบได้บ่อยในอุตสาหกรรมรถยนต์จีน: ลดความเสี่ยงด้านการตีความชื่อ/ภาพจำในแต่ละประเทศ,
ปรับตำแหน่งผลิตภัณฑ์ให้เข้ากับไลน์อัปเดิมของแบรนด์ในภูมิภาคนั้น ๆ และทำให้การทำการตลาดแบบภูมิภาค (เช่น ตะวันออกกลาง vs เอเชียกลาง) มีความยืดหยุ่นมากขึ้น
โดยแกนสินค้ายังคงเป็น SUV ดีไซน์บึกบึน + ออปชันจัดเต็ม + ขับสี่ ซึ่งเป็นสูตรที่ตลาดตะวันออกกลางคุ้นเคยและตอบโจทย์ :contentReference[oaicite:9]{index=9}

สรุป V7 คือหมากใหม่ของ Haval ในเกมส่งออก—เริ่มเบนซินล้วน แต่ไฮบริดยังมีลุ้น

โดยสรุป Haval V7 คือการนำแพลตฟอร์ม/ภาพลักษณ์ของ Raptor/Menglong ที่ประสบความสำเร็จในจีน ออกไปลองสนามจริงในต่างประเทศ ด้วยจุดขาย “หน้าตาลุย + เทคโนโลยีแน่น + ขับสี่มาตรฐาน” ในเวอร์ชันเบนซิน 2.0T ก่อน และยังเปิดทางให้บางประเทศได้เห็นเวอร์ชันไฮบริดในอนาคต ซึ่งจะเป็นตัวชี้ว่า Haval จะเร่งเกมพลังงานทางเลือกในตลาดส่งออกเร็วแค่ไหน

Full SPEC

เครื่องยนต์ (Engine)

  • เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร 4 สูบ เทอร์โบ
  • รองรับน้ำมันเบนซินออกเทน 91
  • กำลังสูงสุด 228 แรงม้า
  • แรงบิดสูงสุด 380 นิวตัน-เมตร
  • เกียร์อัตโนมัติคลัตช์คู่ (Dual-Clutch) 9 จังหวะ
  • ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ (4WD)
  • พร้อมระบบล็อกเฟืองท้าย (Rear Differential Lock)

 ขนาดตัวถัง

  • ความยาว: 4,680–4,800 มม. (ความยาวขึ้นอยู่กับรุ่นย่อยและการติดตั้งอุปกรณ์เสริม เช่น ยางอะไหล่ด้านนอก)
  • ความกว้าง: ประมาณ 1,916–1,950 มม.
  • ความสูง: ประมาณ 1,822–1,843 มม.
  • ระยะฐานล้อ (Wheelbase): 2,738 มม

ชนิดระบบช่วงล่าง

  • ด้านหน้า ระบบอิสระแบบแมคเฟอร์สัน (MacPherson independent suspension)
  • ด้านหลัง ระบบอิสระแบบมัลติลิงก์ (Multi-link independent suspension)
  • ดิสก์หน้า-หลัง เบรกแบบมีแผ่นระบายอากาศ (Ventilated Disc Brakes)

อุปกรณ์ภายนอก (Exterior)

  • ไฟหน้าและไฟท้ายแบบ LED พร้อมระบบปรับไฟสูง-ต่ำอัตโนมัติ
  • เซนเซอร์ด้านหน้าและด้านหลัง
  • ล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว ยางขนาด 255/60 R19
  • หลังคาพาโนรามิกซันรูฟ
  • กระจกกันเสียงสำหรับประตูคู่หน้า และกระจกหน้ารถแบบเก็บเสียง

อุปกรณ์ภายในห้องโดยสาร (Interior)

  • เบาะนั่งหุ้มหนัง พร้อมระบบระบายอากาศสำหรับเบาะคู่หน้า
  • เบาะคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อมระบบบันทึกตำแหน่ง (Memory Seat)
  • หน้าจอสัมผัสขนาด 15.6 นิ้ว
  • แท่นชาร์จโทรศัพท์มือถือแบบไร้สาย กำลังไฟ 50 วัตต์
  • ระบบเครื่องเสียง 10 ลำโพง
  • จอแสดงผลข้อมูลบนกระจกหน้าแบบ Head-Up Display (W-HUD) ขนาด 9 นิ้ว
  • ม่านบังแดดด้านข้างสำหรับผู้โดยสารแถวหลัง

ระบบความปลอดภัย (Safety)

  • ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง
  • กล้องรอบคัน 360 องศา พร้อมระบบมองเห็นใต้ท้องรถแบบโปร่งใส (Transparent Underbody)
  • ระบบเตือนเมื่อรถออกนอกเลน พร้อมระบบช่วยเปลี่ยนเลน
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (Adaptive Cruise Control)
    พร้อมระบบช่วยขับขี่ในสภาพการจราจรติดขัด (Traffic Jam Assist)
  • ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ
  • ระบบเตือนการชนด้านหน้าและด้านหลัง

โหมดการขับขี่ออฟโรด / ทุกสภาพถนน (All-Terrain Driving Modes) – รวม 9 โหมด

  1. อัตโนมัติ (Auto)

  2. มาตรฐาน (Standard)

  3. สปอร์ต (Sport)

  4. ประหยัด (Eco)

  5. หิมะ (Snow)

  6. โคลน (Mud)

  7. ทราย (Sand)

  8. หญ้า / กรวด (Grass / Gravel)

  9. ทางขรุขระ (Uneven / Off-Road)

Advertisement Advertisement

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้ได้