เปิดราคา 195,000 บาทในอินเดีย Nissan Gravite MPV 7 ที่นั่ง เบนซิน 1.0 NA 72 แรงม้า

Nissan Gravite เปิดตัวในอินเดีย คอมแพกต์แวนราคาประหยัด 7 ที่นั่ง พื้นฐาน Renault Triber เริ่ม 565,000 รูปี หรือ 195,000 บาท
Nissan Gravite คืออะไร? ทำไมถึงน่าสนใจ
Nissan เปิดตัวรถคอมแพกต์แวนราคาประหยัดรุ่นใหม่ Nissan Gravite สำหรับตลาดอินเดีย โดยเริ่มเปิดรับจองผ่านดีลเลอร์แล้ว และถือเป็นรถรุ่นที่ 3 ของ Nissan ในอินเดีย ต่อจาก Magnite และ X-Trail (นำเข้า)
จุดสำคัญคือ Gravite ไม่ใช่การพัฒนาใหม่ทั้งหมด แต่เป็นการนำรถจากพันธมิตรอย่าง Renault Triber มาปรับดีไซน์และแบดจ์ใหม่ (Rebadge) ใช้โครงสร้างและเทคโนโลยีเหมือนกัน เพื่อให้ได้รถ 7 ที่นั่งราคาจับต้องได้สำหรับผู้ใช้ในเมืองและครอบครัวขนาดเล็ก
พื้นฐานเดียวกับ Renault Triber: แพลตฟอร์ม CMF-A
Nissan Gravite ใช้พื้นฐานจาก Renault Triber บนแพลตฟอร์ม CMF-A ซึ่ง Triber เพิ่งได้รับการปรับโฉมครั้งใหญ่ไปไม่นาน ทำให้ Gravite ได้ประโยชน์จากโครงสร้างที่เน้นความคุ้มค่า น้ำหนักตัวเหมาะสม และการจัดวางห้องโดยสารแบบ 3 แถว
ดีไซน์ภายนอก: ปรับหน้า-ท้ายใหม่ให้เป็นสไตล์ Nissan
แม้จะเป็นรถพื้นฐานเดียวกัน แต่ Nissan ตั้งใจแยกบุคลิกให้ Gravite ชัดเจน โดยมีรายละเอียดที่แตกต่างจาก Triber ได้แก่
- กระจังหน้าใหม่ และกันชนหน้า-หลังดีไซน์เฉพาะ
- ไฟ DRL ภายในโคมไฟหน้าเป็น “สองเส้น LED” (ขณะที่ Triber เป็นแถบต่อเนื่อง)
- แผ่นตกแต่งใหม่ บนฝาท้าย เพิ่มความพรีเมียมและจดจำง่าย
รุ่นพิเศษ Launch Edition: แต่งส้ม-แดง จำกัด 1,001 คัน
ช่วงเปิดตัว Nissan เสริมความน่าสนใจด้วยรุ่นพิเศษ Launch Edition ซึ่งมีงานตกแต่งโทน ส้ม-แดง ที่กันชนและซุ้มล้อ บางคันอาจมีสติ๊กเกอร์ด้านข้าง และที่สำคัญคือเป็นรุ่น ลิมิเต็ด โดยสื่ออินเดียระบุว่าผลิตเพียง 1,001 คัน
มิติตัวถังและระยะต่ำสุดจากพื้น
ตัวรถมีขนาดใกล้เคียง Renault Triber รุ่นปรับโฉม โดย Nissan Gravite มีตัวเลขดังนี้
- ยาว: 3,987 มม.
- กว้าง: 1,734 มม.
- สูง: 1,644 มม.
- ฐานล้อ: 2,636 มม.
- ระยะต่ำสุดจากพื้น (Ground Clearance): 182 มม.
ภายใน 7 ที่นั่ง 2+3+2 ถอดเบาะแถวสามได้เอง
ภายในของ Gravite โดยรวมอ้างอิงจาก Triber รุ่นก่อนปรับโฉม แต่มีการปรับวัสดุตกแต่งบางส่วน จุดต่างสำคัญกับ Triber รุ่นใหม่คือ “ตำแหน่งช่องแอร์กลาง” ที่วางอยู่ด้านบนจอมัลติมีเดีย (หรือช่องเก็บของในรุ่นล่าง)
จุดขายหลักยังเป็นห้องโดยสารแบบ 7 ที่นั่ง (2+3+2) และสามารถ ถอดเบาะแถวสาม ได้ด้วยตัวเอง ช่วยเพิ่มพื้นที่ใช้งานตามสถานการณ์
ความจุสัมภาระ
- เมื่อใช้ครบทุกที่นั่ง: 84 ลิตร
- เมื่อถอดเบาะแถวสาม: 625 ลิตร
รุ่นย่อยและอุปกรณ์เด่น (4 รุ่นหลัก + Launch Edition)
Nissan Gravite มี 4 รุ่นย่อยหลัก (ไม่รวม Launch Edition) โดยออปชันเด่นตามลำดับมีดังนี้
1) Visia (รุ่นเริ่มต้น)
- ล้อ 14 นิ้ว
- มาตรวัดดิจิทัล
- ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง (ตามกฎหมายอินเดีย)
- ABS, EBD, ESC
2) Acenta
- เครื่องปรับอากาศ
- จอสัมผัสมัลติมีเดีย 8 นิ้ว
3) N-Connecta
- ราวหลังคา
- ที่ปัดน้ำฝนหลัง
- ช่องเก็บของแบบแช่เย็น (ด้านล่าง/คอนโซลกลาง)
- กล้องมองหลัง
4) Tekna (รุ่นท็อป)
- ไฟหน้า LED + ไฟตัดหมอก LED
- เซ็นเซอร์น้ำฝน
- มาตรวัดดิจิทัลเต็มรูปแบบ 7 นิ้ว
- ชาร์จไร้สาย
- Cruise Control
- ล้อ 15 นิ้ว
Launch Edition (รุ่นพิเศษ)
- กล้องบันทึกหน้า-หลัง (กล้องที่ 2 หันเข้าห้องโดยสาร)
- ระบบฟอก/ทำความสะอาดอากาศ
- ไฟ Ambient Light ในห้องโดยสาร
- งานตกแต่งส้ม-แดง + จำกัด 1,001 คัน
ขุมพลัง Nissan Gravite: 1.0 NA 72 แรงม้า เกียร์ธรรมดา/AMT
ด้านเทคนิค Gravite ใช้ชุดส่งกำลังเดียวกับ Triber ได้แก่เครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ 1.0 ลิตร แบบไม่มีเทอร์โบ (Naturally Aspirated)
- กำลังสูงสุด: 72 แรงม้า
- แรงบิดสูงสุด: 96 นิวตันเมตร
- เกียร์: ธรรมดา 5 สปีด / รุ่นท็อปมีเกียร์กึ่งอัตโนมัติ (AMT)
- ระบบขับเคลื่อน: ล้อหน้า (FWD) เท่านั้น
ในอนาคต Nissan วางแผนเพิ่มรุ่น CNG (ก๊าซธรรมชาติอัด) ซึ่งฝั่ง Triber มีทำตลาดอยู่แล้ว
ราคา Nissan Gravite ในอินเดีย
ราคาจำหน่ายของ Nissan Gravite ในอินเดียอยู่ที่
- รุ่นปกติ: 565,000 – 849,000 รูปี หรือประมาณ 195,000 – 293,000 บาท
- Launch Edition: 835,500 – 893,500 รูปี หรือประมาณ 288,000 – 308,000 บาท
ทั้ง Nissan Gravite และ Renault Triber ผลิตที่โรงงาน Renault ในอินเดีย และยังไม่มีประกาศแผนส่งออกอย่างเป็นทางการ แต่มีแนวโน้มว่าอาจขยายไปตลาดที่ใช้พวงมาลัยขวาในอนาคต
มุมมอง ใครเหมาะกับ Nissan Gravite
- คนที่อยากได้รถครอบครัว 7 ที่นั่ง ในงบประหยัด
- ผู้ใช้ในเมืองที่ต้องการรถคล่องตัว ความยาวตัวถังไม่ถึง 4 เมตร
- คนที่ต้องการความยืดหยุ่น: ถอดเบาะแถว 3 เพื่อเพิ่มพื้นที่ของได้
- ผู้ซื้อที่เน้นความคุ้มค่า มากกว่าสมรรถนะจัดจ้าน
FULL SPEC ในอินเดีย
ขนาดตัวถัง
- ความยาว 3,987 มิลลิเมตร
- ความกว้าง 1,734 มิลลิเมตร
- ความสูง 1,644 มิลลิเมตร
- ระยะฐานล้อ 2,636 มิลลิเมตร
- ระยะต่ำสุดจากพื้น 182 มิลลิเมตร
ความจุพื้นที่เก็บสัมภาระ
- แบบ 5 ที่นั่ง 625 ลิตร
- แบบ 6-7 ที่นั่ง 320 ลิตร
เครื่องยนต์
- เบนซิน B4D 1.0 NA Petrol 4 สูบแถวเรียง
- ความจุ 999 ซีซี (1.0 ลิตร)
- ระบบอัดอากาศ ไม่มีเทอร์โบ (Naturally Aspirated)
Bore x Stroke 71 x 84.1 มม. - กำลังสูงสุด 72 แรงม้า ที่ 6,250 รอบต่อนาที (±100 รอบ)
- แรงบิดสูงสุด 96 นิวตันเมตร ที่ 3,400 – 3,600 รอบต่อนาที
- ความจุถังน้ำมัน 40 ลิตร
- ระบบส่งกำลังที่ใช้กับเครื่องยนต์นี้
- เกียร์ธรรมดา 5 สปีด (5MT)
- เกียร์อัตโนมัติแบบ Automated Manual Transmission 5 สปีด (5AMT หรือ EZ-Shift)
- อัตราประหยัดน้ำมันตามมาตรฐาน ARAI
- เกียร์ธรรมดา 19.3 กม./ลิตร
- เกียร์ EZ-Shift 19.6 กม./ลิตร
ช่วงล่าง
- ระบบบังคับเลี้ยว แบบ Electronic Power Steering (EPS) พวงมาลัยไฟฟ้า ช่วยผ่อนแรงหมุนและปรับน้ำหนักตามความเร็ว
- ระบบกันสะเทือนหน้ MacPherson Strut พร้อม Lower Transverse Link เป็นโครงสร้างมาตรฐานรถยนต์ขนาดเล็ก ให้ความสมดุลระหว่างความนุ่มนวลและการควบคุม
- ระบบกันสะเทือนหลัง Twist Beam Suspension พร้อมคอยล์สปริง เป็นแบบคานบิด โครงสร้างเรียบง่าย แข็งแรง เหมาะกับรถ 5–7 ที่นั่งขนาดเล็ก เน้นความทนทานและพื้นที่ใช้สอย
- โช้คอัพ Twin-Tube Telescopic ให้การซับแรงสะเทือนแบบพื้นฐาน เน้นความนุ่มสบายในการใช้งานทั่วไป
ระบบเบรก
- หน้า ดิสก์เบรก
- หลัง ดรัมเบรก
การออกแบบภายนอก
- ไฟหน้าแบบ Projector รุ่นท็อปเป็น Signature LED Headlamp พร้อมไฟ DRL แบบ LED ในตัว
- มีไฟตัดหมอกหน้าแบบ LED ในรุ่นสูง
- ไฟท้ายแบบ Crystal Edge รุ่น N-Connecta ขึ้นไปเป็น Crystal Edge LED Tail Lamp
- กระจังหน้าแบบ Piano Black 2D Grille
- กระจังหน้าบนตกแต่ง Satin Silver Garnish
- กันชนหน้าและหลังเสริมชิ้นตกแต่งทรง C-Shape
- แผ่นกันกระแทกหน้า–หลัง (Skid Plates) สีดำ หรือสีเงินในบางรุ่น
- มือจับประตูสีเดียวกับตัวรถ หรือโครเมียมในรุ่นท็อป
- กระจกมองข้างตกแต่งสี Piano Black ในบางรุ่น รุ่นสูงมีไฟเลี้ยว LED บนกระจกมองข้าง
- กระจกมองข้างปรับไฟฟ้า และพับอัตโนมัติในรุ่นสูง
- ราวหลังคารองรับน้ำหนักได้สูงสุด 50 กิโลกรัม ในรุ่น N-Connecta ขึ้นไป
- สติกเกอร์ตกแต่งตัวถัง (Door Cladding Decal) ในบางรุ่น
- ที่ปัดน้ำฝนหลัง พร้อมระบบฉีดน้ำ
- กระจกหลังไล่ฝ้า
- เซ็นเซอร์ปัดน้ำฝนอัตโนมัติในรุ่นสูง
- ไฟหน้าเปิด–ปิดอัตโนมัติในรุ่นสูง
- ล้อและยาง
- รุ่นพื้นฐาน ล้อเหล็กขนาด 14 นิ้ว พร้อมฝาครอบกลาง
- รุ่นกลาง ล้อเหล็ก 14 นิ้ว พร้อมฝาครอบเต็มวง
- รุ่นท็อป ล้อ 15 นิ้ว แบบ Dual Tone Flex Wheels
- ยาง 165/80 R14 ในรุ่น Visia, Acenta และ N-Connecta
- ยาง 185/65 R15 ในรุ่น Tekna
สีตัวถังที่มีให้เลือก
- Blade Silver
- Storm White
- Onyx Black
- Metallic Grey
- Forest Green
การออกแบบภายในห้องโดยสาร
แนวคิดการออกแบบ
- ตกแต่งภายในแบบ Dual Tone โทนสีตัดกัน ให้บรรยากาศโปร่งโล่ง
- แผงคอนโซลหน้าตกแต่งลวดลายเอกลักษณ์ Nissan Signature
- แผงแดชบอร์ดบางรุ่นใช้ลวดลาย 3D Hexagon กลางคอนโซล
- รุ่นสูงตกแต่งลาย Wooden Hairline Finish เพิ่มความพรีเมียม
ชุดมาตรวัด
- รุ่นพื้นฐานเป็นจอ LED Digital Instrument Cluster ขนาด 8.89 ซม.
- รุ่นท็อปเป็นจอ Full Digital Advanced Multi-Function ขนาด 7 นิ้ว
ระบบอินโฟเทนเมนต์
- จอสัมผัสลอยตัวขนาด 8 นิ้ว
- รองรับ Wireless Android Auto และ Apple CarPlay
- มีข้อมูล Trip Meter พร้อม Eco Scoring และ Eco Coaching
- ปุ่มควบคุมเครื่องเสียงและโทรศัพท์บนพวงมาลัย
ระบบเสียง
- ลำโพงหน้า 2 ตัวในรุ่นกลาง
- รุ่นสูงมีลำโพงหน้าและหลังรวม 4 ตัว
- รุ่นท็อปเพิ่มทวีตเตอร์ 2 ตัว
เบาะนั่ง
- เบาะผ้าลวดลาย Active Hexagon ในรุ่นต้น
- รุ่นกลางเป็นผ้า Suede ผสม Fabric
- รุ่นท็อปเป็น Suede ผสม Leatherette ลาย Layered Hexagon
- เบาะคนขับปรับสูง–ต่ำได้ในรุ่นสูง
- มีที่วางแขนกลางสำหรับผู้ขับขี่ในรุ่นท็อป
การจัดวางที่นั่ง
- เบาะแถวสองปรับเลื่อนและเอนได้
- แถวสองแยกพับ 60:40 และสามารถพับ–ยกได้บางส่วน
- เบาะแถวสามแยกพับ 50:50 และสามารถถอดแยกอิสระได้
- พนักพิงศีรษะแถวสองและสามปรับระดับได้
ระบบปรับอากาศ
- มีช่องแอร์สำหรับแถวสองและแถวสาม
- ควบคุมอุณหภูมิแยกส่วนหน้าและหลังในบางรุ่น
- มีช่องกรองฝุ่น PM2.5 และละอองเกสร
พื้นที่เก็บของ
- คอนโซลกลางแบบเปิดในรุ่นต้น
- รุ่นกลางและสูงเป็นคอนโซลปิด พร้อมช่องแช่เย็น
- มี Upper Glove Box และ Lower Glove Box แบบแช่เย็นในบางรุ่น
- ช่องจ่ายไฟ 12V ด้านหน้า และเพิ่มในแถวสองหรือสามในรุ่นสูง
- ช่องชาร์จ USB แถวหน้า
- แท่นชาร์จไร้สายเฉพาะรุ่นท็อป
อุปกรณ์อำนวยความสะดวกเพิ่มเติม
- กุญแจอัจฉริยะพร้อมปุ่ม Push Start
- ระบบ Walk Away Lock และ Approach Unlock
- กระจกมองหลังปรับ Day/Night
- กระจกแต่งหน้าฝั่งผู้โดยสาร
- ไฟส่องสว่างภายในแบบ LED
- ไฟอ่านแผนที่และไฟห้องโดยสารด้านหลัง
- ระบบเตือนลืมสัมภาระ
- ระบบเตือนพักรถ
ระบบความปลอดภัยและเทคโนโลยีการขับขี่
โครงสร้างและถุงลมนิรภัย
- ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง ประกอบด้วย ด้านหน้า 2 ตำแหน่ง ด้านข้าง 2 ตำแหน่ง และม่านถุงลม 2 ตำแหน่ง
- เข็มขัดนิรภัย 3 จุด ทุกที่นั่ง
- ระบบเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยทุกตำแหน่ง
- เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าพร้อม Pretensioner และ Load Limiter
- จุดยึดเบาะเด็ก ISOFIX พร้อมระบบล็อกป้องกันเด็กที่ประตูหลัง
ระบบควบคุมเสถียรภาพและป้องกันลื่นไถล
- ESP ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว
- TCS ระบบควบคุมการลื่นไถลของล้อ
- ABS ระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรก
- EBD ระบบกระจายแรงเบรกอิเล็กทรอนิกส์
- BAS ระบบเสริมแรงเบรกฉุกเฉิน
- HSA ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน
ระบบช่วยเบรกและแจ้งเตือน
- ระบบเปิดไฟฉุกเฉินอัตโนมัติเมื่อเบรกกะทันหัน
- ระบบเตือนประตูปิดไม่สนิท
- ระบบเตือนความเร็วเกินกำหนด
- ระบบเตือนลืมสิ่งของภายในรถ
- ระบบเตือนให้พักการขับขี่
ระบบช่วยจอดและทัศนวิสัย
- เซ็นเซอร์กะระยะถอยหลัง
- เซ็นเซอร์กะระยะด้านหน้าในรุ่นสูง
- กล้องมองหลังพร้อมเส้นกะระยะ
- กระจกมองหลังปรับลดแสง Day/Night
- ที่ปัดน้ำฝนอัตโนมัติในรุ่นสูง
- ไฟหน้าเปิด–ปิดอัตโนมัติในรุ่นสูง
ระบบควบคุมและความสะดวกในการขับขี่
- Cruise Control ในรุ่นเกียร์ธรรมดารุ่นสูง
- พวงมาลัยไฟฟ้า Electronic Power Steering
- ระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อรถเคลื่อนที่
- ระบบปลดล็อกอัตโนมัติเมื่อเกิดการชน
- กุญแจอัจฉริยะพร้อมปุ่มสตาร์ท
- ระบบ Walk Away Lock และ Approach Unlock
ระบบกรองอากาศ
- แผ่นกรอง PM2.5 และละอองเกสร


