มอเตอร์ไซค์รองรับการบรรทุกได้เท่าไหร่? สรุปน้ำหนักที่เหมาะสม + กฎหมายไทย (อัปเดตใช้งานจริง)

มอเตอร์ไซค์รองรับการบรรทุกได้เท่าไหร่? สรุปน้ำหนักที่เหมาะสม + กฎหมายไทย (อัปเดตใช้งานจริง)
Spread the love
Advertisement Advertisement

มอเตอร์ไซค์รองรับการบรรทุกได้เท่าไหร่? สรุปน้ำหนักที่เหมาะสม + กฎหมายไทย (อัปเดตใช้งานจริง)

เวลาถามว่า “มอเตอร์ไซค์รับน้ำหนักได้เท่าไหร่” หลายคนมักนึกถึงแค่น้ำหนักคนซ้อน แต่ในความจริง “น้ำหนักบรรทุก” คือ น้ำหนักรวมทั้งหมดบนรถ ได้แก่ คนขี่ + คนซ้อน + สัมภาระ ซึ่งส่งผลต่อ การทรงตัว ระยะเบรก ความปลอดภัย อายุการใช้งานช่วงล่าง/ยาง และอาจเกี่ยวข้องกับการถูกปรับตามกฎหมายได้ด้วย

1) นิยามสำคัญ: “น้ำหนักบรรทุก” ของมอเตอร์ไซค์คืออะไร?

ในเชิงใช้งานจริง ให้จำสูตรนี้:

  • น้ำหนักบรรทุก (Payload) = คนขี่ + คนซ้อน + สัมภาระ

ดังนั้น ต่อให้รถวิ่งได้ แต่ถ้าบรรทุกจนรถยุบ โคลง หรือเบรกยาวผิดปกติ ก็ถือว่าเข้าโซน “เกินสมควร” ในเชิงความปลอดภัยแล้ว (และอาจถูกเจ้าหน้าที่พิจารณาว่าเป็นการบรรทุกที่เป็นอันตรายได้)

2) มอเตอร์ไซค์รองรับการบรรทุก “เหมาะสม” เท่าไหร่? (แนวทางใช้งานจริง)

หมายเหตุ: ตัวเลขด้านล่างเป็น “ช่วงน้ำหนักรวมที่เหมาะสม” สำหรับรถใช้งานทั่วไปในไทย โดยรวมคนขี่+คนซ้อน+ของ ไม่ใช่ตัวเลขตายตัว 100% เพราะแต่ละรุ่น/สภาพรถ/สภาพถนนต่างกัน

ประเภทรถ ช่วงน้ำหนักรวมที่เหมาะสม (คน+ของ) ตัวอย่างรถที่พบได้บ่อย
รถเล็ก 110–125cc ประมาณ 130–160 กก. Wave, Click, Scoopy, Dream ฯลฯ
รถออโต้/ทัวริ่ง 150–160cc ประมาณ 170–190 กก. PCX, NMAX, ADV160 ฯลฯ
คลาส 250–300cc ประมาณ 190–220 กก. 300-class ต่าง ๆ
บิ๊กไบค์ 500cc+ ประมาณ 220–250 กก.+ 500–1000cc+ (ขึ้นกับรุ่น)

ถ้าคุณขับรถ 110–125cc แล้วต้องรับผู้โดยสารน้ำหนักมากบ่อย ๆ
โดยทั่วไปจะเริ่มรู้สึกชัดว่า รถอืด เบรกยาว และท้ายยุบ ซึ่งเป็นสัญญาณเข้าโซนเสี่ยง
(แม้จะ “ยังไปได้” ก็ตาม)

3) วิธีคำนวณ “รับคนซ้อนได้เท่าไหร่” แบบเร็วสุด

ใช้สูตรนี้ได้เลย:

  • น้ำหนักคนซ้อนที่เหมาะสม ≈ (น้ำหนักรวมที่เหมาะสม) − (น้ำหนักคนขี่) − (น้ำหนักสัมภาระ)

ตัวอย่างคำนวณ (รถ 110–125cc)

  • สมมติรถเหมาะกับน้ำหนักรวม 150 กก.
  • คนขี่ 80 กก.
  • ของ/กระเป๋า 5 กก.

ดังนั้นคนซ้อนที่เหมาะสม ≈ 150 / 80 / 5 = 65 กก.
ถ้าคนซ้อนหนัก 75–90 กก. รถยังวิ่งได้ แต่จะเริ่ม เข้าโซนตึง/เสี่ยง โดยเฉพาะถนนขรุขระ ลูกระนาด หรือเบรกฉุกเฉิน

ตัวอย่างคำนวณ (รถ 150–160cc)

  • สมมติรถเหมาะกับน้ำหนักรวม ~180 กก.
  • คนขี่ 80 กก.
  • ของ 5 กก.

คนซ้อนที่เหมาะสม ≈ 180 / 80 / 5 = 95 กก. เหมาะกับงานรับคนมากกว่า และควบคุมรถได้มั่นใจกว่าคลาส 110–125cc อย่างชัดเจน

4) กฎหมายไทยเกี่ยวกับการบรรทุกมอเตอร์ไซค์: ซ้อนได้กี่คน? บรรทุกแบบไหนเสี่ยงโดนปรับ?

4.1 ซ้อนกี่คนได้ตามกฎหมาย

  • บรรทุกได้ไม่เกิน 2 คน (คนขี่ 1 + คนซ้อน 1)
  • ห้ามซ้อน 3 (ผิดชัดเจน)

4.2 ทำไมกฎหมายไม่ระบุน้ำหนักเป็น “กิโลกรัม” ชัด ๆ?

ในการบังคับใช้จริง เจ้าหน้าที่มักพิจารณาจาก “ลักษณะการบรรทุก” ว่า ทำให้รถเสียการทรงตัว ควบคุมยาก หรือเป็นอันตราย หรือไม่ มากกว่าการชั่งน้ำหนักจริง เช่น รถยุบชัด โคลงมาก บรรทุกของสูง/กว้างเกิน หรือทำให้การควบคุมเบรก-เลี้ยวไม่ปลอดภัย

4.3 หมวกกันน็อก (ประเด็นที่โดนจับจริงบ่อย)

  • คนขี่และคนซ้อนต้องสวมหมวกกันน็อกทุกคน
  • ไม่สวม = ผิด แม้ขับระยะสั้น

หมายเหตุ: โทษปรับ/รายละเอียดอาจต่างกันตามการบังคับใช้ในพื้นที่และช่วงเวลา แนะนำให้ยึดหลัก “ใส่ให้ครบ” เพื่อความปลอดภัยและลดความเสี่ยงในการถูกปรับ

5) เช็กลิสต์ สัญญาณว่าเริ่ม “บรรทุกเกิน” (เสี่ยงอันตราย + เสี่ยงโดนเรียก)

ถ้าพบอาการเหล่านี้ตั้งแต่ 2 ข้อขึ้นไป แปลว่าเริ่มเกินสมควรแล้ว:

  • ท้ายรถยุบมากผิดปกติ จนไฟหน้าชี้สูง
  • ออกตัวอืด ต้องบิดคันเร่งลึกกว่าปกติ
  • เจอลูกระนาดแล้วกระแทกแรง เหมือนโช้คยัน
  • เลี้ยวแล้วโคลง ต้องคุมแฮนด์มากขึ้น
  • ระยะเบรกยาวขึ้น หรือเบรกแล้วท้ายปัดง่าย
  • ยางหลังดูแบน/ร้อนจัด/สึกไวผิดปกติ

6) บรรทุกหนักบ่อย ๆ รถพังตรงไหนก่อน?

บรรทุกเกินไม่ได้ทำให้พังทันทีเสมอไป แต่ทำให้ “เสื่อมเร็ว” โดยเฉพาะชิ้นส่วนเหล่านี้:

Advertisement Advertisement
  • โช้คหลัง (ยุบค้าง สปริงล้า น้ำมันรั่ว)
  • ยางหลัง (ร้อนจัด บวม ดอกสึกไว เสี่ยงแตกเมื่อเจอหลุม/ของมีคม)
  • ลูกปืนล้อ/ดุมล้อ (เกิดเสียงหอน/คลอน)
  • ระบบเบรก (ผ้าเบรกหมดไว เบรกเฟด/จานคดได้ง่ายขึ้น)
  • โครงรถ/ซับเฟรม (เกิดอาการย้วยหรือร้าวระยะยาว โดยเฉพาะถนนไม่เรียบ)

7) แนวทางสำหรับคนใช้งานหนัก/วินมอเตอร์ไซค์: ทำอย่างไรให้ปลอดภัยและเหมาะกับงาน

7.1 เลือกรถให้เหมาะกับงาน

  • รับผู้โดยสารทั่วไปในเมืองบ่อย ๆ: คลาส 150–160cc คุมรถ/เบรกมั่นใจกว่า 110–125cc
  • รับน้ำหนักมากเป็นประจำ: เลือกรุ่นที่ ช่วงล่างและเบรกใหญ่ และฐานล้อมั่นคงกว่า

7.2 ปรับตั้งรถให้รองรับน้ำหนัก

  • โช้คหลัง: เลือกสเปกที่เหมาะกับการบรรทุก (หนืด/สปริงรองรับดีขึ้น)
  • ยาง: ใช้ยางคุณภาพ เติมลมตามคำแนะนำ “ตอนบรรทุก” (อย่าเติมอ่อน)
  • เบรก: ตรวจผ้าเบรก/น้ำมันเบรกตามระยะ เพราะบรรทุกหนักเบรกจะทำงานหนักขึ้น

7.3 ปรับพฤติกรรมการขับเมื่อบรรทุกหนัก

  • เว้นระยะมากขึ้น (เพราะระยะเบรกยาวขึ้นจริง)
  • ลดความเร็วผ่านลูกระนาด/หลุมบ่อ
  • เลี่ยงเบรกหน้าหนัก ๆ บนพื้นลื่น

8) สรุป: ควรยึดตัวเลขไหนเป็นหลัก?

ถ้าต้องการคำตอบที่ใช้ได้จริง ให้ยึด 2 อย่างพร้อมกัน:

  1. หลักความปลอดภัย (ทรงตัว/เบรก/ควบคุมได้) — สำคัญที่สุด
  2. แนวทางน้ำหนักรวมที่เหมาะสมตามคลาสรถ — เพื่อไม่ให้รถทำงานเกินภาระ

โดยสรุปแบบสั้นที่สุด:

  • 110–125cc: น้ำหนักรวมเหมาะ ๆ ราว 130–160 กก.
  • 150–160cc: น้ำหนักรวมเหมาะ ๆ ราว 170–190 กก.
  • กฎหมายเน้นว่า “ห้ามบรรทุกจนเป็นอันตราย/เสียการทรงตัว” และซ้อนได้ไม่เกิน 1 คน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q1: มอเตอร์ไซค์รับน้ำหนักได้กี่กิโล “ตามกฎหมาย”?

โดยทั่วไปกฎหมายไทยมักไม่ได้กำหนดเป็นเลขกิโลกรัมตายตัวสำหรับรถจักรยานยนต์ทั่วไป แต่ใช้หลักว่า ห้ามบรรทุกในลักษณะที่เป็นอันตรายหรือทำให้ควบคุมรถยาก และจำกัดจำนวนคนซ้อนไม่เกิน 1 คน

Q2: ถ้าคนขี่ 80 กก. ขับรถ 110–125cc ควรรับคนซ้อนได้เท่าไหร่?

ถ้าประเมินน้ำหนักรวมเหมาะ ๆ ที่ ~150 กก. และมีของเล็กน้อย คนซ้อนที่เหมาะสมมักอยู่ราว 60–80 กก. (ขึ้นกับของและสภาพรถ) หากหนักกว่านี้บ่อย ๆ แนะนำขยับไปคลาส 150–160cc จะปลอดภัยกว่า

Q3: สังเกตยังไงว่า “บรรทุกเกิน”?

ดูจากอาการ เช่น ท้ายยุบมาก รถโคลง เลี้ยวยาก เบรกยาว ยางหลังร้อนจัดหรือสึกไว ถ้าเจอหลายอาการพร้อมกัน ให้ลดน้ำหนักบรรทุกหรือเปลี่ยนไปใช้รถคลาสที่รองรับได้มากกว่า

Q4 บรรทุกหนักบ่อย ๆ ทำให้รถพังตรงไหนก่อน?

มักเริ่มที่ โช้คหลัง ยางหลัง ระบบเบรก ลูกปืนล้อ เพราะต้องรับแรงและความร้อนสูงกว่าปกติ และถนนขรุขระจะเร่งการสึกหรอมากขึ้น

ตอนนี้ ยังไม่มีวันที่ “เริ่มบังคับใช้แน่นอน” ของกฎที่ขยายเพดานความจุกระบอกสูบจาก 125 ซีซี → 250 ซีซี ออกมาเป็นประกาศในราชกิจจานุเบกษาอย่างเป็นทางการ

สถานะปัจจุบัน

  • กรมการขนส่งทางบกได้เปิดรับ ความคิดเห็นของประชาชน ต่อร่างแก้กฎกระทรวงตั้งแต่ 4–18 ธันวาคม 2568 แล้วเสร็จ และนำเสนอให้กรมฯ และกระทรวงที่เกี่ยวข้องพิจารณาอนุมัติหลักการต่อไปแล้ว

  • ขณะนี้ร่างกฎยัง อยู่ระหว่างขั้นตอนเสนอให้ คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบ และรอประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งจะเป็นขั้นตอนสุดท้ายก่อนใช้งานจริงของกฎนี้ — แต่ยังไม่มีวันประกาศ/มีผลบังคับใช้ระบุอย่างเป็นทางการออกมาในข่าวโทรทัศน์หรือแหล่งข่าวหลัก (จนถึงเวลาที่มีรายงานล่าสุด)

ลิงก์อ้างอิงกฎหมายเกี่ยวกับการจราจร

  1. พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 (ฉบับเต็ม) – ตัวบทกฎหมายออนไลน์ (ข้อความจริงหลายมาตรา)
    https://th.wikisource.org/wiki/พระราชบัญญัติ_จราจรทางบก_พ.ศ._2522

  2. พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 (PDF ดาวน์โหลด) – เอกสารตัวจริงจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
    https://www.royalthaipolice.go.th/downloads/laws/laws_03_05-07.pdf

  3. พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 (PDF จากสำนักงานเกรียติการ) – อีกแหล่งดาวน์โหลดตัวบทกฎหมายฉบับทางการ
    https://oja.coj.go.th/th/content/category/detail/id/8/cid/2146/iid/18622

  4. บทความสรุปกฎหมายจราจรและการบังคับใช้ (รวมหมวกกันน็อกตาม Section 122) – ข่าวจากแหล่งข่าวสาธารณะ
    https://www.nationthailand.com/news/policy/40050536

Advertisement Advertisement

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้ได้